ทีทีดับบลิว รับ “รางวัลดีเด่น” รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561

นางสาวลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) รับรางวัลรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 (Sustainability Report Award 2018) ระดับดีเด่น จาก CSR Club และสถาบันไทยพัฒน์ ภายใต้การสนับสนุนของ ก.ล.ต. และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนครบทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกีรยติจาก คุณโสภาวดี เลิศมนัสชัย คณะกรรมการพิจารณารางวัล รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2561 เป็นผู้มอบรางวัล ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

รายงานความยั่งยืนเป็นรายงานที่จัดทำขึ้นเพื่อเปิดเผยข้อมูล และเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อทิศทาง และกระบวนการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ รวมทั้งการรายงานความก้าวหน้า ตลอดจนผลกระทบจากการดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทฯ ต่อสาธารณะ และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ

การได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลรายงานความยั่งยืนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ และความน่าเชื่อถือของการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ แก่นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และพันธกิจของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พัฒนาการดำเนินธุรกิจสู่ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) เพื่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโต อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

“บลูสโคป” แต่งตั้ง “อัศว เม็ททอล” เป็นตัวแทนจำหน่ายหลังคาเหล็กแบรนด์จิงโจ้เหล็ก®

นายวรพล อังศุลาพิวัฒน์ (ซ้าย) รองประธานฯ ฝ่ายขาย บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของไทย และ นายประชา อัศวนิเวศน์ (ขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัศว เม็ททอล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายสินค้าด้านการค้าโลหะ ร่วมลงนามในสัญญาแต่งตั้งบริษัท อัศว เม็ททอล (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลังคาเหล็กยี่ห้อจิงโจ้เหล็ก® ของบริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อกระจายสินค้าไปสู่โรงรีดทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รองรับการขยายตัวของการก่อสร้างที่พักอาศัย ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกหาสินค้าที่ดี มีคุณภาพ และมั่นใจในสินค้าด้วยการรับประกันจากบลูสโคป โดยพิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ เมื่อเร็วๆ นี้

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชูพลังครั้งยิ่งใหญ่ แท็กทีมพนักงานใน 40 ประเทศทั่วโลก ร่วมสนับสนุนวันอังคารแห่งการให้ #GivingTuesday 2018

เป็นเวลา 20 ปีมาแล้วที่มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric Foundation) ได้มีการรวบรวมพนักงานในกลุ่มธุรกิจของชไนเดอร์ฯ เพื่อสนับสนุนสหภาพความร่วมมือขององค์กร โดยการดำเนินการดังกล่าว นับเป็นมวลพลังที่เป็นส่วนหนึ่งของ Schneider Sustainability Impact ซึ่งเป็นโครงการสร้างความยั่งยืนของชไนเดอร์ อิเล็คทริคโดยเป็นการวัดประสิทธิภาพที่ไม่ใช่ตัวเงินของชไนเดอร์ อิเล็คทริค

  • มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นมูลนิธิองค์กรแห่งแรกที่เข้าร่วมกิจกรรม “วันอังคารแห่งการให้” หรือ #GivingTuesday ในประเทศฝรั่งเศส
  • ชไนเดอร์ อิเล็ทริค ประเทศไทย ได้เชิญองค์การช่วยเหลือเด็ก มาให้ความรู้และความเข้าใจ เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น รวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ผ่านมูลนิธิของตัวเองภายใต้ร่มของ Foundation de France ด้วยการสนับสนุน #GivingTuesday 2018 หรือวันอังคารแห่งการให้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวระดับโลกในการโปรโมทการให้และคำมั่นสัญญาในการช่วยเหลือผู้อื่นนี้ ได้รับการเฉลิมฉลองเป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศสไปเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง

นายกิลเลส เวอร์มอท เดสโรชส์ รองประธานอาวุโสฝ่ายความยั่งยืน และตัวแทนผู้นำมูลนิธิ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า “มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค นับตั้งแต่ก่อตั้งมา ได้เป็นศูนย์รวมความผูกพันและการมีส่วนร่วมของพนักงานซึ่งถือเป็นจุดมุ่งหมายหลักของโครงการ โดยผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร หรือ NGOs ต่างๆ โดยจะเป็นการทำงานร่วมกับผ่านเครือข่ายที่มีตัวแทน 130 ราย จากประเทศต่างๆ ที่กลุ่มธุรกิจของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มีการดำเนินงานอยู่ โดยนับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา เราได้ใส่พลังของเราไปในโปรแกรมซึ่งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของ Schneider Sustainability Impact  พร้อมกับการมีส่วนร่วมเพื่อสังคมที่ปลดปล่อยคาร์บอนน้อยลงและมีความเท่าเทียมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การที่เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวใน #GivingTuesday ช่วยให้เรารวมพลังของผู้คนภายในชไนเดอร์ อิเล็คทริค ให้เป็นสหพันธ์ได้”

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เข้าร่วมกับ #GivingTuesday ในทุกรูปแบบ

มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากประสบการณ์อันยาวนานถึง 20 ปี  โดยต้องการเน้นถึงการมีส่วนร่วมของพนักงาน ทั้งนี้ #GivingTuesday นับเป็นการอธิบายถึงหลักปรัชญาที่มูลนิธิยึดมั่นในการดำเนินงานได้อย่างสมบูรณ์ และจะทำให้กลายเป็นมูลนิธิแห่งแรกที่มีความเชื่อมโยงกับองค์กร ที่เข้าร่วมความริเริ่มดังกล่าวในประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นหนึ่งในจิตวิญญาณของความเอื้ออาทรที่มีต่อท้องถิ่น ซึ่งมูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค ต้องการเริ่มดำเนินการร่วมกับหลายประเทศทั่วโลกผ่านความคิดริเริ่มครั้งนี้ โดยประเทศที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ดำเนินธุรกิจอยู่ รวมทั้งหมด 40 ประเทศ จะเข้าไปมีส่วนร่วมใน  #GivingTuesday 2018 รวมถึงประเทศไทย

ทั้งนี้ ในแต่ละประเทศสามารถปรับกิจกรรมของตนให้เข้ากับบริบทแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมที่สุด การมีส่วนร่วมของพนักงานชไนเดอร์ อิเล็คทริค สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบด้วยกัน โดยหลายๆ กิจกรรมที่นำเสนอ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวันดังกล่าว จะถูกระบุไว้ใน Schneider VolunteerIn ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือสำหรับพนักงานของชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ข้อเรียกร้องสำหรับโครงการนี้ จะมุ่งเน้นที่ความสัมพันธ์ร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพนักงาน

สำหรับ #GivingTuesday 2018 มูลนิธิชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้มีการเปิดตัวข้อเรียกร้องสำหรับโครงการในระดับโลก ผ่าน VolunteerIn ซึ่งพนักงานของชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีเวลา 1 เดือนนับจากนี้ ในการแนะนำและโปรโมทความสัมพันธ์ในการที่แต่ละคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว  จะมีการเปิดให้โหวตข้อเสนอโครงการที่พนักงานในแต่ละประเทศเสนอเข้ามาหลากหลาย  โดยแต่ละกลุ่มที่ทำกิจกรรมร่วมกัน และได้รับคะแนะโหวดสูงสุด จะได้รับเงินรางวัล 1,000 ยูโร ซึ่งท็อป 3 ของกลุ่มที่รวมตัวกันในแต่ละประเทศ ยังสามารถใช้ แพลตฟอร์ม VolunteerIn เพื่อรับประโยชน์จากการมีส่วนร่วมของพนักงานต่างๆ ได้

ในประเทศฝรั่งเศส ความริเริ่มนี้ นับว่าสอดคล้องตามข้อตกลงเรื่อง Work life Balance ที่สร้างสมดุลให้กับชีวิตและการทำงาน ซึ่งได้มีการลงนามไปเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2018 โดยเปิดให้พนักงานแต่ละคนที่ปรารถนาจะได้รับประโยชน์จากข้อเสนอของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในเรื่องการมอบเวลา 20 ชั่วโมงในแต่ละปี ไปใช้ในการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมร่วมกันที่สนับสนุนโดยมูลนิธิ

ในประเทศไทยจับมือ NGO เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย พร้อมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านโครงการ #GivingTuesday โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสิ่งดีๆ คืนกลับสู่สังคม โดยได้เชิญ องค์การช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) หรือ Save the Children Thailand หนึ่งในองค์กรที่ช่วยเหลือเด็กกว่า 120 ประเทศทั่วโลก มาบรรยายพร้อมให้รายละเอียดเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กในด้านต่างๆ สร้างความตระหนักและตื่นตัวในการช่วยเหลือสังคมยิ่งขึ้น

นายมาร์ค เพลิทิเยร์ ประธานชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เผยว่า “ในนามของพนักงาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เรามีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม #GivingTuesday โดยที่ผ่านมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย ถือว่า ‘การให้สิ่งดีๆ กับสังคม เป็นสิ่งที่เรายึดถือเสมอมา เราได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีที่เรามีความเชี่ยวชาญ เรายังมอบอุปกรณ์ให้กับสถาบันเหล่านั้นในการต่อยอดความรู้ให้นักเรียน นักศึกษาได้นำมาใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างเท่าทันในยุคนี้ เพื่อให้พวกเขานำความรู้ที่ได้ออกมาช่วยเหลือสังคม นอกจากนี้เรายังได้มุ่งมั่นในการช่วยให้พื้นที่ไร้พลังงานในประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างเท่าเทียม เพื่อคุณภาพชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ พนักงานของเราล้วนทำกิจกรรมเหล่านั้นอย่างสมัครใจ และไม่เคยย่อท้อ แม้ว่า #GivingTuesday จะเป็นเพียงวันหนึ่งที่ทั่วโลกมีการตื่นตัวอย่างมาก และเราได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้น แต่สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราเชื่อเสมอว่าการให้มีได้ทุกวัน เหมือนเช่นที่เรามุ่งมั่นทำเสมอมา

 

เกี่ยวกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ตั้งแต่ บ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมต่างๆ  ด้วยการยืนหยัดอยู่ในเวทีระดับโลกในกว่า 100 ประเทศ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นผู้นำที่โดดเด่นในด้านการจัดการพลังงาน ทั้งแรงดันไฟฟ้าขนาดกลาง-ต่ำ และระบบสำรองไฟฟ้า รวมถึงระบบออโตเมชั่นต่างๆ เรานำเสนอโซลูชั่นแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการผสานการทำงานร่วมกันทั้งในส่วนของพลังงาน ระบบออโตเมชั่น และซอฟต์แวร์ เรามีระบบนิเวศทั่วโลก ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือกับคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด รวมถึงชุมชนนักพัฒนาและผู้วางระบบบนแพลตฟอร์มเปิด เพื่อมอบประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน และการควบคุมในแบบเรียลไทม์ เราเชื่อว่าด้วยผู้คนที่ยอดเยี่ยมเหล่านี้ และพันธมิตรของเรา จะช่วยให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริคเป็นบริษัทที่เยี่ยมยอด พร้อมกับคำมั่นสัญญาของเราที่มุ่งมั่นในเรื่องการสร้างนวัตกรรม ความหลากหลาย และความยั่งยืนช่วยให้ทุกคนมั่นใจได้ว่า “Life is On” ในทุกที่สำหรับทุกคน และทุกช่วงเวลา www.schneider-electric.co.th

 

EPG ร่วมสนับสนุนตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำ ECO Brick มอบให้โรงเรียน Bamboo School จ.กาญจนบุรี

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG มอบถุงพลาสติกใช้แล้วจำนวน 220 กิโลกรัม ภายใต้โครงการรับแลกถุงพลาสติกบรรจุถ้วยน้ำดื่ม EPP เพื่อนำไปใช้รีไซเคิลของบริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด หรือ EPP บริษัทย่อยของ EPG โดยมอบให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อนำไปบรรจุใส่ขวดพลาสติกจนแน่นจนกระทั่งได้วัสดุที่เรียกว่า “Eco Brick” และส่งต่อให้กับโรงเรียน Bamboo School ณ ชุมชนบ้องตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี นำไปใช้ก่อสร้างผนังแทนอิฐของห้องสมุดและห้องเรียน โดยได้รับเกียรติจาก คุณประพันธ์ เจริญประวัติ (ที่ 2 จากขวา) ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นผู้รับมอบ ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้

ตลาดคอนซูเมอร์คึกคัก เดลล์ส่งขุมพลังพีซีตัวใหม่ แรงเต็มพิกัด แม้ไฟล์ไฮเดฟก็ฉุดไม่อยู่

