Monday, 21 May 2018

สแกนเนียประกาศผลความสำเร็จ ปี 2017 พร้อมทิศทางธุรกิจในปี 2018
จัดกิจกรรม Scania Top Team Thailand 2018 เน้นการให้บริการหลังการขาย
และการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพขับเคลื่อนผลกำไรลูกค้าในธุรกิจขนส่งอย่างยั่งยืน

สแกนเนีย เผยผลความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในปี  2017 ยอดขายรถบรรทุกและแชสซีส์รถบัสโดยสารเพิ่มสูงขึ้นกว่า 30  เปอร์เซ็นต์ ด้วยยอดขายจำนวน 609  คัน  เผยทิศทางในการทำธุรกิจในปี 2018 เน้นสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า จัดกิจกรรม Scania Top Team Thailand 2018  พัฒนาทักษะของบุคลากรฝ่ายงานบริการ เพิ่มพูนความรู้ความชำนาญ ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม รวมถึงใช้ระบบบริหารจัดการฟลีตรถ (Fleet Management System) และ แผนการบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Scania Maintenance with Flexible Plans) ที่ช่วยให้ยานพาหนะของลูกค้ามีความพร้อมสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนผลกำไรลูกค้าในธุรกิจขนส่งอย่างยั่งยืน

นายสเตฟาน  ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด

นายสเตฟาน ดอร์สกี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดรถบรรทุกและรถบัสโดยสารในปี 2017 โดยภาพรวมของตลาดมียอดการจดทะเบียนที่ลดลง แต่ในทางกลับกันการเติบโตของสแกนเนียในประเทศไทยมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์  โดยแบ่งเป็นในประเภทรถบรรทุกเพิ่มสูงขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรถโดยสารสแกนเนีย มียอดเพิ่มสูงขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ โดยยอดขายรถบรรทุกอยู่ที่  472 คัน และรถบัสจำนวน 137 คัน รวม   609  คัน  นอกจากนี้การให้บริการหลังการขายของสแกนเนียก็มียอดเติบโตเพิ่มสูงขึ้นถึง 25 %  ด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกถึงความพึงพอใจของลูกค้าในการให้บริการของสแกนเนีย

ทั้งนี้ก็มาจากปัจจัย 3 ข้อ ที่ทำให้สแกนเนียเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ก็คือ 1. ทีมงาน ที่เราทุกคนล้วนมุ่งเป้าไปที่การบริการลูกค้า ด้วยการเสริมสร้างทีมด้วยองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าในเรื่องการดูแลและซ่อมบำรุง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้ลูกค้า และการลดการ break down  2. คุณภาพของสินค้า ซึ่งเครื่องยนต์ของสแกนเนียนั้น  มีจุดเด่นในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน ทนทาน รวมถึงความง่ายต่อการใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  3. Repair & Maintenance Contract ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคนได้เป็นอย่างดี และในปลายปีนี้ สแกนเนียได้เตรียมพร้อมเปิดโรงงานประกอบรถบรรทุกและรถบัสโดยสารอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อรองรับจำนวนการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

“โดยในปีนี้ได้ขยายสาขารองรับจำนวนรถสแกนเนียในตลาดที่เพิ่มขึ้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยสแกนเนียคาดว่าในปี 2018  จะเพิ่มยอดขายสำหรับรถบรรทุกได้ที่ 650 คัน และรถบัสโดยสาร จำนวน  140 คัน โดยยังคงเน้นนโยบายในเรื่องของการให้บริการหลังการขายเป็นสำคัญ เพราะทุกอย่างนั้นเริ่มต้นมาจากลูกค้า สแกนเนียจึงพยายามที่จะทำให้รถที่ลูกค้าแต่ละรายซื้อได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงพัฒนาความรู้ให้กับทีมงานเพื่อที่จะได้สามารถดูแลลูกค้าหลังการขายได้ดี และรวดเร็ว สะดวกสบายมากขึ้น โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรม  Scania Top Team Thailand ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะของบุคลากรฝ่ายงานบริการ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความชำนาญและส่งเสริมการทำงานเป็นทีม โดยผนวกเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างการบริการระบบบริหารจัดการฟลีตรถ (Fleet Management System) เทคโนโลยีที่ช่วยให้วางแผนบริหารจัดการฟลีตรถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแผนการบำรุงรักษาเพื่อให้การใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Scania Maintenance with Flexible Plans) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ยานพาหนะของลูกค้า  มีความพร้อมสูงสุด เน้นเพิ่มความพึงพอใจลูกค้าเพื่อขับเคลื่อนผลกำไรให้กับลูกค้าในธุรกิจขนส่งอย่างยั่งยืน”

ด้านนายภูริวัทน์  รักอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาค บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน  Scania Top Team เป็นกิจกรรมแข่งขันวัดประสิทธิภาพทีมบริการหลังการขาย ในการตรวจวิเคราะห์และแก้ปัญหาเกี่ยวกับรถสแกนเนีย ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 10 ในระดับนานาชาติ โดยจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะของบุคลากรฝ่ายบริการของสแกนเนีย และเพิ่มความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการใช้เครื่องมือที่ถูกต้องในการทำงานและวัดประสิทธิภาพของทีมช่าง รวมถึงฝึกทักษะความรู้และเทคโนโลยี ความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีมที่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็น มุ่งเน้นไปที่การดูแลลูกค้า ซึ่งเป็นนโยบายเป้าหมายสูงสุดในการฝึกอบรมของสแกนเนียทั่วโลก โดยเป้าหมายสูงสุดสำหรับการฝึกอบรมทีมงานสแกนเนียทั่วโลก คือ การให้บริการที่ดีมีคุณภาพ รวดเร็วที่จะช่วยให้ยานพาหนะของลูกค้ามีความพร้อมในการวิ่งงานสูงสุด ในเวลาเดียวกัน  Scania Top Team ยังเป็นเวทีกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมด้านทักษะความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงลดปัญหาสิ่งแวดล้อม”

