Saturday, 18 November 2017

PRG โชว์ความสำเร็จกว่า 3 ทศวรรษ เร่งขยายสาขาบุกตลาดร้านอาหาร

PRG มุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงการให้บริการและมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความสำเร็จ 36 ปี เปิดแผนธุรกิจ เดินหน้าขยายสาขาในโซนของกรุงเทพฯ และปริมณฑลครบ 100 สาขาในปี 65 พร้อมโชว์นวัตกรรมใหม่ล่าสุด “เครื่องกำจัดมอดและไข่มอดด้วยความร้อนแบบไดอิเล็กตริก” ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ 3,000 ลบ.

คุณสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด(มหาชน) หรือ PRG ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค กรุ๊ป ผู้ผลิตข้าวสารบรรจุถุงภายใต้แบรนด์ “ข้าวมาบุญครอง” ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่น แบรนด์ “ฟูจิโอะ โชกุโด” “ซูรุมารุ อุด้ง ฮอนโปะ” และร้านสุกี้ยากี้ “นัมเบอร์วัน” รวมถึงธุรกิจศูนย์อาหาร 2 แห่งที่ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดเผยในโอกาสครบรอบ 36 ปีว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและได้รับสินค้าและการบริการที่มีคุณภาพ

รวมทั้ง บริษัทมีความพร้อมในการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการต่างๆ ให้กับลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้ได้รับประโยชน์ร่วมกันมากที่สุด นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมที่จะจัดแคมเปญในการสมนาคุณให้กับผู้บริโภค คาดว่าจะจัดภายในปีนี้หรือในปีหน้า โดยจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายของประชาชน

“เรายังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาต่างๆ ทั้งในส่วนของสินค้าที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ และได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลต่างๆ ที่ทั่วโลกยอมรับ อาทิ มาตรฐาน BRC (The British Retail Consortium) เป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety), GMP, HACCP, ISO 9001 และ HALAL ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ข้าวถุงคุณภาพระดับโลก

นอกจากนี้ เรายังรับมาตรฐานรูปพนมมือติดดาว ซึ่งข้าวมาบุญครองได้รับมาตรฐานนี้เพียงรายเดียวในประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าเราเป็นผู้ผลิตที่ได้คุณสภาพอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่รางวัลนี้จัดขึ้น โดยทางคณะกรรมได้มีการตรวจสอบมาตรฐานข้าว ซึ่งเราเป็นเพียงรายเดียวที่ไม่เคยได้รับแจ้งเตือนและมีเหตุผิดพลาด” คุณสมเกียรติ กล่าว

ส่วนการตรวจสอบคุณภาพของข้าวหรือการได้รับเครื่องหมายพนมมือ จะดำเนินการโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ด้วยการสุ่มข้าวที่มีการวางจำหน่ายตามท้องตลาด และเชิญอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการจากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้าว และผู้ทรงคุณวุฒิทุกสาขา เข้ามาตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน ทั้งนี้หากผ่านการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องก็จะได้รับเครื่องหมายพนมมือติดดาว

คุณสมเกียรติ กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทมีแผนที่จะเดินหน้าธุรกิจในส่วนของร้านอาหารเพิ่มมากขึ้น โดยในปีนี้ บริษัทจะเร่งขยายสาขาร้านอาหารในเครือเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 4-8 สาขา และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา ได้เปิดให้บริการในส่วนของร้านอาหารญี่ปุ่น “ฟูจิโอะ โชกุโด” ที่ได้มีการดำเนินการรีโนเวทใหม่ไปก่อนหน้า ทั้งนี้ หากได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง บริษัทก็แผนที่จะขยายสาขาร้านญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นตามแผนที่ได้วางไว้

ส่วนร้านสุกี้ยากี้ “นัมเบอร์วัน” บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานในการผลิตและการบริการให้แล้วเสร็จภายในกลางปีนี้ และเมื่อร้านอาหารมีมาตรฐานที่ชัดเจนแล้ว บริษัทจะเร่งขยายสาขา ทั้งในส่วนของการลงทุนเองและการขายแฟรนไชส์  บริษัทคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น โดยจะอยู่ในโซนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการขยายสาขาร้านอาหารทั้งหมดภายในปี 2563-2565 ให้ครบ 100 สาขา

ด้านการดำเนินธุรกิจข้าว ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดบริษัทได้มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ล่าสุด “เครื่องกำจัดมอดและไข่มอดด้วยความร้อนแบบไดอิเล็กตริก” เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันกับบริษัท ยูเรกา อะโกร แมชชีนเนอรี่ จำกัด ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมข้าวถุงไทยในการกำจัดมอดและไข่มอด เพื่อลดการใช้สารเคมีในการกำจัดมอดและไข่มอด