สรุปเนื้อหาสำคัญ

  • แล็ปท็อป Inspiron 5000 ใหม่ มาพร้อมตัวเครื่องแบบ 2-in-1 ยกระดับของแบรนด์ในสายผลิตภัณฑ์นี้ด้วยประสิทธิภาพและการดีไซน์ที่ทรงคุณค่าอย่างน่าเหลือเชื่อ
  • Dell Mobile Connect มอบการเชื่อมต่อการทำงานระหว่างสมาร์ทโฟน และพีซีออย่างราบรื่น รองรับการทำงานของแอปพลิเคชันทั้งบนแอนดรอยด์ และ iOS รวมทั้งการส่งข้อความละการโทร

เดลล์ ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน ของทั้งผู้ใช้งานในกลุ่มคอนซูเมอร์และกลุ่มมืออาชีพที่ต้องเดินทางตลอดเวลา เครื่องแล็ปท็อป Inspiron รุ่นใหม่ทั้งแบบธรรมดา และแบบ 2-in-1 ต่างได้รับการสร้างขึ้นจากการผสมผสานระหว่างดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่น วัสดุชั้นยอดที่ให้ความคงทน และประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองการทำงานในทุกฟังก์ชันสำหรับผู้ใช้ทุกคน

ทั้งนี้ เดลล์ยังสานต่อคำมั่นด้านการออกแบบที่พิถีพิถันที่มาพร้อมกับฟังก์ชันสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ความดื่มด่ำกับการรับชมภาพยนต์บนคอมพิวเตอร์พีซี ให้คงดำเนินต่อไปในเจนเนอเรชันใหม่ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ จากการเปิดตัวครั้งแรกที่งาน CES 2018 Dell Cinema คือการผสมผสานชั้นยอดของเทคโนโลยีอันทันสมัยล่าสุดจำนวนมาก ที่ทำงานร่วมกันเพื่อมอบประสบการณ์ที่ให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำและหลงไหลไปกับภาพยนต์บนเครื่องพีซี ปัจจุบัน Dell Cinema มาพร้อมกับสายผลิตภัณฑ์ Inspiron ใหม่ที่เข้าสู่ตลาด

นอกจากนี้ Dell Consumer PC ทุกเครื่องยังมาพร้อมกับ Dell Mobile Connect ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนของตนผ่านทางเครื่องพีซีของเดลล์ โดยตัวซอฟต์แวร์จะยกระดับของการบูรณาการของ Smartphone-to-PC ขึ้นสู่มิติใหม่ที่มากกว่า การส่งข้อความ (text messages) และการใช้การโทร โดยรวมเอาการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันทั้งบนแอนดรอยด์ และ iOS อาทิ ข้อความจาก WhatsApp ตลอดจนปฏิทินการแจ้งเตือน และอื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน

"เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถนำนวัตกรรมใหม่ล่าสุดมาสู่ผู้บริโภค ทั้งยังตอกย้ำถึงความก้าวหน้าที่ถูกนำออกสู่ตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ และในครั้งนี้ เรารู้สึกตื่นเต้นไปกับการปรับโฉมการดีไซน์ ตลอดจนประสบการณ์การดูภาพยนต์ ไปจนถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นที่เครื่องแล็ปท็อป Inspiron 5000 นำมาในครั้งนี้” นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร เดลล์ อีเอ็มซี ภูมิภาคอินโดจีน กล่าว “ผู้บริโภคในปัจจุบันต่างต้องการผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการเซ็ตอัพ และพร้อมต่อการใช้งานเมื่อแกะออกมาจากกล่อง ผู้ใช้ต้องการที่จะสร้างสรรค์และแบ่งปันคอนเท้นท์ระหว่างอุปกรณ์อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งระบบปฏิบัติการหรือรูปลักษณ์ (form factor) ที่เดลล์ เราพยายามที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีความสำคัญที่สุด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านประสิทธิภาพทั้งในวันนี้และวันต่อไปข้างหน้า”

แล็ปท็อป Inspiron 5000 และเครื่องแบบ 2-in-1-ความยืดหยุ่นต่อการใช้งานและฟังก์ชั่นด้วยคุณค่าที่เหลือเชื่อ

