ATP30 โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรก 61 พร้อมรุกธุรกิจรถรับส่งนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ

นายปิยะ เตชากูล (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) (“ATP30”) ร่วมงาน Opportunity Day ให้ข้อมูลสรุปผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกรายได้รวม 203.05 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 19.80 ล้านบาท พร้อมแผนการดำเนินงานครึ่งปีหลัง รุกธุรกิจรถรับส่งนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ มั่นใจรายได้ปีนี้โตตามเป้า 20% อัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 10% ณ ห้องประชุม 603 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้

เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท แต่งตั้งคุณรักรดา ลักษณะวิมล
เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชีย

เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ประกาศแต่งตั้ง คุณรักรดา ลักษณะวิมล หรือคุณ “แอนนี่” เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชีย ประจำการที่สำนักงานหลักของภูมิภาคเอเชียที่กรุงเทพมหานคร รับผิดชอบสายงานด้านการขาย และเพิ่มโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับโรงแรมเบสท์เวสทิร์นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น

คุณรักรดา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด สั่งสมประสบการณ์ในการบริหารงานด้านการขายกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมโรงแรมหลายแห่ง ได้แก่ แอคคอร์โฮเทล ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขาย โรงแรมบี-เลย์ตอง ภูเก็ต เอ็มแกลเลอรี่ คอลเลคชั่น ต่อมาได้เข้าร่วมงานกับดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายขาย โรงแรมดุสิตดีทู ภูเก็ต รีสอร์ท และบิสโปก ฮอสพิทัลลิตี้ แมเนจเม้นท์ เอเชีย หรือ บีเอชเอ็มเอเชีย ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขาย ดูแลการสร้างรายได้ให้กับโรงแรม 17 แห่ง ในประเทศไทยและต่างประเทศ และก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับเบสท์เวสเทิร์น ก็ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ โรงแรมบี-เลย์ตอง ภูเก็ต ในปี พ.ศ. 2560

มร. โอลิเวียร์ แบร์ริแวง ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชีย เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ต้อนรับคุณรักลดาสู่เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ภูมิภาคเอเชีย ไม่เพียงแต่ผลงานอันโดดเด่นและประสบการณ์คร่ำหวอดจากการร่วมงานกับเครือโรงแรมชั้นนำหลายแห่ง แต่ยังรวมถึงความมีวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการทำงาน เราจึงมีความมั่นใจว่าคุณรักลดาจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างกลยุทธ์ทางด้านการขาย ให้กับแบรนด์และพัฒนาธุรกิจของเราในภูมิภาคนี้ให้แข็งแกร่งมากขึ้น”

คุณรักรดา ลักษณะวิมล กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก จากการได้เห็นการขยายแบรนด์และเปิดโรงแรมใหม่ๆ หลายแห่งในภูมิภาคนี้ ดิฉันภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับทีมงานเบสท์เวสเทิร์นและเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างการเติบโตและความสำเร็จให้กับแบรนด์ในอนาคต”

สำหรับท่านที่ต้องการติดต่อคุณรักรดา สามารถส่งอีเมลไปที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือโทร. 02 656 1260

ออมสิน work shop 100 ทีม โครงการ GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ปี 6

ออมสินเผยผู้เข้ารอบ 100 ทีม โครงการประกวด GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ปี 6 หลากหลาย  โดยผลงานส่งประกวดมากสุด Top3 ได้แก่ ด้านอาหารและเกษตรกรรม สุขภาพ และท่องเที่ยว ส่วนผลงานน่าสนใจอื่นๆอีกเพียบ อาทิ พลังงาน การศึกษา ขนส่ง การเงิน ฯลฯ จัดเต็มบ่มเพาะธุรกิจ work shop 100 ทีม ระดมกูรูชี้แนะแนวทาง พร้อมจัด Business Matching ต่อยอดเจรจา-ร่วมทุนธุรกิจ  

