จี-โบ (ประเทศไทย) กางแผนธุรกิจปี 61

“จี-โบ (ประเทศไทย)” จ่อเซ็นสัญญารับงาน 2 โครงการใหญ่ของภาครัฐและภาคเอกชนอีกหลายโครงการ หนุนสร้างความมั่นคงให้องค์กร ดัน Backlog พุ่งกว่า 150 ลบ. บวกรายได้แตะ 200 ลบ. ชูจุดเด่นผู้รับเหมางานโครงสร้างเหล็กอย่างครบวงจรการันตีความเชื่อมั่นลูกค้า พร้อมเตรียมอัพเกรดเครื่องจักรด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

คุณณรงค์ เสาวภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จี-โบ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจประเภทรับเหมางานโครงสร้างเหล็กครบวงจร เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 ว่า ขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการรอเซ็นสัญญาเพื่อเข้ารับงานในโครงการใหญ่ของทั้งภาครัฐและเอกชนหลายโครงการ เช่น รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม, โครงการก่อสร้างสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิระยะที่ 2 และโครงการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารแวร์เฮาส์ต่างๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ หากบริษัทได้รับงานดังกล่าวจะช่วยให้องค์กรมีการเติบโตอย่างมั่นคง โดยคาดว่าจะมี Backlog กว่า 150 ล้านบาท และผลประกอบการเพิ่มเป็น 200 ล้านบาท จากปี 2560 ที่มีรายได้เพียง 150 ล้านบาท อีกทั้งยังทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและเล็งเห็นถึงศักยภาพ ในการรับงานในโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้พนักงานของบริษัทมีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานเพิ่มขึ้นจากการ

“ในปีนี้ หากเราได้รับงานใหม่ๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมลฑลมากขึ้น นอกจากจะทำให้สามารถเดินทางไปยังไซต์งานต่างๆ เพื่อตรวจสอบงานได้อย่างต่อเนื่อง และประสานงานกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่น และเล็งเห็นถึงศักยภาพในตัวเรา โดยมองเห็นภาพการทำงานของเราได้ชัดเจนมากขึ้นแล้ว อีกทั้งคาดว่ายังจะทำให้ Backlog เพิ่มเป็นกว่า 150 ล้านบาท รวมถึงจะทำให้มีรายได้เพิ่มจากปีที่ผ่านมาอีกด้วย” คุณณรงค์ กล่าว

ด้านการดำเนินงานในปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการคุณภาพขนาดใหญ่หลากหลายโครงการ เช่น โครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด คอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury สถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “กลีบดอกแมกโนเลีย” ซึ่งมีความยากและต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงสุดในการก่อสร้างกับรูปทรงโค้งมนของตัวตึก มูลค่างาน 50 ล้านบาท และ “โครงการเทอร์มินอล 21 พัทยา” ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออก

นอกจากนี้ ยังมีผลงานคุณภาพที่ได้ร่วมดำเนินการในโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศอีกหลายโครงการ เช่น สะพานภูมิพล1, สะพานภูมิพล 2, ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ, ชั้นดาดฟ้าของโครงการคอนโดมิเนียม Ideo Phayathai, โรงไฟฟ้านิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง, งานออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจรอาคารแวร์เฮ้าส์ ในเครือสิงห์ คอร์เปอเรชั่น, งานออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจรอาคารแวร์เฮ้าส์ โรงงานผลิตขนม บริษัท บุญฟู้ดส์ จำกัด และโครงการสเตเดียม วัน (STADIUM ONE) สปอร์ต คอมมูนิตี้ แหล่งรวมไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักสุขภาพแห่งแรกของประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณณรงค์ กล่าวต่อถึงจุดเด่นที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าว่า บริษัทเป็นผู้รับเหมางานโครงสร้างเหล็กอย่างครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบ ผลิต แปรรูป ขนส่ง และติดตั้ง อีกทั้งตนยังเป็นผู้ออกแบบและดูรายละเอียดงานในโครงการต่างๆ ด้วยตนเอง จึงทำให้รู้รายละเอียดและขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อที่จะส่งต่องานไปยังลูกน้องได้ปฏิบัติงานอย่างราบรื่น

ประกอบกับ บริษัทมีการให้คำแนะนำและคำปรึกษากับเจ้าของโครงการ รวมทั้งมีการประเมินราคาที่เหมาะสมทำให้เจ้าของโครงการ สามารถประหยัดและลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่ไม่จำเป็นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีการรับประกันภายหลังจากการส่งมอบงานภายใน 1 ปี ซึ่งหากเจ้าของโครงการประสบปัญหา บริษัทพร้อมที่จะส่งช่างเข้าไปตรวจสอบและแก้ปัญหาให้อย่างเร่งด่วน

รวมทั้งยังโดดเด่นด้วยศักยภาพของบุคลากร โดยพนักงานทุกคนต่างมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทำงานเหล็กมามากกว่า 10 ปี ซึ่งมีการร่วมงานกันมาอย่างยาวนาน จึงทำให้เกิดการประสานงานในด้านต่างๆ เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ และทำให้การทำงานสามารถเดินหน้าไปได้อย่างมีคุณภาพ

