Friday, 19 January 2018

คุณวิจิตรา อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานบริษัท  บริษัท ซี เวลท์ โฟรเซ่น ฟู้ดส์ จำกัด

“ซี เวลท์ โฟรเซ่น ฟู้ดส์” คว้า PM Export Award 2016

ซี เวลท์ โฟรเซ่น รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นประจำปี 59 ในสาขารางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม ชู 3 นโยบายหลักหนุนสู่ความสำเร็จ ตั้งเป้าปี 60 โตเพิ่ม 10-15%

คุณวิจิตรา อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานบริษัท  บริษัท ซี เวลท์ โฟรเซ่น ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิต และส่งออกอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง และอาหารแปรรูปครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น  ประเภทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประจำปี 2559 (Prime Minister’s Export Award 2016)  ซึ่งเป็นรางวัลที่กระทรวงพาณิชย์มอบให้แก่ผู้ผลิต และส่งออกสินค้าของไทยที่มีส่งออกสินค้าที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องและดำเนินธุรกิจที่มีภาพลักษณ์ที่ดี

โดยบริษัท ซี เวลท์ โฟรเซ่น ฟู้ดส์ จำกัด ตั้งอยู่จังหวัดสงขลาบนเนื้อที่ 40 ไร่ และมียอดส่งออกประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี ส่งออกทั่วโลก ตลาดหลักคือ อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น

สำหรับนโยบายในการเข้าร่วมประกวดรางวัลดังกล่าว บริษัทมีความมุ่งมั่นและยึดหลักการบริหาร 3 ประการ ดังนี้ ประการที่ 1. โดยการบริหารงานด้วยหลักนิติธรรม และหลักธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นในการผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน ถูกสุขลักษณะต้องตามกฎระเบียบการส่งออกของสินค้า มีความโปร่งใสซื่อตรงต่อลูกค้า ตลอดจนการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างให้ต้องตามความต้องการของลูกค้าในราคาที่ยุติธรรมเป็นการกระตุ้นยอดขายให้เติบโต มีการสร้างเสริมความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับคู่ค้า ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการสั่งซื้อสินค้าอย่างยาวนาน

ประการที่ 2. บริษัทยึดหลักการบริหารธุรกิจโดยมุ่งเน้นหลักประชาธิปไตย ผู้บริหารเป็นผู้กำหนดนโยบาย แต่มีการกระจายอำนาจให้พนักงานทุกฝ่าย ทุกแผนกได้มีส่วนร่วมในการบริหาร  การระดมความคิด การแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ประการที่ 3. บริษัทยึดหลักการบริหารโดยให้ความสำคัญในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างโรงงานที่รักษาสิ่งแวดล้อม ปราศจากมลภาวะต่างๆ โดยได้มีการใช้งบประมาณเกือบ 30 ล้านบาท สร้างระบบบำบัดน้ำเสียที่อาจเกิดจากกระบวนการผลิต ให้เป็นน้ำดีก่อนปล่อยน้ำออกสู่ชุมชน มีการดูแลคนงานไม่ว่าคนไทย หรือต่างด้าวให้มีความเป็นอยู่ที่ดี  มีความเสมอภาค นอกจากนี้ยังให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ใกล้เคียงให้มีอาชีพ และรายได้ไปเลี้ยงครอยครัวตลอดจนการจัดอบรมวินัยการเงินเพื่อให้เกิดความมั่นคงในครอบครัวพนักงาน

“เราได้ให้ความสำคัญและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยตลอดระยะเวลาที่เริ่มดำเนินธุรกิจ เราผลิตสินค้าภายใต้หลักธรรมาภิบาลและให้ตรงตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ จึงทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการสั่งซื้อสินค้าของเรามาอย่างยาวนาน รวมทั้ง มีการบริหารงานภายใน โดยเน้นหลักการประชาธิปไตย ให้พนักงานทุกภาคส่วนมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทและกล้าแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ร่วมกับผู้บริหารเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น” คุณวิจิตรา กล่าว

ส่วนประโยชน์ที่จะได้รับจากรางวัล PM  Export  Award  2016 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ภายในองค์กร โดยรางวัลนี้จะสร้างความภาคภูมิใจและสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานทุกคนภายในองค์กร ที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร และพร้อมที่จะมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทต่อไป ส่วนภายนอกองค์กร รางวัลดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและช่วยสร้างการยอมรับให้กับบริษัท ต่อลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี

“เราได้สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า บริษัทของเราได้ดำเนินธุรกิจโดยเน้นความรับผิดชอบทั้งในด้านคุณภาพ ด้านจรรยาบรรณ และด้านแรงงาน ซึ่งปัจจุบันถือเป็นประเด็นที่ตลาดในต่างประเทศให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ที่มีการเน้นในด้านการพัฒนาสินค้าที่ถูกต้อง รวมทั้งการซื้อสินค้าที่ใช้วัตถุดิบที่มีความสดและสะอาด ตลอดจนการผลิตสินค้าได้ตรงตามมาตรฐาน ซึ่งการได้รับรางวัลนี้ได้สร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า และทำให้เราสามารถต่อยอดธุรกิจกับลูกค้ารายใหญ่ในต่างประเทศ ซึ่งจะนำพาเราไปสู่เป้ารายได้ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต” คุณวิจิตรากล่าว

คุณวิจิตรา กล่าวต่อถึงด้านสิทธิประโยชน์ของรางวัลนี้ว่า บริษัทจะได้รับคัดเลือกให้นำสินค้าไปจัดแสดงในงานนิทรรศการในประเทศต่างๆ ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยบริษัทเล็งเห็นว่าสิทธิประโยชน์ดังกล่าว จะเป็นช่องทางที่สามารถขยายฐานการตลาด และเป็นช่องทางที่จะสามารถเจรจาในการทำธุรกิจกับลูกค้ารายใหม่ เพื่อส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น

ในด้านการส่งเสริมการขาย โดยบริษัทได้ร่วมกับภาครัฐบาลในการนำสินค้าไปจัดแสดงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นสิ่งที่บริษัทดำเนินการมาอย่างสม่ำเสมอทุกปี และที่ผ่านมาได้นำนวัตกรรมสินค้าสินค้าใหม่ๆ ไปจัดแสดงที่ประเทศต่างๆ เช่น งานแสดงสินค้าอาหารทะเลนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา (INTERNATIONAL BOSTON SEAFOOD SHOW) ที่ประเทศเยอรมันนี และงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในโลก (Anuga) เป็นต้น

สำหรับปีต่อไปบริษัทมีแผนที่จะเข้าร่วมในการรับรางวัล PM Export Award ในสาขาอื่นๆ เช่น ในสาขาBest Halal ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่สินค้าฮาลาลเพื่อการส่งออกที่ผลิตถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม รวมทั้ง สาขา Best Thai Brand ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้ส่งออกของประเทศไทยที่มีการส่งออกภายใต้ตราสินค้าของตนเอง

“เนื่องจากเราเป็นบริษัทที่ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศเกือบทั้งหมด ดังนั้นในปีหน้าเราจึงมีแผนที่จะเข้าร่วมในสาขารางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand) เพื่อที่จะขยายตลาดภายในประเทศด้วยการสร้างแบรนด์และพัฒนาสินค้าของเรา ไปสู่ช่องทางการจำหน่ายแบบค้าปลีกเพิ่มมากขึ้น  ขณะเดียวกัน ยังมีลูกค้าจากต่างประเทศให้ความไว้วางใจและสนใจอยากทำธุรกิจร่วมกับเรา ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมลงทุนในการสร้างโรงงานและขยายฐานการผลิตสินค้า กับนักลงทุนในต่างประเทศอีกด้วย” คุณวิจิตรา กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานทั้ง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนทั้งปีคาดว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นจากนี้อีกเล็กน้อย สำหรับในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าเติบโตเพิ่มอีก 10-15%  โดยจะเน้นในการสร้างนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ด้วยการใช้วัตถุดิบภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตประมาณ 900 ตันต่อเดือน และมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศประมาณ 95% ประกอบด้วย ประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรีย ญี่ปุ่น กลุ่มทวีปยุโรป และประเทศในกลุ่มอาเซียน ส่วนอีก 5% จะเป็นตลาดภายในประเทศ เช่น ร้านอาหารจานด่วน, ภัตตาคาร และโรงแรม เป็นต้น

คุณวิจิตรา กล่าวปิดท้ายถึงจุดเด่นของบริษัทว่า บริษัทมีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าร่วมกับลูกค้า ด้วยการการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าได้ทุกรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถผลิตสินค้าให้ตรงต่อรสนิยมของลูกค้าในประเทศต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ทางโภชนาการของแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี          

then

CSR Video

X

Right Click

No right click