เปิดวิสัยทัศน์แม่ทัพทีทีดับบลิว

“ทีทีดับบลิว” เผยแผนการดำเนินงานปี 61 ชูความพร้อมด้านการบริการและบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร บวกมุ่งพัฒนาและขยายโรงงานผลิตน้ำประปาทั้งในและต่างประเทศ รับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าเติบโต 3% ในปีนี้ โชว์จุดเด่นผู้นำด้านการบริหารน้ำอย่างครบวงจร ล่าสุดได้รับการคัดเลือกเป็นบริษัทที่มีดัชนีความยั่งยืน “SET THIS Index” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ESG 100 Certificate จากสถาบันไทยพัฒน์

คุณวลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW ผู้ผลิตน้ำประปาภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2561 ว่า ด้วยความพร้อมในการให้บริการและการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ทั้งในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ภาคพาณิชยกรรม และภาคครัวเรือน บริษัทจึงมุ่งมั่นพัฒนา และขยายโรงงานผลิตน้ำประปาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับปริมาณความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และป้องกันการขาดแคลนน้ำดิบที่มีคุณภาพดี ซึ่งจะช่วยส่งผลให้บริษัทมีความมั่นคงทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียดดังนี้        

1. แผนการลงทุนภายในประเทศ ปัจจุบัน ทีทีดับบลิวอยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาลู่ทางการลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (Eastern Economic Corridor) โดยจะเน้นไปที่การบริหารจัดการระบบน้ำประปาและระบบจัดการน้ำเสีย ซึ่งเบื้องต้นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าเป็นการลงทุนในจังหวัดระยอง หรือชลบุรี ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีการผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม บริษัทพร้อมที่จะลงทุนโดยทันที

2. การลงทุนในต่างประเทศ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำประปา ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ซึ่งได้รับอนุมัติจาก MIC (Myanmar Investment Commission) แล้ว เหลือเพียงการศึกษาเรื่องสัญญา ให้มีความรัดกุมมาก

“ภายหลังจากที่ได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังการผลิตเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 100,000 ลูกบากศ์เมตรต่อวัน และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้สูงสุดถึง 4 แสนลูกบากศ์เมตรต่อวัน ซึ่งเทคโนโลยีการผลิตที่บริษัทนำมาใช้ในโรงผลิตน้ำประปาแห่งใหม่จะเป็นทคโนโลยีเมมเบรน (Membrane) สามารถขจัดสิ่งปนเปื้อน เชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ได้น้ำประปาที่สะอาด

โรงผลิตน้ำประปากระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

ดั้งนั้น เมื่อรวมกับโรงผลิตน้ำประปาทั้งหมดของเราทั้ง 3 แห่ง (คุณวลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW, โรงผลิตน้ำประปาปทุมธานี จ.ปทุมธานี และโรงผลิตน้ำประปากระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร) จึงกล่าวได้ว่าเรามีความพร้อมในด้านการผลิตน้ำประปาเป็นอย่างมาก และยังพร้อมที่จะขยายการลงทุนไปในพื้นที่ต่างๆ ที่สามารถเป็นไปได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับการลงทุนในเมียนมาร์หลังจากที่ได้รับการอนุมัติจาก MIC แล้ว เหลือเพียงการศึกษาเรื่องสัญญา ให้มีความรัดกุมมาก นอกเหนือจากการลงทุนในเมียนมาร์แล้วในอนาคตเรายังมีแผนที่จะลงทุนในประเทศศรีลังกาอีกด้วย” คุณวลัยณัฐ กล่าว

โรงผลิตน้ำประปาปทุมธานี จ.ปทุมธานี

คุณวลัยณัฐ กล่าวต่อว่า ในปี 2561 ทีทีดับบลิวตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 3% โดยคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเป็นได้อย่างแน่นอน เนื่องจากจะได้รับปัจจัยบวกจากการการจ่ายน้ำของโรงผลิตน้ำประปาทั้ง 3 แห่ง และแนวโน้มการส่งออกของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อการส่งออกมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้มีการใช้น้ำมากขึ้นด้วยเช่นกัน

รวมทั้งการยกเลิกการใช้น้ำบาดาลจากภาคครัวเรือนและหน่วยงานต่างๆ ที่หันมาใช้น้ำประปามากขึ้น นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงนโยบายจากคณะกรรมการบริษัท ที่มีการผลักดันให้ภาคการผลิตของบริษัทลดต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาผลประกอบการให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

โรงผลิตน้ำประปาบางเลน จ.นครปฐม

โดยในปัจจุบันโซนจังหวัดสุมทรสาคร และจังหวัดนครปฐม จะมีสัดส่วนการใช้น้ำของภาคอุตสาหกรรม 50% เชิงพาณิชยกรรม 20% และภาคครัวเรือนอีก 30% ส่วนโซนจังหวัดปทุมธานีจะมีสัดส่วนการใช้น้ำของภาคครัวเรือน 60% ภาคอุตสาหกรรม 20% และเชิงพาณิชยกรรมอีก 20%

ด้านมาตรฐานสากล ล่าสุดบริษัท ไทยวอเตอร์ โอเปอเรชั่นส์ จำกัด ซึ่นเป็นบริษัทย่อย ได้ยื่นขอรับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ขณะเดียวกัน ทีทีดับบลิวยังอยู่ระหว่างการขอรับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมขององค์กร นอกจากนี้ ยังมีการจัดประกวด Kaizen ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนและกระตุ้นพนักงาน ให้มีการพัฒนากระบวนการทำงานไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

ส่วนจุดเด่นที่ทำให้ทีทีดับบลิวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ เป็นผู้นำในด้านการบริหารน้ำอย่างครบวงจร และเป็นผู้ผลิตน้ำประปาภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ พร้อมทั้งมีโครงสร้างขององค์กรที่มีความแข็งแกร่งและมีผู้ถือหุ้นที่มีความมั่นคงทางการเงิน ดังนั้นจึงมีความพร้อมที่จะลงทุนในทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันยังพร้อมที่จะเป็นเพื่อคู่คิดร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค หรือ กปภ. ในการลงทุนและขยายการให้บริการน้ำอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนต่อไป

“เรามีความพร้อมในการผลิตน้ำประปาเพื่อรองรับการใช้น้ำของภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งมีความพร้อมในการรองรับการบริหารจัดการน้ำในนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นอย่างดี ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการปรับระบบน้ำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ชายขอบมากยิ่งขึ้น” คุณวลัยณัฐกล่าว

คุณวลัยณัฐ กล่าวถึงการได้รับรางวัลดัชนีความยั่งยืน “SET THSI Index” ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่ได้รับการการันตีที่จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น แม้ในภาวะตลาดเกิดการผันผวนก็ตาม และ “ESG 100 Certificate” จากสถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะที่เป็น 1 ใน 100 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจาก 683 บริษัทจดทะเบียนทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจของ TTW ที่ยึดหลักการเติบโตไปพร้อมกับการมีส่วนร่วมต่อการรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล “Thailand Top Company Awards 2018” หรือสุดยอดองค์กรแห่งปี 2561 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Business+ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า รางวัลนี้เป็นรางวัลที่มอบให้กับบริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม ในแต่ละกลุ่มแบ่งตามประเภทการดำเนินธุรกิจ ทั้งทางด้านความสามารถในการแข่งขัน และการบริหารจัดการที่โดดเด่นในมิติต่างๆ ซึ่งคัดเลือกจากบริษัทที่มีรายได้สูงสุด 1,000 อันดับแรก

โดยรางวัลทีทีดับบลิว ได้รับจัดอยู่ในประเภทอุตสาหกรรมสาธารณูปโภค ตอกย้ำว่า ทีทีดับบลิวเป็นองค์กรธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของประเทศ ในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค ทั้งในแง่ของการผลประกอบการ และความน่าเชื่อถือขององค์กร ตลอดจนประสิทธิภาพในการบริหารการบริหารงาน ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และสร้างความภาคภูมิให้กับพนักงานของบริษัท ที่ได้ร่วมงานกับบริษัทที่มีการดำเนินงานที่มีคุณภาพและสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน

“การได้รับรางวัลและประกาศนียบัตรเหล่านี้ นอกจากจะเป็นสิ่งที่จะช่วยยืนยันว่าเราเป็นผู้นำด้านการบริหารน้ำอย่างครบวงจร และมีการใส่ใจดูแลสังคมมาโดยตลอดแล้ว ยังถือเป็นการตอกย้ำว่าเรามีความพร้อมในทุกด้าน ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ที่ดีต่อองค์กรให้กลุ่มนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ทราบอีกด้วย” คุณวลัยณัฐ กล่าว

คุณวลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW

คุณวลัยณัฐ กล่าวต่อถึงหลักการบริหารงานว่า ที่ผ่านมาตนได้สนับสนุนพนักงานในด้านต่างๆ  และเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้ามาขอคำปรึกษาได้โดยตรง อีกทั้งยังให้กำลังใจในการทำงานพนักงานทุกคน พร้อมทั้งยังส่งเสริมการส่งต่อองค์ความรู้ให้กับพนักงานจากหัวหน้าไปสู่ลูกน้อง และสนับสนุนให้พนักงานได้รับการเข้าอบรม หรือเรียนหลักสูตรต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานให้กับพนักงาน

ขณะเดียวกัน ยังเน้นการสร้างบรรยากาศการทำงานแบบครอบครัว เพื่อให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน พร้อมทั้งยังให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมร่วมกับพนักงานในโอกาสต่างๆ เช่น การจัดวันงานวันเกิด มอบเค้กให้กับพนักงาน และการตรวจเยี่ยมหน้างานเพื่อให้พนักงานได้รายงานปัญหา เป็นต้น

การดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR ของทีทีดับบลิวที่ผ่านมา ตระหนักอยู่เสมอว่าองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และจะต้องเติบโตไปพร้อมๆ จึงมีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน อยู่บนพื้นฐานของความสมดุลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้สังคมได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ช่วยให้คนในสังคมมีคุณภาพที่ดี ส่งผลให้เกิดชุมชนเข้มแข็งจากกระบวนการเรียนรู้และยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เป็นแบบอย่างความเจริญก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน โดยบริษัทฯ มีโครงการที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง เช่น

โครงการดูแลสังคมสู่ความยั่งยืนส่งเสริมและขยายโอกาสด้านการศึกษาของเยาวชน สนับสนุนโรงเรียนด้อยโอกาสจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ของสำนักงานรองนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่บริการ และการมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานพนักงาน

โครงการการวิจัยตะกอนน้ำประปา ใน 2 พื้นที่บริการ (โรงผลิตน้ำประปาปทุมธานี จ.ปทุมธานี และโรงผลิตน้ำประปาบางเลน จ.นครปฐม) เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพิ่มมูลค่าของเสียที่เกิดจากการผลิตน้ำประปา โดยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในประเภทงานก่อสร้าง และส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

โครงการ 1 ล้านกล้า ที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับชีวิต และป่าก็มีความสำคัญกับน้ำเช่นกัน ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการประกอบธุรกิจที่หวังกำไร เป็นแนวคิดหลักที่ต้องพิจารณาคู่ขนานกัน

ด้านสิ่งที่อยากจะฝากถึงภาครัฐ ตนอยากให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกโครงการ หรือ EEC ซึ่งตนมองว่าเมื่อโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนแล้วจะทำให้การลงทุนต่างๆ ในภาคธุรกิจมีการเติบโตไปในทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งผลให้เศรษฐกิจมีความคล่องตัวเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน