“เรียลมี” พร้อมเปิดมิติที่แตกต่าง บุกตลาดสมาร์ทโฟนอาเซียน

  • เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ‘Realme2’ ชูจุดเด่นด้วยประสิทธิภาพและดีไซน์ล้ำสมัยจับกลุ่มคนรุ่นใหม่

“เรียลมี” (Realme) แบรนด์สมาร์ทโฟนคุณภาพสูง บุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นทั้งประสิทธิภาพและการออกแบบ จับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน และฟีเจอร์ทันสมัยล่าสุดในราคาที่เข้าถึงได้

เรียลมี แบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่ที่เติบโตมาจากการเป็นซับแบรนด์ของออปโป (OPPO) แต่ปัจจุบันแยกตัวออกมาเป็นแบรนด์อิสระ ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2561 มุ่งผลิตสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพและดีไซน์โดนใจคนรุ่นใหม่ โดยมองว่าคนรุ่นใหม่ทั่วโลกอาจมีอุปนิสัยและความชื่นชอบแตกต่างกัน แต่มีสิ่งที่ต้องการจากสมาร์ทโฟนคล้ายคลึงกัน เรียลมีจึงเน้นพัฒนาสมาร์ทโฟนแห่งอนาคตที่ให้ทั้งประสิทธิภาพสูงและดีไซน์ทันสมัย ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนหนุ่มสาว

ด้วยแนวคิดดังกล่าวทำให้ เรียลมีรุกตลาดได้อย่างเหนือความคาดหมายด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรก “Realme1” ซึ่งจำหน่ายหมดใน 2 นาทีแรกที่ประเทศอินเดีย และติดอันดับสินค้าขายดีในเว็บไซต์ Amazon ทั้งนี้ยอดจำหน่ายของ Realme1 พุ่งสูงถึง 400,000 เครื่องในระยะเวลาเพียง 2 เดือนหลังเริ่มจำหน่าย เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมและรูปลักษณ์ที่ถูกใจผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากเรียลมี คือ Realme2 สร้างสถิติใหม่ในประเทศอินเดียด้วยยอดขายถึง 2 แสนเครื่องภายในเวลาเพียง 5 นาที สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาของแบรนด์ คือ ‘Power Meets Style’ และแนวคิดในการทำให้ดีขึ้นไปอีกขั้น (A Notch Above) อีกทั้งพัฒนาขึ้นจากการสำรวจความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนมากอย่างลึกซึ้ง เพื่อพลิกโฉมตลาดสมาร์ทโฟนระดับโลก

สกาย ลี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเรียลมี กล่าวว่า “ความต้องการของลูกค้าในตลาดสมาร์ทโฟนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลือกยังมีน้อย เรียลมีจึงมุ่งที่จะอุดช่องว่างนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมล่าสุด มีประสิทธิภาพสูงและดีไซน์สวยงาม เรียลมีตั้งเป้าขยายตลาดในระดับโลก เราจึงตั้งใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนของโลกด้วยเช่นกัน”

มาดัฟ เชธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรียลมี อินเดีย กล่าวว่า “การเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนน้องใหม่ในตลาดอินเดียที่มีความหลากหลายและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้เห็นความต้องการมหาศาลที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเรานับตั้งแต่การเปิดตัว Realme1 ซึ่งภายใน 30 วันหลังจากนั้น เรามีส่วนแบ่งตลาดออนไลน์ร้อยละ 4 และขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ของตลาดจำหน่ายสมาร์ทโฟนออนไลน์ แบรนด์ของเรามีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมที่สุดแก่ลูกค้า”

Realme2 เป็นที่คาดหมายว่าจะประสบความสำเร็จยิ่งกว่า Realme 1 โดยมาพร้อมคุณสมบัติเด่น เช่น หน้าจอแบบ Notch Full Screen ดีไซน์แบบเหลี่ยมเพชร พร้อมฟังก์ชันอื่นๆ อีกมากมายในราคาสุดเซอร์ไพรส์ และจะวางจำหน่ายเร็วๆ นี้Fingerprint Unlock

*************

 เกี่ยวกับ Realme

Realme (เรียลมี) คือ แบรนด์สมาร์ทโฟนคลื่นลูกใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านสมาร์ทโฟนคุณภาพสูง ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ซึ่งตรงกับวันเยาวชนแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยผู้ก่อตั้งคือ สกาย ลี ร่วมกับคนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่มีประสบการณ์อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนของหลายประเทศ

เรียลมีใส่ใจความต้องการของผู้ใช้สมาร์ทโฟน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ทั้งประสิทธิภาพสูงและการออกแบบที่ทันสมัย โดยมีช่องทางจำหน่ายหลักคืออี-คอมเมิร์ซ

Realme1 ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั้งในด้านประสิทธิภาพ และสไตล์การออกแบบในทันทีหลังการเปิดตัวในประเทศอินเดีย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 โดยมียอดจำหน่ายต่อเดือนสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในตลาดจำหน่ายสมาร์ทโฟนออนไลน์ของอินเดีย

เปิดตัวบียอนช็อป ศูนย์บริการครบวงจร

นายฐาคณิษฐ์ พรทองประเสริฐ (กลาง) ประธานกรรมการบริษัท พี.ที.อี. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนคุณภาพ บียอน แบรนด์คนไทยในราคาจับต้องได้ พร้อมด้วยทีมงานเปิดตัวช็อปบียอน ศูนย์จำหน่ายและให้บริการสมาร์ทโฟน สาขาบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว เพื่อเป็นศูนย์จัดจำหน่ายพร้อมให้บริการดูแลหลังการขายแบบ One Stop Service อำนวยความสะดวกและรองรับกลุ่มลูกค้าในย่านนี้ ซึ่งมีกลุ่ม Stamp Mobile และตัวแทนจำหน่ายสมาร์ทโฟนจากค่ายต่างๆ เข้าร่วมแสดงความยินดี ณ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว

ZTE เดินหน้า ลุย 5 จี หลังกระทรวงพาณิชย์ฯยกเลิกคำสั่ง

แม้คำสั่งห้ามบริษัทในอเมริกาในการขายชิ้นส่วนให้ ZTE ได้ส่งผลกระทบต่อ ZTE  ในระยะเวลา 2 เดือนครึ่ง แต่ ZTE ยังคงสามารถรักษาความสามารถหลักไว้ได้ โดยเฉพาะทีมวิจัยพัฒนา และทีมงานหลัก ทำให้ภายใต้แนวทางการปฏิบัติงานตามกฎระเบียบ โปรแกรมวิจัย และการพัฒนาส่วนใหญ่ ไม่ได้รับผลกระทบ 

ZTE ยังคงมีความมั่นใจว่าจะเป็นผู้นำในการดำเนินกระบวนการเชิงพาณิชย์ ประสิทธิภาพการทำงาน และขอบเขตการให้บริการเทคโนโลยี 5 จี  เพราะความต้องการของตลาดโทรคมนาคม และห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความเป็นสากลมากที่สุด โครงสร้างการจัดหาสินค้าแบบร่วมกันเป็นเรื่องปกติของอุตสาหกรรมนี้  ซึ่งภายหลังการพัฒนาเป็นเวลาหลายปี มีซัพพลายเออร์อุปกรณ์เหลือเพียง 4 รายในอุตสาหกรรมได้แก่ หัวเหว่ย, โนเกีย, อีริคสัน และ ZTE ซึ่งซัพพลายเออร์เหล่านี้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมทั้งระบบ ด้วยความเป็นธรรม ความปลอดภัย และยั่งยืน

