Thursday, 16 August 2018

SMART ผลประกอบการฟื้น ครึ่งปีแรกกวาดรายได้รวม 175.04 ล้านบาท โต 15.07% ขาดทุนลดฮวบ 61.85 % อยู่ที่ 18.41 ล้านบาท มองครึ่งปีหลังตลาดอิฐมวลเบาในประเทศคึกคัก EEC เมกะโปรเจค เอกชนลงทุนโครงการใหม่ หนุนความต้องการใช้งานเพิ่ม เผยกลยุทธ์เดินหน้าขยายฐานลูกค้ารายย่อย ผู้รับเหมา สถาปนิก ทั่วประเทศ เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดใน สปป.ลาว และ กัมพูชา กระแสตอบรับดี เตรียมเพิ่มตัวแทนจำหน่าย

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART)

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (SMART) ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยว่าผลประกอบการงวดครึ่งแรกปี 2561 มีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ขาดทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีรายได้รวม 175.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.92 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.07% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 152.12 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 18.41 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 48.26 ล้านบาท ลดลง 61.85 %

ส่วนงวดไตรมาส 2/61 โดยมีรายได้รวม 86.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.11 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.58% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 72.07 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 10.35 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 13.22 ล้านบาท ลดลง 21.68 %

สาเหตุที่ผลประกอบการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากปริมาณการใช้งานวัสดุอิฐมวลเบาของโครงการภาครัฐขนาดกลาง การลงทุนโครงการของภาคเอกชน เริ่มมีการฟื้นตัว และราคาจำหน่ายอิฐมวลเบามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและขาดทุนสุทธิของบริษัทปรับตัวดีขึ้น

“ในช่วงครึ่งปีหลัง ทิศทางภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบาในประเทศ ยังมีทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง กลับมาคึกคักตามนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ EEC การลงทุนในโครงการเมกะโปรเจคขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เริ่มดำเนินโครงการ อาทิ งานก่อสร้างอาคารสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว สีน้ำเงิน และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทยอยลงทุนในโครงการใหม่มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบา ปรับตัวดีขึ้นและ SMART ยังคงเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก แนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จักและผลักดันสินค้าผ่านทุกช่องทางการจำหน่าย ส่วนของโครงการภาครัฐ-เอกชนขนาดใหญ่ก็ยังเดินหน้าทำตลาดต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่” นายรังสี กล่าว

นอกจากนี้บริษัทยังคงเดินหน้าแผนขยายฐานลูกค้ารายย่อย ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ให้ครอบคลุมทั่วประทศมากขึ้น เนื่องจากมีความต้องการใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการกระจายผลิตภัณฑ์ผ่านร้านโมเดิร์นเทรดชั้นนำในทุกภูมิภาค โดยปัจจุบันมีวางจำหน่ายในไทวัสดุจำนวน 42 สาขา โกลบอลเฮ้าส์ 17 สาขา ซึ่งบริษัทจะเพิ่มช่องทางจำหน่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งออกบล็อกมวลเบาตกแต่งที่มีลวดลายใหม่เพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการกลุ่มลูกค้า

ส่วนตลาดในกลุ่มประเทศ AEC บริษัทได้รุกตลาดในประเทศ สปป.ลาวมากขึ้น โดยมีแผนเพิ่มตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากความต้องการใช้งานในสปป.ลาวมีการขยายตัวค่อนข้างมาก ปัจจุบันมีออเดอร์สินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดในประเทศกัมพูชา ยังเติบโตดีมีปริมาณคำสั่งซื้อต่อเนื่อง คาดว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 %

then

CSR Video

X

Right Click

No right click