Wednesday, 19 September 2018

ECF เตรียมลุยเดินหน้าโครงการ MDF เต็มกำลัง เร่งก่อสร้างโครงการมูลค่า 1,456.31 ล้านบาท ให้เสร็จทันภายในปี 62 ยกระดับผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ครบวงจรต้นน้ำถึงปลายน้ำ หลังออเดอร์ล้นทะลักทั้งในและต่างประเทศ

นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF)

นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) (ECF) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 7/2561 (27 มิ.ย. 61) มีมติอนุมัติให้ บริษัท แพลนเนทบอร์ด จำกัด (บริษัทย่อยของ ECF) เข้าทำรายการลงทุนสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายแผ่นไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นปานกลาง หรือ แผ่นไม้เอ็มดีเอฟ ที่ จ.นราธิวาส โดยบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นสามัญของแพลนเนท จำนวน 5,700,000 หุ้น หรือคิดเป็น 57% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

อีกทั้งจะเข้าทำสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สัญญาซื้อขายที่ดิน (ที่ตั้งโครงการ) เนื้อที่ประมาณ 94 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา สัญญาก่อสร้างโรงงาน โกดังสินค้า และอาคารสำนักงาน มีกำลังการผลิต 652 ลูกบาศก์เมตร/วัน หรือ 195,600 ลูกบาศก์เมตร/ปี ตั้งอยู่ที่อำเภอยี่งอ จ.นราธิวาส ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร และสัญญาซื้อเครื่องจักรสายการผลิตและอุปกรณ์โรงงาน

ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการลงนามในสัญญาต่าง ๆ และชำระราคาค่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่คู่สัญญาภายในไตรมาส 4/62  โดยจะใช้เงินลงทุนในโครงการดังกล่าวทั้งสิ้น 1,456.31 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินมาใช้ สำหรับการเข้าลงทุนในโครงการผลิตแผ่นไม้เอ็มดีเอฟ ของ บริษัท แพลนเนทบอร์ด จำกัด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาอนุมัติสินเชื่ออย่างเป็นทางการจากสถาบันการเงิน นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อนึ่ง คณะกรรมการบริษัทพิจารณาและมีความเห็นว่าการเข้าทำรายการในครั้งนี้ อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม เป็นการเพิ่มศักยภาพและผลกำไรของบริษัท สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากเป็นการได้มาซึ่งธุรกิจที่สนับสนุนหรือเป็นต้นน้ำของธุรกิจหลัก คือ การผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ธุรกิจของบริษัทมีความครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และจากผลการศึกษาความเป็นไปได้พบว่า เป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนในการลงทุนที่ดี โดยมีอัตราผลตอบแทนของโครงการ (Project IRR) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10.43 ต่อปี และมีระยะเวลาการคืนทุน (Payback Period) ไม่เกินกว่า 10 ปี และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Equity IRR) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 11.66 ต่อปี และมีระยะเวลาการคืนทุน (Payback Period) ไม่เกินกว่า 11 ปี บนข้อสมมติฐานตามหลักความระมัดระวัง

“ปัจจุบันแผ่นไม้เอ็มดีเอฟได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาผลิตเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งประเภทต่างๆ เนื่องจากมีคุณสมบัติใกล้เคียงไม้จริง และมีราคาที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับไม้จริงหรือแผ่นไม้อัด รวมทั้งยังไม่มีสินค้าทดแทนในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณการใช้แผ่นไม้เอ็มดีเอฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้างที่พักอาศัยและผลิตเฟอร์นิเจอร์ ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้แนวโน้มปริมาณการใช้แผ่นไม้เอ็มดีเอฟเพิ่มสูงขึ้น การลงทุนของบริษัทในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีทางธุรกิจ ช่วยเสริมสร้างจุดแข็งในการดำเนินงาน  และการเติบโตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้” นายอารักษ์ กล่าว 

then

CSR Video