Friday, 19 January 2018

คุณหัชพงศ์ โภคัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม บี เค เรียลเอสเตท จำกัด ในเครือ MBK GROUP

“เอ็ม บี เค เรียล เอสเตท” รุกอสังหาฯ เต็มสูบ

เอ็ม บี เค เรียล เอสเตทรุกตลาดอสังหาฯ เล็งเปิดตัว 3 โครงการคุณภาพทั้ง แนวสูงและแนวราบ เผยกระแสความสำเร็จโครงการพาร์ค ริเวอร์เดล ติวานนท์-แจ้งวัฒนะลูกค้าให้การตอบรับดี พร้อมเดินหน้าเปิดโครงการบ้านระดับลักชัวรี่บนที่ดินขนาดใหญ่ติดริมสนามกอล์ฟริเวอร์เดลกอล์ฟ แอนด์ คันทรี่ คลับ

คุณหัชพงศ์ โภคัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม บี เค เรียลเอสเตท จำกัด ในเครือ MBK GROUP เปิดเผยว่าจากความสำเร็จของโครงการควินน์ รัชดา 17 (Quinn Ratchada 17) มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายและโอนไปแล้วกว่า 95% เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงนำร่องในเขตกรุงเทพ และจากความสำเร็จครั้งนี้ จึงดำเนินการรุกตลาดอสังหาฯ อย่างต่อเนื่องด้วยโครงการ พาร์ค ริเวอร์เดล บ้านเดี่ยวบรรยากาศสนามกอล์ฟโครงการแรกของบริษัทในกรุงเทพมหานคร

คุณหัชพงศ์ กล่าวต่อถึงรายละเอียดโครงการพาร์ค ริเวอร์เดล ติวานนท์-แจ้งวัฒนะ (Park Riverdale) “โครงการพาร์ค ริเวอร์เดล เป็นโครงการบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นในสนามกอล์ฟริเวอร์เดล อยู่ติดถนนติวานนท์ เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างสะดวกสบายบนเส้นทางถนนติวานนท์และถนนบางบัวทอง-บางพูน  โดยเริ่มพัฒนาเฟสแรกบนพื้นที่กว่า 25 ไร่ จำนวนทั้งสิ้น 79 ยูนิต”

“ด้วยโครงการพาร์ค ริเวอร์เดล ตั้งอยู่ในบริเวณสนามกอล์ฟ เราจึงมีแนวคิดในการดีไซน์รูปแบบบ้านเดี่ยวให้สอดรับกับบรรยากาศธรรมชาติของสนามกอล์ฟ ในแบบโมเดิร์น ที่สงบร่มรื่น รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวจากสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ 3 สวน พร้อมสวนหลังบ้านเพื่อให้ลูกบ้านได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง เราได้ทำการสำรวจความต้องการของลูกค้าและราคาที่มีความเหมาะสม ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ และนำมาพัฒนาแบบบ้านให้มีพื้นที่ใช้สอยตามขนาดของครอบครัว คือ บ้านแบบ Petunia สำหรับครอบครัวเริ่มต้นราคาเริ่มต้นประมาณที่ 6.5 ล้านบาท บ้านแบบ Primrose สำหรับครอบครัวขนาดกลางราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 7.2  ล้านบาท และบ้านแบบ Pine สำหรับครอบครัวใหญ่ที่ต้องการพื้นทีใช้สอยมากราคา เริ่มต้นที่ 13.9 ล้านบาท ซึ่งแบบบ้านนี้จะเป็นแบบ Double Front มีความงามทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน รับวิวธรรมชาติแบบ 180 องศา

เอ็ม บี เค เรียลเอสเตท เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปลายปี 2558 และเปิดพรีเซลล์เฟสแรกเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี

นอกจากนี้แล้วบริษัทยังเตรียมเปิดตัวโครงการริเวอร์เดล เรสซิเดนท์ (The Riverdale Residence) บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่และที่ดินเปล่า ติดริมสนามกอล์ฟริเวอร์เดล บนพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ จำนวน 56 ยูนิต ขนาดที่ดิน 290-600 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 400 ตารางเมตรขึ้นไป ราคาตั้งแต่ 40-80 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ในช่วงปลายปี 2559 ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าระดับบน เพราะที่ดินจัดสรรแปลงใหญ่แบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วในกรุงเทพฯ” คุณหัชพงศ์ กล่าว

เอ็มบี เค เรียลเอสเตท ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้กับศูนย์การค้าเดอะ ไนน์ พระรามเก้า พร้อมทั้งแผนพัฒนาคอนโดมิเนียมแบบไฮไรส์ บนพื้นที่ประมาณ 2.5 ไร่ ซึ่งเป็นทำเลทองติดรถไฟฟ้าสถานีปุณณวิถี สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาแบบและกำหนดแบรนดิ้งที่ชัดเจน

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เอ็ม บี เค เรียลเอสเตท มีประสบการณ์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ โครงการดิ อินดี้ 1-2  (The INDYI-II), บ้านสวน ล็อค ปาล์ม (Baan Suan Loch Palm), โครงการสบายวิลเลจ 1 (Sabai Village 1) และสบายวิลเลจ  2 (Sabai Village 2) โดยทุกโครงการล้วนเป็นโครงการที่มีกระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และล่าสุดบริษัทยังพัฒนาโครงการล็อคปาล์ม เรสซิเดนซ์ (Loch Palm Residence) บ้านหรูริมสนามกอล์ฟล็อคปาล์ม ภูเก็ตอีกด้วย

คุณหัชพงศ์ กล่าวต่อถึงการรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครว่า “ธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของกลุ่มเอ็มบีเค เนื่องจากกลุ่มเอ็มบีเค มีที่ดิน (Land Bank) ในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมากและสามารถสร้างประโยชน์หลายแห่ง อีกทั้งด้วยประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่จะเข้ามาช่วยเสริมให้การรุกตลาดในกรุงเทพมหานครทำได้อย่างเต็มที่

ด้วยความพร้อมทั้งในเรื่องของที่ดิน (Land Bank) และประสบการณ์ของทีมงานทุกคน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นเดินหน้าธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสร้างความแข็งแกร่งให้กับ MBK Group อย่างยั่งยืนตลอดไป” คุณหัชพงศ์ กล่าว

คุณหัชพงศ์ โภคัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม บี เค เรียลเอสเตท จำกัด ในเครือ MBK GROUP

สำหรับแนวโน้มด้านอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เนื่องจากทางภาครัฐได้มีการกำหนดมาตรการต่างๆ เข้าช่วยกระตุ้น แต่ด้วยผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกจึงทำให้มีผลต่อการส่งออกที่ลดลง รวมทั้งการปล่อยสินเชื่อต่างๆ จากสถาบันทางการเงินที่มีข้อกำหนดจึงทำให้สภาพของตลาดยังไม่โตเท่าที่ควร

ส่วนในปี 2560 คาดว่าแนวโน้มของอสังหาริมทรัพย์อาจจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีนี้ ด้วยความสำเร็จในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ รวมทั้งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะมีคอนโดมิเนียมที่รอขายเป็นจำนวนมาก จึงทำให้การเปิดตัวและการก่อสร้างโครงการใหม่อาจจะไม่มากเท่าปีนี้อีก จึงทำให้ภาวะการแข่งขันไม่รุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับปีนี้

then

CSR Video

X

Right Click

No right click