PPPM เครื่องร้อนตั้งบริษัทย่อยลุยธุรกิจพลังงานลมในญี่ปุ่น

หลังเข้ารับตำแหน่ง CEO ของ บมจ. พีพี ไพร์ม (PPPM) ไม่นาน บอสหนุ่ม “ณสุ จันทร์สม” เดินหน้าจัดโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตั้งบริษัทย่อยถึง 2 บริษัท ด้วยกัน คือ Origin Power Investment Co.,Ltd. ในสาธารณรัฐมอริเชียส และ Wind Power A Co.,Ltd. ในประเทศฮ่องกง เพื่อลงทุนธุรกิจพลังงานลมในประเทศญี่ปุ่นให้ครบ 100 โครงการ จากปัจจุบันที่มีการติดตั้ง และเดินเครื่องขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้ว 7 โครงการ งานนี้บอส กระซิบว่า หากติดตั้งครบตามแผน จะหนุนอัตรากำไรขั้นต้นโตอย่างโดดเด่น และส่งสัญญาณว่าปีหน้าผลงานพลิกกำไรอย่างแน่นอน จากการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ และสัตว์เลี้ยง ที่เดินเกมรุกอาหารเกรดพรีเมี่ยมมากขึ้น

กระทรวงพลังงานมั่นใจ “ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี เอเชีย” ขับเคลื่อนอนาคตไทยสู่ “พลังงาน 4.0”

Future Energy Asia Exhibition & Conference (FEA) 2018 เน้นความยั่งยืนด้านพลังงานและการสร้างโอกาสใหม่ๆ เป็นสำคัญ

ด้วยเป้าหมายที่ท้าทายในการก้าวเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานยั่งยืนของเอเชีย ประเทศไทยคาดหวังว่างานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านพลังงานเพื่ออนาคตแห่งเอเชีย หรือ Future Energy Asia Exhibition & Conference (FEA) 2018 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคมนี้ จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงาน 4.0 และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ value-based economy หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”

FEA 2018 จัดขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพลังงานของไทย เพื่อเป็นเวทีพบปะและแลกเปลี่ยนของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในแวดวงพลังงานทั้ง energy value chain จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งรวมถึงผู้นำจากภาครัฐ บริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานครบวงจร ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสะอาด ผู้ประกอบการ และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ซึ่งพร้อมจะรวมพลังเพื่อกำหนดกลยุทธ์สำหรับภูมิภาคเอเชียและตอบสนองความต้องการด้านพลังงานในอนาคต

ในครั้งนี้คาดว่าจะมีตัวแทนภาคธุรกิจเข้าร่วมงานกว่า 8,000 คน ตลอดจน ผู้เข้าร่วมงานประชุมกว่า 1,000 ราย ผู้เชี่ยวชาญเชิงกลยุทธ์และด้านเทคนิคร่วมบรรยายกว่า 300 คน และบริษัทชั้นนำที่จะนำสินค้าและนวัตกรรมมาร่วมแสดงอีกกว่า 200 บริษัท โดยงานครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดการหารือจากผู้บริหารระดับสูง สร้างความร่วมมือใหม่ๆ สร้างโอกาสทางธุรกิจ และร่วมกันหาข้อสรุปในการส่งเสริมให้เกิดทางเลือกด้านพลังงานแบบผสมผสานจากทั่วเอเชียที่มีความปลอดภัย คาร์บอนต่ำ และราคาที่ไม่สูงมากนัก

งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด The Future Energy Mix to 2030 โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญ ตัวแทนระดับรัฐมนตรีของรัฐบาลประเทศต่างๆ และผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจตัดสินใจ มาร่วมพูดคุย ถกเถียง และกำหนดทิศทางและแนวโน้มในอนาคตสำหรับเชื้อเพลิงแบบผสมผสานและเทคโนโลยีต่างๆ ที่จำเป็น โดยมุ่งความสนใจไปที่น้ำมันและก๊าซ เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มมากขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพ และรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (lower-carbon economy)

