เนาวรัตน์พัฒนาการเปิดแผนธุรกิจปี 61

“เนาวรัตน์พัฒนาการ” เผยแผนปี 61 ลุ้นคว้างานโครงการใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน กว่า 1.3 หมื่นลบ. ดัน Backlog ขึ้น พร้อมเร่งเดินหน้าก่อสร้างงานโครงการคุณภาพต่อจากปี 60 ชูจุดเด่นฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง บวกทีมวิศกรมีเชี่ยวชาญสามารถทำงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี ด้านรายได้ตั้งเป้าโตเพิ่ม 10% พร้อมมุ่งสู่ Top 5 ในวงการก่อสร้างของประเทศ

คุณพลพัฒ กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2561 ว่า บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นประมูลงานรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ เช่น งานติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง, งานติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู,โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า, โครงการรถไฟรางคู่, ท่าเรือแหลมฉบังและLNG Terminal, อุโมงค์ระบบไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินและโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ทั้งนี้ หากบริษัทได้รับงานดังกล่าวแล้วจะส่งผลให้มี Backlogกว่า13,000 ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะได้รับงานติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และงานติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท เป็นโครงการแรกๆ ในช่วงต้นปี ส่วนงานที่เหลืออีกกว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับการอนุมัติและเซ็นสัญญาให้เป็นผู้ดำเนินงานในเร็วๆ นี้

โดย Backlog ดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้บริษัทมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ว่าบริษัทเป็นผู้รับเหมาที่มีคุณสมบัติที่จะสามารถแข่งขันในตลาดได้ ซึ่งมีการอ้างอิงจากงานรับเหมาที่ได้รับจากภาครัฐและภาคเอกชนในหลายโครงการ

“เมื่อได้รับการประมูลงานจากโครงการใหญ่ของภาครัฐ เราจะมีผลงานที่เป็นที่รู้จัก เนื่องจากงานบางโครงการเป็นงานมีความซับซ้อน และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำงานค่อนข้างสูง เช่น งานระบบราง และงานโยธา เป็นต้น ดังนั้นเราจึงต้องมีประสบการณ์และผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการเหล่านี้ สามารถนำผลงานไปอ้างอิงในการเข้าประมูลโครงการอื่นในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันงานเหล่านี้ยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพบุคลากรของเรา ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้นอีกด้วย” คุณพลพัฒ กล่าว

สำหรับผลงานในปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการคุณภาพขนาดใหญ่ที่เป็นงานต่อเนื่องจากปี 2560 หลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้, โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนแม่เมาะ, โครงการโรงไฟฟ้าในกัมพูชา, อาคารในโรงไฟฟ้าอมตะบีกริมโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา 3 ช่วง, โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯ-บ้านฉางช่วงพัทยา-มาบตาพุดตอน 2, โครงการก่อสร้างทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน ท่าอากาศยานเบตง, สถานีสูบน้ำคลองบางซื่อ, ท่าเทียบเรือชายฝั่งแหลมฉบัง (ท่าเทียบเรือ A), เขื่อนป้องกันตลิ่งพังในแม่น้ำป่าสัก และระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชมอ้อมน้อย 4 เป็นต้น

คุณพลพัฒ กล่าวต่อถึงจุดเด่นของบริษัทที่ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน ว่าบริษัทมีสถาบันทางการเงินที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมสนับสนุนสำหรับการเข้าประมูลงานในโครงการใหญ่อย่างสะดวก พร้อมทั้งมีทีมวิศกรกว่า 300 คนซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสามารถทำงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีพันธมิตรในต่างประเทศที่พร้อมจะร่วมงานกับบริษัท รวมทั้งบริษัทมีความยืดหยุ่นในการรับงานที่หลากหลายประเภททั้งงานของภาครัฐและเอกชน และมีความพร้อมที่จะเข้ารับการประมูลงานขนาดใหญ่ในระดับหมื่นล้านอีกด้วย

รวมทั้งมีโรงงานผลิตโครงสร้างเหล็กรูปพรรณและหล่อคอนกรีตสำเร็จรูปที่ใช้ในการก่อสร้างถึง 4 โรงงานซึ่งในจำนวนนี้มีโรงงานที่ผลิตคอนกรีตสำเร็จรูประบบใหม่ ที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาจากประเทศอิตาลี ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและมาตรฐานได้เป็นอย่างดี เพื่อนำไปก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและประหยัดเวลาไม่ว่าจะเป็นอาคารขนาดใหญ่ อาคารโรงงานอุตสาหกรรม อาคารจอดรถ หรืออาคารคอมมูนิตี้มอล ซึ่งชิ้นงานคอนกรีตรูปแบบดังกล่าวมีคุณสมบัติในการป้องกันความร้อนและการทนไฟ อีกทั้งสามารถช่วยการประหยัดเวลาการก่อสร้าง ช่วยลดการใช้แรงงาน, ขยะ และความยุ่งยากที่เกิดจากการก่อสร้างในบริเวณหน้างานได้เป็นอย่างดี

