Thursday, 22 February 2018

แกรนด์ ยูนิตี้ รุกขยายกลุ่มเป้าหมายในเมือง ยึดทำเลติดรถไฟฟ้า
พร้อมปรับแบรนดิ้งใหม่ ตั้งเป้าดันยอดขายกว่าเท่าตัวในปีนี้

นำเสนอแนวคิด Simply Makes Sense. ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ชีวิตบนเหตุผลของตัวเอง

บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (Grand Unity Development Co., Ltd.) หนึ่งในบริษัทชั้นนำผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียม ในเครือบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) พร้อมเดินหน้าธุรกิจในปี 2561 รุกขยายกลุ่มเป้าหมายในเมืองด้วยทำเลใหม่ติดรถไฟฟ้า พร้อมการปรับแบรนดิ้งใหม่ให้ชัดเจนเ

พื่อตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Simply Makes Sense. เดินหน้าเปิดตัวสี่โครงการคอนโดใหม่ โดยในปี 2561 นี้บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 10,000 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตประมาณ 160% จากปีที่ผ่านมา (ยอดขายในปี 2560 อยู่ที่ประมาณ 3,800 ล้านบาท)ในปีนี้ แกรนด์ ยูนิตี้ พร้อมเสริมศักยภาพในการแข่งขัน เพื่อตอบโจทย์การตลาดที่มีการแข่งขันสูงและไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยการขยายกลุ่มเป้าหมายขึ้นสู่ตลาดบนมากขึ้น กับการเสนอทำเลใหม่ติดสถานีรถไฟฟ้า จากโครงการเดิมที่ได้ทำเลใกล้รถไฟฟ้า 500 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร เป็นทำเลติดสถานีรถไฟฟ้า เพื่อรับกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อมากขึ้น โดยได้ 4 ทำเล ที่มี 4 จุดเด่นพร้อมเปิดตัวในปีนี้ ซึ่งทั้ง 4 โครงการนี้มีมูลค่ารวมกว่า 12,000 ล้านบาท

และอีกหนึ่งกลยุทธ์หลักของปีนี้คือการสร้างตัวตนและเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจนขึ้น โดยยกแนวคิด Simply Makes Sense. สื่อวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าและผู้ลงทุน ว่าบริษัทใส่ใจทุกรายละเอียด และเข้าใจในกลุ่มลูกค้า เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้ “ใช้ชีวิต...บนเหตุผลของคุณ” อย่างแท้จริง ด้วยการมอบพื้นที่การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต โดยออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและลงตัวในทุกการใช้งาน ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งผู้พักอาศัยสามารถมั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มค่าในการอยู่อาศัยกับทุกโครงการของ แกรนด์ ยูนิตี้

นายสิริพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด

นายสิริพงศ์ ศรีสว่างวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยแนวโน้มของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่เน้นเลือกโครงการคอนโดในทำเลที่เดินทางสะดวก และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง  แกรนด์ ยูนิตี้เราจึงเลือกสรรทำเลใหม่ติดรถไฟฟ้า ตอบความต้องการของผู้พักอาศัย และให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่ใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ใช้วัสดุคุณภาพ คำนึงถึงความสมเหตุสมผลของราคากับสิ่งที่ได้รับ และทุกโครงการต้องการผ่านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ก่อนเริ่มขายทุกโครงการด้วย”

ซึ่งรายละเอียดที่สะท้อนถึงความใส่ใจที่แกรนด์ ยูนิตี้มอบให้กับผู้อยู่อาศัย ได้แก่ การติดตั้ง Tempered Glass หรือกระจกนิรภัยทั้งโครงการ ที่มอบความปลอดภัยและอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย การติดตั้ง WC Pod หรือห้องน้ำสำเร็จรูปที่ง่ายต่อการดูแลง่ายและซ่อมแซมได้โดยไม่รบกวนผู้พักอาศัยห้องรอบข้าง และ Private Balcony หรือการออกแบบระเบียงให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง ทั้งยังเรียบร้อยสะอาดตา ให้ความเป็นส่วนตัวด้วยระแนงที่ออกแบบมาอย่างดี

นอกจากนี้ แกรนด์ ยูนิตี้ ยังได้พันธมิตรในการออกแบบอาคาร การตกแต่งภายใน การพัฒนานวัตรกรรมสำหรับการก่อสร้าง และการบริหารงานก่อสร้างจากทีมชั้นนำของประเทศ อาทิ บริษัท ดีพี อาร์คิเทคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท พี ไอ เอ อินทีเรีย จำกัด บริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด รวมถึงบริหารจัดการโครงการโดยบริษัท เซนเซส พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด

“ในปี 2561 นี้ แกรนด์ ยูนิตี้ ตั้งเป้าหมายหลักในการสร้างเอกลักษณ์และจุดยืนที่ชัดเจนในสายตาของผู้บริโภค เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เติบโตอย่างมั่นคง โดยนำเสนอความเรียบง่าย และ make sense ในทุกพื้นที่ของการอยู่อาศัย” นายสิริพงศ์ กล่าวเสริม

ล่าสุดแกรนด์ ยูนิตี้ ประกาศเปิดตัว 4 โครงการใหม่ในปี 2561 คือ เซียล่า (Ciela) เดอ ลาพีส (De Lapis)  เดนิม (Denim) และ แมสซารีน (Mazarine) โดยมีโลเคชั่นติดรถไฟฟ้า บนทำเลที่เป็นเป็นแหล่งชุมชน หรือศูนย์รวมการคมนาคมของกรุงเทพฯ และมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อาทิ โครงการย่านมหาวิทยาลัยศรีปทุม โครงการวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้วิวโค้งน้ำสวยไม่เหมือนใคร  หรือแหล่งช้อปปิ้งย่านจตุจักร เป็นต้น

“ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 เราจะเปิดสองโครงการ คือ เซียล่า (Ciela) สำหรับผู้ที่ต้องการพักอาศัยในทำเลย่านการศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเดอ ลาพีส (De Lapis) ที่จะมาตอบโจทย์ผู้มองหาคอนโดริมแม่น้ำย่านจรัญสนิทวงศ์ 81 ซึ่งทั้งสองโครงการจะตอบรับกับแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้น ให้ลูกค้าของเราสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ในกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายดาย โดยเราหวังว่าความโดดเด่นของสองโครงการนี้จะช่วยยกระดับการอยู่อาศัยของคนเมือง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตบนเหตุผลของตัวคุณเองมากขึ้น” นายสิริพงศ์ กล่าวปิดท้าย

then

CSR Video

X

Right Click

No right click