“เนื่องจากการทำงานโครงสร้างเหล็กเป็นงานที่มีความซับซ้อน และต้องอาศัยความแม่นยำในการวางแบบและต่อชิ้นงานอย่างละเอียด ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนในการทำงานอย่างรัดกุมเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นบริเวณหน้างาน ซึ่งเรามีความพร้อมในเรื่องของช่างเชื่อมที่มีทักษะในการทำงาน ซึ่งถือเป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือและความเข้าใจในแบบงานอย่างแท้จริง” คุณณรงค์ กล่าว

คุณณรงค์ กล่าวต่อถึงแผนการลงทุนในปีนี้ว่า บริษัทเตรียมอัพเกรดเครื่องจักรและเครื่องมือในการปฏิบัติงานให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยใช้วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยเครื่องจักรและเครื่องมือในการปฏิบัติงานดังกล่าวจะใช้จากผู้ผลิตภายในประเทศ เนื่องจากบริษัทมีความคุ้นเคยและเข้าใจในวิธีการทำงานของเครื่องจักร และเครื่องมือในการปฏิบัติงานภายในประเทศอย่างถ่องแท้มาเป็นระยะเวลายาวนาน ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  ซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนในการดำเนินการได้อีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งขยายการรับงานที่มีขนาดของโครงการใหญ่มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างขององค์กรที่กำลังมีการเติบโต และค่าตอบแทนของช่างเชื่อมที่ต้องใช้ทักษะในการทำงานที่เป็นงานซับซ้อน และความเชี่ยวชาญ ตลอดจนความแม่นยำในการเชื่อมชิ้นงานโดยละเอียด ซึ่งปัจจุบันบริษัทนับเป็นหนึ่งของผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายในประเทศ ซึ่งมีทีมงานที่สามารถทำงานที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี

ส่วนแนวโน้มของธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เนื่องด้วยในปีนี้ภาครัฐมีการเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ รวมทั้ง ภาคเอกชนยังกล้าลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจอยู่ในสภาวะทรงตัว จึงส่งผลให้บริษัทผู้รับเหมารายย่อยได้รับอานิสงส์จากโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับบริษัทผู้รับเหมางานโครงสร้างเหล็กในประเทศ ซึ่งเป็นงานซับซ้อนและต้องใช้ทักษะสูงยังมีไม่มาก จึงทำให้บริษัทยังมีโอกาสเติบโตในสายงานธุรกิจนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับมุมมองเกี่ยวกับ Thailand 4.0 บริษัทมีความพร้อมเป็นอย่างดี ด้วยบริษัทมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้งานการออกแบบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ อีกทั้ง บริษัทยังมีกล้องสำรวจชนิดประมวลผลรวม (กล้อง Total Station) กล้องวัดมุมที่ติดตั้งเครื่องวัดระยะทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถวัดค่ามุมและวัดระยะทางได้ รวมทั้งยังสามารถจัดเก็บข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ ช่วยให้งานสำรวจสะดวกและประหยัดเวลามากขึ้นอีกด้วย

ด้านหลักการบริหารงานภายในองค์กร ตนมองว่า พนักงานในบริษัททุกคนต่างมีประสบการณ์การทำงานในสายงานเดียวกันมาอย่างยาวนาน โดยช่างเชื่อมแต่ละคนจะมีประสบการณ์ทำงานที่หน้างานเป็นอย่างดี ในขณะที่ตนนั้นมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและวางแบบงาน จึงทำให้การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถ่ายทอดทักษะการทำงานไปให้พนักงานเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนการดูแลพนักงาน บริษัทจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย และมอบสวัสดิการต่างๆ ให้พนักงาน เช่น ที่พักสำหรับพนักงาน และรถรับส่ง เป็นต้น

“เนื่องจากพนักงานของเรามีความเชี่ยวชาญในการทำงานอยู่แล้ว จึงทำให้การประสานงานและมอบหมายงานเป็นไปได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งเรายังมีการประชุมเพื่อแชร์ปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ภาพรวมของการทำงานภายในองค์กรสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดี” คุณณรงค์ กล่าว

คุณณรงค์ กล่าวปิดท้ายว่า อยากให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในการทำงานของบริษัท ซึ่งบริษัทมีประสบการณ์ในด้านงานเหล็กมาอย่างยาวนาน และมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำงานอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่การออกแบบวิศวกรรม การผลิต และการติดตั้ง โดยมีผลงานคุณภาพระดับประเทศที่เป็นที่รู้จักอีกมากมาย อีกทั้งบริษัทยังมีเทคนิคการทำงานขั้นสูงและมีการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ 3D สำหรับงานโครงสร้างที่ซับซ้อนอีกด้วย

“เราเป็นบริษัทหนึ่งในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการทำงานเหล็ก อีกทั้งยังมีความชำนาญเฉพาะทาง และมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญมากด้วยประสบการณ์ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากผู้ประกอบการอื่น อีกทั้ง เรายังมีการเซอร์เวย์และออกแบบ ตลอดจนให้คำปรึกษาและแนะนำกับลูกค้าในด้านต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง แต่ได้รับงานที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย” คุณณรงค์ กล่าว