คณะกรรมการจัดงาน Future Energy Asia ประกอบด้วยผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมพลังงานที่มาร่วมหารือเพื่อสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าและการประชุม Future Energy Asia ประเด็นสำคัญในการอภิปราย ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานสู่ยุคดิจิตอล ปัจจัยขับเคลื่อนความต้องการพลังงานในอนาคต การพัฒนาโครงการก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย และผู้ผลิต LNG ที่กำลังเติบโตและเป็นที่รู้จักจากทั่วโลก

"จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นและแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีจำกัด คาดว่าปริมาณการนำเข้า LNG จะเพิ่มขึ้นเป็น 34.4 ล้านตันในปี 2579 กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาผ่อนปรนกฎระเบียบสำหรับอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ให้เอื้อต่อการเข้าถึงของผู้ประกอบการเพื่อลดปริมาณการนำเข้า LNG และให้เกิดการลงทุนในประเทศ เรากำลังศึกษาตัวเลือกต่างๆ ในแผนการเปิดเสรีเพื่อหาผู้เล่นรายใหม่ๆ มาลงทุนในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติของประเทศ ทั้งส่วนที่จะเป็นผู้ส่งออกรายใหม่ และกำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจและโอกาสใหม่ๆ ด้วย” ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมจัดงาน FEA 2018

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "ประเทศไทยพยายามอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงาน 4.0 ซึ่งเน้นเรื่องการปรับเปลี่ยนและการพัฒนาพลังงาน เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานและพลังงานทดแทนที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ทั้งสามวันของการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเวทีที่เหมาะสำหรับบรรดา บริษัทน้ำมันแห่งชาติ (NOCs) และ บริษัทน้ำมันข้ามชาติ (IOCs) ตลอดจนบริษัทด้านสาธารณูปโภคระดับชาติ และ ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสสระ (IPP) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสะอาด ผู้รับเหมาด้านวิศวกรรม และผู้จัดหาเงินทุน เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของประเทศจากผู้จัดหาเชื้อเพลิงแบบเดิมๆ ไปเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานแบบครบวงจร นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย ในการส่งเสริมโครงการด้านพลังงานใหม่ๆ ดึงดูดการลงทุนในภาคพลังงาน และการเป็นศูนย์กลางการสื่อสารกับนักลงทุนต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสร้างโอกาสการลงทุน"

นอกจากนี้ งาน FEA 2018 จะจัดการประชุมยุทธศาสตร์ (Strategic Conference) เป็นเวลา 3 วัน ซึ่งถือเป็นเวทีแรกของเอเชีย ซึ่งเป็นเวทีพบปะและแลกเปลี่ยนของผู้ที่มีอิทธิพล ความรู้ และประสบการณ์มากที่สุดในแวดวงอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และพลังงาน เพื่อแสวงหาความร่วมมือ ทำธุรกิจ และริเริ่มประเด็นการหารือ อันจะส่งผลต่อการตัดสินใจและกำหนดนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและนวัตกรรมทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน

ในส่วนของนิทรรศการจะมีกิจกรรมที่เรียกว่า Centers of Technical Excellence (COTES) ซึ่งผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานประชุมด้านเทคนิคนี้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อการประชุมกว่า 45 หัวข้อตลอดช่วง 3 วันของการจัดงาน และจะผลักดันให้มีการอภิปรายอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับนวัตกรรมทางด้านเทคนิค ซึ่งจะมีบรรดาวิศวกร ช่างเทคนิค ผู้รับเหมา และหัวหน้าแผนก มาร่วมจำนวนมาก โดยทั้งหมดพร้อมจะเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดที่จะส่งผลต่ออุตสาหกรรม ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการแสวงหาผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ จาก บริษัทที่เข้าร่วมแสดงงานอีกด้วย

เจ้าภาพร่วมจัดงาน Future Energy Asia 2018 ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมหรือลงทะเบียน กรุณาเข้าชมเว็บไซต์ที่ www.futureenergyasia.com หรือติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