“ปัจจุบันได้มีการทดสอบการใช้งานเครื่องกำจัดมอดและไข่มอดด้วยความร้อนแบบไดอิเล็กตริกที่โรงงานผลิตข้าวมาบุญครอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แต่ยังประสบปัญหาในเรื่องความร้อนของเครื่องจักรที่อาจจะส่งผลกระทบทางกายภาพต่อเมล็ดข้าว ดังนั้นจึงได้มีการปรับลดอุณหภูมิของเครื่องจักรแต่ยังคงประสิทธิภาพได้เช่นเดิม เราคาดว่าการดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงให้เครื่องจักรมีความเสถียรจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้” คุณสมเกียรติ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าในกลุ่มข้าวออแกนิกเพิ่มอีกประมาณ 2-3 ชนิด ที่จะเจาะกลุ่มคนรักษ์สุขภาพทุกเพศทุกวัย โดยจะทำการตลาดผ่านช่องทางดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง อาทิ Facebook, Instagram และ Application บน Smart Phone เป็นต้น รวมทั้งผ่านช่องทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์ บิลบอร์ด และการออกบูธหรือคาราวานข้าวมาบุญครองด้วย

ในขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมที่ออกผลิตภัณฑ์น้ำดื่ม “คูลพลัส” โดยมีวัตถุประสงค์มาจากการเก็บข้อมูลที่พบว่า ภายในเครือเอ็ม บี เค กรุ๊ปและศูนย์อาหารเอ็ม บี เค มีการใช้น้ำดื่มในแต่ละเดือนสูงเป็นแสนขวด บริษัทจึงเล็งเห็นว่าควรที่จะสร้างน้ำดื่มที่เป็นอัตลักษณ์เดียวกันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากบริษัทเล็งเห็นถึงช่องทางที่จะนำสินค้าไปวางจำหน่ายในตลาดได้ คาดว่าจะดำเนินการในส่วนระบบการผลิตด้วยตัวเองและจำหน่ายในท้องตลาดต่อไป

คุณสมเกียรติ กล่าวต่อถึงเป้าผลประกอบการว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้กว่า 2,500 ล้านบาท โดยมีรายได้จากธุรกิจข้าวประมาณ 2,100 ล้านบาท และอีก 400 ล้านบาทมาจากธุรกิจร้านอาหารและศูนย์อาหาร ดังนั้น ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 15% หรือมีมูลค่าเกือบ 3,000 ล้านบาท

“เราได้มีการตั้งเป้ารายได้รวมในปีนี้ให้มีการเติบโตควบคู่กัน แต่ในส่วนของธุรกิจข้าวเป็นธุรกิจ Community ที่จะขึ้นอยู่จังหวะของตลาด อย่างเช่นปี 2558 ที่ผ่านมาเติบโตเพิ่มมากขึ้นจากปี 2557 มากกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ส่วนธุรกิจศูนย์อาหารและร้านอาหารมีการเติบโตแต่ไม่มากนัก นอกจากนี้ ในอนาคตหากมีการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น จะมีการปรับเป้ารายได้จากศูนย์อาหารและร้านอาหารให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 50% รวมทั้ง ตั้งเป้าธุรกิจข้าวจะโตเพิ่มขึ้นอีก 15%” คุณสมเกียรติ กล่าว

คุณสมเกียรติ กล่าวถึงแนวโน้มตลาดข้าวในปีนี้ว่า การส่งออกจะมีดีมานเพิ่มสูงขึ้นและซัพพลายน้อยลง เนื่องจากในหลายประเทศที่ปลูกข้าวประสบกับปัญหาภัยแล้ง ดังนั้น อาจจะกลายเป็นปัจจัยที่ราคาข้าวขาวปรับสูงขึ้นได้ ส่วนข้าวหอมมะลิอาจจะยังไม่เห็นผลกระทบมากนักแต่ปัญหาจะเริ่มชัดเจนขึ้นในปีหน้า เพราะในปีที่ผ่านมาผลผลิตข้าวหอมมะลิได้ปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ตนมีความมั่นใจว่าภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะมีทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไปอย่างแน่นอน

สำหรับแนวโน้มในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ถือว่าเป็นช่วงฟื้นตัวอย่างช้าๆ ทั้งในส่วนของการลงทุนโครงการใหม่ๆ ของทางภาครัฐที่อยู่ในระหว่างการรอที่จะลงทุน ส่วนการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะต้องอาศัยระยะเวลาที่จะพลิกกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีความพร้อมที่จะรองรับความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของประชาชนอย่างเพียงพอ

ด้านการกระตุ้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บริษัทมีการดำเนินกิจกรรมตอบแทนสังคม หรือ CSR และให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม โดยได้จัดโครงการอิ่มจัง ได้บุญกับข้าวมาบุญครอง ซึ่งลูกค้าที่ซื้อข้าวมาบุญครองทุกถุงจะนำเงินมาร่วมสมทบทุนบริจาคในการสร้างศูนย์การแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

then

CSR Video