นายอมรฤทธิ์ จันทร์ประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า โครงการประกวด GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ภายใต้ Concept SMEs Startup Wow! “ทำได้เลย ทำได้เร็ว ทำได้จริง” ขณะนี้คณะกรรมการได้คัดเลือกผู้เข้ารอบ 100 ทีม เพื่อเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะธุรกิจ ซึ่งได้จัดกิจกรรม work shop ในวันที่ 15-16 กันยายนที่ผ่านมา ที่โรงแรมเดอะ รอยัล ริเวอร์ โดยมีการเชิญนักวิชาการและกูรูธุรกิจ เพื่อให้ข้อมูลความรู้ทางธุรกิจ ร่วมถึงให้คำปรึกษาแนะนำต่างๆ นอกจากนี้ยังได้มีการจัด Business Matching ด้วยการจัดแสดงผลงานทั้งหมดพร้อมแนวคอนเซ็ป เพื่อโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่พันธมิตรธุรกิจ คู่ค้า หรือการเจรจาร่วมลงทุน ทั้งจากทีมผู้เข้ารอบกันเอง นักลงทุน และรวมถึงธนาคารออมสินเองก็มีความพร้อมที่จะพิจารณาร่วมลงทุนสนับสนุนทางการเงินกับแผนงานที่เห็นว่า "ทำได้เลย ทำได้เร็ว ทำได้จริง" ขั้นตอนต่อไปผู้เข้ารอบทั้งหมดจะนำความรู้ที่ได้รับ เพื่อไปปรับแผนธุรกิจของตัวเองและส่งกลับมาอีกครั้งภายในวันที่ 25 กันยายน จากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาและคัดเลือก และจะประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 6 ตุลาคม ทางเว็บไซต์ www.gsb100tomillion.com และ www.facebook.com/gsb100tomillion

“สำหรับแผนธุรกิจที่ส่งเข้าประกวดปีนี้มีความหลากหลาย โดยแผนธุรกิจที่มีผู้ส่งเข้าประกวดมากที่สุด 3 อันดับแรกของผู้เข้ารอบ 100 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ ได้แก่ ประเภทอาหารและเกษตรกรรม 18 ผลงาน ด้านสุขภาพ 16 ผลงาน และท่องเที่ยว 9 ผลงาน นอกจากนั้นในปีนี้ผลงานที่ส่งประกวดมีความน่าสนใจเพราะแตกแขนงไปหลายมิติมาก เช่น ด้านพลังงานและพลังงานทางเลือก, การศึกษา, ขนส่ง, การเงิน, E-commerce, Digital Service, Property Tech,  Online Entertainment, Wedding Marketplace, อุตสาหกรรม E-Sport และ สิ่งประดิษฐ์ประเภทเทคโนโลยีด้าน IT โดยคนไทย เป็นต้น ซึ่งผู้เข้ารอบ 100 ทีม จำนวน 222 คน ได้เข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะธุรกิจ โดย work shop กับผู้เชี่ยวชาญและกูรูธุรกิจ เพื่อกลับไปปรับผลงานและเสนอเข้ามาอีกครั้ง” นายอมรฤทธิ์ กล่าว

กิจกรรม work shop มีหัวข้อการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้ 

  • Pitching project โดย อาจารย์ ณัฐพร สันธนะวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาธุรกิจ ประสบการณ์ทำงานกว่า 15 ปี ในองค์กรไทยและนานาชาติ
  • Experiences VS Things โดย คุณสุทธิเกียรติ จันทรชัยโรจน์ (โมชิ) CEO Shippop ผู้ชนะเลิศโครงการประกวด GSB สุดยอด SMEs startup ตัวจริง ปี 5
  • การบรรยายเรื่อง การร่วมทุน โดย คุณศรัณย์ สุตันติวรคุณ หุ้นส่วนบริหาร บริษัท เอ็น-เวสต์ เวนเจอร์ จำกัด
  • การบรรยายเรื่อง ภาพรวมสายงานลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs Startup โดย คุณเบญจมาภรณ์  จันทร์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs Startup
  • Final Briefing โดย รองศาสตร์จารย์ ดร.พิภพ อุดร ที่ปรึกษาโครงการ

สำหรับช่วง Exercise Pitching โดยกูรูธุรกิจ 10 ท่าน ประกอบด้วย

  • คุณบิลลี่ – พชร ยงจิระนนท์ CEO และ Co-Founder บริษัท ฮับบา จำกัด
  • คุณสุวิตา จรัญวงศ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทลสกอร์ จำกัด
  • คุณปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา U Drink I Drive
  • คุณฐากูร ชาดิสุทธิผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัดเจ้าของซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารจัดการ ร้านอาหาร “Food-Story”
  • คุณรวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด
  • ดร.ไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการหลักสูตร Global Executive Mindset-GEM FoodMorph
  • คุณณัฐวุฒิ เผ่าปรีชา ผู้ก่อตั้ง & ประธานกรรมการบริหาร com
  • คุณทิวา ยอร์ค Head Coach kaidee.com
  • คุณจอมทรัพย์ สิทธิพิทยา CEO และ Co-Founder บริษัท Exzy จำกัด
  • คุณชิตพล มั่งพร้อม ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง Zanroo

