พลิกวิกฤตเป็นโอกาส!  “กุนเชียงโฮมเมด” ทาทา สตีล ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนรอบโรงงาน

ปัจจุบัน หากพูดถึงกระแสการท่องเที่ยว และการซื้อสินค้าที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือที่เรียกอีกอย่างว่าเทรนด์ “Localism” นั้น กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เห็นได้จากทุกครั้งที่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็จะพบเห็นแหล่งท่องเที่ยวหรือสินค้าท้องถิ่นที่แปลกใหม่ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ชุมชนหลายๆ แห่ง ต่างตื่นตัวที่จะดึงจุดเด่นและเอกลักษณ์ของตนเอง เพื่อเป็นจุดขายสร้างรายได้ให้ชุมชน ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพจากทุนทางสังคม อาทิ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างครบวงจรที่มีโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้อยู่ร่วมกับชาวบ้าน เรียนรู้วิถีชีวิตพร้อมกับขายสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนไม่ว่าจะเป็นอาหารและผลไม้ขึ้นชื่อ หรือสินค้าหัตถกรรมต่างๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี กว่าแต่ละชุมชนจะสามารถหาจุดเด่นของตนเองได้ สิ่งสำคัญที่สุดนั้น ต้องมาจากการระดมความคิดร่วมกันของคนในชุมชน และต้องมีหน่วยงานสนับสนุนด้านความรู้การตลาด บัญชีการเงิน รวมถึงเทคโนโลยีกระบวนการการผลิตสินค้า วิเคราะห์หาจุดเด่นร่วมกันว่าควรจะพัฒนาต่อยอดสิ่งใดให้เป็นแหล่งรายได้หลัก ตัวอย่างชุมชนที่มีการรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง และดึงจุดเด่นของตัวเองออกมาได้อย่างประสบความสำเร็จที่กำลังจะพาไปรู้จัก คือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรเนินกระบก ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยสินค้าที่ชุมชนตัดสินใจเลือกนำมาพัฒนาต่อยอด ได้แก่ การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เป็น “กุนเชียงโฮมเมด” ภายใต้การสนับสนุนหลักของโรงงานเอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในเครือของบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณชุมชน และเล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนชุมชนให้เข้มแข็งเติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวคิดการเป็นบริษัทพลเมืองที่ของประเทศชาติ

นางสัมฤทธิ์ ทองวิเชียร ประธานชุมชนแม่บ้านเกษตรกรเนินกระบก ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า แต่เดิมชุมชนที่ตนอยู่นั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ในภายหลังได้มีการรวมตัวเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน โดยสิ่งที่ได้จากการระดมความคิดกันภายในกลุ่ม ประกอบกับที่คนในชุมชนได้เข้าร่วมอบรมการทำ “กุนเชียง” จากการส่งเสริมของทาทา สตีล เนื่องจากเห็นว่าเป็นการแปรรูปอาหารที่สามารถเก็บได้นาน เป็นอาหารสำเร็จรูปที่ทานง่าย มีรสชาติอร่อย และสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ตัดสินใจเลือกทำกุนเชียงนั้น มาจากการที่ทาทา สตีล เล็งเห็นว่าชุมชนมีแหล่งวัตถุดิบหลักที่มีคุณภาพ นั่นคือ ฟาร์มเลี้ยงหมูที่อำเภอบ้านบึง ซึ่งเป็นหมูที่ผ่านการเลี้ยงตามมาตรฐาน มีราคาต้นทุนที่ไม่สูง จึงเหมาะที่จะนำมาริเริ่มเป็นสินค้าแปรรูปในขั้นต่อไป และเมื่อชุมชนมีการพัฒนาการผลิตทั้งในเรื่องคุณภาพที่ได้การรับรองมาตรฐานสินค้า (อย.) บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ทนทาน เก็บได้นาน รวมถึงสามารถหาฐานตลาดในการส่งผลิตภัณฑ์ไปขายเป็นประจำ จึงแปรเปลี่ยนจากการประกอบเป็นอาชีพเสริม กลายเป็นอาชีพหลักซึ่งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน

นางสัมฤทธิ์ อธิบายถึงจุดเด่นกุนเชียงโฮมเมด ของกลุ่มชุมชนแม่บ้านเกษตรกรเนินกระบก เพิ่มว่า วัตถุดิบที่เลือกนำมาแปรรูป เป็นวัตถุดิบคุณภาพดี โดยจะเลือกใช้เนื้อหมูส่วนสะโพก มันแข็งของหมู และไส้เทียม จาการที่ชุมชนเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ประกอบกับกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับการอบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กุนเชียงของชุมชนแม่บ้านเกษตรกรเนินกระบกได้คุณภาพและมีรสชาติที่อร่อย จนเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าบริเวณชุมชน และนักท่องเที่ยว โดยกลุ่มลูกค้าหลักของชุมชน ได้แก่ พนักงานโรงงานเนื่องจากชุมชนตั้งอยู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี ตำบลบ่อวิน จังหวัดชลบุรี โดยในหนึ่งสัปดาห์มียอดจำหน่ายกุนเชียงสูงถึง 120 กิโลกรัมโดยประมาณ จึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มจำนวนการผลิตและต่อยอดผลิตภัณฑ์ โดยเพิ่มประเภทของกุนเชียงขึ้นเป็น 3 ชนิด ได้แก่ กุนเชียงหมู กุนเชียงปลา กุนเชียงไก่ และล่าสุดได้มีการพัฒนากุนเชียงสูตรใหม่ “หมูพริกไทยดำ” เพื่อตอบโจทย์ความชอบของลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างครบถ้วน

นอกจากกุนเชียงที่สร้างรายได้หลักให้กับชุมชนแล้ว ชุมชนก็ยังไม่หยุดแสวงหาความรู้ เพื่อผลิตสินค้าใหม่ๆ สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน และด้วยข้อได้เปรียบของชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณนิคมอุตสาหกรรม ทำให้มีกลุ่มลูกค้าเป็นพนักงานโรงงานจำนวนมาก นอกจากนี้ ชุมชนยังรับเอานวัตกรรมและความรู้จากโรงงานมาปรับใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า โดย “ทาทา สตีล” เป็นหนี่งในผู้ริเริ่มความร่วมมือระหว่างโรงงานกับชุมชน เข้ามาสำรวจความต้องการของชุมชน ว่ามีความต้องการให้โรงงานสนับสนุนกลุ่มอาชีพของชุมชนอย่างไรบ้าง ตลอดจนได้เข้ามาให้ความรู้เพิ่มเติม ในกระบวนการทำกุนเชียงดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้แนะนำการผลิตสินค้าอื่นๆ ที่เหมาะกับความสามารถของชาวบ้าน และใช้วัตถุดิบที่หาได้ไม่ยาก อาทิ การทำบะหมี่หมูแดง ข้าวขาหมู และขนมปังเบเกอรี่ เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้สามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการทำกุนเชียงด้วย

ในช่วงแรกที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาตั้งในบริเวณชุมชนนั้น สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างก็มีทัศนคติทางลบต่อโรงงานเพราะคิดว่าเจ้าของโรงงานเหล่านี้ จะไม่สนใจความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่เท่ากับผลผลิตของกิจการตนเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป โรงงานได้พิสูจน์ให้ชาวบ้านเห็นว่ามีการควบคุมมาตรฐานการผลิตที่ไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชน จนเกิดเป็นความเชื่อมั่นและทำให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มปรับตัวเข้าหากัน เหมือนสุภาษิตที่ว่า “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า” โรงงานเอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในเครือของบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบรี บ่อวิน จึงกลายเป็นแหล่งรายได้ที่สร้างงานให้กับคนในพื้นที่ การค้าขายในชุมชนขยายตัวขึ้น อีกทั้งชุมชนและโรงงานยังได้สร้างสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทำให้ชาวบ้านมีความรู้สึกว่าไม่ได้ถูกโรงงานทอดทิ้ง และมีทัศนคติที่ดีต่อโรงงานมากขึ้น นางสัมฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

   “สิ่งสำคัญที่สุดของการสร้างอาชีพ คือ การรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง มีความสามัคคีภายใน นอกจากนี้ ชุมชนยังต้องรู้จักพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่หยุดที่จะแสวงหาการพัฒนาใหม่ๆ ดึงจุดเด่นที่ชุมชนมีอยู่แล้วออกมาใช้ให้ได้ อีกทั้งการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้กลุ่มอาชีพของชุมชนพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน นายศิโรโรตม์ เมธมโนศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป้าหมายที่ ทาทา สตีล ตั้งไว้ คือการเป็นโรงงานอันเป็นที่รักและเป็นเพื่อนแท้ของชุมชน จากการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อชุมชน ร่วมมือแก้ไขปัญหาบริเวณรอบโรงงาน รวมทั้งพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยโดยรอบให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กลุ่มบริษัททาทา สตีล และโรงงานเอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป ตั้งใจปฏิบัติควบคู่กับการดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน สำหรับกลุ่มชุมชนแม่บ้านเกษตรกรเนินกระบกนั้น ทาทา สตีล ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมอาชีพของชุมชน ทั้งอาชีพหลัก และอาชีพเสริม รวมถึงความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การทำบัญชี การใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ตลอดจนยังได้เปิดโอกาสให้ชุมชนได้นำสินค้าเข้ามาขายในโรงงานทุกสิ้นเดือน จนทำให้ ทาทา สตีล สามารถบรรลุเป้าหมายการเป็นโรงงานที่รักและเป็นเพื่อนแท้ของชุมชนได้ในที่สุด

สำหรับชุมชนหรือผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ส่วนสื่อสารและกิจกรรมองค์กร โทรศัพท์  02-937-1000 หรือเข้าไปที่ www.tatasteelthailand.com

ซีเมนส์ จัดกิจกรรม CSR ส่งเสริมชุมชนรอบโรงไฟฟ้าพระนครใต้

นายชัยรัตน์  เกตุเงิน ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (กลางซ้าย) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและพนักงานจากบริษัทซีเมนส์ จำกัด นำโดยนายมาร์คุส ลอเรนซินี่ ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหาร (กลางขวา) ระหว่างการทำกิจกรรมภายใต้โครงการ Siemens Caring Hands" เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นสารธารณะประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

บริษัท ซีเมนส์ จำกัด จัดกิจกรรมซีเอสอาร์ ภายใต้โครงการ  “Siemens Caring Hands" เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นสารธารณะประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม โดยในปีนี้ ได้นำพนักงานร่วมสนับสนุนการศึกษา และการปรับปรุงพื้นที่ในโรงพยาบาล ในตำบลบางโปรง จ.สมุทรปราการ  ในสถานที่หลัก 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงเรียนนิลรัตน์อนุสรณ์  และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  เพื่อให้เยาวชนและผู้อาศัยในชุมชนบางโปรง ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมในครั้งนี้

มร.มาร์คุส ลอเรนซินี่ ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหาร บริษัท ซีเมนส์ จำกัด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมซีเอสอาร์ในครั้งนี้ว่า ซีเมนส์ ได้ดำเนินธุรกิจและเติบโตคู่กับคนไทยมานานเกือบ 120 ปี  บริษัทฯ มีความตระหนักดีในการให้ความช่วยเหลือสังคมในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนในสังคม ซึ่งรวมไปถึงการสนับสนุนด้านการศึกษา สาธารณสุข และการให้ความช่วยเหลือในช่วงภัยพิบัติต่าง ๆ  ทั้งนี้ การส่งเสริมกิจกรรมทั้งหมดดังกล่าว อยู่ภายใต้โครงการ “Siemens Caring Hands”  ซึ่งเป็นโครงการที่ซีเมนส์ทั่วโลกให้ความสำคัญ และเป็นหนึ่งในภารกิจของบริษัทฯ ในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนสังคมที่ซีเมนส์เข้าไปดำเนินธุรกิจในทุกประเทศ 

สำหรับกิจกรรมซีเอสอาร์ภายใต้โครงการ "Siemens Caring Hands" ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษาและการอำนวยความสะดวก ให้กับผู้มาใช้บริการสาธารณสุขแก่ชาวชุมชนตำบลบางโปรง อ.เมือง จ. สมุทรปราการ  เนื่องจากชุมชนบางโปรง เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ซึ่งซีเมนส์ได้เป็นผู้จัดหาและอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าความร้อนร่วม โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินงานในพื้นที่ ได้รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นอย่างดี  บริษัทฯ จึงจัดกิจกรรมสนับสนุนชุมชน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้รับประโยชน์ ประกอบด้วย

  1. สนับสนุนการเทพื้นคอนกรีตด้านหน้าอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางโปรง เพื่อลดการเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มของประชาชนที่มาใช้บริการ เนื่องจากสภาพพื้นดินเดิมที่ขรุขระ และชื้นแฉะเมื่อฝนตก
  2. สนับสนุนสื่อการเรียนการสอน ให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลบางโปรง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียน
  3. สนับสนุนการปรับปรุงโรงอาหารของโรงเรียนนิลรัตน์อนุสรณ์ ให้ถูกสุขลักษณะ และปรับปรุงพื้นดินบริเวณสนามเด็กเล่น ใหม่เพื่อลดอุบัติเหตุ โดยได้นำพนักงานซีเมนส์ 60 คน มาร่วมกิจกรรมทาสีและเล่นกิจกรรมสันทนาการกับเด็กนักเรียน

ทั้งนี้ นับตั้งแต่บริษัท ซีเมนส์ จำกัด ได้จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความจำเป็นในหลากหลายด้าน เพื่อบรรเทาทุกข์และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม  รวมไปถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีกิจกรรมที่สำคัญอาทิ การสนับสนุนโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดนสืบสานโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 กิจกรรมปลูกป่าชายเลน และโครงการบริจาคหนังสือให้กับห้องสมุดของโรงเรียนที่ขาดแคลน เป็นต้น

--------------------------------------------------------------

บริษัท ซีเมนส์ จำกัด เข้ามาให้บริการในประเทศไทยเป็นเวลานานกว่าศตวรรษ เป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นผู้นำตลาดโลกในการใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (automation) และการนำระบบดิจิตัลมาใช้กับการปฏิบัติงานในหลากหลายรูปแบบ โดยกิจกรรมของบริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าด้วยการพัฒนาด้านพลังงาน กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกๆ คนในสังคม  ปัจจุบัน ซีเมนส์ ประเทศไทย ยังดูแลธุรกิจในประเทศกัมพูชาและประเทศพม่าด้วย

ทาทา สตีล รับรางวัลโรงงานเพื่อชุมชนยั่งยืน

กลุ่มบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดย นายรุ่งโรจน์ เลิศอารมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ – บริษัท เหล็กสยาม (2001) จำกัด (คนแรก) นายพรชัย ตั้งวรกุลชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ – บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด (คนที่ 3 จากซ้าย) รับรางวัล CSR – DIW Continuous 2018 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง และ นายอรุน คูมาร์ ชอว์ดารี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ - บริษัท เอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (คนที่ 2 จากซ้าย) รับรางวัล CSR – DIW 2018 จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวมอบให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรม ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน ที่สามารถดำเนินงาน รวมทั้งปฏิบัติกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมได้อย่างยั่งยืน โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ

มูลนิธิอิออนประเทศไทยรวมพลัง ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

นายคิโยะยะซึ อะซะนุมะ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการมูลนิธิอิออนประเทศไทย และ นายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) นำทีมกลุ่มอาสาสมัครมูลนิธิอิออน ประเทศไทย ร่วมกิจกรรมปลูกป่าประชาอาสา สร้างจิตสำนึกในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น ในโครงการ “ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา” ณ พื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จ.เชียงใหม่ โดยมูลนิธิฯ ได้สนับสนุนงบประมาณใน การจัดกิจกรรมจำนวน 974,050 บาท ให้แก่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เพื่อจัดกิจกรรมฟื้นฟูผืนป่าที่เสื่อมสภาพและการป้องกันไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ป่า

สายเดินป่าต้องรู้! 5 กิจกรรมสุดชิค เดินป่าอย่างไร ไม่รบกวนธรรมชาติ

เทรนด์การเดินป่า หรือ เทรกกิ้ง เป็นเทรนด์กิจกรรมยอดฮิตสำหรับหนุ่มสาวขาลุยรุ่นใหม่ ที่มองว่า วันหยุดพักผ่อนทั้งที ต้องชวนกลุ่มเพื่อนสายลุยไปทำกิจกรรมอะไรที่ไม่ธรรมดา บางคนได้ลองเทรกกิ้งแล้วถึงกับติดใจในเสน่ห์ของกิจกรรมนี้สุดๆ ถึงขั้นตั้งเป้าหมายว่าในปีหนึ่งๆ จะต้องเทรกกิ้งให้ได้จำนวนกี่ครั้ง รวมทั้งต้องได้ไปเยือนป่าทั่วประเทศไทยที่เขาว่ากันว่ามีเส้นทางที่ท้าทาย แต่ก็สวยงามคุ้มค่าการไปเยือน

การเดินป่าครั้งหนึ่ง ทำให้เราได้รับประโยชน์มากมาย ทั้งการมีวินัยทางสุขภาพ เพราะการจะไปเดินป่าแต่ละครั้งก็ต้องเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม รวมถึงในระหว่างเดินป่า ก็ต้องอาศัยความอดทนของร่างกาย ในการพิชิตเป้าหมายในแต่ละครั้ง เชื่อว่านักเดินป่าทั้งหลายต้องได้สุขภาพที่ดีขึ้นกลับมาแน่นอน นอกจากนี้ทุกๆ ครั้งที่ไปเดินป่า ยังทำให้เราได้เปิดหูเปิดตา หลบหนีความวุ่นวาย และได้พักผ่อนไปกับธรรมชาติ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากเราจะได้รับประโยชน์มากมายจากการไปเดินป่า เราเองก็ยังสามารถคืนประโยชน์ให้กับธรรมชาติได้ รวมทั้งเรียนรู้ที่จะเทรกกิ้งอย่างไม่ทำลายธรรมชาติ ในทุกครั้งของการเดินป่า ผ่าน 5 กิจกรรมต่อไปนี้

  1. ไม่ทำลายระบบนิเวศด้วยการทิ้งขยะ – การไปเดินป่าแต่ละครั้ง เชื่อว่าเทรกเกอร์ทั้งหลายจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งเสบียงที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ เพราะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าเราจะเจออะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ ในป่าน่าจะไม่มีร้านสะดวกซื้อเหมือนในเมืองแน่ๆ ดังนั้นการเตรียมเสบียงต่างๆ รวมทั้งของใช้ส่วนตัวไปให้พร้อม ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือก่อนกลับ ต้องมั่นใจว่าสิ่งของที่เรานำเข้าไป ก็จะต้องนำออกมาทิ้งข้างนอก เพื่อไม่เป็นการรบกวนธรรมชาติ และสัตว์ป่า อย่าลืมว่าในป่าที่เป็นแหล่งธรรมชาติจริงๆ ไม่มีคนทำหน้าที่เก็บขยะให้เรา และถ้าหลายที่เดินทางเข้าไปและทิ้งขยะเอาไว้ในป่า ก็จะมีขยะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบตามมาต่อระบบนิเวศอย่างแน่นอน ดังนั้นนักเดินป่าทั้งหลายโปรดจำไว้ว่า “นอกจากความทุกข์ใจ ก็ไม่ควรทิ้งอะไรไว้ในป่า”
  2. ไม่รบกวนหรือรังแกสัตว์ป่า – ในป่าที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์มากๆ และยังคงมีสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่มากมาย ย่อมเป็นเป้าหมายที่นักเดินป่าทั้งหลายต่างก็อยากไปสัมผัส หลายคนตั้งเป้าว่าการไปเดินป่าในแต่ละที่ จะได้เห็นสัตว์ป่าที่ขึ้นชื่อว่ายังอาศัยอยู่ในอุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นๆ เช่น เสือ กวาง ช้าง เป็นต้น แต่การไปเฝ้ารอดูสัตว์ต่างๆ ก็ต้องเป็นไปอย่างไม่รบกวนพวกเขา ประหนึ่งว่าเราไปเยือนบ้านเขา ก็ต้องให้เกียรติพวกเขา โดยการไม่เข้าไปทำลายร่องรอยที่สัตว์ป่าอาศัยอยู่ ไม่ส่งเสียงดังรบกวน ไม่ถ่ายรูปแบบใช้แฟลช รวมทั้งไม่พยายามเข้าไปใกล้ชิดกับสัตว์เหล่านั้น เพื่อไม่เป็นการรบกวนและยังไม่เสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นอีกด้วย
  3. ตรวจสอบฤดูกาลเดินป่า ช่วงเวลาเปิด - ปิดของแต่ละที่ – ป่า แม้จะเป็นสถานที่ธรรมชาติ ไม่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวหรือห้างสรรพสินค้าที่มีเวลาเปิด – ปิด เป็นประจำ แต่รู้หรือไม่ว่าป่าก็มีช่วงเวลาที่ไม่ให้คนเข้าไปเหมือนกัน แต่ละอุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะมีช่วงเวลาปิดป่าเพื่อการฟื้นฟู หรือช่วงที่ตรงกับฤดูการผสมพันธุ์ การโยกย้ายถิ่นฐานของสัตว์ป่า ช่วงเวลาเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องให้ระบบนิเวศทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ถูกรบกวนโดยมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้เดินป่าที่เจ้าหน้าที่คำนึงถึง จึงได้ออกคำสั่งปิดป่าในช่วงฤดูต่างๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ กรณีเด็กๆ 13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญ ให้นักเดินป่าผู้พิชิตธรรมชาติ ต้องปฏิบัติตามกฎของพื้นที่ป่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และไม่กระทบต่อธรรมชาติ
  4. ปฏิบัติตามกฎของอุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างเคร่งครัด – นอกจากการปฏิบัติตามข้อแนะนำทั้ง 3 ข้อข้างต้นแล้ว ในพื้นที่ป่าแต่ละพื้นที่ก็มีกฎระเบียบ ข้อปฏิบัติที่เป็นลักษณะเฉพาะ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่อุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นๆ เช่น ขอบเขตพื้นที่ที่สามารถเดินเท้าเข้าไปได้ จุดที่อนุญาตให้พักกางเต็นท์ สำหรับนักเดินป่าทั้งหลายที่มีแผนจะไปพิชิตพื้นที่ป่าในอุทยานฯ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าต่างๆ ก็จำเป็นต้องศึกษาข้อกำหนดของพื้นที่นั้นๆ ให้ละเอียด และปฏิบัติตามข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ต่อป่าไม้และตัวเอง
  5. เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับผืนป่า - จะดีแค่ไหนถ้าทุกครั้งที่เราไปทำกิจกรรมเดินป่า เรายังสามารถเข้าไปเพิ่มต้นไม้ให้กับป่าได้อย่างน้อยสักคนละ 1 ต้น แต่ลำพังการจะไปเดินป่า ก็คงไม่มีใครพกพาต้นกล้าไปเพื่อปลูกป่าด้วยอย่างแน่นอน แต่เชื่อหรือไม่ว่าสมัยนี้การปลูกป่ามีวิธีง่าย สะดวก และยังสนุกสนาน ใครๆ ก็สามารถทำได้ นั่นก็คือการปลูกป่าด้วยการยิงเมล็ดพันธุ์พืชนั่นเอง ซึ่งการปลูกป่าด้วยวิธีนี้เป็นประโยชน์กว่าการปลูกป่าทั่วไป เพราะสามารถกระจายเมล็ดพันธุ์พืชที่ถูกยิงไปได้ไกลในบริเวณป่าลึก ทั้งยังไม่เป็นการรบกวนสัตว์ป่าอีกด้วย ที่สำคัญการปลูกป่าด้วยวิธียิงเมล็ดพันธุ์พืชยังทำได้ง่าย สามารถยิงเมล็ดพันธุ์ได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้การปลูกป่าด้วยวิธีนี้ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พืช ที่มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในพื้นที่ป่านั้นๆ และสามารถอยู่รอดในระบบนิเวศในพื้นที่ป่าเหล่านั้นได้

และเนื่องในโอกาสวันแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือวันสืบ นาคะเสถียร ที่เพิ่งผ่านพ้นไป จึงอยากเชิญชวนให้นักเดินป่าทั้งหลายที่มีใจรักธรรมชาติ หันมาเดินป่าอย่างสร้างสรรค์ ตามกิจกรรมทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมา เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าของไทยให้นักเดินป่ารุ่นใหม่ๆ ได้เข้าไปค้นหา และเรียนรู้ธรรมชาติอันล้ำค่าที่เรายังคงมีอยู่ ทั้งนี้เมื่อเร็วๆ นี้บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ก็ได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน เพื่อก้าวทันเทรนด์การเป็นบริษัทของคนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จึงได้ออกแบบกิจกรรมการปลูกป่าที่มีรูปแบบสนุกสนาน ผ่านการยิงเมล็ดพันธุ์มะค่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับผืนป่า อีกทั้งกระชับความสัมพันธ์ของคนในองค์กรอีกด้วย

นายศิโรโรตม์ เมธมโนศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับนโยบายการรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากการควบคุมคุณภาพการผลิตที่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว บริษัทยังมุ่งเน้นบทบาทนำในการเป็นผู้สร้างจิตสำนึก ความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศอย่างถูกต้อง ผ่านการส่งเสริมให้พนักงานทาทา สตีล ทุกคน ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ในกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้น และเห็นคุณค่าสิ่งที่ตัวเองได้ทำเพื่อสังคม

โครงการ “ทาทา สตีล ปลูกป่าต้นน้ำเฉลิมพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน ปี 3” จัดขึ้นในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา อ.เขาชะเมา จ.ระยอง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 80 คน ได้แก่ คณะผู้บริหารบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพนักงานจากสำนักงานใหญ่ของทาทา สตีล และพนักงานโรงงานผลิตเหล็กเส้นของทาทา สตีล จาก 3 โรงงาน ร่วมกันทำฝายชะลอน้ำแบบถาวร ขนาด 6 เมตร สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์ดินและแหล่งน้ำ อีกยังพร้อมใจกันยิงเมล็ดมะค่า จำนวน 2,000 เมล็ด เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับผืนป่า อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ภายในองค์กร และตอบสนองเทรนด์กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เอาใจคนรุ่นใหม่

ทั้งนี้ทาทา สตีล ยังคงเดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน สำหรับภายในปีนี้จะมีโครงการปลูกป่าโกงกางที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม รายละเอียดโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ โปรดติดตามต่อไป สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ส่วนสื่อสารและกิจกรรมองค์กร โทรศัพท์ 02-937-1000 หรือเข้าไปที่ www.tatasteelthailand.com

Page 1 of 2