Saturday, 18 November 2017

PCS คว้ารางวัลยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

PCS คว้ารางวัลยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

PCS รับรางวัลสุดยอดบริษัทผู้ให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาอาคารยอดเยี่ยมประจำปี 2559 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3  ตอกย้ำความสำเร็จการให้บริการครบวงจรที่มีคุณภาพตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

คุณเซบัสเตียน พาวเวอร์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บริษัท รักษาความปลอดภัย พีซีเอส และ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ PCS ผู้ให้บริการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรในเครือโอซีเอส กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยถึงว่า บริษัทได้รับรางวัลสุดยอดบริษัทผู้ให้บริการบริหารจัดการและบำรุงรักษาอาคารยอดเยี่ยมประจำปี 2559 หรือรางวัล 2016 Thailand Facilities Management Industry (Building Operations &Maintenance) Company of the Year

โดยรางวัลดังกล่าวได้รับในงานประกาศผลรางวัลระดับโลก 2016 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ทั้งนี้ บริษัทได้รับรางวัลติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (2557-2559) ซึ่งรางวัลนี้เป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรักษามาตรฐานบริหารจัดการอาคารและคุณภาพการบริการในระดับสากล

“เราเข้าร่วมสมัครโครงการดังกล่าว โดยมีการเตรียมความพร้อม และมีการนำเสนอข้อมูลรูปแบบการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งความสำเร็จในปีที่ผ่านมาและการนำความสำเร็จไปต่อยอดมากขึ้น ซึ่งการเข้าร่วมในครั้งนี้ เราได้มีการบริหารงานอาคารอย่างมีมาตรฐานและครอบคลุมทุกๆ ด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทางคณะกรรมการได้มีการพิจารณาผลการดำเนินงานของเราจึงทำให้เราได้รับรางวัลนี้มาอย่างต่อเนื่อง” คุณเซบัสเตียน พาวเวอร์ กล่าว

ส่วนจุดเด่นของ PCS คือ การให้บริการที่มีคุณภาพเป็นหลัก มุ่งเน้นในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด อีกทั้ง บริษัทมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะต่างๆ และการดำเนินธุรกิจของลูกค้าได้อย่างคล่องตัว ปัจจุบัน บริษัทถือว่าเป็นผู้นำของตลาดที่มีคุณภาพและทำงานร่วมกับลูกมาอย่างยาวนาน

ในขณะเดียวกัน ด้วยความชำนาญและความเชี่ยวในเรื่องการบริการด้านการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรและภายใต้การบริหารของโอซีเอส กรุ๊ป (OCS Group) ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก บริษัทจึงได้มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาเป็นส่วนช่วยเสริมในการบริหารจัดการต่างๆ ให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

PCS คว้ารางวัลยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

คุณเซบัสเตียน พาวเวอร์ กล่าวต่อถึงเป้าผลประกอบการว่า ในปีนี้ บริษัทมีการปรับเป้าให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีการตั้งเป้าการเติบโตไว้ประมารณ 6 - 8% หรือมีเป้ารายได้ในปีนี้ประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งมีการพิจารณาจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวมากนัก

สำหรับเป้าหมายในระยะยาว บริษัทจะมุ่งเน้นในการผลักดันส่งเสริมแบรนด์ แคนอน ไฮยีน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวสินค้าใหม่และเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างแบรนด์ให้เติบโตเพิ่มขึ้นจากเดิม โดย แบรนด์แคนอน ไฮยีน เป็นแบรนด์ในเครือโอซีเอส ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการบริการสุขอนามัยในห้องน้ำและมอบประสบการณ์ในห้องน้ำที่ดีให้กับลูกค้ามายาวนานกว่า 60 ปี ด้วยการบริการที่ครบวงจรและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์ฆ่าเชื้อและดับกลิ่นไปจนถึงการบริการกำจัดผ้าอนามัยอีกด้วย

PCS คว้ารางวัลยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

ในส่วนของบริการรักษาความปลอดภัยนั้น บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นและ นำเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาให้บริการกับลูกค้า อาทิ กล้องวงจรปิด, ระบบควบคุมลานจอดรถ และระบบการควบคุมการ เข้า - ออกรถ เป็นต้น เพื่อรองรับการบริการที่มีมาตรฐานและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นการสร้างความประทับและความอุ่นใจให้กับลูกค้าของบริษัท

