Wednesday, 18 July 2018

คุณวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ Country Manager Thailand บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค ประเทศไทย จำกัด

“เอส ไอ จี คอมบิบล็อก” คว้า Carbon Footprint ปี 59

เอส ไอ จี คอมบิบล็อก ประเทศไทย รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตปรินต์องค์กร (Carbon Footprint for Organization) ประจำปี 59 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พร้อมเผยแผนปี 60 มุ่งพัฒนาคุณภาพสินค้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่ไปกับการบริการที่ดี ตอบโจทย์และสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคและลูกค้า

คุณวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ Country Manager Thailand บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค ประเทศไทย จำกัด ผู้นำระบบบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร เครื่องดื่มไม่อัดลม และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมต่างๆ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตปรินต์องค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) ประจำปี 2559 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.)

สำหรับโครงการคาร์บอนฟุตปรินต์องค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) ถือเป็นโครงการที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากกิจกรรมทั้งหมดขององค์กรตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตปรินต์องค์กรของ อบก. ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการดำเนินการในการบริหารจัดการเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกมากว่า 10 ปี ซึ่งเริ่มดำเนินการด้วยจิตสำนึกและคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้น ทั้งในส่วนของบริษัทและประเทศชาติที่จะได้รับประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว จึงได้เริ่มดำเนินการในบางผลิตภัณฑ์ ต่อจากนั้นได้มีการขยายจนครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ซึ่งทำให้สามารถลดปัญหาก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 9% ในปัจจุบัน

โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ประสบความสำเร็จจนได้รับประกาศนียบัตรกล่าวเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Combibloc Slim ซึ่งก่อนหน้านั้น บริษัทได้รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตปรินต์องค์กร ในกลุ่มของ Combibloc Mini และ Combibloc Small ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จต่อเนื่องในการดำเนินการโครงการนี้เป็นอย่างมาก

ด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการได้รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตปรินต์องค์กรในครั้งนี้ ส่งผลดีและแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจและการทำงานร่วมกันเป็นทีมของพนักงานทุกคนในองค์กร นับตั้งแต่กระบวนการรับวัตถุดิบ การผลิต และส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งพนักงานทุกคนต่างล้วนมีความเข้าใจในกระบวนการและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการที่ทำอยู่

“การดำเนินการต่างๆ เราได้มีการคำนวณการปล่อยมลภาวะมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเราพบว่า จากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตที่ดีขึ้นและทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงด้วย รวมทั้งภายนอกองค์กร เราได้มีการสื่อสารไปยังลูกค้าว่าเราได้รับประกาศนียบัตรนี้และลูกค้ายังสามารถนำไปต่อยอดได้  และหากดำเนินการจนได้รับฉลากคาร์บอนฟุตปริ้น ลูกค้าจะสามารถนำมาตีพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์ได้ด้วย ถือเป็นการเข้าสู่กระบวนการลดโลกร้อนที่สมบูรณ์” คุณวัชรพงศ์ กล่าว

คุณวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า คาร์บอนฟุตปรินต์องค์กร (Carbon Footprint for Organization : CFO) เป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งในแต่ละประเทศล้วนให้ความสำคัญ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากและให้ความสำคัญต่อบรรจุภัณฑ์ด้วยเช่นกัน โดยยกตัวอย่างบรรจุภัณฑ์กระป๋องและบรรจุภัณฑ์แบบกล่องจะมีเรื่องภาษีที่แตกต่างกัน เนื่องจากภายหลังจากการใช้งานจะต้องเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ต้องใช้พลังงานสูงในการย่อยสลาย

ส่วนสิ่งที่อยากจะฝากถึงผู้ประกอบการรายอื่นในการเข้าร่วมโครงการคาร์บอนฟุตปรินต์องค์กรว่า ปัจจุบันอุณหภูมิของโลกมีการปรับตัวสูงขึ้น ล้วนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น ดังนั้นบริษัทในฐานะผู้ประกอบการที่มีโรงงานตั้งอยู่ในประเทศไทย และการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ ในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศและของโลก ซึ่งเมื่อมีการให้ความสำคัญและมีการลดโลกร้อนอย่างจริงจัง ทุกคนก็จะได้รับสิ่งแวดล้อมที่ดีกลับคืนมาและคงอยู่อย่างยั่งยืน

