Tuesday, 12 December 2017

“ไดนาสตี้ เซรามิค” ตอกย้ำความสำเร็จกว่า 2 ทศวรรษ

ไดนาสตี้ เซรามิคประกาศศักยภาพครบรอบ 27 ปี ในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง ชูกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” เน้นช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นหลัก หนุนปีนี้โตเพิ่มอีก 5% แย้มแผนปี 60 เตรียมเปิดอีก 5-6 สาขารองรับความต้องการของลูกค้าที่มีเพิ่มมากขึ้น

คุณมารุต แสงศาสตรา รองกรรมการผู้จัดการตลาด บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิคปูพื้นและบุผนังภายใต้เครื่องหมายการค้าไดนาสตี้, โทมาฮ็อค, จากัวร์, นาวาร์ และไทล์ท้อป เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจครบรอบ 27 ปี โดยที่ผ่านมาสินค้าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าและผู้ประกอบการด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในด้านการรุกตลาดวัสดุการก่อสร้าง เพื่อให้มีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นและสามารถรองรับการแข่งขันทางธุรกิจ ที่มีความรุนแรงมากขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต

โดยบริษัทปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ 2 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านการทำการตลาด เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดวัสดุก่อสร้างทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งยังมีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามา และมีการเปิดตัวร้านขายส่งโมเดิร์นเทรดเป็นอย่างมาก ดั้งนั้นบริษัทจึงได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการรุกตลาดใหม่ๆ โดยใช้ชื่อว่า “กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง” เน้นช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นหลัก

เนื่องจากเดิม บริษัทมีเพียงจุดเด่นในด้านทำเลที่ตั้งของสาขาที่อยู่ตามต่างจังหวัด ซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่อยู่ในเมืองมากนัก จึงได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในตัวเมืองเพื่อให้มีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดระดับบนเพิ่มมากขึ้น โดยได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแบบขายปลีกหน้าร้าน รุกตลาดผู้รับเหมาและสถาปนิกด้วยการเข้าถึงไซต์งานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในต่างจังหวัด รวมทั้งตลาดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเมือง

2. ด้านการรีแบรนด์ โดยได้ปรับปรุงภาพลักษณ์ในทุกสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศ ให้มีเพื่อให้มีความทันสมัยและสามารถเข้าถึงลูกค้าที่อยู่ในต่างจังหวัด และในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น เช่น การติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่ม, การปรับปรุงลานจอดรถให้มีพื้นที่กว้างมากขึ้น, การปรับปรุงห้องรับรองลูกค้า, การปรับปรุงออฟฟิศ และการปรับเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มของพนักงาน เป็นต้น ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาสที่ 4/2559 บริษัทยังมีแผนที่จะรีแบรนด์เฟส 2 ของสาขาที่อยู่ในเมืองทั้ง 33 สาขา ให้มีภาพลักษณ์เป็นโชว์รูมกระเบื้องที่มีความหรูหราและทันสมัยอีกด้วย

คุณมารุต กล่าวต่อว่า ในช่วงต้นปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทมีการขยายสาขาเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอีก 4 สาขา รวมทั้งเป็น 197 สาขาทั่วประเทศ ส่วนในปี 2560 บริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาในโซนพื้นที่ภาคกลางและพื้นที่ภาคใต้เพิ่มอีก 5-6 สาขา สำหรับการขยายสาขาเพิ่มในแต่ละจังหวัดบริษัทจะพิจารณาถึงความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของประชากรในจังหวัดนั้นๆ เป็นหลัก

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มเซรามิค ประเภทกระเบื้องดิจิตัลเพิ่มมากขึ้น โดยเล็งเห็นว่า กระเบื้องดิจิตัลมีความสมจริงและทำจากวัสดุที่ใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มาเป็นตัวช่วยในการผลิตชิ้นงานที่สร้างความแปลกใหม่ รวมทั้งมีเทคนิคการลงสีบนกระเบื้องที่สามารถสร้างสีสันลวดลายที่เสมือนจริงได้มากกว่ากระเบื้องในอดีต  ซึ่งสามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปี 2560 บริษัทมีแผนที่จะปรับปรุงระบบการให้บริการแก่ลูกค้าในทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้การทำงานของพนักงานทุกคนมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยจะมีการฝึกอบรมพนักงานให้เกิดทักษะการบริการที่ดี เพื่อนําไปปรับใช้กับส่วนงานที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ส่วนผลประกอบการในครึ่งปี 2559 บริษัทมีรายได้โตเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ประมาณ 3% ส่วนทั้งปีคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 5% ส่วนในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าผลประกอบการโตเพิ่มอีก 10% โดยคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และการขยายการลงทุนของกลุ่มนักลงทุนอาเซียนที่อยู่ในประเทศไทย รวมทั้งการก่อสร้างบ้านแนวราบในต่างจังหวัดที่ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

then

CSR Video

X

Right Click

No right click