Monday, 28 May 2018

TOG เปิดแผนธุรกิจ 5 ปี

TOG วางงบลงทุน 800 ลบ. เดินแผนการดำเนินงาน 5 ปี หนุนขยายกำลังการผลิตเลนส์สายตาเฉพาะบุคคล
ล่าสุดติดตั้งเครื่องจักรระบบ Automation มูลค่า 400 ลบ. คาดจะแล้วเสร็จและเริ่มเดินเครื่องได้เดือนพฤษภาคม ปี 60

คุณธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG

คุณธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG ผู้ผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตาพลาสติกรายใหญ่ของประเทศไทย และผู้ผลิตเลนส์อิสระในระดับสากล เปิดเผย ว่า บริษัทได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มของยอดขายเลนส์กลุ่มพรีเมียม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เลนส์ที่ผลิตเฉพาะบุคคลมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ดังนั้น บริษัทเตรียมใช้งบประมาณจำนวน 800 ล้านบาท สำหรับแผนการดำเนินงาน 5 ปีในการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 เฟส

ล่าสุด บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตสำหรับเลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษในเฟสแรก ด้วยการติดตั้งเครื่องจักรระบบ Automation ซึ่งมีมูลค่าลงทุน 400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเป็นค่าดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงงาน เพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต 80 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นค่าเครื่องจักร 320 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทได้นำเข้าเครื่องจักรใหม่จากประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการติดตั้งและทดสอบเครื่องจักรในระบบการผลิต คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเป็นทางการได้ในเดือนพฤษภาคม 2560

โดยการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแรงงานคน ให้มีความแม่นยำและป้องการเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง สายการผลิตใหม่นี้จะช่วยยกระดับการให้บริการที่เฉพาะเจาะจงแก่ลูกค้า ซึ่งนับเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มฐานรายได้จากการผลิตที่ต่อเนื่องได้อีกด้วย

“ปัจจุบันธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตเลนส์แว่นสายตามีการแข่งขันที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานการผลิตเลนส์ในแถปทวีปเอเชียที่มีการส่งออกไปยังร้านค้าปลีกในแถบทวีปยุโรป ซึ่งลูกค้าปลายทางในต่างประเทศและผู้ผลิตที่อยู่ในประเทศไทยมีวันหยุดที่ไม่สอดคล้องกัน จึงส่งผลให้เกิดปัญหาในด้านการผลิตสินค้าที่ไม่เพียงพอ เมื่อได้รับยอดการสั่งซื้อเร่งด่วนจากลูกค้าในต่างประเทศ

เราจึงมีแนวคิดที่จะลดการพึ่งพาแรงงานคน และเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรผลิตระบบอัตโนมัติเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ทันที เมื่อลูกค้ามีความต้องการสั่งซื้อสินค้าอย่างเร่งด่วน การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถผลิตเลนส์สายตาเฉพาะบุคคลได้เป็น 3,600 ชิ้นต่อวัน หรือ 1.1 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งจะรองรับการสั่งซื้อของลูกค้า 1,800 คนต่อวัน” คุณธรณ์ กล่าว

คุณธรณ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่การดำเนินการในเฟสแรกสามารถเดินเครื่องจักรได้อย่างเต็มกำลัง และก่อให้เกิดรายได้ที่สร้างการเติบโตให้บริษัทอย่างมั่นคง บริษัทจะดำเนินการในเฟสสองเป็นลำดับต่อไป โดยจะใช้งบประมาณในการดำเนินการอีก 400 ล้านบาทในอีก 3-4 ปี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจากเฟสแรกอีกเท่าตัว

นอกเหนือจากแผนการขยายกำลังการผลิตเลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษ แล้วบริษัทยังได้วางแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้เลนส์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้ยกระดับแบรนด์เลนส์สายตาของ “TOG” และมีการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์สายตาใหม่ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า  ONE, DISCOVERY, FREEDOM, MAXIMA, SHADE และ ZAPHIRE จากเดิมที่มี ExceliteTM  เพียงแบรนด์เดียว เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และง่ายต่อการจดจำของผู้บริโภค

โดยยังคงใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่าย (Dealer) คือ บริษัท นำศิลปไทย จำกัด  และวางจำหน่ายสินค้าในร้านหอแว่นมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนส่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 กลุ่มดังกล่าว บุกตลาดในกลุ่มประเทศ AEC ในปี 2560 อีกด้วย อาทิ มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศ 5% และอีก 95% จะเป็นตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหลัก คือ กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา และเอเชียแปซิฟิค ส่วนตลาดในกลุ่ม AEC จะเป็นตลาดในประเทศเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงที่สุด  อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนที่จะปรับสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศในกลุ่มประเทศต่างๆ ให้มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง จากสภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

คุณธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG

สำหรับปี 2560 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 7% โดยคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากการดำเนินการลงทุน ขยายกำลังการผลิตเลนส์สายตาเฉพาะบุคคล และจะได้รับผลประโยชน์จากการส่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์สายตาใหม่เข้าไปรุกตลาดในกลุ่มประเทศ AEC

ส่วนภาพรวมของธุรกิจที่ดำเนินการ ตนมองว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะในปัจจุบันประชากรโลกกำลังเข้าสู่วัยผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้แว่นตาในการอ่านหนังสือ รวมทั้ง กลุ่มวัยรุ่นจะมีสุขภาพสายตาเสื่อมถอยลงเร็วขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการใช้งานสมาร์ทโฟนมากเกินไป

ด้านจุดเด่นของบริษัท บริษัทได้ให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีบริษัทจะจัดให้มีงบประมาณสำหรับการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ อีกทั้ง บริษัทยังมีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญในการคิดค้นนวัตกรรม เพื่อออกแบบเลนส์สำหรับประกอบแว่นสายตามาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เลนส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการร่วมมือกับ บริษัท มิตซุย เคมิคอล ของประเทศญี่ปุ่น ในการผลิตเลนส์สายตาที่ใช้วัตถุดิบจากปาล์มน้ำมัน ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระบวนการผลิตได้ถึง 326 กิโลกรัม ต่อการผลิตเรซิน 100 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการผลิตเลนส์พลาสติกที่ใช้ปิโตรเคมีเป็นวัตถุดิบ  โดยไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ที่ได้ทำการวิจัยพัฒนาเลนส์ชีวภาพชนิดนี้และเตรียมนำออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในปลายปี 2559

คุณธรณ์ กล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้าว่า บริษัทมีเทคโนโลยีที่หลากหลายและมีศักยภาพทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำ ที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในต่างประเทศ ดังนั้น จึงอยากให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตเลนส์ถนอมสายตา ที่มีพื้นฐานและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรอย่างแท้จริง และบริษัทยังมีความพร้อมที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ในราคาที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการใช้งานได้อีกด้วย

อนึ่ง บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 475 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตารายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และผู้นำในฐานะผู้ผลิตเลนส์อิสระในระดับสากล โดย TOG เป็นบริษัทแห่งแรกของไทยที่ดำเนินธุรกิจการผลิตเลนส์สายตา เพื่อจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ค้าส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยผลิตตามคำสั่งซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า (Original Equipment Manufacturer หรือ OEM) นอกจากนี้ บริษัทยังจำหน่ายเลนส์สายตาภายใต้เครื่องหมายการค้า “ExceliteTM”

ทั้งนี้ บริษัทประกอบธุรกิจในผลิตภัณฑ์และบริการ 4 ประเภท ได้แก่ เลนส์สายตาพลาสติก (Organic Lens) เลนส์สายตากระจก (Mineral Lens) เลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษ และบริการอื่นๆ ได้แก่ บริการตัดประกอบ (Glazing) ที่ใช้ในกระบวนการผลิต เลนส์สายตาพลาสติกการให้บริการเคลือบเคมีผิวแข็ง เคลือบเคมีตัดแสงสะท้อน บริการตัดประกอบเลนส์เข้ากรอบแว่น รวมไปถึงสินค้าซื้อมาเพื่อจำหน่ายต่อ เป็นต้น

then

CSR Video

X

Right Click

No right click