UAC รับข่าวดี “สยามโมเอโกะ” ส่งก๊าซเพิ่ม 3 แสนลูกบาศก์ฟุต/วัน
หนุนรง.PPP กำลังผลิตกว่า 90% ครั้งแรกในรอบ 5 ปี

บมจ. ยูเอซี โกลบอล ( UAC ) เฮ รับข่าวดี หลังรับก๊าซจากแหล่งบูรพา เอ “สยามโมเอโกะ” เพิ่ม 300,000 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมกับ Associated Gas ที่รับจากแหล่งเสาเถียร เอ ของ ปตท สผ. อีก 1.45 ล้านลูกบาศก์ฟุต ส่งผลบริษัทฯ เดินเครื่องโรงงาน PPP แตะ 1.8 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ด้านผู้บริหาร “ ชัชพล ประสพโชค ” ระบุ นับเป็นครั้งแรก ในรอบ  5 ปี ตั้งแต่เริ่มการผลิตโรงงาน PPP ที่มีกำลังผลิตกว่า 90%  พร้อมปรับโหมดการผลิต เน้นการผลิต C1 , LPG และ NGL เต็มสูบ เชื่อโค้งสุดท้ายสดใส เหตุภาพรวมธุรกิจเติบโต ชี้ เทรดดิ้ง-พลังงาน-ไบโอดีเซล และ PPP หนุนเป้ารายได้ปีนี้โตตามแผน 2,500 ล้านบาท  

นายชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยว่า จากการกลับมาผลิตปิโตรเลียมที่แหล่งบูรพาเอ ของ บริษัท สยามโมเอโกะ จำกัด ตั้งแต่กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีก๊าซธรรมชาติที่เผาทิ้งในการผลิตน้ำมันดิบ (Associated Gas) เพิ่มประมาณ 300,000 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งหากรวมกับ Associated Gas จากแหล่งเสาเถียร เอ ของ ปตท สผ. ที่รับมาวันละประมาณ 1.45 ล้านลูกบาศก์ฟุต  จะส่งผลให้ UAC สามารถเดินเครื่องจากโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (PPP) ได้กว่า 90%  ของความสามารถในการผลิตรวม และถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการมา 

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการปรับกลยุทธ์การผลิต เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยการเพิ่มการผลิตในส่วนของก๊าซ C1, ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม (LPG) และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (NGL) และลดการผลิตในส่วนของก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) ลง เพื่อบริษัทฯสามารถส่ง C1ไปให้โรงไฟฟ้าเสาเถียรได้ต่อเนื่อง สามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าที่ผ่านมา 130 %

“มั่นใจว่าสถานการณ์ของ PPP และโรงไฟฟ้าเสาเถียร จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณ Associated Gas ที่มากขึ้น และราคาผลิตภัณฑ์อยู่ในช่วงขาขึ้นตามราคาปิโตรเลียมของโลก ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะเสริมให้ผลประกอบการของ UAC ในไตรมาส 4 มีความแข็งแกร่งมากขึ้น” นายชัชพล กล่าว

พร้อมกันนี้ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) ยังได้กล่าวเพิ่มว่า สำหรับภาพธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/2561 เชื่อว่ามีการเติบโตจากกลุ่มเทรดดิ้ง ซึ่งมีความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นของกลุ่มลูกค้าโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี ที่มีการขยายกำลังผลิต ส่งผลให้สารเคมีและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น

ในขณะที่ กลุ่มพลังงานได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจไบโอดีเซล และ PPP ที่มีทิศทางการขยายตัวที่ดีมากขึ้น ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มเคมีภัณฑ์ ยังคงทรงตัว ดังนั้นจึงมั่นใจว่ายอดขายในปี 2561 ของบริษัทฯยังสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,500 ล้านบาท 

IEEE PES GTD ASIA 2019 ชูแนวคิด “BigShiftin Powerand Energy”
จัดใหญ่ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย และครั้งแรกในประเทศไทย