ทั้งนี้ธนาคารออมสินได้สร้างชื่อโครงการประกวด “GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง” ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างมากขึ้นทุกปี โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 1,000 ผลงาน ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์  ที่ต้องการให้เป็นเวทีแห่งโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่มีความฝัน และมุ่งมั่นสร้างผลงานที่ทำได้จริงในกลุ่ม SMEs Startup เพื่อพิชิตเงินทุนมูลค่ารวมกว่า 3,000,000 บาท โดยผลงานชนะเลิศ จะได้รับเงินทุนสูงถึง 1,000,000 บาท และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ธนาคารออมสินยังสนับสนุนกระบวนการบ่มเพาะองค์ความรู้ด้านธุรกิจ จากกูรูที่มากด้วยประสบการณ์และประสบผลสำเร็จในการทำธุรกิจ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รับประโยชน์ นำข้อมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของตัวเอง เพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดได้

ติดตามข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวโครงการประกวดได้ที่ www.gsb100tomillion.com หรือ www.facebook.com/gsb100tomillion

นีเวีย เฟซแคร์ เปิดตัว นีเวีย ไมเซลแอร์ เอ็กซ์เพิร์ท ไมเซล่า วอเตอร์
ให้พลังการลบเมคอัพอย่างล้ำลึก แม้ซิลิโคนตกค้าง

นางวนัสภรณ์ ธนาสิดาพันธุ์ (ขวาสุด) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว กลุ่มผิวหน้า บริษัท ไบเออร์ สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “นีเวีย ไมเซลแอร์ เอ็กซ์เพิร์ท ไมเซล่า วอเตอร์” ครั้งแรกของคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางสูตรพิเศษสำหรับ ลบเมคอัพกันน้ำและซิลิโคนเกลี้ยง 100% ไม่ทิ้งคราบมัน โดยมีพรีเซ็นเตอร์สาวสุดฮอต “วิว วรรณรท สนธิไชย” และ ซีดี – กันต์ธีร์ ปิติธัญ แร็ปเปอร์หนุ่มเสียงดี เข้าร่วมงาน ลานบีคอน 2 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เซ็นทรัล เวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

ถึงเวลาแล้วที่คนต่างเจเนอเรชั่น...ต้องใช้พื้นที่ทำงานร่วมกัน

Spaces (สเปซเซส) ผู้บุกเบิกออฟฟิศพร้อมใช้งานแบบครบวงจรสุดสร้างสรรค์ระดับโลก เผยการทำงานที่ยืดหยุ่นและการใช้พื้นที่ทำงานร่วมกัน ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียล เห็นได้จากผลสำรวจล่าสุดพบว่าจำนวนร้อยละ 51 ของเจเนอเรชั่นเกิดก่อน พ.ศ. 2507 และร้อยละ 49 เจเนอเรชั่นที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 ต่างต้องทำงานจากนอกสถานที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของสัปดาห์

ยุคดิจิทัลทำให้ผู้คนในทุกช่วงอายุสามารถทำงานได้จากที่ต่างๆ ทั่วโลกได้ง่ายดายกว่าเดิม จึงส่งผลให้ความต้องการสถานที่ทำงานที่ยืดหยุ่นนั้นเพิ่มมากขึ้น โดยผลสำรวจล่าสุดของ Spaces ยังเผยอีกว่าแม้จะเป็นผู้บริโภคสายดิจิทัลแต่คนกลุ่มนี้ยังมีความต้องการการพบปะสื่อสารแบบส่วนตัว โดยจำนวนกว่าร้อยละ 59 ของคนในเจเนอเรชั่นที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 นั้น เชื่อว่าสถานที่ทำงานที่ช่วยมอบความยืดหยุ่นได้จะช่วยให้เหล่าพนักงานสามารถพัฒนาทักษะใหม่ๆ ได้รวดเร็วขึ้นจากโอกาสในการพบปะหรือทำงานร่วมกันกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ในขณะที่กลุ่มเจเนอเรชั่นที่เกิดก่อน พ.ศ. 2507 เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวในอัตราร้อยละ 42

Spaces ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการสร้างวัฒนธรรม และดึงดูดผู้คนให้มาใช้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง โดยในปีนี้บริษัทที่ก่อตั้งโดยชาวดัตช์กำลังจะเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่การก่อตั้ง Spaces แห่งแรกในกรุงอัมสเตอร์ดัมเมื่อ พ.ศ. 2551 ปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้วกว่า 120 สาขา ใน 39 ประเทศทั่วโลก รวมไปถึงเมื่อไม่นานมานี้ได้ขยายสาขาเพิ่มเติมใน ฮ่องกง ลอนดอน นิวยอร์ก ปารีส และอีกหลายสาขา

