Tuesday, 12 December 2017

ราชบุรีโฮลดิ้ง เปลี่ยนผู้นำองค์กร ย้ำเดินหน้าขยายธุรกิจพลังงานครบวงจรในเอเชียแปซิฟิก
ดันอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นให้ถึง 11.3% เทียบชั้นบริษัทพลังงานชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก

บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ประกาศเปลี่ยนผู้นำองค์กร พร้อมย้ำเดินหน้าสร้างความเติบโตตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว และสานต่อโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ให้ก้าวหน้าตามแผน ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงการแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ทั้งนี้ นายรัมย์ เหราบัตย์ จะเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ แทนนายพงษ์ดิษฐ พจนา ที่เกษียณอายุการทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป  

นายพงษ์ดิษฐ พจนา เปิดเผยว่าในช่วงแรกของการทำงานในฐานะหัวเรือใหญ่ขององค์กรได้มุ่งเน้นที่การแสวงหาโอกาสการลงทุน จนเมื่อปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกกดดันมากขึ้นจึงทบทวนและปรับยุทธศาสตร์ธุรกิจของบริษัทฯ มุ่งสู่บริษัทพลังงานครบวงจรในเอเชียแปซิฟิก เพื่อขยายโอกาสธุรกิจให้มากขึ้นแต่ยังคงอยู่ในบริบทที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ ภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่นี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งรายเดิมและรายใหม่ ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ กลุ่มบ้านปู กลุ่มซีจีเอ็นของจีน กลุ่มเชาวน์สตีล กลุ่มชูบุอิเล็คทริก และกลุ่มปตท. เพื่อร่วมมือกันศึกษาและพัฒนาโครงการด้านพลังงานในต่างประเทศ 

“ภาวะความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่ลดลง กอปรกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าราชบุรีจะสิ้นสุดในปี 2568 เป็นแรงกดดันที่ทำให้ต้องปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวการผลักดันให้มูลค่ากิจการเติบโตได้ตามเป้าหมายปีละ 10% จะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นรวม (Total Shareholder Return) ขึ้นมาอยู่ในระดับบริษัทพลังงานชั้นนำในภูมิภาคที่ 11.3% ต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 9.8% แผนยุทธศาสตร์นี้ได้นำมาลงมือปฏิบัติเมื่อปี 2557 และผู้นำท่านใหม่จะได้นำไปสานต่อใฟ้บรรลุเป้าหมายต่อไป” นายพงษ์ดิษฐ กล่าว

ด้านนายรัมย์ เหราบัตย์ กล่าวว่า การเข้ามารับช่วงต่อในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ นับเป็นความท้าทาย เพราะราชบุรีโฮลดิ้งอยู่ในจุดเปลี่ยนจากบริษัทผลิตไฟฟ้าเพื่อไปเป็นบริษัทพลังงานครบวงจร โดยมีเป้าหมายที่มูลค่าองค์กร ซึ่งจะต้องทำให้ถึง 180,000 ล้านบาทในปี 2561 นอกจากการสานต่อภารกิจและงานที่ดำเนินการอยู่แล้ว แนวทางการดำเนินงานในช่วงเวลาต่อจากนี้จะเน้น 5 เรื่องที่สำคัญ คือ

บริหารประสิทธิภาพสินทรัพย์เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและลดต้นทุน สินทรัพย์บริษัทฯแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ โรงไฟฟ้าที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าราชบุรี โรงไฟฟ้าที่เริ่มเดินเครื่องจนถึง 5 ปี และโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ขยายการลงทุนใหม่ในต่างประเทศซึ่งจะเน้นความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาสัดส่วนการลงทุนแบบซื้อกิจการและการลงทุนแบบกรีนฟิลด์ให้เหมาะสมกับเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวด้วย

บริหารโครงสร้างเงินทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจการโดยจะพิจารณาแนวทางที่เป็นประโยชน์จากอัตราส่วนหนี้ที่ต่ำในการจัดหาเงินที่มีต้นทุนถูกรองรับการลงทุนในโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงบริหารกระแสเงินสดที่มีอยู่กว่า 17,000 ล้านบาทให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด

บริหารทรัพยากรบุคคล มุ่งสร้างและพัฒนาศักยภาพและความสามารถของบุคลากรให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญที่หลากหลายและสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

ยึดหลักธรรมาภิบาลบริหารองค์กร โดยจะต้องดำเนินการพัฒนาระบบการป้องกันการทุจริตและต่อต้านการคอร์รัปชั่นให้ได้ตามมาตรฐานสากลและผ่านการประเมินของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตให้สำเร็จในปี 2559

“ผมจะเข้ามาสานต่อแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่ากิจการให้เติบโตเทียบชั้นกับบริษัทพลังงานชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยจะเร่งเดินหน้าภารกิจทั้งด้านการลงทุนให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและติดตามการบริหารสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้มูลค่ากิจการเติบโตตามเป้าหมายและบรรลุ 282,000 ล้านบาทในปี 2566 ตามที่กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์” นายรัมย์ กล่าวปิดท้าย   

then

CSR Video

X

Right Click

No right click