Saturday, 18 November 2017

“ควาลิกรีน” สยายปีกรุกอสังหาฯ ส่ง “X2 Vibe Onnut” เขย่าตลาด

ควาลิกรีนทุ่มงบ 450 ลบ. เนรมิตโปรเจค “X2 Vibe Onnut”  โรงแรมกึ่งอาพาร์ทเม้นท์ สไตล์Boutique เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งไทยและเทศ ชูทำเลทองเชื่อมสุวรรณภูมิ-ใจกลางเมืองหลวง คาดก่อสร้างแล้วเสร็จธันวา 59 แย้มแผนอนาคต เล็งเปิดตัวโปรเจคใหม่ๆ ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง 

คุณอดิสร วงศ์ไวโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควาลิกรีน จำกัด ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยถึงรายละเอียดการก่อสร้างโครงการ ครอสทู ไวบ์ อ่อนนุช หรือ X2 Vibe Onnut ว่า ใช้งบประมาณ 450 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดิน) ในการก่อสร้างโครงการทั้งหมด ประกอบด้วย อาคารโรงแรมสูง 8 ชั้น ขนาด 150 ยูนิต และอาคารอพาร์ทเม้นท์สูง 8 ชั้น ขนาด 120 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่ครึ่ง ระหว่างซอยสุขุมวิท 50 และ 52 ถนนสุขุมวิท

“เนื่องจากเรามีที่ดินอยู่หลายแปลง จึงมีแผนที่จะพัฒนาโครงการนี้มาหลายปีแล้ว ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกับแบรนด์ครอสทู ของ BHMA Group ในการสร้างโรงแรมกึ่งอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งเราเล็งเห็นว่าที่ดินของเราอยู่ในพื้นที่ ที่เหมาะสม ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองมากจนเกินไป อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างสนามบินนานชาติสุวรรณภูมิกับใจกลางเมืองได้เป็นอย่างดี” คุณอดิสร กล่าว

โดยบริษัทได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธันวาคม 2559 และมีกำหนดเปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการ หรือ SOFT OPENNING ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 6-7 ปี นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่สามารถคืนทุนได้ก่อนระยะเวลาดังกล่าวอีกด้วย

คุณอดิสรกล่าวถึงจุดเด่นของ X2 Vibe Onnut ว่า สืบเนื่องมาจาก BHMA Group เป็นบริษัทผู้บุกเบิกในการทำ Boutique Hotel ในรูปของรีสอร์ท รวมทั้งมีความเชี่ยวชาญในการทำโรงแรมที่แตกต่างจากโรงแรมอื่น เพราะฉะนั้นในคอนเซปต์ของ BHMA Group จึงทำ City Hotel ที่เป็นสไตล์ Boutique เพื่อรองรับความร่วมสมัยและเป็นที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ทั้งไทยและต่างชาติที่มีอายุต่ำกว่า 45 ปีลงมา ดังนั้นบริษัทจึงได้ซื้อแบรนด์ครอสทูของ BHMA Group และได้ให้ BHMA Group ได้เข้ามาบริหารงานภายในโรงแรมด้วย

คุณอดิสร กล่าวต่อว่า บริษัท ควาลิกรีน จำกัด เป็นบริษัทใหม่เปิดที่แตกไลน์มาจากธุรกิจเดิมคือ บริษัท อิตัลมาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจการประเภทการขายส่งเคมีภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 100% สำหรับโครงการ X2 Vibe Onnut นับเป็นโปรเจคแรกที่บริษัทดำเนินการก่อสร้างเอง ซึ่งจะแตกต่างจากโครงการเดิมของบริษัทที่มีนโยบายซื้อโครงการเก่ามารีโนเวทใหม่เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใดในการเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีจุดแข็งในเรื่องของการเป็นเจ้าของที่ดินและอาคารต่างๆ

นอกจากนี้ในอนาคต บริษัทแผนยังมีจะเปิดตัว คอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ และโรงแรมเพิ่ม อีก 2-3 โครงการ ในสไตล์ City Hotel และ Office Building เนื่องจากบริษัทยังมีที่ดินว่างในเมืองอยู่หลายแปลง ซึ่งในแต่ละแปลงมีจุดเด่นและศักยภาพที่แตกต่างกัน โดยจะยังคงอยู่ในโซนสุขุมวิทเหมือนเดิม และอาจขยายไปยังโซนเพชรบุรีตัดใหม่รวมถึงโซนพระรามเก้าอีกด้วย

คุณอดิสร กล่าวต่อถึงแนวโน้มในการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า หลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะส่งผลดีต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก รวมทั้งประเทศไทยมีภูมิประเทศที่เหมาะสมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเดินทางผ่านเข้าออกจะมีมากขึ้น ซึ่งถึงแม้ธุรกิจอื่นจะยังคงชะลอตัว แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังค่อยๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

then

CSR Video