ทรัพยากรบุคคลถือเป็นสมบัติที่มีค่า ทำให้ความสามารถในการแข่งขันหลักของ ZTE ไม่ได้รับผลกระทบ จำนวนของพนักงานที่ลาออกเพิ่มขึ้นเพียง 100 ราย ระหว่างปีนี้กับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันไม่ได้ทำให้ ZTE สูญเสียความสามารถหลัก นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้การผลิต และการดำเนินงานตามปกติของบริษัทต้องหยุดลง รวมถึงส่งผลกระทบถึงโครงการใหม่  ถึงกระนั้นลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงมั่นใจใน ZTE และรอการยกเลิกคำสั่งห้ามฯ  บริษัทยืนยันที่จะให้ความรับผิดชอบต่อคู่ค้ารวมถึงธนาคาร และซัพพลายเออร์ ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว  ว่าบริษัทไม่มีการผิดนัดชำระเงินให้กับซัพพลายเออร์  ทำให้ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุน ZTE อย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ ZTE เป็นผู้นำเทคโนโลยี 5 จีใน 3 ด้าน ด้านแรกเป็นผู้นำด้านระยะเวลาเชิงพาณิชย์ของ 5 จี  ZTE ใช้เทคโนโลยี 5จี บนเครือข่าย 4จี ในปัจจุบัน ดังนั้น ZTE จะมีข้อได้เปรียบในการเป็นผู้ให้บริการรายแรกเมื่อยุค 5จี มาถึง  ด้านที่สองคือประสิทธิภาพการทำงาน ZTE มีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับเครือข่าย 4 จี ซึ่งจะช่วยให้เกิดความได้เปรียบในการทำงานสำหรับผู้ใช้ระบบ 5จี ด้านที่สามคือขอบเขต เนื่องจากตลาด 5จี  ของประเทศจีน เป็นตลาดที่มีการลงทุนมากที่สุดในโลก  ZTE ใช้ตลาดจีนเป็นฐานที่สร้างความได้เปรียบของตนในตลาดโลก และจากมุมมองของความสามารถในการบูรณาการของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ZTE ถือเป็น 1 ใน 2 บริษัทที่สามารถให้บริการโซลูชัน 5จี แบบเอ็นด์ทูเอนด์ สำหรับยุค 5 จีที่จะมาถึง ดังนั้น ZTE จะเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้สำหรับอุตสาหกรรมทั้งหมด  

“ออปโป้” ฉลองครบรอบ 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
พร้อมเปิดตัว OPPO Find X และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition
สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์

“ออปโป้” ฉลองครบรอบ 10 ปี ตอกย้ำความสำเร็จในการรุกตลาดประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี อัดโปรโมชั่นฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัว OPPO Find X และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสุดล้ำ พร้อมวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์ ขยายฐานลูกค้าอัพเปอร์คลาส

ชานนท์ จิรายุกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด กล่าวในงานแถลงข่าว ครบรอบ 10 ปี ของออปโป้ (OPPO) ประเทศไทยว่า บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ได้เข้ามาทำการตลาดและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนแบรนด์ ออปโป้ (OPPO) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นแบรนด์แรก อาทิ หน้าจอแสดงผล 2K เป็นเจ้าแรก หรือนวัตกรรมชาร์จไวอย่าง VOOC Flash Charge เป็นต้น ทำให้มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลา 10 ปี ส่งผลให้สมาร์ทโฟนออปโป้ครองตำแหน่งอันดับ 2 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดในตลาดประเทศไทย และตำแหน่งอันดับ 4 ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนสูงสุดทั่วโลก ท่ามกลางการแข่งขันอย่างสูง (อ้างอิงข้อมูลจาก Canalys และ IDC)

นอกจากความสำเร็จในด้านการเติบโตทางธุรกิจแล้ว ออปโป้ยังเป็นผู้นำในฐานะแบรนด์รุ่นใหม่ที่ทันสมัยและโดดเด่นเรื่องแฟชั่น ด้วยการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อผลิตสมาร์ทโฟนที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างมีศักยภาพ และใส่ใจในการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม จนสร้างปรากฏการณ์ให้ตลาดสมาร์ทโฟนคึกคักในทุกๆ ซีซั่นของการเปิดตัวออปโป้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น OPPO F7 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงเดือนเมษายน 2561 เป็นรุ่นที่เน้นความโดดเด่นเรื่องเซลฟี่ ด้วยระบบ AI Beauty 2.0 ช่วยประมวลผลและปรับแต่งภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดจำหน่าย OPPO F7 มียอดขายสูงกว่ารุ่นเดิม OPPO F5 ถึง 3 เท่า และยังกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ขายดีอันดับ 1 ในทุกช่องทางหลังจากเพิ่งเปิดตัวไปได้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่ขายดีที่สุดของออปโป้ ส่งผลให้ภาพรวมของปี 60 ที่ผ่านมานั้น ออปโป้เติบโตด้วยยอดขายสมาร์ทโฟนเพิ่มจากปี 59 ถึง 95.1%

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี ของ ออปโป้ (OPPO) ประเทศไทย จึงขอแนะนำ OPPO Find X (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดใน Series Find (ซีรี่ส์ ไฟน์) โดย OPPO Find X (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) โดดเด่นด้วยการออกแบบ Panoramic หน้าจอแสดงผลขอบโค้งมน และขอบริมจอบางเป็นพิเศษ พื้นที่หน้าจอ 93.8% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตลาดขณะนี้ และมีนวัตกรรม Stealth 3D Cameras ที่ช่วยซ่อนกล้องทำให้บอดี้ของสมาร์ทโฟนสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ ส่วนกล้องหน้า AI มีความละเอียด 25 ล้านพิกเซล มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ HDR 2.0 ถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือแสงจ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเทคโนโลยีการตรวจจับใบหน้าแบบ 3D อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถใช้เทคโนโลยี 3D Structured Light Facial Recognition เพื่อปลดล็อกเครื่องด้วยใบหน้าของผู้ใช้งานอย่างปลอดภัยมากขึ้น

รวมถึงการใช้งาน 3D AI Beauty ที่ช่วยให้การปรับแต่งใบหน้าให้ดูดีเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น และยังสามารถใช้งาน 3D Omoji ที่สามารถแสดงอารมณ์ผ่านตัวการ์ตูนโดยจับใบหน้าของผู้ใช้งานแบบ real time เพื่อให้การแชทที่สนุกสนาน แถมยังสามารถสร้างโมเดลตัวผู้ใช้เองเป็นตัวการ์ตูนได้อีกด้วย ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยการดีไซน์ พร้อมการไล่เฉดสีบนฝาหลัง 3D ทำให้ตัวเครื่องดูแวววาวล้ำค่าเหมือนอัญมณี โดยมี 2 สี ได้แก่ สี Bordeaux Red และ Glacier Blue และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับการเปิดตัว OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์ ออโต้โมบิล ลัมโบร์กีนี อิดิชั่น) ที่เป็นรุ่นพิเศษ ซึ่งออปโป้ร่วมมือกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลี ลัมโบร์กีนี โดดเด่นด้วยงานดีไซน์สวยงามโดยได้รับแรงบันดาลใจจากแรงขับเคลื่อนอันรวดเร็ว ความหรูหรา และรูปลักษณ์ที่นำสมัยของรถยนต์ ลัมโบร์กีนี พร้อมนวัตกรรม SuperVOOC สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์โดยรวมในปีนี้ ชานนท์ จิรายุกุล กล่าวว่า ออปโป้ตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยยังคงเน้นกลยุทธ์การรักษาภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์รุ่นใหม่และโดดเด่นเรื่องแฟชั่น รวมทั้งการมีผลิตภัณฑ์ที่ดีจากการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง แต่จะเพิ่มการขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคไฮเอนด์มากขึ้น จากการศึกษาข้อมูลตลาดสมาร์ทโฟนไทยในปี 2560 พบว่า ตลาดในภาพรวมยอดจำหน่ายลดลงไปประมาณ 7% แต่สัดส่วนมูลค่าของตลาดกลับเพิ่มขึ้นประมาณ 4% สะท้อนว่าพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหันมาซื้อสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ซึ่งออปโป้จะเริ่มรุกตลาดไฮเอนด์โดยประเดิมด้วย OPPO Find X (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์) และ OPPO Find X Automobili Lamborghini Edition (ออปโป้ ไฟน์ เอ็กซ์ ออโต้โมบิล ลัมโบร์กีนี อิดิชั่น)
ที่คาดว่าจะได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังเตรียมโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี

  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น A83 2018 (16GB) ราคา 0 บาท เมื่อซื้อแพ็คเกจ โทรไม่อั้น เน็ตไม่อั้น กับ TrueMove H
  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น  A83 2018 (32GB) เหลือ 5,990 บาท จากราคาปกติ 6,490 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO รุ่น A83 2018 (64GB) เหลือ 6,990 บาท จากราคาปกติ 7,490 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO F7 เหลือ 9,990 บาท จากราคาปกติ 10,990 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO F7 (128GB) เหลือ 13,990 บาท จากราคาปกติ 14,990 บาท
  • สมาร์ทโฟน OPPO R15 Pro เหลือ 17,990 บาท จากราคาปกติ 19,990 บาท และลดเพิ่มอีก 7,000 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจ TrueMove H

ร่วมสัมผัสนวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยจากสมาร์ทโฟนออปโป้ (OPPO) ได้ที่ออปโป้แบรนด์ช็อปทุกสาขาทั่วประเทศเร็วๆ นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Facebook : https://www.facebook.com/oppothai และ Website: www.oppo.com/th หรือ โทร. 02-126-3700