Wednesday, 19 September 2018

คุณธัญญ์นภัส ธานนท์พรพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ อินสไปร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย)

บิวตี้ อินสไปร์ กรุ๊ปประกาศรุกตลาดต่อเนื่อง

บิวตี้ อินสไปร์ กรุ๊ปเผยแผนปี 60 เน้นขยายตลาดให้ลูกค้า บวกหาพันธมิตรทางธุรกิจและเพิ่มช่องทางทางการตลาดให้ลูกค้า พร้อมตั้งเป้ากวาดรายได้ 300 ลบ. จากการเปิดตลาดในกลุ่มอาเซียนเป็นหลัก

คุณธัญญ์นภัส ธานนท์พรพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ อินสไปร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจรับผลิตแบบ OEM และ ODM รวมทั้งการสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง เวชสำอาง อาหารเสริม และบริการด้านการตลาดแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายตลาด โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตของลูกค้าเป็นหลัก ด้วยการจัดสัมมนาให้ความรู้ ให้คำปรึกษาทางด้านการตลาด และการวางแผนการบริหารจัดการสินค้าให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ประสบความสำเร็จและมีการเติบโตเพิ่มขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการขายและจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าผลิตสินค้าในราคาที่ต่ำลง

ทั้งนี้ บริษัทพร้อมดำเนินการทั้งในส่วนของลูกค้ารายใหม่และรายเดิม ในขณะเดียวกัน บริษัทยังเตรียมหาพันธมิตรทางด้านการตลาด การสร้างเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น และพันธมิตรในการนำเข้าสารสกัดต่างๆ หรือวัตถุดิบใหม่ๆ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าและการบริการต่างๆ ให้กับลูกค้า รวมทั้งให้คำแนะนำทางการตลาดโดยผู้เชี่ยวชาญในระดับสากล เพื่อต่อยอดธุรกิจของลูกค้าควบคู่ไปด้วย

ด้านเป้าผลประกอบการในปี 2560 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้จากการเปิดตลาดในกลุ่มอาเซียนเป็นหลัก โดยมีปัจจัยบวกจากการเป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าอยู่แล้วและต้นทุนในการขนส่งที่ไม่สูงมาก รวมทั้ง ความร่วมมือทางด้านกฎหมายที่มีมาตรฐานเดียวกันของภาครัฐกับแต่ละประเทศในอาเซียนที่เปิดกว้างมากขึ้น จึงทำให้การส่งออกและการตรวจสอบเอกสารมีความสะดวกขึ้น

คุณธัญญ์นภัส กล่าวต่อถึงการวางเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ และการเพิ่มจำนวนบุคลากรให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองการเติบโตและการขยายตัวของบริษัทในอนาคต รวมทั้งมุ่งเน้นในการเพิ่มยอดการสั่งซื้อสินค้า เพื่อก่อให้เกิดอำนาจในการต่อรองราคาในการนำเข้าวัตถุดิบในปริมาณที่เพิ่มขึ้นแต่มีราคาที่ถูกลง

นอกจากนี้ ยังดำเนินการในส่วนของการเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้ารายเดิมอีกด้วย เพื่อให้บริษัทและลูกค้าได้ประสบความสำเร็จร่วมกัน อีกทั้งยังมุ่งมั่นในการเพิ่มจำนวนลูกค้ารายใหม่ ที่มีความสนใจในการลงทุนทางด้านธุรกิจความงามอย่างมืออาชีพ สามารถขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น โดยผ่านการร่วมมือจากบริษัทและคู่ค้าต่างๆ

ด้านแนวโน้มในการดำเนินธุรกิจในปี 2560 บริษัทยังมองว่าธุรกิจความงามในประเทศไทย ในการเป็น Beauty Hub ของอาเซียน ยังคงมีช่องทางในการเติบโตได้อีกมาก รวมทั้ง ยังได้คาดการณ์ในส่วนของแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เนื่องจากบริษัทจะมุ่งเน้นในการเติบโตแบบแข็งแกร่ง รวมทั้งการพัฒนาลูกค้า ทีมงาน และสังคมไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เล็งเห็นถึงปัจจัยที่จะเข้ามามีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งทางด้านการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ที่จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดการค้าเปิดกว้างมากขึ้นและการส่งออกสินค้าที่สะดวก รวมทั้งการพัฒนาระบบมาตรฐาน อย. ของภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจความงาม อย่างไรก็ตาม ทางด้านปัญหาทางการเมืองอาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้างแต่คาดว่าไม่มากนัก ด้วยความเชื่อมั่นที่ลูกค้าชาวต่างชาติให้ความไว้วางใจในเรื่องคุณภาพของสินค้ามากกว่า

คุณธัญญ์นภัส ธานนท์พรพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ อินสไปร์ กรุ๊ป (ประเทศไทย)

คุณธัญญ์นภัส ต่อถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงภาครัฐว่า บริษัทอยากให้ภาครัฐมีการจัดสัมมนา เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกิจให้กับกลุ่ม SMEs หรือผู้ที่จะเริ่มต้นในการทำธุรกิจอย่างทั่วถึงมากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาระบบการให้บริการแก่ผู้ประกอบการในการติดต่อหน่วยงานของภาครัฐให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐของแต่ละประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าให้มีมาตรฐานเดียวกัน

สำหรับสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยบริษัทมุ่งเน้นในด้านการพัฒนามาตรฐานคุณภาพและการบริการที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญ คือ การประสานงานติดต่อกับลูกค้าอยู่เสมอ และมองว่าลูกค้าเปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งเมื่อลูกค้าประสบความสำเร็จ บริษัทก็จะประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน         

then

CSR Video