Saturday, 18 November 2017

Plan Toys ครบรอบ 35 ปีแห่งคุณภาพ

Plan Toys ตอกย้ำความสำเร็จกว่า 3 ทศวรรษ ด้วยนโยบาย Green Toy Green Company เผยแผนปีนี้เดินหน้าทำตลาดเสริมแกร่ง และการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง คาดปีนี้รับรู้รายได้กว่า 500 ลบ.

คุณโกสินทร์ วีระพรสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปลนครีเอชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายของเล่นไม้ยางพาราเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก บริษัทแรกของไทยและของโลก ภายใต้แบรนด์ แปลนทอยส์ (Plan Toys) เปิดเผยความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 35 ปีว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะให้กับเด็กและเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของชาติ

บริษัทมีจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2524 โดยในขณะนั้น ทรัพยากรไม้ยางพารามีปริมาณเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อต้นยางมีอายุครบกำหนด กลุ่มเกษตรกรจะนำมาเผาทำลายโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น บริษัทจึงนำความรู้และความเชี่ยวชาญในการออกแบบมาผสมผสานและใช้วัตถุดิบจากไม้ยางพาราในการรังสรรค์ของเล่นพัฒนาทักษะต่างๆ

โดยตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา บริษัทถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย Green Toy Green Company ยึดหลักของเล่นที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งด้าน Green Material โดยแปลนทอยส์เป็นบริษัทแห่งแรกของโลกที่ผลิตของเล่น ซึ่งใช้ไม้ยางพาราที่หมดอายุการให้น้ำยางแล้ว (Recycled Rubber Wood) ใช้ไม้ที่ปราศจากสารเคมี ใช้สีที่ปลอดสารพิษ

รวมถึง Green Manufacturing วิธีการผลิตสีเขียว โดยแปลนทอยส์ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลว่ามีความปลอดภัย ทั้งยังเป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และ Green Mind ซึ่งบริษัทได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป

“เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ยึดมั่นในหลักปรัชญาของเรา ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด และคืนประโยชน์กลับคืนสู่ธรรมชาติและผู้คนในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเรายังได้ดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) หลายโครงการอย่างต่อเนื่อง” คุณโกสินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยแก่เด็กๆ อาทิ กาว E-Zero ซึ่งปราศจากอันตรายจากสารฟอร์มัลดีไฮด์และสีที่มีตัวทำละลายเป็นน้ำกับผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ซึ่งไม่มีส่วนประสมของสารปรอท ตะกั่ว และโลหะหนักต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็ก รวมไปถึง การใช้หมึกที่ทำจากถั่วเหลืองในการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ หรือการใช้กระดาษรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะให้กับโลก

คุณโกสินทร์ กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงเครื่องจักรใหม่ ด้วยการเปลี่ยนระบบเครื่องจักรจาก Manual เป็นระบบ Automation มากขึ้น โดยการดำเนินการในครั้งนี้จะช่วยให้การดูแลและควบคุมของเครื่องจักรมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น รองรับความต้องการและขยายตัวของตลาด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนในการผลิตและจำหน่ายในต่างประเทศ 95% และอีก 5% จะจำหน่ายในประเทศ

ในขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้าการทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 20-30 ล้านบาท โดยจะทำการตลาดผ่าน Social Media เป็นหลัก ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ อาทิ Website และ E-Commerce เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการตั้งเป้าผลประกอบการในปีนี้ไว้กว่า 500 ล้านบาท

“รายได้กว่า 500 ล้านบาทที่เราได้ตั้งไว้จะมาจากการขยายตลาดในยุโรปที่ได้มีการขยายฐานลูกค้าอยู่ในปัจจุบัน และเตรียมที่จะเปิดบริษัทใหม่ที่ประเทศจีนในช่วงปลายปีนี้ รวมทั้งการขยายตลาดใหม่ โดยจะออกสินค้าใหม่ในกลุ่มของ Gift และ Furniture สำหรับเด็ก และการขยายช่องทางการจำหน่ายในร้านขายของเล่นและทาง COL (Central Online) อีกด้วย” คุณโกสินทร์ กล่าว

then

CSR Video