อีกทั้งจะมีการพัฒนาและนำเทคโนโลยีในการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจร (Total Facilities Management ; TFM) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรภายใต้แบรนด์จากบริษัทแม่คือ โอซีเอส กรุ๊ป ประกอบไปด้วย การบริหารจัดการอาคาร, ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ทั้งเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิก, การรักษาความปลอดภัยแบบเบ็ดเสร็จ โดยการประสานการทำงานระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย

รวมทั้งการออกแบบและตกแต่งสวน การตรวจนับสินค้า การกำจัดแมลง การทำความสะอาด และระบบสุขอนามัยภัณฑ์ในห้องน้ำ การบริการอาหารและการจัดเลี้ยง และงานระบบน้ำประปาและไฟฟ้า เป็นต้น เพื่อเป็นการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าครอบคลุมทุกประเภทธุรกิจไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม หรือห้างสรรพสินค้า

PCS คว้ารางวัลยอดเยี่ยม 3 ปีซ้อน

คุณเซบัสเตียน พาวเวอร์ กล่าวในตอนท้ายถึงพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัยใหม่ว่า โดยทุกบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยจะต้องมีคุณสมบัติของพนักงานรักษาความปลอดภัยตามกฎหมายใหม่ อาทิ จะต้องมีสัญชาติไทยเท่านั้น อายุ 18 ขึ้นไป, จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และไม่เคยมีประวัติจำคุกในคดีที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ร่างกาย เพศ ทรัพย์ การพนัน และยาเสพติด เป็นต้น

รวมทั้งต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการรักษาความปลอดภัยจากสถานฝึกอบรมที่นายทะเบียนกลางรับรอง และจะต้องมีใบอนุญาต ซึ่งจะต้องต่ออายุทุก 3 ปี อีกทั้ง กฎหมายยังมีข้อกำหนดว่า เครื่องแบบ รปภ. จะต้องไม่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับเครื่องแบบของทหาร ตำรวจ และเจ้าพนักงานผู้รักษาความสงบเรียบร้อย

โดยการปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องดีในการสร้างมาตรฐานให้กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่อาจจะส่งผลกระทบต่อบริษัทขนาดเล็กอยู่บ้าง แต่บริษัทเป็นองค์กรขนาดใหญ่และมีความยืดหยุ่นจึงสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการขยายกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

โดยในระยะยาวการปรับปรุงกฎหมายนี้จะก่อให้เกิดโอกาสที่ดีให้บริษัทเป็นอย่างมาก แต่ในระยะสั้น จะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายเป็นอย่างมาก ซึ่งบริษัทจะต้องติดตามการประกาศกฎกระทรวงประกอบพระราชบัญญัติฯ โดยจะต้องมาศึกษาและนำไปปรับใช้เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง

อนึ่ง บริษัท รักษาความปลอดภัย พีซีเอส และ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ PCS เป็นบริษัทในเครือของโอซีเอส กรุ๊ป (OCS Group) จากประเทศอังกฤษ PCS เป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรมาตั้งแต่ปี 2510 มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจครบรอบ 49 ปี ให้บริการลูกค้าหลากหลายภาคธุรกิจกว่า 5,000 รายทั่วประเทศ

บริษัทได้ผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม หรือ ISO 14001 : 2004 ในส่วนกิจกรรมสำนักงาน ซึ่งสนับสนุนการให้บริการลูกค้าในด้านบริการทำความสะอาดบริการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร และผ่านการรับรองมาตรฐานระบบการบริหารจัดการ หรือ ISO 9001 : 2008 อีกด้วย

ด้านโอซีเอส กรุ๊ป (OCS Group) ผู้นำด้านการบริหารจัดการอาคารแบบครบวงจรจากประเทศอังกฤษ ที่มีเครือข่ายที่พร้อมให้บริการลูกค้าทั่วโลก อาทิ ประเทศไทย, อินเดีย, กัมพูชา, เวียดนาม, แอฟริกาใต้ และออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด มีจำนวนพนักงานกว่า 25,000 คน และมีชั่วโมงในการทำงานที่มากที่สุด โดยตลาดที่รองลงมาคือ ประเทศอินเดีย มีจำนวนพนักงานประมาณ 22,000-24,000 คน

then

CSR Video