นายมาร์ติน รอร์ดิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Spaces กล่าวว่า เนื่องจากทัศนคติที่มีต่อสถานที่ทำงานนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคาดหวังของพนักงานทุกคนในการสร้างวัฒนธรรมการทำงาน เพื่อการให้เติบโตขององค์กรจึงมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เหล่าคนทำงานในหลากหลายช่วงอายุต่างมีมุมมองที่ชื่นชอบสถานที่ทำงาน ที่สามารถมอบความยืดหยุ่นในการทำงานได้อย่างแตกต่างกัน ซึ่งผลการสำรวจได้ชี้ให้เห็นว่าเจเนอเรชั่นที่เกิดก่อน พ.ศ. 2507 มองว่าสถานที่ทำงานที่มีความยืดหยุ่น จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดี แต่ในขณะเดียวกันเจเนอเรชั่นที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 ชื่นชอบสถานที่ทำงานที่ให้ความยืดหยุ่นเพราะสามารถช่วยผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น

ข้อมูลที่น่าสนใจจากผลการสำรวจล่าสุด มีดังนี้

  • กลุ่มคนในเจเนอเรชั่นที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 (ร้อยละ 67 ) ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจมากกว่าเจเนอเรชั่นที่เกิดก่อน พ.ศ. 2507 (ร้อยละ 58)
  • ร้อยละ 55 ของกลุ่มคนเจเนอเรชั่นก่อน พ.ศ. 2507 คิดว่าการทำงานได้จากสถานที่ต่างๆ ช่วยให้เกิดความคิด ที่สร้างสรรค์ได้มากกว่าการนั่งประจำอยู่ในออฟฟิศ ซึ่งอัตราเฉลี่ยของกลุ่มเจเนอเรชั่นที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 มีจำนวนสูงถึงร้อยละ 68
  • กลุ่มคนส่วนใหญ่ในเจเนอเรชั่นหลัง พ.ศ. 2523 ต่างมองว่าสถานที่ทำงานที่มอบความยืดหยุ่นนั้นช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและการเริ่มต้นโปรเจ็คใหม่ๆ (ร้อยละ 67) เมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นก่อน พ.ศ. 2507(ร้อยละ 55)

การวิเคราะห์ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ช่วยผลักดันให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยผลการสำรวจพบว่า:

  • กลุ่มเจเนอเรชั่นที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 มักรู้สึกว่าบริการเครื่องดื่มในพื้นที่สำนักงานเอื้อให้การทำงานมีประสิทธิผลมากขึ้น (ร้อยละ 23) เมื่อเทียบกับกลุ่มเจเนอเรชั่นที่เกิดก่อน พ.ศ. 2507 (ร้อยละ 13)
  • กลุ่มคนในเจเนอเรชั่นหลัง พ.ศ. 2523 ไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อระบบการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wi-Fi) มากถึงร้อยละ 78 แต่ในกลุ่มเจเนอเรชั่นที่เกิดก่อน พ.ศ. 2507 กลับให้ความสำคัญกับระบบเครือข่ายเน็ตเวิร์คมาก ถึงร้อยละ 85

เหล่าผู้นำธุรกิจได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการใช้กลยุทธ์ด้านการมอบพื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นนายจ้างที่ดี:

  • ร้อยละ 72 ของผู้ที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 คิดว่าการที่บริษัทเลือกวิธีการทำงานในแบบที่มีความยืดหยุ่น จะสามารถช่วยผลักดันให้พนักงานเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับผู้คนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2507
  • ร้อยละ 84 ของพนักงานที่เกิดหลัง พ.ศ. 2523 เชื่อว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นนั้นช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสรรหาและรักษาพนักงานระดับหัวกะทิไว้ได้ เมื่อเทียบกับคนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2507 ที่มีอัตราเพียงร้อยละ 75

นายมาร์ติน รอร์ดิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Spaces ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกันนั้นสามารถต่อลมหายใจให้กับองค์กร และเป็นพลังสำคัญสำหรับการทำงานของพนักงานในทุกช่วงอายุ การแบ่งปันแนวคิดและความรู้ร่วมกันระหว่างรุ่นสู่รุ่น รวมถึงการทำงานของกลุ่มคนที่มีบทบาทหน้าที่และทักษะ ที่แตกต่างกันแต่กลับต้องมาทำงานร่วมกัน ทั้งในรูปแบบที่เป็นแบบทางการและไม่เป็นทางการผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น พนักงานรุ่นพี่ช่วยสอนงานหรือให้คำปรึกษาพนักงานรุ่นน้อง ซึ่งจะช่วยให้ได้เห็นมุมมองที่แตกต่างกันและจุดประกายแนวคิดใหม่ๆ ได้