ด้านสิ่งที่อยากจะฝากถึงภาครัฐในการเข้ามาสนับสนุน รณรงค์ และสร้างแรงจูงใจให้มีการตื่นตัวให้กับผู้ประกอบการ เน้นการลดโลกร้อนและการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ด้วยการกำหนดนโยบายหรือสิ่งตอบแทนเพื่อกระตุ้นและให้ผู้ประกอบการปฏิบัติอย่างจริงจัง อาทิ การลดหย่อนภาษีบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านการตรวจสอบและรับการรับรองในเรื่องดังกล่าว เป็นต้น

นอกจากรางวัลดังกล่าวที่ได้รับแล้ว บริษัทยังได้รับรางวัลในเรื่องของนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (Combibloc EcoPlus) ด้วยรูปแบบของบรรจุภัณฑ์กล่องรูปทรงใหม่ คือ กล่องคอมบิโดม (Combidome) ออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นกล่องทรงใหม่ที่นำเอาเอกลักษณ์เฉพาะของกล่องเครื่องดื่มทรงเหลี่ยม ผนวกเข้ากับรูปทรงกลมของขวดได้อย่างลงตัว เป็นความแตกต่างอย่างโดดเด่นที่สุดของกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีอยู่ในตลาด เป็นความแตกต่างอย่างโดดเด่นที่สุดของกล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีอยู่ในตลาด

คุณวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ Country Manager Thailand บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค ประเทศไทย จำกัด

“กล่องคอมบิโดม (ฉombidome) ออกแบบ ด้วยรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร มีความแข็งแรงและสะดวกในการเท ไม่เพียงจับถนัดมือเหมือนกับขวดเท่านั้น แต่ยังมีคุณประโยชน์เช่นเดียวกับกล่องเครื่องดื่มในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่บรรจุได้เป็นอย่างดี มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายรวมถึงลูกค้าต่างมองหาและให้ความสำคัญ” คุณวัชรพงศ์ กล่าว

คุณวัชรพงศ์ กล่าวต่อถึงแผนการดำเนนธุรกิจในปี 2560 ว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ให้ความสำคัญในการที่จะให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าได้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของบริษัท ด้วยความสุขและรอยยิ้มทุกวัน ดังนั้นบริษัทจึงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ดี ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีการออกแบบรูปทรงที่มีความสวยงาม ควบคู่ไปกับการบริการที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์และสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคหรือลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบัน บริษัทมีโรงงานผลิตตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง มีสัดส่วนในการผลิตและจำหน่ายให้ลูกค้าภายในประเทศอยู่ที่ 30% และอีก 70% เป็นลูกค้าในต่างประเทศ อาทิ เกาหลี, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ไต้หวัน, มาเลเซีย และบังกลาเทศ โดยในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะเปิดตลาดในประเทศอินเดียเพิ่มเติม และเตรียมที่จะมีการพัฒนาและเปิดตลาดในประเทศญี่ปุ่นต่อไป

ด้านแนวโน้มในการดำเนินธุรกิจในปี 2560 บริษัทคาดว่า การแข่งขันในกลุ่มธุรกิจทุกกลุ่มย่อมมีการแข่งขันและเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไม่ได้ บริษัทจะดำเนินธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดสงครามการแข่งขันเรื่องราคา แต่จะมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพและการบริการ ควบคู่ไปกับการเติบโตของลูกค้า รวมทั้งการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ และการบริการที่ดี เพื่อเป็นจุดที่จะดึงดูดความสนใจให้กับลูกค้ารายใหม่

คุณวัชรพงศ์ กล่าวปิดท้ายในการตอกย้ำคุณภาพให้กับลูกค้าและผู้บริโภคว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมทั้งนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเข้ามาใช้งาน ซึ่งล้วนจะสามารถสร้างโอกาสและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มากขึ้น ดังนั้น ลูกค้าจึงสามารถมั่นใจในเรื่องของคุณภาพและการบริการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

then

CSR Video

X

Right Click

No right click