Saturday, 18 November 2017

กรีนเทอมินัลผุดโรงปรับสภาพสินค้าเฟส 1

กรีนเทอมินัลปักหมุดสมุทรสาคร ทุ่มงบเกือบ 40 ลบ. สร้างโรงปรับสภาพสินค้าเฟสแรก การันตีความเชื่อมั่นของลูกค้าด้วยสินค้าที่ดีและมีคุณภาพอย่างแท้จริง พร้อมเล็งเปิดเฟส 2 ต่อยอดธุรกิจในปีหน้า ด้านรายได้รวมปีนี้ตั้งเป้า 250 ลบ. 

คุณอัครเดช นิลจำรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนเทอมินัล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเชื้อเพลิงสำหรับธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรม อาทิ ชีวมวล (กะลาปาล์ม กะลามะพร้าว แกลบ ) ถ่านหินบีทูมินัส และน้ำมันเตาทดแทน โดยที่ผ่านมาบริษัทเน้นดำเนินธุรกิจแบบซื้อมาและขายไป จึงทำให้มีปัญหาในเรื่องของสถานที่เก็บสต็อกสินค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ ดังนั้น บริษัทจีงได้ก่อสร้างโรงปรับสภาพสินค้าแห่งแรก ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองมะเดื่อ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

โดยใช้งบประมาณในการดำเนินการเกือบ 40 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 21 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นค่าก่อสร้าง การปรับภูมิทัศน์ ค่าเครื่องจักร ซึ่งได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนตุลาคม 2557 และแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับโรงปรับสภาพสินค้าจะมีหน้าที่หลักๆ ประกอบด้วย 1. เก็บสต็อกสินค้า ให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า 2. ปรับคุณภาพสินค้า ยกตัวอย่างเช่น สินค้าในบางล็อตอาจมีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งบริษัทจะต้องนำสินค้าที่มีคุณภาพดีเข้าไปผสมเพื่อให้มีคุณภาพดีขึ้นและให้มีค่าความชื้นอยู่ในระดับตามที่บริษัทกำหนด เป็นต้น

"เราใช้เงินลงทุนเกือบ 40 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินและก่อสร้างโรงปรับสภาพสินค้าแห่งแรกที่จังหวัดสมุทรสาคร เหตุผลหลักคือต้องการสต็อกสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ประกอบกับแนวคิดที่ต้องการจะควบคุมและดูแลคุณภาพสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานการกองเก็บเชื้อเพลิงวัตถุดิบที่ดี เนื่องจากผู้จำหน่ายส่วนใหญ่จะกองเก็บสินค้าในที่โล่ง เมื่อสินค้าโดนฝนหรือน้ำค้างจะทำให้ค่าความชื้นและน้ำหนักเพิ่มขึ้น ซึ่งการจำหน่ายเชื้อเพลิงประเภทนี้จะใช้น้ำหนักเป็นตัวกำหนดปริมาณการซื้อขาย อาจทำให้น้ำหนักที่ลูกค้าได้ไปอาจจะมากก็จริง แต่กว่า 30-40% เป็นน้ำที่ยังไม่ระเหยออก เรามองว่าเป็นการเอาเปรียบลูกค้า ดังนั้น เราจึงต้องการสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับสินค้าของเราด้วยการกองเก็บภายในอาคาร เพื่อให้ลูกค้าทุกรายได้รับสินค้าที่ดีและมีคุณภาพอย่างแท้จริง" คุณอัครเดชกล่าว

โรงงานปรับสภาพสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ จากพื้นที่รวมประมาณ 5 ไร่ครึ่ง ประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง ได้แก่ 1.อาคารคลังสินค้าขนาด 1,200 ตารางเมตร ซึ่งสามารถกองเก็บสินค้าภายในอาคารได้ประมาณ 3,000-5,000 ตัน และ 2.อาคารสำนักงาน 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 1,200 ตารางเมตร เพราะฉะนั้นจึงมีพื้นเหลืออีกกว่า 2 ไร่

