Saturday, 18 November 2017

แสงฟ้าก่อสร้างลุยโครงการใหญ่

แสงฟ้าก่อสร้างเร่งก่อสร้างโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด คาดแล้วเสร็จกันยายน 2559 พร้อมโชว์ความเชื่อมั่นจากโอนเนอร์ด้วยความรับผิดชอบ ส่งมอบตรงเวลา และผลงานเป็นที่ประทับใจ

คุณชาติชนก แทนหนู ผู้จัดการโครงการก่อสร้างแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่การเริ่มปรับพื้นดินและงานฐานราก ต่อมาได้ดำเนินการในส่วนของงานโครงสร้างเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา คาดว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในเดือนกันยายน 2559

โดยโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด จะแบ่งออกเป็น 4 โซนประกอบด้วย โซน A อาคารสูง 16 ชั้น, โซน B (อาคารหลัก) มีความสูง 60 ชั้น, โซน C มีความสูง 7 ชั้น และโซน D มีความสูง 12 ชั้น สำหรับการโครงการก่อสร้างจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส ได้แก่ เฟส 1 คือ การดำเนินการรื้อถอนโครงสร้างเดิมในพื้นที่และเพิ่มความแข็งแรงกำแพงโดยรอบ, เฟส 2 คือ งานก่อสร้างชั้นใต้ดิน และเฟส 3 คือ งานโครงสร้างอาคารทั้งหมด 60 ชั้น

“ภายในโครงการดังกล่าวจะมีการจัดสรรเป็นพื้นที่โรงแรมบริเวณด้านหน้าในชั้น 1-16 และตั้งแต่ชั้นที่ 17-49 จะเป็นคอนโดมิเนียม ต่อจากนั้นจะเป็น Penhouse, Sky Bar, ห้องอาหาร และชั้นบนสุดเป็นงานระบบ

ในการการดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าว เราจะดำเนินการทั้งในส่วนของงานโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม และงานระบบในส่วนของอาคารหลัก ส่วนอาคารโรงแรม เราจะรับผิดชอบเฉพาะงานโครงสร้างและงานฝ้าของส่วนกลางเท่านั้น ซึ่งงานสถาปัตยกรรมจะเป็นผู้รับเหมาที่ทางโรงแรมเป็นผู้จัดหามาเอง

ปัจจุบัน งานสถาปัตยกรรมแล้วเสร็จกว่า 70% ทั้งงานสี งานตกแต่งพื้นไม้ งานตกแต่งผนัง ส่วนงานโครงสร้างดำเนินการแล้วเสร็จ 100% และอยู่ระหว่างเก็บรายละเอียดงานภายนอกอาคาร คาดว่าจะสามารถส่งมอบชั้น 17-49 ที่เป็นส่วนของห้องพักให้กับลูกค้าในช่วงเดือนกันยายนปีนี้” คุณชาติชนก กล่าว

คุณชาติชนก กล่าวต่อถึงจุดเด่นของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ดว่า โครงการนี้ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่ดีมาก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งช้อปปิ้งต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เป็นต้น นอกจากนี้ โครงการยังตั้งอยู่ห่างจาก BTS 2 สถานี คือสถานีราชดำริและชิดลม

อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการมากมาย อาทิ ห้องสมุดพร้อมวิวสวนแนวโค้ง, ลู่วิ่งออกกำลังกายริมสวนแนวลาด, ลิฟท์ความเร็วสูง, พื้นที่จอดรถสำหรับแขกของผู้พักอาศัย, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ สระเด็กและส่วนจากุซซี่, เครื่องตรวจจับความร้อนและควัน พร้อมแบตเตอรี่สำรอง, กล้องวงจรปิด กุญแจรีโมทนิรภัย สำหรับเปิดประตูและควบคุมลิฟต์ เป็นต้น

คุณชาติชนก กล่าวต่อถึงปัญหาและอุปสรรคในการก่อสร้างว่า เนื่องจากโครงการนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ดังนั้นจะประสบกับปัญหาในเรื่องของการจราจรที่ติดขัด ทำให้ต้องปรับเวลาการทำงานใหม่และมีการวางแผนเป็นอย่างดี โดยจะเน้นการทำงานตอนกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว อาทิ การเทคอนกรีตจะต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่หลัง 24.00 น. เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังประสบกับปัญหาด้านแรงงาน โดยแรงงานส่วนใหญ่จะมาจากประเทศเพื่อนบ้านกว่า 95% ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทางราชการมีการดำเนินการในเรื่องของการตรวจสอบความถูกต้องในการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้บริษัทจะต้องมีการตรวจสอบอย่างถูกต้อง เพื่อลดผลกระทบต่อการทำผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัทมีจำนวนแรงงานที่เพียงพอต่อการก่อสร้าง โดยการหมุนเวียนแรงงานจากโครงการอื่นๆ ที่ดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ หรือใช้จำนวนแรงงานไม่มากเข้ามาช่วยดำเนินการก่อสร้างโครงการนี้

สำหรับสิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโครงการ ให้บริษัทเข้ามาดำเนินการก่อสร้างโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด คือความเชื่อมั่นในเรื่องของความรับผิดชอบต่องาน แม้ว่างานจะมีความยากหรือง่าย บริษัทสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จและเป็นที่พึงพอใจอย่างแน่นอน รวมทั้ง ด้วยนโยบายของผู้บริหารของบริษัทที่มีวิสัยทัศน์ ในการเป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่ดีที่สุดในประเทศ เพราะฉะนั้น ตนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรจะไม่ปล่อยให้งานก่อสร้างที่รับผิดชอบเกิดความล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควรอย่างแน่นอน

อนึ่ง บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2510 โดยมีชื่อเดิมว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงฟ้าการช่าง และได้เปลี่ยนเป็นบริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ในปี 2512 ในระยะเริ่มต้นนั้นทางบริษัท ได้รับเหมาเฉพาะงานเหล็กรูปพรรณเท่านั้น ปัจจุบันดำเนินธุรกิจคุณภาพครบรอบ 49 ปี

จากทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาทเมื่อเริ่มต้น บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด ได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการต่างๆ จำนานมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ต้องใช้เทคนิคในการทำงานสูง อาทิ งานไซโล งานโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ของบริษัทผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทุกราย และงานโรงเก็บเครื่องบิน เป็นต้น

ในช่วงปี 2520-2538 บริษัท แสงฟ้า จำกัด ได้เติบโตไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของประเทศไทย โดยได้ขยายงานเข้าไปสู่งานด้านอาคารสูง อาทิ อาคารสำนักงานใหญ่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) อาคารเอเวอร์กรีนวิวทาวเวอร์ และอาคาร เอส เอ็น ซี ทาวเวอร์ เป็นต้น

โดยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ บริษัทได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาด้านการเงินและการหยุดชะงักของโครงการก่อสร้างหลายรายการ อย่างไรก็ตามด้วยความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาของผู้บริหารและพนักงานของบริษัทไ ด้ส่งผลให้บริษัทสามารถฝ่ากระแสเศรษฐกิจและยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างได้อย่างแข็งแรง จวบจนถึงปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท และยังคงมุ่งพัฒนาศักยภาพการบริหารงานก่อสร้าง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างผลงานที่มีคุณภาพมาตรฐานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกๆ ด้าน

then

CSR Video