Saturday, 18 November 2017

ซิก้า ทุ่มงบกว่า 300 ล้าน รุกตลาดเคมีภัณฑ์ก่อสร้างกาวซีเมนต์

ซิก้า ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท เนรมิตโรงงานแห่งที่ 2 บนพื้นที่กว่า 15 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี รองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำศักยภาพการผลิตเคมีภัณฑ์ก่อสร้างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย

ดร.วิชากร เฮงษฎีกุล รองกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการใหญ่ระบบโครงสร้าง บริษัท ซิก้า (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SIKA ผู้นำด้านธุรกิจเคมีภัณฑ์ก่อสร้างและกาวอุตสาหกรรมครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท (ค่าที่ดิน, ก่อสร้าง และติดตั้งเครื่องจักร) ในการสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 15.2 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้คาดว่าจะมีการเปิดอย่างเป็นทางการประมาณเดือนพฤษภาคม 2559

ปัจจุบัน โรงงานแห่งที่ 2 ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเริ่มทำการผลิตสินค้า  โดยแบ่งสายการผลิตออกเป็น 2 สาย คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทซีเมนต์มอร์ต้า และกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำยาผสมคอนกรีต ซึ่งมีการติดตั้งระบบเทคโนโลยีเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมากที่สุดในเอเชีย และสามารถรองรับการขยายกำลังการผลิตได้อีกกว่า 10 ปี

“โรงงานในจังหวัดสระบุรี เราจะใช้เป็นโรงงานสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ประเภทซีเมนต์มอร์ต้า และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานคอนกรีต โดยได้มีการย้ายฐานการผลิตมาจากโรงงานชลบุรีและจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 เท่า ส่วนโรงงานในจังหวัดชลบุรี เราจะใช้เป็นโรงงานผลิตโพลียูรีเทน (Polyurethane) และสินค้าประเภทที่จะต้องนำเข้าจากต่างประเทศในปัจจุบัน ซึ่งในอนาคตสินค้าทุกตัวของซิก้าที่จำหน่ายในประเทศจะผลิตจากทั้ง 2 โรงงาน” ดร.วิชากร กล่าว

สำหรับเทคโนโลยีใหม่ที่บริษัทนำมาใช้ในโรงงานสระบุรี จะมาจากทางยุโรป โดยเป็นระบบที่สามารถเดินเครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีระบบการบรรจุสินค้าด้วยระบบเป่าลม (Valve Bag) ซึ่งจะมีข้อดีในเรื่องของขนาดถุงที่เท่ากับปริมาณสินค้าภายในและไม่มีอากาศผสมอยู่ อีกทั้งยังมี Robot Arms ในการจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบและมีความสะดวก

รวมทั้ง ยังมีระบบการผลิตสินค้าประเภทผงคอนกรีตผสมที่มีการใช้งานได้สะดวกด้วยระบบ In-Line Production Technology ซึ่งเพียงนำส่วนผสมต่างๆ ตามสูตรของบริษัทใส่ลงท่อลำเลียง โดยจะมีการผสมเสร็จภายในท่อลำเลียง เพื่อจัดส่งเข้าสู่ Tank Farms และรอจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ทันที ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้สามารถผลิตสินค้าได้มากกว่าระบบเดิมประมาณ 2-3 เท่า

ดร.วิชากร กล่าวต่อถึงเป้าผลประกอบการในปี 2558 ว่า ตลอดปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทคาดการณ์ว่าเมื่อสรุปผลประกอบการแล้วจะโตประมาณ 10% จากปี 2557 สำหรับปี 2559 บริษัทยังคงมีการตั้งเป้าหมายที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 20% ซึ่งจะได้รับปัจจัยบวกจากสินค้าใหม่ที่จะออกสู่ตลาดและการที่จะเข้าไปดูแลลูกค้าในงานโครงการต่างๆ ให้มีความละเอียดมากขึ้น รวมทั้งการขยายธุรกิจในกลุ่มของร้านค้าและดีลเลอร์ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งการเพิ่มปริมาณการจำหน่ายสินค้าเดิมและการสร้างการรับรู้สินค้าใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้ามากขึ้นตามไปด้วย

“ปัจจัยบวกที่จะเข้ามาช่วยเสริมให้เป็นไปตามเป้าที่ได้ตั้งไว้ นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เราจะออกสู่ตลาดแล้ว ยังมีในส่วนของงานโครงการก่อสร้างจากการภาครัฐที่มีโครงการเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้ง เรายังมีการจัดส่งสินค้าไปในต่างประเทศ อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนที่ สปป.ลาว เป็นต้น และเรายังมีการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มกาวสำหรับอุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ให้กับผู้ผลิตรถยนต์หรูรายใหญ่ที่มีเพิ่มมากขึ้น” ดร.วิชากร กล่าว

ด้านการลงทุนใน สปป.ลาว บริษัทได้เริ่มเข้าไปลงทุนมาอย่างยาวนานและได้มีการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตสินค้าที่ใช้กับงานคอนกรีตในการก่อสร้างเขื่อนต่างๆ อาทิ เขื่อนน้ำงึม และล่าสุดคือการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี เป็นต้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังไม่มีแผนที่จะจัดตั้งบริษัทใหม่ใน สปป.ลาว เนื่องจากขนาดของตลาดที่ยังไม่ใหญ่มาก ประกอบกับในปัจจุบันบริษัทได้จัดส่งสินค้าจากประเทศไทยไปจำหน่าย โดยผ่านตัวแทนจำหน่ายใน สปป.ลาว

ดร.วิชากร กล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากฝากถึงลูกค้าว่า ที่ผ่านมาลูกค้ามักจะมองว่าซิก้าจะตอบโจทย์ให้กับงานก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและด้วยมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ลูกค้ากลุ่มบ้านเรือนก็สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้เช่นเดียวกัน รวมทั้งบริษัทยังมีทีมงานที่พร้อมด้วยประสบการณ์ไว้ให้บริการลูกค้าด้วย

then

CSR Video