Saturday, 21 July 2018

สากล เอนเนอยี  (SKE) มั่นใจวอลลุ่ม NGV เติบโต
แถมรายได้ธุรกิจใหม่ CBG เข้าไตรมาส 3 นี้ คาดปีนี้เติบโตแรง

บริษัท สากล เอนเนอยี (จำกัด) มหาชน หรือ SKE ” หนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการให้บริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ รับผลบวก วอลลุ่ม NGV เติบโตแรง เตรียมรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตก๊าซ CBG ในไตรมาส 3 ปีนี้ และอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล 9.9  เมกะวัตต์ คาดจะแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2562 ดันรายได้กำไรเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้านการให้บริการพลังงานครบวงจรของประเทศ

นายชัชชัย สุเมธโชติเมธา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สากล เอนเนอยี (จำกัด) มหาชน หรือ “SKE” กล่าวว่า บริษัทฯกำลังขยายธุรกิจด้านพลังงานอย่างครบวงจร ซึ่งธุรกิจหลัก คือ ประกอบธุรกิจบริการอัดก๊าซ NGV ให้รถขนส่งก๊าซธรรมชาติของ บริษัท ปตท. จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีสถานีก๊าซธรรมชาติของบริษัท 2 สถานี คือ 1) สถานีก๊าซธรรมชาติหลักปทุมธานี  2) สถานีก๊าซธรรมชาติหลักสระบุรี ซึ่งมีกำลังการอัดก๊าซสูงถึง 750 ตัน/วัน  บริษัทฯมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคงมาโดยตลอด ซึ่งแม้ว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงมีรายได้สม่ำเสมอและรักษาปริมาณการอัดก๊าซธรรมชาติมากกว่า ปริมาณขั้นต่ำตามสัญญาธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติหลักเอกชนที่ทำ  กับ กลุ่มปตท.ซึงมีระยะเวลาสัญญานานถึง 20 ปี จะทำให้บริษัทฯมีผลประกอบการที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะและบริษัทฯมีพื้นฐานดีและการบริหารต้นทุนที่ดี เชื่อว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปจะมีรายได้ กำไรที่ดีขึ้น และผลตอบแทน แก่ผู้ถือหุ้นที่เติบโตอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ บริษัทฯได้ลงทุนธุรกิจพลังงานใหม่ 2 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) มีขนาดกำลังการผลิตกว่า 3,000,000 กิโลกรัม / ปี โดยจะใช้ก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของโรงงานแป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในการผลิตก๊าซ CBG คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปีนี้ และสามารถรับรู้รายได้ทันที ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ยังได้รับการอนุมัติเงินทุนสนับสนุนจากโครงการส่งเสริมการผลิตไบโอมีเทนอัด (CBG) ในสถานประกอบการที่มีระบบก๊าซชีวภาพจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เป็นเงินจำนวน 12 ล้านบาทอีกด้วย และ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ในเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร โดยบริษัทจะจำหน่ายก๊าซ CBG ให้กับรถขนส่งที่ใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ขายก๊าซฯ ให้กับ บริษัท ฟ้าสางวู๊ดชิพ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในบริเวณพื้นที่ตั้งของโครงการ 7,000 กิโลกรัม ต่อ วัน หรือ คิดเป็นจำนวนกว่า 2,310,000 กิโลกรัม ต่อ ปี คาดว่าระยะเวลาในการคืนทุนประมาณ 5 ปี

นอกจากนี้บริษัทฯกำลังดำเนินการก่อสร้าง ธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง ที่จังหวัดแพร่ ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9.9 เมกะวัตต์ และมีสัญญาขายไฟ 8 เมกะวัตต์ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในอัตราเฉลี่ยที่ 4.62บาท ต่อหน่วยตลอดอายุสัญญา 20 ปี ซึ่งนับเป็นอัตราการขายไฟสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลที่สูงที่สุดในปัจจุบัน (สูงกว่าอัตราการขายไฟฟ้าในโครงการ SPP Hybrid ซึ่งคาดว่าประมาณ 1.80 บาท ต่อหน่วย) คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2562 ทั้งนี้บรษัทฯมั่นใจว่าทั้ง 2 โครงการใหม่นี้ จะสร้างกระแสรายได้ที่ต่อเนื่องและมั่นคง ช่วยผลักันให้ผลประกอบการของบริษัทฯเติบโตอย่างมั่นคง ตามกลยุทธ์หลักของ SKE

สำหรับผลผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2561 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2561 บริษัทฯมีรายได้รวม 84.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 มีรายได้ 84.07 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการอัดก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น และในไตรมาสนี้บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 18 ล้านบาท ลดลง 24.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 มีกำไรสุทธิ 23.56 ล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการบริหารงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายจ้างที่ปรึกษาด้านการลงทุนหลายโครงการ และค่าดำเนินการที่เพิ่มขึ้นเนื่องการขยายกิจการของธุรกิจ และ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งทางบริษัทฯ มีพื้นฐานที่ดี และการบริหารต้นทุนที่ดี เชื่อว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปจะมีภาพรวมรายได้และกำไรที่ดีขึ้นตามลำดับ  

then

CSR Video

X

Right Click

No right click