นายภูริวัทน์กล่าวต่อว่า “กิจกรรมการแข่งขัน  Scania Top Team  มีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 8,000 คนจากกว่า 70 ประเทศ โดยแต่ละประเทศที่จัดการแข่งขันจะมีการทดสอบในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติที่เกี่ยวกับงานด้านบริการ สำหรับประเทศไทยเรามีทีมสมัครเข้าร่วมแข่งขันจากทุกสาขาทั่วประเทศถึง 14 ทีม ซึ่งมี 5 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยจะแข่งขันในวันที่ 20 มกราคม 2561 นี้ เพื่อค้นหาสุดยอดทีม ที่จะเป็นตัวแทนไปแข่งระดับประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเดือนกันยายน 2561 และแข่งรอบชิงชนะเลิศรอบสุดท้ายในเดือนธันวาคม ที่ประเทศสวีเดนต่อไป  โดยคาดหวังว่าตัวแทน Scania Top Team  จากประเทศไทย จะสามารถนำทีมไปคว้ารางวัลใหญ่ที่ประเทศสวีเดนกลับมาได้  เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนางานขององค์กรต่อไป” 

ด้านนายสถิตย์  ริยะตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย  บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้สแกนเนีย พร้อมให้บริการลูกค้าด้วย ระบบบริหารจัดการฟลีตรถ หรือ Fleet Management System (FMS) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการฟลีตรถลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถทราบได้ว่ารถแต่ละคันของลูกค้า ณ ขณะนั้นวิ่งงานอยู่ที่ใด อัตราการใช้เชื้อเพลิงเป็นอย่างไร พฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างไร สามารถนำผลมาวิเคราะห์และปรับปรุงเพื่อพัฒนาในการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน บริษัทฯ สามารถใช้เทคโนโลยีในระบบนี้เข้าไปดู เพื่อเตรียมเครื่องมือและอะไหล่ สามารถนำไปแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้รถลูกค้ามีความพร้อมสามารถกลับไปวิ่งงานได้อย่างรวดเร็วที่สุด

นอกจากนี้ยังมี แผนการซ่อมบำรุงรักษาเพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพหรือ Scania Maintenance with Flexible Plans (Flex) เป็นแผนการให้บริการที่จะช่วยให้รถของลูกค้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น  เป็นแผนงานบริการที่ออกแบบอย่างเฉพาะเจาะจง ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานของรถในแต่ละคัน ด้วยการนำข้อมูลจากรถบรรทุกและข้อมูลการรับบริการที่แม่นยำ ตลอดจนเก็บข้อมูลตัวแปรต่าง ๆ เช่น ลักษณะเส้นทาง ความถี่ในการติดเครื่องยนต์และดับเครื่องยนต์ แม้กระทั่งสภาพแวดล้อม และอื่น ๆ ที่มีผลต่อแผนการบำรุงรักษาที่จำเป็นกับรถในแต่ละคันมาวางแผนการบำรุงรักษา และปรับให้เข้ากับรถในแต่ละคันให้เหมาะกับลักษณะธุรกิจของลูกค้า ซึ่งเป็นไปได้ว่าลดช่วงเวลาการบำรุงรักษาในแต่ละครั้งให้สั้นลง เปลี่ยนชิ้นส่วนเฉพาะที่จำเป็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ ลักษณะการใช้งาน สภาพแวดล้อม และอื่น ๆ ระบบจะเก็บข้อมูลและคำนวณเป็นแบบ Real Time ซึ่งทำให้มีความแม่นยำของข้อมูลที่สูงมาก โดยระบบดังกล่าวได้มีการติดตั้งให้กับรถรุ่นใหม่ทุกคันโดยไม่ต้องซื้อบริการเพิ่มเติม ส่วนรถสแกนเนียรุ่นเดิมที่ยังไม่ได้มีการติดตั้งระบบนี้ สามารถเข้ามานำรถเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้เช่นกัน และเมื่อรถของลูกค้าใกล้จะถึงรอบในการซ่อมบำรุง  สแกนเนียจะประสานงานนัดหมายหรือแจ้งล่วงหน้าก่อนที่จะถึงกำหนดการรับบริการครั้งถัดไป”

นายสถิตย์ กล่าวต่อว่า “สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาซ่อมและบำรุงรักษา หรือ Repair and Maintenance Contract (R&M) กับสแกนเนีย สามารถรับบริการแผนการบำรุงรักษา เพื่อการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ (Flex) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเอาเวลาที่จะต้องดูแลรถ ไปบริหารธุรกิจได้อย่างเต็มที่ และปล่อยหน้าที่ดูแลรถให้กับเราทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและผลกำไรของลูกค้าให้อย่างยั่งยืนต่อไป”

then

CSR Video

X

Right Click

No right click