เครื่อง Inspiron 14 5000 2-in-1 (5482) สามารถเทียบเคียงได้กับการเพิ่มขีดความสามารถระดับสูงของเครื่องในรุ่น 7000 ซีรีส์ ซึ่งรวมไปถึง thermal routing และเส้นขอบจอที่แคบบาง (narrow borders) นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์มาพร้อมโพรเซสเซอร์ Intel 8th Generation U Series ทางเลือก ความยืดหยุ่นในการทำงาน พร้อมทั้งคุณค่าที่เหมาะสมกับความต้องการในรูปแบบต่างๆ ของผู้ใช้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมาพร้อมพอร์ต USB Type-C พร้อมการรองรับจัดส่งพลังงานและการสนับสนุนการแสดงผล เป็นมาตรฐานครั้งแรกในเครื่อง Inspiron 5000 ซีรีส์ พร้อมกราฟฟิกการ์ดแยก NVIDIA® GeForce® MX130

ขณะเดียวกัน แล็ปท็อป Inspiron ขนาด 14 นิ้วรุ่นใหม่ (5480) มาพร้อมสีเงินเพื่อความหรูหรา และขอบบางแคบทั้งสามด้าน (narrow border) เพื่อให้รูปลักษณ์อันทันสมัยครบสมบูรณ์ นอกจากนี้ พอร์ต USB Type-C ให้การจัดส่งพลังงานและการสนับสนุนการแสดงผล พร้อมทางเลือกตัวอ่านลายนิ้วมือ (fingerprint reader) ที่พร้อมใชงานบนปุ่มเปิด / ปิด ตัวเครื่องมาพร้อมฟีเจอร์ที่หลากหลาย อาทิ ทางเลือกการจัดเก็บข้อมูลที่รวมถึง SSD และ dual drives กราฟิกแยกไปจนถึง NVIDIA®GeForce® MX150 Graphics และทางเลือกคีย์บอร์ดแบบ backlit

ราคาและความพร้อมในการวางตลาด

เครื่อง Inspiron แลปท็อปใหม่ วางตลาดแล้วผ่าน Dell และพันธมิตรผู้จัดจำหน่าย (authorized partners)

 

ผลิตภัณฑ์

ราคา (บาท)

การวางตลาด

1

Inspiron 14 5000 (5480) – Core™ i5

30,990

วางจำหน่ายแล้ว

2

Inspiron 14 5000 (5480) – Core™ i7

33,990

3

Inspiron 14 5000 (5482) 2-in-1 – Core™ i5

36,990

4

Inspiron 14 5000 (5482) 2-in-1 – Core™ i7

40,990

เดลล์

ด้วยรางวัลที่ได้รับทั้งในส่วนของเดสค์ท็อป แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์แบบ 2-in-1 เครื่องธินไคลอันท์ เครื่องเวิร์คสเตชันที่ทรงพลัง และดีไวซ์ที่แข็งแรงทนทาน (rugged) ที่ผลิตขึ้นเพื่อสภาพการทำงานที่พิเศษโดยเฉพาะ ตลอดจนึงมอนิเตอร์ โซลูชันเพื่อการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทาง และการบริการ เดลล์นำเสนอสิ่งที่คนทำงาน (workforce) ต้องการในการสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เพื่อการทำงานและการทำงานร่วมได้จากทุกที่ในทุกเวลา เดลล์เป็นส่วนหนึ่งของ Dell Technologies ที่มห้บริการลูกค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ไปจนถึงองค์กรทุกขนาดใน 180 ประเทศด้วยสายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับผู้ใช้

 

Double A สนับสนุนงาน Thailand Friendly Design Expo 2018

นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ (ที่ 2 จากขวา) ร่วมสนับสนุนการจัดงาน “Thailand Friendly Design Expo 2018” มหกรรมแสดงสินค้า เทคโนโลยี นวัตกรรม การออกแบบที่เป็นมิตรกับคนทั้งมวล (Friendly Design) เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย และได้นำผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Friendly Design กระดาษที่เป็นมิตรกับชุมชน สิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์เครื่องเขียน ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานสะดวก ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ตอบโจทย์คนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ร่วมออกบูธภายในงาน โดยมี นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ให้การต้อนรับ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้

ภูมิสยามฯ ซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี

บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสาเข็มสปันไมโครไพล์ เทคโลยีการผลิตจากประเทศเยอรมัน จัดกิจกรรมพิเศษซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2561 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งมีผู้บริหารและพนักงานจากแผนกต่าง ๆ เข้าร่วมอบรมอย่างพร้อมเพรียง โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ฝึกดับเพลิงลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และฝึกทดสอบดับเพลิงกับสถานการณ์จริงที่สอดคล้องกับสถานประกอบการ ณ บริษัทภูมิสยามฯ ลำลูกกา ปทุมธานี

The Nose Thailand “ศิลปะสร้างและสัมผัสได้จากกลิ่น” เชิญชวนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานผู้พิการทางสายตา

กลิ่นมีพลังลึกลับ สดชื่น เศร้า เหงา รัก กลิ่นทำให้เราจดจำเรื่องราว หรือจินตนาการบางอย่าง โครงการ The Nose Thailand  “ศิลปะสร้างและสัมผัสได้จากกลิ่น” ร่วมกับภาคเอกชนและองค์กรต่างๆ อาทิ สยามพิวรรธน์, Givaudan, มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย, สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย, สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย จัดนิทรรศการ "Everyone can do art ภายใต้ธีมงาน Imperfect ความไม่สมบูรณ์”

อยากให้ทุกคนปิดตาและเปิดใจ ลองเดินเข้าสู่โลกแห่งความมืดมิด แต่เต็มไปด้วยสีสันที่เกิดจากกลิ่นต่างๆ ผ่านการรังสรรค์ศิลปะโดยผู้ที่มองไม่เห็น แต่พวกเขากลับสามารถเล่าเรื่องราวที่รู้สึกได้ไม่ต่างจากคนตาดีและหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า ทุกคนสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้ เราขอเชิญคุณมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการผลิตอุปกรณ์ศิลปะสำหรับผู้พิการทางสายตา เพื่อมอบให้กับโรงเรียนสอนคนตาบอด ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในงานนิทรรศการ "Everyone can do art : Imperfect” ที่ศิลปินตาบอดร่วมกับศิลปินตาดีที่ถูกปิดตา จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะระบายด้วยจินตนาการโดยใช้ ‘สีมีกลิ่น’ ขึ้นครั้งแรก

โครงการดีๆที่เชื่อในพลังของกลิ่น เชื่อในพลังของศิลปะของคนพิการทางสายตาสร้างผลงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ โดยจะจัดขึ้น ณ บริเวณ ชั้น 2 Lifestyle hall ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 21-23 ธันวาคม 2561

https://www.facebook.com/artnynosefortheblinds/

https://www.facebook.com/artnynosefortheblinds/videos/190894345147877/

“AECS ”  ให้กรอบดัชนี 1,628-1,671 จุด แนะลงทุนหุ้นเด่นในแต่ละกลุ่ม ชู SSP-BPP-GUNKUL-CENTEL- TPIPP

บล.เออีซี ประเมินหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ แนวรับที่ 1,628 จุด และ แนวต้านที่ 1,671 จุด หลังคลายกังวลปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน บวกกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC แสดงท่าทีลดกำลังผลิตน้ำมันลงในการประชุมคืนนี้ (6 ธ.ค.) แนะกลยุทธ์ลงทุน หุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือก และกลุ่มโรงแรมด้วยกระแสเงินสดแข็งแรง ชู SSP-BPP-GUNKUL-CENTEL รองลงมาหุ้นกลุ่มหนี้สินต่อทุนต่ำ เพราะได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยน้อย ชู TPIPP-HANA รวมทั้งหุ้นที่มี Fixed Coupon Rate และสัดส่วนเงินกู้ระยะยาวสูง ชู KTC-MTC-SAWAD  และสุดท้ายหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ 35-40% ขึ้นไป และมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยน้อยกว่า 10% ชู KBANK-BBL

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวแดนบวกในกรอบ 1,628-1,671 จุด เนื่องจาก Trade wars ของสหรัฐฯ-จีนที่ลดความรุนแรงลง และสัญญาณการฟื้นตัวของน้ำมันดิบหลังคาด OPEC จะมีการลดกำลังผลิตน้ำมัน บวกกับข้อมูลจาก Bloomberg Consensus ในช่วงวันที่ 1-30 พ.ย. พบว่า นักวิเคราะห์มีการปรับลดประมาณการ EPS ในปี 2561 และ 2562 ลง โดยจากที่คาดกำไรในปี 62 จะโต 9.5% จากปีก่อนเป็น 8.6% จากปีก่อน เพื่อสะท้อนผลประกอบการช่วงไตรมาส 3/2561 ที่ชะลอตัว