เตรียมพบกับความยิ่งใหญ่ของงานประชุมวิชาการและนิทรรศการระดับโลก IEEE PES GTD ASIA 2019 ที่เป็นการนำการจัดประชุมและแสดงนิทรรศการด้านพลังด้านการผลิต ส่ง และจำหน่ายของ ที่ IEEE จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 40 ปี ณ ทวีปอเมริกาเหนือ มาจัดเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย และครั้งแรกในประเทศไทย จัดใหญ่ภายใต้แนวคิด "Big Shift in Power and Energy" คณะผู้จัดงานหวังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร และผู้ประกอบการด้านไฟฟ้าและพลังงาน ชี้เป็นงานที่เปิดโลกทัศน์อนาคตการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าไทย

IEEE Power & Energy Society – Thailand และ สถาบันวิชาชีพวิศวกรไฟฟ้าและอิเลคโทรนิคส์แห่งประเทศไทย (IEEE Thailand Section) ได้รับความไว้วางใจจาก IEEE Power & Energy Societyสำนักงานใหญ่ ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นรวมองค์ความรู้ด้านไฟฟ้าและพลังงานระดับโลกที่ก่อตั้งมานานกว่า 130 ปี ให้ดำเนินการจัดงานสัมมนาวิชาการและนิทรรศการระดับนานาชาติ IEEE PES GTD Grand International Conference and Exposition Asia 2019 หรืองาน IEEE PES GTD ASIA 2019 ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 19 -23 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการด้านไฟฟ้าและพลังงานเข้าร่วมงานกว่า 400 ราย และมีผู้เข้าร่วมการประชุมและเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงานกว่า 10,000 คน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ ประธานการจัดงาน IEEE PES GTD ASIA 2019ได้กล่าวว่า งานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ IEEE PES GTD ASIA 2019เป็นงานโลกด้านไฟฟ้าและพลังงาน มีองค์ประกอบของงานหลัก ๆ ประกอบด้วย งานPower Generation (PG Asia) งานTransmission and Distribution (T&D Asia) งาน Renewable Energy (RE Asia)บูรณาการกับองค์ประกอบด้าน Digitalizationที่มี Smart City & Data Center รวมเข้าด้วยกัน ภายใต้ Theme ที่ชื่อว่า “Big Shift in Power and Energy”โดยมีจะนำเสนอการประชุมเชิงวิชาการและจัดแสดงนิทรรศการที่ครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับระบบผลิต การส่งและจำหน่ายไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบดิจิตอล ที่บูรณาการกับการผลิตส่งและจำหน่ายไฟฟ้าและพลังงาน

“นับเป็นโอกาสอันดีที่งานระดับโลกอย่าง IEEE PESGTD ได้มาจัดที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก และถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย หลังจากที่ได้มีการจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 40 ปี ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยงานนี้เป็นการรวมงาน Power Generation(PG Asia) งาน Transmission and Distribution(T&D Asia) และงาน Renewable  Energy (RE Asia) เข้าด้วยกัน การประชุมวิชาการและนิทรรศการระดับโลกในครั้งนี้ จะมีเนื้อหาครอบคลุมทุกด้านเกี่ยวกับระบบผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่าย พลังงานทดแทนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่นศูนย์ข้อมูลและเมืองอัจฉริยะ มีนิทรรศการจากบริษัทและองค์กรชั้นนำระดับโลก รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการพัฒนาด้านการวิจัย และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและพลังงานของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม”

นอกจากนี้ ภายในงานยังเป็นเสมือนเวทีพบปะระหว่างผู้ประกอบการชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกที่เข้าร่วมแสดง เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงานทุกรูปแบบ ทั้งระบบผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่าย รวมถึงพลังงานทดแทนต่างๆ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานชีวมวล ชีวภาพ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้า ระบบสะสมพลังงาน (Battery Energy Storage System) DataCenter และ IoT ซึ่งเป็นอนาคตใหม่ของการก้าวข้ามขีดจำกัดในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า

สำหรับการประชุมวิชาการและนิทรรศการระดับนานาชาติ IEEE PES Generation Transmission and Distribution (GTD) Grand International Conference and Exposition Asia 2019ภายใต้แนวคิดBig Shift in Power & Energy” ครั้งนี้ ยังได้เปิดรับบทความวิชาการและบทความวิจัย เพื่อให้นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต นักศึกษา บุคคลทั่วไปที่สนใจ ตลอดจนผู้ซึ่งมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ ได้มีเวทีในการนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิชาการ ผลงานวิจัย รวมทั้งเกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ซึ่งกันและกันซึ่งบทความวิชาการ หรือ บทความวิจัย ที่ส่งเข้าร่วมงานประชุมวิชาการในครั้งนี้ จะได้รับการพิจารณากลั่นกรองและประเมินคุณภาพทางวิชาการ จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและพลังงาน เพื่อรักษาระดับคุณภาพและเป็นมาตรฐานตามหลักสากล โดยบทความที่ผ่านการกลั่นกรองและประเมินคุณภาพทางวิชาการจากคณะกรรมการฯ จัดได้รับการคัดเลือกให้นำเสนอบทความฯ ในเวทีการประชุมกลุ่มย่อยในการประชุมวิชาการ และได้รับเกียรติเชิญให้เข้าร่วมการประชุมวิชาการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และหน่วยงานอื่นๆ อาทิ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. รวมถึงสมาคมองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย (TPVA) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)และยังรวมถึงการไฟฟ้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชียด้วย

นอกจากนี้ ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการด้านการผลิต ส่ง และจำหน่าย ไฟฟ้าและพลังงาน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ เพื่อยกระดับการผลิตส่งและจำหน่ายไฟฟ้าและพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานทดแทนในหลากหลายรูปแบบ อาทิ เช่น เอบีบี, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

 

เกี่ยวกับIEEE Thailand Section และ IEEE Power & Energy Society-Thailand

สถาบันวิชาชีพวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์(Institute of Electrical and Electronics Engineers) หรือ IEEE (อ่านว่า  “ไอทริปเพิลอี”) เป็นสถาบันวิชาชีพ (Professional Organization) ระดับนานาชาติอายุกว่า 130 ปี เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร เป็นองค์กรที่รวบรวมทรัพยาการบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าฯ ที่ใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้และดูแลเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับไฟฟ้า พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ สื่อสารและคอมพิวเตอร์ โดย IEEE เป็นสถาบันวิชาชีพที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก (มากกว่า 360,000 คน ใน 175 ประเทศ) เมื่อปีพ.ศ. 2522 ได้มีการจัดตั้งสมาคมสถาบันวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย ครั้งแรกในประเทศไทย โดยมี ฯพณฯ พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 เป็นนายกสมาคมฯ

IEEE Power & Energy Society กับ Chapter ของ IEEE Thailand Section ทำหน้าที่จัดสัมมนา การบรรยายทางวิชาการและสนับสนุนกิจกรรมของ IEEE Thailand Section ในด้านเทคนิค (Professional Activity) และด้านการศึกษา (Educational Activity) และเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศรวมทั้ง IEEE PES Distinguished Lecturer มาถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับวิศวกรสาขาไฟฟ้ากำลังและพลังงานของประเทศ

ปัจจุบัน คุณเสริมสกุล  คล้ายแก้ว ผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็น Chairman, IEEE Power & Energy Society-Thailand

IEEE PES Thailand มีกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการเพื่อแวดวงวิศวกรรมไฟฟ้า และพลังงาน ปีละ 20-30 ครั้ง ตลอดทั้งปี รวมทั้งการเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากต่างประเทศมาบรรยายปีละหลายครั้ง

สจล. ยกระดับสู่ต้นแบบมหาวิทยาลัยด้านพลังงาน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) (ที่ 3 จากซ้าย) และ นายชัยยงค์ พัวพงศกร ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมลงนามความร่วมมือในการพัฒนาออกแบบระบบพลังงาน วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต กักเก็บ และการจ่ายพลังงาน รองรับการเป็นมหาวิทยาลัย สมาร์ทแคมปัส (Smart Campus) ต้นแบบด้านการประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ลาดกระบัง กรุงเทพฯ

Page 1 of 2