Wednesday, 18 July 2018

คุณเสรี วิไลวรรณ กรรมการบริหารอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปศูนย์เทคโนโลยีและบริหารการผลิต บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด

ยำยำรับแรงหนุน BOI เร่งต่อยอดธุรกิจ

BOI เสริมแกร่ง“ยำยำ” ขยายกำลังการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของโรงงานแห่งที่ 3 มูลค่าการลงทุน 900 ลบ. พร้อมชูจุดเด่นผลิตสินค้าที่เน้นการปรุงรสชาติโดยใช้ส่วนผสมจริงจากวัตถุดิบทางการเกษตร และพัฒนารสชาติตรงตามรสนิยมของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

คุณเสรี วิไลวรรณ กรรมการบริหารอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปศูนย์เทคโนโลยีและบริหารการผลิต บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้ชื่อ “ยำยำ” เปิดเผยว่า บริษัทได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการล่าสุดคือการขยายกำลังการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของโรงงานแห่งที่ 3 โดยโครงการตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

สำหรับวัตถุประสงค์ในการขอรับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ดังกล่าว ประกอบด้วย 1. ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่ต้องการลดค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน จากสภาวะทางเศรษฐกิจที่มีการผันผวน โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสามารถหาซื้อได้ง่ายและสะดวกต่อการรับประทานในทุกสถานที่

2. สนับสนุนเกษตรกรและกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 3. เพิ่มการจ้างงานให้กับประชาชนและชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงโรงงาน ให้มีรายได้ที่มั่นคงและสามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างยั่งยืน และ 4. เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพเทคโนโลยีทางการผลิต ตลอดจนเพิ่มการวิจัยและพัฒนาให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดต่างประเทศได้

ด้านสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการขอรับการส่งเสริม คือ ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 3 ปี และได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยบริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาทในการนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ใช้ในไลน์การผลิตจากประเทศญี่ปุ่นมาติดตั้งภายในโรงงาน ซึ่งจะสามารถผลิตสินค้าได้จำนวน 20,000 ตันต่อปี

“ปัจจุบันเรามีโรงงาน 3 แห่ง โดยที่ผ่านมาเราได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2550 และปี 2556 และล่าสุดเราได้รับส่งเสริมการลงทุนเมื่อปี 2558 ในโรงงานที่ 3 มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมดกว่า 900 ล้านบาททั้งค่าก่อสร้างโรงงานและค่าเครื่องจักร ซึ่งก่อให้เกิดจ้างงาน 350 คน และจะสามารถขยายกำลังการผลิตได้เป็น 60,000 ตันภายในระยะเวลา 3 ปี” คุณเสรี กล่าว

คุณเสรี กล่าวต่อว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าในการเติบโต 6-7% จากกำลังการผลิตรวม 60,000 ตันต่อปีของกำลังการผลิตทั้ง 3 โรงงานในปัจจุบัน ส่วนปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ตนมองว่าอาจได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งในปีนี้มีสภาพอากาศที่แห้งแล้งส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ ทำให้กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเกษตรกรมีกำลังซื้อที่ลงน้อยลงกว่าปกติ ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีมาตรการในการผลักดันโครงการที่จะเข้ามาส่งเสริมเกษตรกร คาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะดีขึ้นและทำให้เป้าการเติบโตของบริษัท เป็นไปได้ตามที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน

สำหรับจุดเด่นของบริษัทที่ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจและซื้อสินค้ามาอย่างยาวนาน คือ การผลิตสินค้าที่เน้นการปรุงรสชาติอาหารโดยใช้ส่วนผสมและวัตถุดิบจริงจากวัตถุดิบทางการเกษตร อีกทั้งบริษัทยังมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้มีความเหนียวนุ่มและถูกใจผู้บริโภคทุกกลุ่ม นอกจากนี้ บริษัทยังมีการพัฒนารสชาติของสินค้าเพื่อให้ตรงตามรสนิยมของกลุ่มลูกค้าในแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน บริษัทมีการจำหน่ายสินค้าภายในประเทศในสัดส่วน 80% ส่วนอีก 20% จะเป็นการส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศซึ่งอยู่ในกลุ่มทวีปยุโรปเป็นหลัก

ด้านสิ่งที่อยากจะฝากถึงภาครัฐ คุณเสรี กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมาราคาภายในประเทศมีปัญหาน้ำมันปาล์มมีการผันผวนอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาควบคุมและดูแลราคาให้มีเสถียรภาพมากขึ้น เพื่อให้เกษตรกรและกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรตลอดจนผู้ประกอบการ สามารถคาดการณ์และวางแผนการลงทุนได้อย่างราบรื่น

ในขณะเดียวกัน ตนยังอยากให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีการนำเข้าวัตถุดิบประเภทแป้งสาลีจากต่างประเทศ เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและมาตรฐานในราคาที่เหมาะสม รวมทั้งอยากให้จัดตั้งหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีศักยภาพพร้อมที่จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศได้

then

CSR Video

X

Right Click

No right click