กลุ่มคนในแต่ละช่วงอายุนั้น อาจมีมุมมองเกี่ยวกับการใช้สำนักงานที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะไม่มีแนวคิดใดที่ถูกหรือผิด แต่ผู้ว่าจ้างที่ดีนั้นจะต้องค้นหาแนวทางในการช่วยให้พนักงานในทุกช่วงอายุนั้น สามารถมีส่วนร่วมและคิดค้นไอเดียที่ดีที่สุด เพื่อผลประโยชน์ต่อองค์กรและตัวคนคิดค้นเอง

นายเดนิส เทย์เลอร์ นักจิตวิทยาคลินิก กล่าวว่า

การทำงานร่วมกันนั้นนับเป็นการสร้างพันธสัญญาเชิงจิตวิทยาระหว่างผู้ว่าจ้างกับพนักงาน ไม่ใช่เพียงแค่ความสัมพันธ์ ที่ผูกกันด้วยเงินเดือน ซึ่งผู้ว่าจ้างจะต้องมีวิธีการสานสัมพันธ์กับพนักงานด้วยวิธีต่างๆ และส่วนหนึ่งก็คือการค้นหาสิ่งที่เหมาะสมกับกลุ่มคนในทุกช่วงอายุ ซึ่งทุกๆ อุตสาหกรรมต่างก็ต้องการแรงบัลดาลใจในการสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ และแสวงหาในการขยายเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งการใช้พื้นที่บริการสำนักงานร่วมกันอย่าง Spaces สามารถทำให้ทุกคนได้มีโอกาสพบเจอกลุ่มคนในวัยทำงาน ในทุกช่วงอายุที่อาจมีเบื้องหลังและประสบการณ์แตกต่างกันมาให้ได้เรียนรู้ต่อไป

คุณโนเอล โค้ก ผู้อำนวยการใหญ่ สเปซเซส ประจำประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการของพื้นที่การทำงานมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีปัจจัยสำคัญหลากหลายที่ช่วยขับเคลื่อนเทรนด์นี้อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นผ่านระบบมือถือ แม้ว่าจะอยู่ต่างสถานที่ ในระยะทางที่ไกล แต่ก็ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ทันเวลาอยู่เสมอ รวมไปถึงอีกปัจจัยสำคัญคือกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียลต่างเริ่มคาดหวังให้เหล่านายจ้าง มอบพื้นที่การทำงานที่มีทั้งพื้นที่แห่งการพบปะสรรสรรค์และสร้างแรงบัลดาลใจ ในการคิดค้นสุดยอดไอเดียให้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม Spaces ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขับเคลื่อนสภาพแวดล้อมเพื่อการทำงานอันเป็นมืออาชีพเท่านั้น แต่ยังมีสาขาที่พร้อมให้บริการอย่างครอบคลุมทั่วโลก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญและสอดคล้องกับหลักความต้องการของคนยุคมิลเลนเนียล โดยพร้อมเปิดให้บริการแล้ว 2 สาขา ชั้น 3 ของซัมเมอร์ฮิลล์และสาขาที่สองบนชั้น 24 อาคารจัสตุรัสจามจุรี นอกจากนี้ Spaces ยังคงมีแผนขยายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นอีก 3 สาขาในไทย ได้แก่ เอ็มไพร์ ทาวเวอร์, M-9 Ratchada และ The Metropolis สำโรง

กลุ่มคนในแต่ละเจเนอเรชั่นจะมีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นและสามารถนำมาปรับใช้กับการทำงานได้ เช่น คนยุคเบบี้บูมเมอร์ คือยุคที่ใช้ประสบการณ์และความอดทนพร้อมทุ่มเทให้กับการทำงาน และคนยุคมิลเลนเนียลที่มักมีความคิดสร้างสรรค์และมีความเชื่อที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อนำทั้งสองเจเนอเรชั่นมารวมเข้าด้วยกัน จึงทำให้เกิดมุมมองและทัศนคติใหม่ๆเกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้ได้ชิ้นงานที่ละเอียดและล้ำลึก อันมาจากที่ทุกคนต่างตั้งใจและให้ความสำคัญกับหน้าที่ของตนอย่างดีเยี่ยม

Page 1 of 11