Thursday, 16 August 2018

กนอ.ดัน 5 แอคชั่นแพลน ทรานส์ฟอร์มนิคมฯ รับการลงทุนอีอีซี
มั่นใจตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุม

  • กนอ.ร่วมเอกชน ลงทุนกว่า 2,700 ล้าน เปิดตัวนิคมฯ โรจนะแห่งใหม่บนพื้นที่แหลมฉบัง พร้อมเผยสิทธิประโยชน์เพียบ

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งพัฒนาพื้นที่ และนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการลงทุน ในระเบียงเศรษฐกิจ EEC เผยความคืบหน้า 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดสรรที่ดิน ด้านการให้บริการ ด้านการพัฒนาเมกะโปรเจกต์ ด้านการพัฒนานิคมฯ และด้านการส่งเสริมด้านนวัตกรรม นอกจากนี้ ยังมีมติจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ ในลักษณะร่วมดำเนินงาน คือนิคมฯ โรจนะแหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเบาที่ทันสมัย และเป็นนิคมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,700 ล้านบาท

นางสุวัทนา กมลวัทนนิศา รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

นางสุวัทนา กมลวัทนนิศา รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ตามมติคณะกรรมการ กนอ. เห็นชอบให้ กนอ. มีมติเห็นชอบการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในลักษณะร่วมดำเนินงาน นิคมฯ โรจนะแหลมฉบัง จ.ชลบุรี บนเนื้อที่ประมาณ 843 ไร่ ซึ่งจะร่วมดำเนินงานกับบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) โดยนิคมฯ ดังกล่าวจะถูกพัฒนาภายใต้แนวคิดอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเบาที่ทันสมัย ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร และอุตสาหกรรมการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบครบวงจรเป็นต้น  สำหรับมูลค่าการลงทุนของโครงการ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,700 ล้านบาท โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ทำเลที่ตั้งของโครงการ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เป้าหมายโครงการ EEC ทำให้ผู้ประกอบการสามารได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการส่งเสริมของ EEC และมีนิคมฯ ใกล้เคียงในรัศมี 50 กิโลเมตร กว่า 5 นิคมฯ เพื่อเป็นการรองรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความสนใจในพื้นที่และมีนิคมฯ ใกล้เคียงในรัศมี 50 กิโลเมตร กว่า 5 นิคมฯ เพื่อเป็นการรองรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความสนใจในพื้นที่  โดยนิคมฯ ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงการแบ่งเป็น เขตอุตสาหกรรม ร้อยละ 72.94 พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค ร้อยละ 16.00 และพื้นที่สีเขียวร้อยละ 11.06 ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี และคาดว่าจะสามารถขายพื้นที่หมดภายในระยะเวลา  3 ปี คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้กว่า 3,400 ล้านบาท

นางสุวัทนา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หลังจากที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี มีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย การนิคมฯ ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จึงได้เร่งดำเนินการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค ที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการลงทุนและการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย  โดยขณะนี้ความคืบหน้าในการดำเนินงานดังกล่าว มีประเด็นดังต่อไปนี้

  1. ด้านการจัดสรรที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อม  กนอ. ได้มีการสนับสนุนผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม พร้อมด้วยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการด้านเขต/สวนอุตสาหกรรมเดิม ดำเนินการยกระดับพื้นที่ของตนเองให้เข้าสู่การเป็นนิคมอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณาสู่การเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อไป นอกจากนี้ยังได้มีการจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการลงทุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 11,000 ไร่ ทั้งในจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงวางแผนด้านการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในนิคมฯ ให้เป็นไปตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ของ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยจะเน้นในเรื่องกระบวนการลดมลพิษ การรองรับปริมาณและการกำจัดขยะอุตสาหกรรม รวมถึงเร่งพัฒนาให้นิคมฯ มีความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศมากขึ้น
  2. ด้านการให้บริการ   กนอ. ได้มีการดำเนินการร่วมกันกับ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ในการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนที่สนใจดำเนินการในพื้นที่ EEC ที่จะมีความรวดเร็วและครบวงจร อาทิ การพัฒนาระบบอนุมัติอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ในเขตประกอบการเสรี เพื่อลดขั้นตอนการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้าเข้า – ออก เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนและเวลาในการดำเนินธุรกรรมของผู้ประกอบการ ตลอดจนศูนย์ SME – ITC ที่จะช่วยให้กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้รับองค์ความรู้ และเทคโนโลยีใหม่ๆที่ทันสมัยจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ ต่อเนื่องถึงการเชื่อมโยงเพื่อเป็นฐานการผลิตระหว่างกันต่อไป
  3. การเร่งพัฒนาเมกะโปรเจกต์ เพื่อเป็นฐานรองรับการผลิต การลงทุน ซึ่งได้แก่ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนแบบเฉพาะรายอีกหนึ่งครั้ง ทั้งในเรื่องของรูปแบบการร่วมลงทุน ความต้องการในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภค รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ ส่วนอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญคือ โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และดิจิทัล อยู่ในช่วงสรุปผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าเร็วๆนี้ จะทราบผลดังกล่าว และเดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศได้ทราบถึงข้อมูลที่สำคัญต่อไป
  4. การพัฒนานิคมฯ ใหม่เพื่อรองรับการลงทุน  ในขณะนี้มีผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC สนใจส่งเรื่องจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในลักษณะร่วมดำเนินงาน กับ กนอ. จำนวนรวมแล้วไม่น้อยกว่า 15 ราย ซึ่ง กนอ. กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณา
  5. การส่งเสริมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี  เพราะนวัตกรรมและเทคโนโลยี และระบบต่างๆที่เป็นดิจิทัล เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดึงดูดการลงทุนในอีอีซีอย่างมีนัยสำคัญ เช่นการพัฒนานิคมฯ Smart Park ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่รองรับการลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมด้านดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีอันทันสมัย พร้อมกันนี้ กนอ.ได้ศึกษาการนำระบบเทคโนโลยีประมูลจากเมืองโอตะมาใช้ในระเบียงฯผลไม้ และยังจะมีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆให้มีความทันสมัย เช่น สิ่งก่อสร้างประหยัดพลังงาน ระบบ IoT ที่จะเชื่อมต่อกับเครื่องมือต่างๆและการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงการส่งเสริมกำลังคนด้านดิจิทัลและนวัตกรรม จากการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยกลุ่มบิ๊กบราเธอร์ ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่จากไทยและต่างประเทศภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ SME - ITC

นอกจากนี้ กนอ. ยังมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจาก สิทธิประโยชน์การลงทุนของบีโอไอ ด้วยการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล 50% เพิ่มอีก 5 ปีจากเกณฑ์ปกติ ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ ที่ได้มีการประกาศ 21 นิคมอุตสาหกรรม เป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้ช่วยดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น และยังส่งผลให้ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหลายรายสนใจยื่นเรื่องขอจัดตั้งเป็นเขตส่งเสริม และได้มีนิคมฯ ที่ได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมอีกหลายแห่ง  อย่างไรก็ตาม ในการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย จะมีการใช้พื้นที่สำหรับโครงการลงทุนน้อยกว่าโครงการลงทุนทั่วไป เพราะมีระดับเทคโนโลยีสูงกว่า ซึ่ง กนอ. มั่นใจว่าจะสามารถพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุนในพื้นที่ EEC อย่างแน่นอน

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองประชาสัมพันธ์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถนนนิคมมักกะสัน กรุงเทพฯ โทร. 02 2530561 หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

then

CSR Video

X

Right Click

No right click