“จากผลงานที่ผ่านมากว่า 40 ปีเราได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีการบริหารจัดการที่ดีและยังรักษาต้นทุนในการบริหารจัดการก่อสร้างโครงการต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ในการก่อสร้าง เช่น Tunnel Boring Machine.(TBM) เครื่องขุดเจาะอุโมงค์ที่ทันสมัยมาใช้ในงานขุดเจาะอุโมงค์ ซึ่งเป็นงานที่เรามีความเชี่ยวชาญเป็นเจ้าแรกๆ ในประเทศไทย เป็นต้น ตลอดจนมีการนำซอฟต์แวร์ที่ทันสมัยมาใช้ในการดำเนินงาน ทำให้การออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียและข้อผิดพลาด” คุณพลพัฒ กล่าว

ส่วนเป้าผลประกอบการในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% พร้อมกับตั้งเป้าที่จะขึ้นเป็น Top 5 ของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างภายในประเทศ โดยคาดว่าน่าจะมีเป็นไปได้ เนื่องจากจะได้รับปัจจัยบวกจากการดำเนินงานก่อสร้างที่เป็นโครงการต่อเนื่องจากปี 2560 และงานใหม่ที่จะได้รับการเซ็นสัญญาในโครงการขนาดใหญ่ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เช่น งานก่อสร้างอาคาร, งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม, งานก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน และงานก่อสร้างงานระบบชลประทาน เป็นต้น

ประกอบกับ บริษัทมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในการเข้าประมูลงานจากภาครัฐเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรในต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น, เกาหลี และจีน ซึ่งมีการร่วมกับบริษัทในการประมูลงานโครงการใหญ่ๆ ในภูมิภาคอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการทำงานและยังเป็นการเสริมศักยภาพให้กับบริษัท และถือเป็นการเติบโตไปพร้อมๆ กันกับสายงานธุรกิจก่อสร้างในภูมิภาคนี้ไปด้วยกันอีกด้วย

คุณพลพัฒ กล่าวต่อว่า บริษัทมองว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างภายในประเทศไทยยังคงมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐบาลที่มีการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบขนส่งมวลชน ในขณะเดียวกันยังคงมีความเสี่ยงจากการแข่งขัน ที่มีความรุนแรงมากขึ้นของผู้ประกอบการที่มีการตัดราคากันเอง อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงยึดมั่นในการพิจารณาการทำงานและประเมินโครงการอย่างรอบคอบ เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานและคุณภาพของงาน

“ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีความเสี่ยงเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องกระจายความเสี่ยงโดยการเปิดรับงานประเภทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้งานที่ยังคงมีกำไรเบื้องต้นที่สูงและได้ตามเป้าหมายที่คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนงานที่ได้รับจากภาครัฐ 90% ส่วนอีก 10% จะเป็นงานจากภาคเอกชน และในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลง เราพร้อมที่จะปรับสัดส่วนการรับงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้” คุณพลพัฒ กล่าว

ด้านแนวโน้มของธุรกิจที่ดำเนินการ มองว่าหากรัฐบาลมีการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นหลายโครงการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ภาคเอกชนมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างมีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนภาวะเงินเฟ้อหากอยู่ในระดับที่เหมาะสม จะส่งผลให้ราคาวัสดุยังคงทรงตัวและทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้เป็นอย่างดี ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา หากมีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นยังนับเป็นการเพิ่มโอกาสให้บริษัทมีช่องทางในการรับงานเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

คุณพลพัฒ กล่าวถึงหลักการบริหารภายในองค์กร ว่า บริษัทมีการพัฒนาองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทได้รับการจัดอันดับการกํากับดูแลกิจการ (Corporate Governance Rating) อยู่ในระดับ 4 ดาว ซึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีการกำกับดูและกิจการที่ดี ดังนั้นการบริหารงานภายในองค์กรจึงต้องมีการจัดสรรคณะกรรมการย่อย เพื่อให้การบริหารและดำเนินงานในหลายๆ ภาคส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการนำซอฟต์แวร์เข้ามาใช้ภายในองค์กรและการก่อสร้างเพื่อ ช่วยให้การทำงานมีความแม่นยำ ประหยัดเวลา และลดการสิ้นเปลืองของวัสดุ

ขณะเดียวกัน ยังเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นพี่ไปสู่รุ่นน้อง และมีการแลกเปลี่ยนวิธีคิดร่วมกันเพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ให้มีการวางแผนและสามารถแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งยังสอนให้พนักงานรู้จักการทำงานแบบรู้แจ้งเห็นจริง ให้ตระหนักถึงการทำงานที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับภาษีของประชาชน และนำมาสู่การจ้างงานให้บริษัทเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการต่างๆ

สำหรับสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้า คือ บริษัทจะรักษาคำมั่นสัญญาในการที่จะส่งมอบงานที่มีคุณภาพภายใต้ราคาที่มีความเหมาะสม และยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการก่อสร้างและการบริการที่ดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทยังคงตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบโครงการ ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานเป็นอย่างดีที่สุด ตลอดจนการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงาน

ส่วนการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR บริษัทตระหนักดีถึงการเป็นส่วนหนึ่งของประชากรภายในประเทศ ดังนั้นจึงได้จัดทำกิจกรรม CSR เพื่อเป็นการตอบแทนและคืนประโยชน์ให้กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาบริษัทจะมุ่งเน้นในการสนับสนุนด้านการศึกษา เช่น การก่อสร้างอาคารเรียนในสถานบันการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งการก่อสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียนในโรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่จังหวัดเชียงราย เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแลสวัสดิการและพัฒนาความเป็นอยู่ของพนักงานให้มีชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย