เปิดแผนการลงทุน AH

AH เดินแผนเพิ่มฐานการตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทุ่มงบกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ขยายกิจการทั่วโลก พร้อมอัดงบ 130 ลบ. สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่จังหวัดชลบุรีรองรับไลน์การผลิตใหม่ๆ ในอนาคต คาดภาพรวมตลาดยานยนต์ปีนี้เติบโตเพิ่ม 5-10% พร้อมตั้งเป้าหมายเป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศ บนพื้นฐานของความสุขที่ยั่งยืน 4 ประการ

คุณเย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH กล่าวถึงภาพรวมการลงทุนของบริษัทว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทกับคู่ค้าได้มีการลงทุนในการขยายกิจการทั่วโลก ด้วยมูลค่าการดำเนินการกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นแผนการลงทุนต่อเนื่อง 2-3 ปี สำหรับในประเทศไทย บริษัทมีแผนสร้างโรงงานใหม่ 1 แห่ง ที่จังหวัดชลบุรี โดยใช้งบประมาณลงทุนประมาณ 130 ล้านบาท เพื่อรองรับไลน์การผลิตใหม่ๆ ในอนาคต

“ในปี 2560 ที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยได้มีการขยายตลาดไปทั่วโลกมากขึ้น ซึ่งได้มีการทำ Joint Venture กับอินเดีย, ประเทศในยุโรป, สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, และจีน โดยเราได้เพิ่มการลงทุนในต่างประเทศไปกว่า 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนดังกล่าว จะทำให้เรามีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขยายไปทั่วโลก  ทั้งโรงงานผลิตในอินเดีย ยุโรป อเมริกา เม็กซิโก และจีน  ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของเรามีเครือข่ายอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโตตามไปด้วย” คุณเย็บ กล่าว

คุณเย็บ กล่าวต่อถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า อย่างที่ทราบกันดีว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในหลายๆ อย่าง โดยทิศทางนับจากนี้ไปน่าจะดีขึ้น จากการดำเนินการดังกล่าว และคาดว่าภาพรวมตลาดยานยนต์ปี 2561 น่าจะเติบโตเพิ่ม 5-10% จากปีที่ผ่านมา

ด้านนโยบายในการบริหารองค์กรและบุคลากร เนื่องจาก บริษัทอยู่ในธุรกิจที่มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง  ดังนั้น จึงใส่ใจในการฝึกอบรมพนักงานและเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ  เพื่อยกระดับให้บุคลากรมีการพัฒนา และติดตามเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเท่าทัน  โดยมีการอบรมพนักงานอยู่อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

“เรามีการเปิดอบรมให้ทีมงานทุกคนด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็น อบรมทางเทคนิค อบรมเชิงกลยุทธ์ อบรมความเป็นผู้นำ  เพื่อให้ทีมงานทุกคนได้อัพเดทตัวเองให้เท่าทันกับนวัตกรรมโลก โดยพนักงานทุกคนที่จะเข้ามาเป็นทีมงานของเราจ ะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรของบริษัทก่อนเริ่มทำงานจริงทุกคน  ซึ่งเรามีศูนย์ฝึกอบรมพนักงานที่ จังหวัดนครนายก ปัจจุบัน อาปิโก กรุ๊ปมีพนักงานทั้งหมดกว่า 5,000 คน” คุณเย็บ กล่าว

คุณเย็บ กล่าวต่อว่า บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ดังนั้นจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านรถยนต์ ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทคือ การเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มีประสิทธิภาพและคล่องตัว มีความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศ บนพื้นฐานของความสุขที่ยั่งยืน 4 ประการ ได้แก่ ความสุขของลูกค้า (Happy Customers), ความสุขของพนักงาน (Happy Employees), ความสุขของผู้ถือหุ้น (Happy Shareholder) และ ความสุขของสาธารณชน (Happy Public)

“เราตั้งเป้าหมายในการที่จะเป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศ และเราจะทำอย่างไรให้ผู้คนจดจำเราได้ โดยอาศัยความสุขที่ยั่งยืน 4 ประการ ได้แก่ ความสุขของลูกค้า (Happy Customers) ประกอบด้วย 1. S-Safety (มีความปลอดภัย), 2. Q-Quality (มีคุณภาพ), 3. C-Cost (มีราคาที่เหมาะสม), 4. D-Delivery (มีการส่งมอบของที่ตรงต่อเวลา), 5. E-Engineering (งานวิศวกรรมที่ดี) และ 6. M-Management (ระบบการจัดการที่มีคุณภาพ)

ส่วนความสุขของพนักงาน (Happy Employees) ประกอบด้วย 1. Teamwork (การทำงานเป็นทีม), 2. Look at Problems as Opportunities (การมองปัญหาให้เป็นโอกาส), 3. Love Family, Company and Country (การรักครอบครัว บริษัท และประเทศ), 4. Loyalty and Honesty (มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์สุจริต) และ 5. Mutual Respect (มีความเคารพซึ่งกันและกัน)

สำหรับความสุขของผู้ถือหุ้น (Happy Shareholder) ประกอบด้วย 1.Profitability (การทำกำไร) และ 2. Reasonable Dividends (ได้รับเงินปันผลที่เหมาะสม) และความสุขของสาธารณชน (Happy Public) ประกอบด้วย Corporate Social Responsibility (มีความรับผิดชอบต่อสังคม)” มร.เย็บ ซู ชวน กล่าว

ด้านกลยุทธ์ในการดำเนินจนถึงปี 2563 คือ TURBO ซึ่งพนักงานทุกคนจะต้องพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดย TURBO หมายถึง T-Transform, U-Urgently, R-Realise, B-Business และ O-Objectives โดยในระยะเวลา 5 ปี พนักงานทุกคนต้องมีการพัฒนาประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีก 50% และมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งหากเปรียบเทียบแล้ว จะเหมือนกับรถยนต์ที่มี 1,000 ลิตรต้องวิ่งได้ถึง 2,000 ลิตร

ส่วนสิ่งที่อยากให้รัฐบาลสนับสนุนอุตสากรรมยานยนต์ คุณเย็บกล่าวว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ช่วยสนับสนุนในหลายๆ  ด้านอยู่แล้ว เช่น การส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ทั้งนี้ การสนับสนุนบางอย่างจากรัฐบาลเป็นสิ่งจำเป็น เช่น การลดภาษี 0%  หรือการสนับสนุนจากบีโอไอ เป็นต้น ทำให้บริษัทสามารถเพิ่มกำไรจากผลประกอบการได้มากขึ้น  ซึ่งบริษัทมีความพึงพอใจกับการที่ได้รับการสนับสนุนมาโดยตลอด และตนคิดว่ารัฐบาลคงไม่สามารถสนับสนุนอะไรได้มากไปกว่านี้  ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องมีความพยายามที่จะผลักดันธุรกิจของตัวเองด้วย

อนึ่ง บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH ก่อตั้งในปี 2539 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2545 บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจจากการออกแบบ ผลิต และติดตั้ง อุปกรณ์จับยึดเพื่อใช้ในการประกอบรถยนต์แบบครบวงจร (Car Assembly Jigs) การออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ปั๊มโลหะแผ่น (Stamping Die) และรับผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (OEM Auto Parts) ได้แก่ ชิ้นส่วนพื้นรถยนต์ ตัวค้ำ ตัวยึด และชิ้นส่วนปลีก ย่อยอื่นๆ ต่อจากนั้น บริษัทได้พัฒนาก้าวหน้ามาสู่การผลิต ชิ้นส่วนพลาสติกชิ้นส่วนโลหะตีอัดขึ้นรูป (Forging) และกลึงสำเร็จด้วยเครื่องจักร และชิ้นส่วนกรอบโครงช่วงล่างรถกระบะ (Frame components)

นอกจากนี้ บริษัทมีการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในกลุ่มธุรกิจ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ได้แก่ บริษัทตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ และบริษัทพัฒนา ผลิต และจำหน่ายระบบนำร่องการเดินทางในรถยนต์ เป็นต้น ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทอาปิโกประกอบด้วยบริษัทย่อยและบริษัทร่วมรวมทั้งสิ้น 37 บริษัท (ในประเทศ 27 บริษัท และต่างประเทศ 10 บริษัท) โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทเป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำในประเทศไทย

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 322.58 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทได้แก่ กลุ่มของคุณเย็บ ซู ชวนและครอบครัว ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 39.85 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัทและกลุ่มบริษัท โซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 15.76 ของทุนจดทะเบียน ทั้งหมดของบริษัท

สำหรับโรงงานของบริษัท 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหรรมไฮเทค ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคม อุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ในจังหวัดระยอง กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท อาทิ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท อีซูซุ มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นต้น