Saturday, 18 November 2017

“แมกโนเลีย” โชว์ผลงานคุณภาพระดับไฮเอนด์

แมกโนเลียเผยความสำเร็จ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ  บูเลอวาร์ด (Magnolias Ratchadamri Boulevard)” คอนโดฯ ระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง มียอดขายแล้วกว่า 80% คาดปิดยอดภายในปีนี้ พร้อมเดินหน้า “แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ไอคอนสยาม (Magnolias Waterfront Residences Iconsiam)” คอนโดฯ ระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา

คุณธนวันต์ ชัยวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในตลาดพรีเมียมลักซ์ชัวรี ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าการขายโครงการ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ  บูเลอวาร์ด (Magnolias Ratchadamri Boulevard)” ว่า ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวในส่วนของคอนโดมิเนียมมียอดขายแล้วกว่า 80% คาดว่าจะสามารถดำเนินการปิดการขายได้ภายในปีนี้ โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบห้องพักให้กับลูกค้าได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2559

สำหรับโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เป็นโครงการที่พักอาศัยหรูรวม 316 ยูนิต บนพื้นที่ 6 ไร่ เป็นโครงการที่พักอาศัยหรู ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน บนทำเลทองย่านถนนราชดำริ ใจกลางกรุงเทพมหานคร ภายในประกอบด้วย ส่วนที่พักอาศัยที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการก่อสร้าง

รวมทั้งยังมีโรงแรม 5 ดาว ภายใต้ชื่อ “วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ (Waldorf Astoria Bangkok)” ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมระดับไฮเอนด์ที่ดีที่สุดของเครือฮิลตัน โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท สมบูรณ์แบบด้วยมาตรฐานเพื่อการพักอาศัย ตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครอย่างครบครัน

โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2555 ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ โดยในส่วนของงานโครงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในส่วนของการดำเนินงานด้านสถาปัตยกรรมภายในทั้งในส่วนของโรงแรมและคอนโดมิเนียม คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดภายในช่วงปลายปีนี้

คุณธนวันต์ กล่าวต่อว่า คอนโดมิเนียมจะมีทั้งหมด 316 ยูนิต โดยส่วนห้องพักจะอยู่ในชั้นที่ 17-34 มีทั้งห้องชุดหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ แบบ 1 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอย 48-60 ตารางเมตร จำนวน 88 ยูนิต, แบบ 2 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอย 72-106 ตารางเมตร จำนวน 220 ยูนิต, แบบเพนท์เฮ้าส์ มีพื้นที่ใช้สอย 290-300 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต และแบบดูเพล็กซ์เพนท์เฮาส์ มีพื้นที่ใช้สอย 250-360 ตารางเมตร จำนวน 6 ยูนิต

นอกจากนี้ ภายในโครงการเพียบพร้อมด้วยส่วนบริการเพื่อการพักอาศัยระดับไฮเอนด์ ทั้งคลับส่วนตัว (Private Club) ล็อบบี้ส่วนตัวสำหรับผู้พักอาศัย และจุดรับ-ส่งสำหรับบริการจอดรถ (Valet Parking) ห้องประชุมสังสรรค์ เอ็กเซ็กคิวทีฟเลาจน์ พื้นที่สวนสีเขียวดีไซน์แบบลดระดับ ห้องสมุด ศูนย์บริการไปรษณีย์ ศูนย์ธุรกิจพร้อมระบบสื่อสารและการเชื่อมต่อออนไลน์แบบครบวงจร

ตลอดจนศูนย์ฟิตเนส ลู่วิ่งออกกำลังกลางแจ้ง เซาว์น่า สระว่ายน้ำยาวถึง 70 เมตร พร้อมส่วนจากุชชี่และสระเด็ก รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมอบพื้นที่จอดรถมากกว่า 100% สำหรับผู้อยู่อาศัยทุกยูนิต โดยบริษัทแมกโนเลียฯ เป็นผู้บริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการตลอดอายุสัญญา

“โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด จะเป็นโครงการในระดับไฮเอนด์ ทั้งด้วยรูปแบบและไลฟ์สไตล์ของโครงการ รวมทั้งมีจุดเด่นที่สำคัญ ด้วยทำเลย่านราชดำริ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเศรษฐกิจใจกลางเมือง หรือ CBD ที่สำคัญของกรุงเทพฯ เพียบพร้อมด้วยร้านอาหาร ศูนย์การค้า และแหล่งที่พักอาศัย ดังนั้นเพื่อให้โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด เป็นแลนด์มาร์คอันโดดเด่นแห่งใหม่ ที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี

ในขณะเดียวกัน เรายังได้รับกระแสตอบรับด้วยดีจากลูกค้าและผู้ที่เข้าเยี่ยมชมโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยแผนการตลาดในปีนี้ เราจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเชื่อมั่นต่อกลุ่มนักลุงทุนรายใหญ่ว่าโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด จัดเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ดีที่สุดบนทำเลทองของเอเชีย นอกจากนี้ เรายังเตรียมเปิดตัวห้องตัวอย่าง หรือ Sale Gallery แห่งใหม่ของโครงการเพื่อเป็นการเข้าถึงนักลงทุน และผู้ที่พิถีพิถันในการใช้ชีวิตซึ่งชื่นชอบห้องพักอาศัยบนทำเลทองมากขึ้นคุณธนวันต์ กล่าว

ด้านการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด โดยทีมนักออกแบบได้แรงบันดาลใจในด้านรูปทรงอาคารจาก “กลีบดอกแมกโนเลีย” ทำให้มีความโดดเด่นอ่อนช้อยสวยงามเพื่อให้โครงการเป็น Landmark แห่งใหม่ของถนนราชดำริและของกรุงเทพฯ พร้อมทั้งยังตอบโจทย์ในด้านที่พักอาศัยทั้งในด้านการเปิดมุมมองเพื่อชื่นชมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ ได้จากทุกยูนิต

รวมทั้งยังมุ่งเน้นการประหยัดพลังงานโดยการประยุกต์แนวคิดสถาปัตยกรรมบ้านไทย มาออกแบบให้เป็นชายคา หรือ Sunshade ของตัวอาคารซึ่งถูกคำนวณอย่างแม่นยำและดีไซน์ให้กลายเป็นส่วนประดับ (Façade) โอบล้อมอาคาร ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ยังสามารถคว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติทางด้านนวัตกรรมการออกแบบ การันตีการอยู่อาศัยอย่างมีระดับ จาก Thailand Property Awards ประจำปี 2014 อันได้แก่ รางวัลชนะเลิศสาขาการออกแบบสถาปัตยกรรมยอดเยี่ยม (Best Architectural Design), รางวัลชนะเลิศการตกแต่งภายในยอดเยี่ยม (Best Interior Design) และรางวัลโครงการคอนโดหรูระดับลักซ์ชัวรีในกรุงเทพฯ ที่ได้รับการยกย่องสูงสุด (Highly Recommend – Best Luxury Condo Development [Bangkok])

“ในการพัฒนาโครงการ เราอาศัยทีมศึกษาวิจัยเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพดีเทียบเท่ามาตรฐานโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เยอรมนี ญี่ปุ่น และสแกนดิเนเวีย เพื่อค้นหา International Benchmark ทั้งในเรื่องการควบคุมระดับฝุ่น เสียง ความร้อน ออกซิเจน ความชื้น ตลอดจนระบบป้องกันแผ่นดินไหว และป้องกันน้ำท่วม ฯลฯ ผสานการใช้เทคโนโลยีระดับสูงและการก่อสร้างที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวของผู้พักอาศัย ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของแมกโนเลียฯ ที่ว่า คิดและสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืนของมนุษย์” คุณธนวันต์ กล่าว

คุณธนวันต์ กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทยังคงเดินหน้าในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระดับไฮเอ็นด์อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ ไอคอนสยาม (Magnolias Waterfront Residences Iconsiam) คอนโดมิเนียมที่พักอาศัยคุณภาพระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีในทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกออกแบบให้มีส่วนของพื้นที่เปิดโล่ง ในอัตราส่วนที่สูงกว่าโครงการปกติทั่วไป เช่นเดียวกับการออกแบบให้มีพื้นที่สีเขียวริมฝั่งแม่น้ำที่กว้างใหญ่ ซึ่งจะช่วยตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์คระดับประเทศ

ด้านแนวโน้มในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ โดยภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการชะลออย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการลงทุนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และผู้ซื้อ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระดับลักซ์ชัวรี อาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีการปรับตัวอยู่เสมอและมีความพร้อมในการลงทุนโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

คุณธนวันต์ กล่าวต่อหลักการบริหารงานองค์กรและบุคลากรว่า ด้วยนโยบายของผู้บริหารที่มุ่งเน้นในการดำเนินธุรกิจแบบตรงไปตรงมา คือ การทำในสิ่งที่ถูกต้องและมีความโปร่งใส รวมทั้งการนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ให้กับลูกค้าและตลาด อีกทั้งยังสร้างมูลค่าให้กับประเทศไทย ซึ่งทั้งสองโครงการข้างต้นที่ตนดูแลอยู่ดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นส่วนช่วยผลักดันและสร้างการพัฒนาด้านต่างๆ ให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย

then

CSR Video