ดังนั้นในอนาคตบริษัทมีแผนจะก่อสร้างอาคารคลังสินค้า เฟส 2 ในพื้นที่ที่เหลือดังกล่าว โดยจะเป็นอาคารรูปแบบใหม่คือเป็นอาคารเปิดโล่ง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการประมาณช่วงปลายปี 2559 และจะใช้งบลงทุนเพียง 5 ล้านบาท เพราะไม่ต้องเสียค่าที่ดิน อย่างไรก็ตามจะขึ้นอยู่สภาวะเศรษฐกิจเป็นหลักด้วย สำหรับวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างโรงงานปรับสภาพสินค้าเฟส 2 จะคล้ายคลึงกับเฟสแรก เพียงแต่บริษัทต้องการสร้างเป็นที่สถานที่เก็บสต็อกสินค้าประเภทอื่นเพิ่ม เช่นหาเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ๆ หรือการผสมเชื้อเพลิงข้ามชนิด เป็นต้น

คุณอัครเดช กล่าวว่า รายได้รวมในปีนี้ของกลุ่มบริษัท ซึ่งประกอบด้วยบริษัทแม่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อิงเทรดดิ้ง และบริษัท กรีนเทอมินอล จำกัด คาดว่าจะเติบโตเพิ่มจากปี 2557 ที่ผ่านมาซึ่งมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาทอย่างแน่นอน หรือจะมีรายได้เพิ่มเป็น 250 ล้านบาท ส่วนปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขรายได้เพิ่มขึ้น หลักๆ น่าจะมาจากการที่บริษัทมีโรงงานปรับสภาพสินค้าแห่งแรกที่สมุทรสาคร ดังที่กล่าวไปแล้วเบื้องต้น ส่วนปีหน้าเป้าผลประกอบการอาจจะลดลงจากปีนี้เล็กน้อย เนื่องจากดีมานด์ลดลง แต่สินค้าซัพพลายมีมากขึ้น จึงทำให้ต้นทุนถูกลง ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันสูงเพราะผู้ประกอบการทุกรายพยายามจะรักษาเป้ารายได้ให้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

ด้านจุดเด่นของบริษัทที่ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ คุณอัครเดช กล่าวว่า เนื่องจากบริษัทเป็นองค์กรขนาดกลางถึงเล็ก ทำให้มีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจสูง สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ให้การตัดสินใจ รวมถึงการแก้ปัญหาต่างๆ สามารถทำได้ค่อนข้างจะรวดเร็ว ทั้งนี้หากมีปัญหาเกิดขึ้น บริษัทจะดำเนินการแก้ไขในวันต่อมาได้ทันที

นอกจากนี้ ด้านการบริการและการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วและตรงต่อเวลา นับเป็นจุดเด่นที่สำคัญของบริษัทด้วยเช่นกัน โดยมีรถขนส่งจำนวน 10 คัน และมีคนขับรถที่ผ่านการอบรมและมีความรู้ด้าน QC พื้นฐาน รวมทั้งมีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเพื่อป้องกันเรื่องการขาดแคลนสต็อกสินค้า เพื่อทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบริษัทมีสินค้าส่งให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

“เรามีบริการเพิ่มให้ลูกค้าคืออบรม การตรวจวัดประสิทธิภาพพร้อมให้คำปรึกษาในการปรับจูนบอยเลอร์ ให้แก่ลูกค้าปีละ 1 ครั้ง รวมถึงการช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหาในหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการใช้ระบบเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรมอีกด้วย เรามีการเก็บกากขี้เถ้าของกะลาปาล์ม และการกำจัดทิ้งโดยจ้างบริษัทที่รับกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าเราจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

และเนื่องจากเรามีรถขนส่งเป็นของตัวเอง ในกรณีที่ลูกค้าคาดการณ์ผิดพลาด เรายังมีบริการเสริมคือสามารถส่งสินค้าด่วนให้ลูกค้าได้ในระยะเวลา 6-24 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะทาง โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม อีกทั้งลูกค้ายังสามารถยกเลิกออเดอร์ได้แบบวันต่อวัน แต่ขอให้แจ้งเราก่อนที่รถขนส่งจะไปถึงโรงงาน นี่คือเป็นเหตุผลที่ทำให้เราอยู่ในใจของลูกค้าเสมอมา เพราะลูกค้ารู้สึกว่าได้รับความเอาใจใส่ที่ดีจากเรา” คุณอัครเดช กล่าว

then

CSR Video