Tuesday, 12 December 2017

ซิมไบโอร์ และคอนเนอร์ยี ประกาศโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในจังหวัดปราจีนบุรี
โรงไฟฟ้าแห่งใหม่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 17,000 ตันต่อปี

คอนเนอร์ยี (Conergy) หนึ่งในบริษัทพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างประเทศชั้นนำในประเทศไทย และ เอทีซี เอ็นไวโร่ (ATC Enviro) บริษัทในเครือ ซิมไบโอร์ โซล่า กรุ๊ป (Symbior Solar Group) ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของเอเชีย ได้ประกาศแผนที่จะสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่อีก 3 แห่งในประเทศไทย โดยโรงไฟฟ้าทั้งสามแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตรวมกว่า 19 เมกะวัตต์

คอนเนอร์ยี จะเป็นผู้รับผิดชอบงานวางแผน วิศวกรรม งานออกแบบ และงานจัดหาส่วนประกอบให้แก่โรงไฟฟ้า คอนเนอร์ยีจะร่วมกับ บริษัท เอ็นซิส กรุ๊ป ซึ่งเป็นพันธมิตรในประเทศไทยในด้านงานก่อสร้าง ปัจจุบัน ซิมไบโอร์ โซล่ามีโครงการแผงโซลาเซลล์ 6 แห่งในประเทศไทย ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมกว่า 30 เมกะวัตต์ และวางแผนที่จะพัฒนาโครงการใหม่ๆทั่วทั้งเอเชีย ให้มีกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 100 เมกะวัตต์ในปีพ.ศ. 2558 ถึง 2559

“ในมุมมองของ ซิมไบโอร์ เราเชื่อว่าธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ยังคงมีทิศทางที่ดีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตเร็วที่สุด” มร. ฟลอเรียน เบนโฮลด์ ประธานกรรมการบริหาร ซิมไบโอร์ โซล่า กล่าว “คอนเนอร์ยีเป็นพาร์ทเนอร์ที่อุทิศตนให้แก่ซิมไบโอร์ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การทำงานในภูมิภาค ในการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าการลงทุน”

เมื่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินในจังหวัดปราจีนบุรีแล้วเสร็จ จะทำให้มีโรงไฟฟ้า 2 แห่งตั้งอยู่ในอำเภอศรีมหาโพธิ ซึ่งจะมีกำลังผลิตติดตั้งโรงละ 8 เมกะวัตต์ และอีก 1 แห่งในอำเภอศรีมโหสถ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตติดตั้ง 3 เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้า 2 แห่งในอำเภอศรีมหาโพธิ จะผลิตไฟฟ้าได้โรงละ 11,675 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ในขณะที่โรงไฟฟ้าอีก 1 แห่งในอำเภอศรีมโหสถ จะผลิตไฟฟ้าได้ 4,374 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว โรงไฟฟ้าทั้งสามแห่งจะจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่บ้านเรือนในจังหวัดปราจีนบุรีได้ประมาณ 28,000 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี  

ปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่มีทัศนียภาพสวยงาม ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นแหล่งปลูกหน่อไม้ไผ่ตงอันมีชื่อเสียง นอกจากนี้ปราจีนบุรียังเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ที่มีคุณภาพสูงเพื่อการส่งออกอีกด้วย

การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าทั้งสามแห่งนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 17,000 ตันต่อปี โรงไฟฟ้าขนาด 8 เมกะวัตต์ ทั้ง 2 แห่ง จะก่อสร้างบนพื้นที่ขนาด 213,992 ตารางเมตร ในขณะที่โรงไฟฟ้าขนาด 3 เมกะวัตต์ จะก่อสร้างบนพื้นที่ขนาด 46,000 ตารางเมตร โรงไฟฟ้าทั้งสามแห่งจะติดตั้งด้วยแผงโซล่าเซลล์ของคอนเนอร์ยี รุ่น PE310P จำนวน 61,260 แผ่น ระบบยึดแผงโซล่าคอนเนอร์ยี Sigma II และโซล่าอินเวอร์เตอร์ 19 เครื่อง

มร. อเล็กซานเดอร์ เลนซ์ ประธานของคอนเนอร์ยี เอเชียและตะวันออกกลาง กล่าวว่า “ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนและลดการพึ่งพิงเชื้อเพลิงจากฟอลซิล พลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้ โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ร่วมกับซิมไบโอร์ เน้นย้ำให้เห็นถึงการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์ และบริษัทที่มีวิสัยทัศน์หลายแห่ง ได้มุ่งมั่นเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการมุ่งสู่เป้าหมายที่จะร่วมกันผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 20 ของพลังงานที่ผลิตทั้งหมด ภายในปีพ.ศ. 2579”

มร. เลนซ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เนื่องมาจากประเทศไทยมีแสงอาทิตย์ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ “พลังงานแสงอาทิตย์จะสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นจำนวนมาก พลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นหนทางสู่การสร้างสภาพแวดล้อมอันยั่งยืนในที่สุด”

then

CSR Video

X

Right Click

No right click