ส่วนประเด็นที่ยังคงน่าติดตามในช่วงนี้ คือ การประชุมนอกรอบระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้น ผิ้ง ออกมาในโทนบวก โดยได้ข้อสรุปร่วมกันที่จะชะลอแผนขึ้นภาษีสินค้ารอบใหม่และการปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้าจีนมูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์จาก 10% เป็น 25% ออกไป 90 วัน เพื่อหาทางออกด้านการค้าร่วมกัน ซึ่งแม้ยังขาดรายละเอียดเชิงลึก แต่เบื้องต้นจีนรับปากที่จะเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ และตกลงที่จะแก้ปัญหาทางโครงสร้าง (ด้านทรัพย์สินทางปัญญา, อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี) คาดสร้าง Sentiment บวกให้กับตลาด EM ที่มี Supply Chain สินค้าเกี่ยวเนื่องกับจีนอยู่มาก รวมถึงลดแรงกดดันในส่วนของความต้องการใช้พลังงานที่กดดันราคาน้ำมันดิบในช่วงที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ ยังมีการพูดคุยนอกรอบระหว่างผู้นำซาอุฯ และรัสเซีย ออกมาในเชิงบวกเช่นกัน โดยทั้งสองประเทศตกลงที่จะสนับสนุนให้ทางกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC ขยายกรอบร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตออกไป แต่สำหรับจำนวนกำลังการผลิตที่เหมาะสมต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุม OPEC ในคืนวันที่ 6 ธ.ค. นี้ อีกด้วย

ขณะเดียวกันประธาน Fed มีมุมมอง Dovish มากขึ้น จากการแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ครั้งล่าสุด สะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบัน ได้เข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางที่เป็นระดับที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันของสหรัฐฯ แล้ว สงผลให้ตลาดเริ่มปรับลด Implied Prob. ของการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีหน้า คาดหนุนให้ Fund Flow ชะลอการไหลออกจากตลาด EM

ดังนั้น เรามองว่าการปรับตัวลงของ SET Index ในช่วงก่อนหน้านี้ได้สะท้อนประเด็นลบดังกล่าวหมดแล้ว จึงแนะนำหุ้นที่น่าสนใจ ดังนี้ 1) หุ้นกลุ่มพลังงานทางเลือกและกลุ่มโรงแรมซึ่งโครงสร้างธุรกิจมีกระแสเงินสดแข็งแรง ได้แก่ SSP (S7.5,R7.9), BPP (S23.2,R23.9), GUNKUL(S3.15,R3.30), CENTEL(S41,R43) 2) หุ้นกลุ่มหนี้สินต่อทุนต่ำคาดได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยน้อย ได้แก่ TPIPP(S5.95,R6.30), HANA(S33,R35) 3) บริษัทที่ Fixed Coupon Rate และมีสัดส่วนเงินกู้ระยะยาวสูง ได้แก่ KTC(S33,R35), MTC(S49,R51), SAWAD(S47.75,R51) และ 4) หุ้นกลุ่มธนาคารที่มีพอร์ตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ในสัดส่วน 35-40% ขึ้นไป และมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยน้อยกว่า 10% ได้แก่ (KBANK(S190,R196), BBL(S205,R210)

ไทเชฟ ที่ไปรษณีย์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

นายสมเจตน์ ปัญจวัฒนางกูร (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการบริษัท โฟร์ ฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูงให้กับอุตสาหกรรมอาหารทั้งในและต่างประเทศ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ผงโรยไทเชฟรสชาติต่างๆ อาทิ ผงโรยรสบาร์บีคิว รสชีส รสปาปริก้า เป็นต้น จำนวน 30,000 ซองเพื่อกระจายไปยังไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศกว่า 1,000 สาขา เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการหาซื้อเอาใจผู้ใช้บริการไปรษณีย์ไทย โดยมีทีมเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ลำลูกกา เป็นผู้รับมอบ และถือเป็นการเปิดตัวช่องทางจำหน่ายสินค้าไทเชฟที่ไปรษณีย์ไทยอย่างเป็นทางการ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ สาขาลำลูกกา อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี