Saturday, 18 November 2017

EPG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 60/61 มีรายได้จากการขาย 2,430 ล้านบาท กำไรสุทธิ 292 ล้านบาท
เตรียมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาท 8 ธ.ค.นี้ มั่นใจครึ่งปีหลังเติบโตดี

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2560/2561 (ก.ค. 60 – ก.ย. 60) บริษัทมีรายได้จากการขายทั้งสิ้น  2,430.0 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 2,414.4 ล้านบาท จำนวน 15.6 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% ส่งผลให้ EPG มีกำไรสุทธิรวม 291.9 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 396.6 ล้านบาท หรือปรับตัวลดลง 26.4% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 29.4% ซึ่งสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้

ทั้งนี้เป็นผลมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มีรายได้จากการขายรวม 748.6 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกในกลุ่มประเทศ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และในกลุ่มอาเซียน ปัจจุบัน Aeroflex มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 70%

ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ภายใต้แบรนด์ Aeoroklas ยังคงเติบโตได้ดี มีรายได้จากการขายรวม 1,130.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของสินค้าประเภทหลังคากระบะ (Canopy) และรายได้จากบริษัทในต่างประเทศ TJM ปัจจุบัน Aeroklas มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศประมาณ 76%

ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มีรายได้จากการขายรวม 551.1 ล้านบาท ลดลง 10.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการบริโภคสินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายในประเทศยังคงชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 เป็นต้นมา อ้างอิงจากข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระบุว่า ปริมาณการจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2560 ลดลง 15.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายของ EPP ปรับลดลงในอัตราส่วนที่น้อยกว่าการปรับลดลงของอุตสาหกรรม

รศ.ดร.เฉลียว กล่าวต่อไปว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานสิ้นสุด 30 กันยายน 2560 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 280 ล้านบาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2560 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเติบโตช่วงหลังจากนี้ (ต.ค. 60– มี.ค. 61) เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว คาดว่า EPG จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ โดย Aeroflex อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในสหรัฐอเมริกาโดยใช้เครื่องจักรอัตโนมัติความเร็วสูง และเร่งทำการตลาดเพิ่มเติมในกลุ่มอาเซียน อาทิ ประเทศเวียดนาม  ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมถึงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์ประเภทฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา (Aero-roof) ที่มีกระแสตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้า Wholesaler และลูกค้าโครงการ

ด้าน Aeroklas อยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดรับกับ Lifestyle ของผู้บริโภค พร้อมขยายธุรกิจ TJM ในออสเตรเลีย เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต สำหรับ EPP มีความพร้อมด้านกำลังการผลิตและเทคโนโลยีการผลิต รองรับความต้องการของตลาด แต่อาจต้องรอจังหวะตลาดในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกฟื้นตัวกลับมาอย่างชัดเจนก่อน 

then

CSR Video