01Top_System
BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

แบงค์ 4.0 รุกหนักอีโมชั่น ถึงคราว “กรุงศรี” ส่ง BESTFRIEND เคาะประตูหัวใจคนรุ่นใหม่ เลือกได้ในแบบที่ใช่

  • โลกทุกวันนี้มีอะไรเปลี่ยนไปทุกวัน ยิ่งเรื่องการใช้เงิน ยิ่งเปลี่ยนเร็วเหลือเกิน ไหนจะกดเงินไม่ใช้บัตร มาเจอโมบายล์แบงค์กิ้ง ไหนจะฟินเทค เดี๋ยวอยู่ๆวันนึง ตู้เอทีเอ็มหายเฉย บางอันก็สะดวก บางอันก็ยากจนงง
  • แต่กรุงศรี เชื่อว่า ต่อให้โลกเปลี่ยนไปแค่ไหน... เรื่องเงิน ก็ยังต้องเป็นเรื่องง่าย
  • เราจึงไม่ยอมลดความสะดวกของคุณ มีแต่ขยายทุกช่องทาง ที่จะช่วยให้คุณสะดวก ในทุกเวลา และทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ
  • สะดวกทักทายกันที่สาขา มีตู้ให้อุ่นใจไว้กดเงินได้ทุกที่ หรือต้องการความรวดเร็วทันใจแบบยุคดิจิทัล ก็มีรองรับแบบครบวงจร ให้คุณสบายในทุกๆเวลาของชีวิต และรู้ว่า... #กรุงศรีอยู่นี่นะ

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตเรามากขึ้น ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว องค์กรไหนที่ไม่คิดปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ธุรกิจคงแย่ ในธุรกิจแบงค์ก็เช่นเดียวกัน ทำให้แบงค์ของไทยต้องหันมามองในเรื่องของรีเลชั่น สัมพันธภาพที่ดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์

BESTFRIEND โฆษณาชุดใหม่จาก Alpha 245” สร้างขึ้นจากไอเดียบนความจริงที่ว่า ถึงแม้จะมีสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวเราก็สามารถอยู่บนโลกนี้ได้แบบสบายๆ แต่บางครั้งการมี “เพื่อน” ดีที่เข้าใจและพร้อมจะอยู่เคียงข้างอาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราอุ่นใจได้อย่างไม่รู้ตัว ความเหินห่าง และความเหงาของสังคมในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกเอาความรู้สึกนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์โฆษณาน่ารัก ภายใต้แคมเปญ #กรุงศรีอยู่นี่นะ ภาพยนตร์โฆษณาที่ดูแล้วต้องอมยิ้มปนไปกับความรู้สึกอุ่นใจที่เราเชื่อว่าขยี้ใจคนขี้เหงาได้อีกหลายคน

(เพื่อน-จอย-อุ่น หนุ่มข้างบ้าน)

เรื่องราวดำเนินขึ้นผ่านชีวิตของสาวโสด “จอย” ที่ต้องการใครสักคนเข้ามาดูแล เธอจึงตัดสินใจสั่งซื้อหุ่นยนต์ “เพื่อน” เข้ามาดูแลชีวิต ซึ่งตั้งแต่ที่เธอมีเพื่อน ชีวิตเธอก็สะดวกสบายขึ้นในหลายๆเรื่อง... แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่เพื่อนไม่อาจเข้าใจเธอได้

(ความรู้สึกถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี)

 

(เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนความอุ่นใจ)

บางครั้งเทคโนโลยีไม่อาจทดแทนความอุ่นใจ หัวใจเธอจึงถูกเติมเต็มจากหนุ่มข้างบ้าน“อุ่น”ที่เข้าใจเธอในทุกๆเรื่องซึ่งสุดท้ายแล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องลำบากใจในการเลือกใคร เพราะเธอสามารถเลือกเพื่อนที่เป็นหุ่นยนต์ไว้คอย “ดูแล” พร้อมมีอุ่นคนที่ “เข้าใจ” อยู่ใกล้ๆเธอได้เสมอ

(ขอผมอยู่นี่นะ)

หลายครั้งในชีวิตสถานการณ์ต่างๆ มักบีบบังคับให้เราต้องเลือก ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จัดทำขึ้นเพื่อจะบอกว่า เพราะไม่ว่าคุณจะใช้ชีวิตแบบไหน ก็เลือกได้ในแบบที่ใช่ เพราะ #กรุงศรีอยู่นี่นะ พร้อมกระชากอารมณ์ตรงจุดผ่านชีวิตของคนในยุคนี้ที่ใช้ชีวิตหลายแบบ และจะดีแค่ไหนถ้าเราไม่ต้องเลือก “ผมอยู่นี่นะ” น่าจะแทนใจความหมายโฆษณาชุดนี้ได้เป็นอย่างดี ตรงจริตใครหลายคน และกลมกล่อมลงตัวอย่างพอดี

อุ่นใจกับ BESTFRIEND พร้อมรับชมภาพยนตร์โฆษณาเพิ่มเติมได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=z7aQW5YhBTY

“คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30” หนังสั้นสะท้อนสังคมตัวใหม่จากโอเลย์ ปลุกความมั่นใจให้ผู้หญิงโสดในฤดูแต่งงาน

โอเลย์ (Olay) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าชั้นนำเป็นตัวหนังสั้น “คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30” รับฤดูงานแต่งงานช่วงปลายปี ที่สร้างจากเรื่องจริงของผู้หญิงโสดที่ต้องแบกรับความกดดันและความคาดหวังจากสังคมกับค่านิยมที่ตีตรา “ความโสด”  เป็น “ความล้มเหลว” ของผู้หญิงวัย 30 ผ่านประการณ์รับมือกับคำถามอย่าง “เมื่อไหร่จะแต่งงาน?” ที่ผู้หญิงไทยหลายคนต้องเคยเจอ

หลังจากกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากการเปิดตัวหนังสั้นเรียกน้ำตา “30 แล้วไง” เมื่อช่วงต้นปี ที่หยิบยกประเด็นความคาดหวังของสังคมต่อผู้หญิงวัย 30 พร้อมปลุกกระแส #อายุเท่าไหร่ก็ไม่กลัว ที่โดนใจสาวไทยทั่วประเทศ โอเลย์ขอส่งท้ายปีด้วยการปลุกพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงไทยอีกครั้ง ด้วยหนังสั้นเรื่องใหม่ “คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30”  ผ่านอินไซด์ที่สาวๆวัย 30 หลายคนต้องเคยมีประสบการณ์ร่วมในช่วงฤดูงานแต่งงาน กับคำถามสุดจี๊ด แทงใจ เช่น “เมื่อไหร่จะแต่งงาน” หรือ “เป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกแล้ว เมื่อไหร่จะมีข่าวดี” โดยเรื่องราวในหนังสั้นตัวใหม่ได้หยิบยกประเด็นความกล้าที่จะใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุข ผ่านเรื่องจริงของพี่น้องคู่หนึ่งที่สนิทกันมาก แต่น้องสาวกลับได้แต่งงานก่อน จึงทำให้ตัวละครพี่สาวถูกรุมเร้าด้วยคำถามและความกดดันจากครอบครัวและคนรอบข้าง แต่สุดท้ายเธอเลือกที่จะผ่านแรงกดดันเหล่านี้ไปได้ ด้วยความมุ่งมั่นและเลือกที่จะรักและดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจ  ไม่ปล่อยให้อายุหรือสังคมรอบข้างตีกรอบในการใช้ชีวิตให้มีความสุข

ท่านสามารถรับชมหนังสั้น “คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30”  ได้ที่ YouTube ของ Olay Thailand และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นสร้างค่านิยมใหม่และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยทั่วประเทศ ผ่านการแชร์ลิงค์วิดิโอ https://www.youtube.com/watch?v=LA1jfs2aVFY

“คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30” หนังสั้นสะท้อนสังคมตัวใหม่จากโอเลย์ ปลุกความมั่นใจให้ผู้หญิงโสดในฤดูแต่งงาน

โอเลย์ (Olay) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าชั้นนำเป็นตัวหนังสั้น “คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30” รับฤดูงานแต่งงานช่วงปลายปี ที่สร้างจากเรื่องจริงของผู้หญิงโสดที่ต้องแบกรับความกดดันและความคาดหวังจากสังคมกับค่านิยมที่ตีตรา “ความโสด”  เป็น “ความล้มเหลว” ของผู้หญิงวัย 30 ผ่านประการณ์รับมือกับคำถามอย่าง “เมื่อไหร่จะแต่งงาน?” ที่ผู้หญิงไทยหลายคนต้องเคยเจอ

หลังจากกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากการเปิดตัวหนังสั้นเรียกน้ำตา “30 แล้วไง” เมื่อช่วงต้นปี ที่หยิบยกประเด็นความคาดหวังของสังคมต่อผู้หญิงวัย 30 พร้อมปลุกกระแส #อายุเท่าไหร่ก็ไม่กลัว ที่โดนใจสาวไทยทั่วประเทศ โอเลย์ขอส่งท้ายปีด้วยการปลุกพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงไทยอีกครั้ง ด้วยหนังสั้นเรื่องใหม่ “คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30”  ผ่านอินไซด์ที่สาวๆวัย 30 หลายคนต้องเคยมีประสบการณ์ร่วมในช่วงฤดูงานแต่งงาน กับคำถามสุดจี๊ด แทงใจ เช่น “เมื่อไหร่จะแต่งงาน” หรือ “เป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกแล้ว เมื่อไหร่จะมีข่าวดี” โดยเรื่องราวในหนังสั้นตัวใหม่ได้หยิบยกประเด็นความกล้าที่จะใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุข ผ่านเรื่องจริงของพี่น้องคู่หนึ่งที่สนิทกันมาก แต่น้องสาวกลับได้แต่งงานก่อน จึงทำให้ตัวละครพี่สาวถูกรุมเร้าด้วยคำถามและความกดดันจากครอบครัวและคนรอบข้าง แต่สุดท้ายเธอเลือกที่จะผ่านแรงกดดันเหล่านี้ไปได้ ด้วยความมุ่งมั่นและเลือกที่จะรักและดูแลตัวเองได้อย่างมั่นใจ  ไม่ปล่อยให้อายุหรือสังคมรอบข้างตีกรอบในการใช้ชีวิตให้มีความสุข

ท่านสามารถรับชมหนังสั้น “คำถามแทงใจผู้หญิงวัย 30”  ได้ที่ YouTube ของ Olay Thailand และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นสร้างค่านิยมใหม่และส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงไทยทั่วประเทศ ผ่านการแชร์ลิงค์วิดิโอ https://www.youtube.com/watch?v=LA1jfs2aVFY

พฤกษา จับมือพันธมิตรลุยตรวจงาน “เดอะทรี สุขุมวิท 71-เอกมัย” การันตีคุณภาพงานก่อสร้าง เตรียมส่งมอบไตรมาส 1 ปี 2562

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู และ นายธิติพัทธ์ อดิลักษณ์ธราดล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม 1 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัทพันธมิตรงานก่อสร้าง งานระบบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและชุดครัวระดับชั้นนำ ได้แก่ ฟูจิเทค (ไทยแลนด์), แฟรงเก้ (ประเทศไทย), เอบิวด์ แมเนจเมนท์, กรณิศ ก่อสร้าง, สยามไดกิ้นเซลส์, ไอ-แลนดาร์ชและ บิวเทค ร่วมตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการ “เดอะทรี สุขุมวิท 71-เอกมัย” คอนโดมิเนียมสูง 33 ชั้น จำนวน 886 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 2,600 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้าแล้วประมาณ 95% โดยแล้วเสร็จงานโครงสร้างทั้งอาคาร ซึ่งมีการใส่ใจในคุณภาพการก่อสร้างในทุกขั้นตอน โดยเตรียมพร้อมส่งมอบในไตรมาส 1 ปี 2562 ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับมอบห้องชุดที่มีคุณภาพพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็ม อีกทั้งยังมีจุดชมวิว “Observation Deck” ที่เป็นระเบียงแก้วกลางอากาศ และมีพื้นกระจกใสบนชั้นดาดฟ้า ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแห่งแรกของพฤกษาที่สามารถชมวิวเมืองได้ถึง 720 องศา

“ทาทา สตีล” แนะ 3 วิธีจับสัญญาณเตือนมลพิษทางอากาศที่มากับฤดูหนาว พร้อมชูความพร้อม มาตรการจัดการฝุ่น

ด้วยอากาศที่ร้อนระอุแทบจะทั้งปีของประเทศไทย ทำให้ใครหลายคนเฝ้ารออากาศเย็นๆ ในฤดูหนาวที่จะมาถึงช่วงสิ้นปีนี้ แต่จะรู้หรือไม่ว่าอากาศเย็นๆ ในช่วงฤดูหนาวนั้น มีภัยร้ายแอบแฝงมาในรูปแบบของฝุ่นละอองหรือฝุ่นพิษ เพราะอากาศที่เย็นจากด้านล่าง จะลอยตัวขึ้นไปถึงระดับหนึ่งแล้วไปต่อไม่ได้ เมื่อเจอกับอากาศข้างบนที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าจึงร้อนกว่า เสมือนฝาชีที่ครอบมลภาวะเอาไว้ ซึ่งมลภาวะที่เกิดขึ้นก็มีที่มาจากหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น การเผาในที่โล่ง การคมนาคมขนส่ง การผลิตไฟฟ้า รวมทั้งการผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม ยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในสถานที่ที่ได้รับมลพิษจากกิจกรรมเหล่านี้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบมากขึ้นในฤดูหนาว โดยเฉพาะผลกระทบทางสุขภาพ เช่น โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ เป็นต้น

นายวันเลิศ การวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ การผลิต บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของโลก อีกทั้งเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กทรงยาวรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งมีโรงงานผลิตเหล็ก 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("NTS") จังหวัดชลบุรี บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด ("SCSC") จังหวัดระยอง และบริษัท เหล็กสยาม (2001) จำกัด ("SISCO") จังหวัดสระบุรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการบำบัดมลพิษทั้งทางน้ำ และอากาศ ก่อนปล่อยออกสู่ธรรมชาติ ด้วย ทาทา สตีล คำนึงถึงจุดยืนความเป็นโรงงานที่เคียงคู่ชุมชนเสมอมา อีกทั้งมีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีความรับผิดชอบต่อชุมชนโดยรอบ โดยการให้ความรู้ถึงวิธีการตรวจสอบ และรับมือกับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นจากโรงงาน เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจ สำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ ทาทา สตีล ได้แนะนำถึง 3 สัญญาณเตือน เมื่อเกิดมลพิษทางอากาศ เพื่อการรู้เท่าทัน และสามารถรับมือได้ด้วยตัวเอง โดยสัญญาณที่สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเอง ดังต่อไปนี้

  1. ทัศนวิสัยในการมองเห็นเปลี่ยนไป ในช่วงที่มีฝุ่นละอองหนาแน่นกว่าปกติ หรือในภาวะที่เริ่มเกิดมลพิษทางอากาศขื้น วิธีการสังเกตเบื้องต้นดูได้จากทัศนวิสัยในการมองเห็นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น กลุ่มก้อนอากาศที่ลอยตัวต่ำมีสีออกน้ำตาล หรือทัศวิสัยในการมองเห็นลดลงเนื่องจากมีหมอกควันปกคลุมมากขึ้น อาจสันนิษฐานได้ว่า จำนวนหมอกควันที่เกิดขึ้น และสีที่ผิดปกติเป็นหนึ่งในสัญญาณของสภาวะที่อากาศเริ่มมีค่ามลพิษมากผิดปกติ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมถึงสภาวะของมลพิษทางอากาศในขณะนั้น เพื่อการรับมืออย่างเท่าทันสถานการณ์
  2. ควันที่ปล่อยออกจากโรงงานมีปริมาณมากผิดปกติ สำหรับชุมชนที่ตั้งอยู่ในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการผลิต โดยการเผาไหม้ที่ปล่อยควันออกสู่ธรรมชาติ ซึ่งมักมีความคุ้นเคยกับปริมาณของการปล่อยควันของแต่ละโรงงานอยู่แล้ว หากชุมชนพบว่ามีปริมาณการปล่อยควันจากโรงงานที่มากผิดปกติ ก็เป็นสัญญาณที่ต้องจับตามองถึงความผิดปกติของมลพิษทางอากาศที่อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  3. ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ อีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกในการตรวจสอบความผิดปกติของอากาศที่ทุกคนสามารถทำได้ก็คือ การตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันที่มีฟังก์ชันตรวจวัดระดับปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ และแปรค่าออกมาในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจได้ เช่น กำหนดเกณฑ์สีต่างๆ เพื่อบ่งบอกระดับความรุนแรงของสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ ทำให้สามารถตรวจสอบสภาพมลพิษทางอากาศ เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีค่ามลพิษทางอากาศในระดับอันตรายได้ ตัวอย่างแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ตรวจสอบมลพิษทางอากาศได้ เช่น ไทยแอร์ ควอลิตี้ (Thai Air Quality) แอร์ วิชวล (Air Visual) และ พลูม แอร์ รีพอร์ต แอป (Plume Air Report App) เป็นต้น

นอกจาก 3 สัญญาณข้างต้นที่ทุกคนสามารถตรวจจับความผิดปกติของมลพิษทางอากาศได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองแล้ว นายวันเลิศ ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในการจัดการมลพิษทางอากาศของ ทาทา สตีล ทั้ง 5 ข้อ ที่จะทำให้ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงโรงงาน รวมทั้งในทุกภาคส่วน มั่นใจในมาตรการป้องกันมลพิษทางอากาศของ ทาทา สตีล ในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้

  1. มั่นใจตั้งแต่ต้นกระบวนการผลิต ด้วยกรรมวิธี EAF (Electric Arc Furnace) ทาทา สตีล มีกระบวนการผลิตเหล็กที่ใช้กรรมวิธีการหลอมด้วยเตาหลอมไฟฟ้า EAF ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นอกจากจะให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์เหล็กที่ดี และมีเสถียรภาพมากกว่ากรรมวิธีหลอมเหล็กด้วยเตา IF (Induction Furnace) แล้ว ยังเป็นเทคโนโลยีที่รักษาสิ่งแวดล้อม โดยสามารถควบคุมสารมลทิน อาทิ ฟอสฟอรัส กำมะถัน โบรอน ฯลฯ ทำให้เหล็กที่ได้จากกระบวนการหลอมด้วยเตาไฟฟ้า EAF มีความบริสุทธิ์ และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ฝุ่นจากการหลอมเหล็ก (EAF Dust) ยังสามารถนำไปสกัดธาตุสังกะสี เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตของอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีกด้วย
  2. การบำบัดก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติด้วยระบบดักจับและกรองฝุ่น (Fume Plant) ในกระบวนการหลอมเหล็กอาจมีฝุ่นจากโลหะหนักที่เกิดขึ้นจากกระบวนการหลอม ซึ่งฝุ่นเหล่านี้อาจหลุดลอยออกสู่ธรรมชาติได้ ซึ่ง ทาทา สตีล มีมาตรการป้องกันโดยการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับและกรองฝุ่น (Fume Plant) เพื่อดูดไอระเหยจากฝุ่นที่ปนเปื้อนโลหะหนัก และทำหน้าที่กรองฝุ่นก่อนปล่อยออกสู่ธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีในการป้องกันมลพิษทางอากาศที่ ทาทา สตีล นำมาใช้ เพื่อความมั่นใจของชุมชนรอบโรงงาน
  3. การป้องกันอีกชั้นด้วยรั้วต้นไม้รอบโรงงาน และติดตั้งแนวสแกนฝุ่น นอกจากจะมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ด้วยเตาหลอมไฟฟ้า EAF และการนำเทคโนโลยีในการบำบัดมลพิษทางอากาศมาใช้ ก่อนปล่อยควันจากการเผาไหม้ในกระบวนการหลอมเหล็กออกสู่ธรรมชาติ โรงงานของ ทาทา สตีล ทั้ง 3 โรงงาน ยังมีการปลูกต้นไม้รอบโรงงาน เสมือนเป็นแนวรั้วธรรมชาติ อีกทั้งติดตั้งแนวสแกนฝุ่น เพื่อเป็นตัวกรองอีกชั้นหนึ่ง และยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างออกซิเจน ให้กับบริเวณรอบโรงงานอีกด้วย
  4. การตรวจสอบและรายงานผลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากการปฏิบัติตามมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด ทาทา สตีล ยังมีระบบการตรวจสอบและรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ (EIA Monitoring Report) ซึ่งถือเป็นการรายงานผลที่กำหนดมาตรฐานในการวัดคุณภาพอากาศที่สูงและละเอียดกว่าข้อกำหนดทางกฎหมาย และต้องรายงานผลทุก 6 เดือนต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ส่วนในระดับชุมชน มีการรายงานผลอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในโรงงานจังหวัดระยอง มีการติดตั้งเครื่องวัดออนไลน์ (CEMS: Continuous Emission Monitoring System) ตามข้อกำหนดเฉพาะของการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อให้ชุมชนสามารถตรวจสอบคุณภาพของอากาศได้ทุกเมื่อ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพของอากาศที่ปล่อยออกจากโรงงาน
  5. การให้ความรู้และประสานงานความร่วมมือกับชุมชนโดยรอบ ด้วยจุดยืนของ ทาทา สตีล ในการเป็นโรงงานเคียงคู่ชุมชน จึงให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมให้ความรู้ชุมชนเกี่ยวกับมาตรการการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงาน วิธีการสังเกตสัญญาณผิดปกติเมื่อเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งวิธีการรับมือ เพราะ ทาทา สตีล ตระหนักถึงความปลอดภัยของชุมชนบริเวณโดยรอบต้องมาก่อนเสมอ นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อชุมชน และเพื่อเปิดโอกาสในการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของชุมชนต่อการดำเนินงานของโรงงาน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันมลพิษทางอากาศของ ทาทา สตีล ที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่องยังได้รับการรับรองด้วยรางวัลการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมากมาย เช่น รางวัล อุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 (Green Industry 4.0) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม รางวัล “โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้มีมาตรฐานสากลเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม ปี 2560 (CSR-DPIM)” เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี 2562 ทาทา สตีล ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินการผลิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงทุนติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และเน้นการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Renewable Energy) ตอบโจทย์การเป็นบริษัททันสมัย ที่มีการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ นายวันเลิศ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ส่วนสื่อสารและกิจกรรมองค์กร โทรศัพท์ 02-937-1000 หรือเข้าไปที่ www.tatasteelthailand.com

ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จัดสัมมนา “นวัตกรรมทันตกรรมในยุคดิจิทัล” เตรียมความพร้อมทันตแพทย์โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ก่อนเปิดให้บริการต้นปี 62

ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป โดย ทันตแพทย์ ศรยุธ อุ่นเมือง ผู้อำนวยการ ศูนย์ทันตกรรมโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เป็นประธานจัดสัมมนา “นวัตกรรมทันตกรรมในยุคดิจิทัล” แนะนำสุดยอดนวัตกรรมใหม่ของการทำฟันแบบครบวงจรของโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ที่สามารถให้บริการได้ครบจบภายในวันเดียว รวมถึงแนวทางการทำงาน อุปกรณ์เครื่องมือ และเทคโนโลยีการทำฟันแบบใหม่ให้แก่ทันตแพทย์มืออาชีพที่เป็นสมาชิกใหม่กว่า 50 คน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการแก่ลูกค้าในช่วงต้นปีหน้า ณ ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง  

บุคคลในภาพข่าวจากซ้ายไปขวา

  1. มร.จูเลียน ซิแกน ฝ่ายวิวัฒนาการระบบประสาทวิทยาแบบดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีภาพถ่าย ไอแคมโฟดี บริษัท ไอเมตริก ทรีดี เอสเอ จำกัด     
  2. มร.เดวิน แกรบเบอร์ ฝ่ายเทคโนโลยีเครื่องสแกนในช่องปาก เมดิด ไอ 500 บริษัท เมดิด คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  3. มร.โรเบิร์ต เอ็บเบอร์ฮาเตอร์ ฝ่ายทันตกรรมดิจิทัล ศูนย์ทันตกรรม รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง
  4. ทพ.ศรยุธ อุ่นเมือง ผู้อำนวยการ ศูนย์ทันตกรรม รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง
  5. มร. รามัน อะลาคียา นามบี ผู้เชี่ยวชาญด้านแอพพลิเคชั่น บริษัท ไอเมตริก อินเดีย ตะวันออกกลาง จำกัด
  6. มะลิวัลย์ คันธกลิ่น ผู้จัดการ ศูนย์ทันตกรรม รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง
  7. ยงชัย เอี่ยวบัวเจริญ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ทันตกรรมสยาม จำกัด

…………………………………………………………..

 

Thonburi Healthcare Group Hosts “Innovations in the Dental Digital Era” Prep for Official Launch in 2019

Thonburi Healthcare Group, led by Dr. Sornyut Ounmuang, Director of Dental Department, Thonburi Bumrungmuang Hospital, hosted a seminar “Innovations in the Dental Digital Era” introducing state-of-the-art innovations for turnkey dental solution. During the seminar, there were presentations of advanced techniques, tools, and technologies for 50 new dentists before officially launching early next year, at the Dental Department of Thonburi Bumrungmuang Hospital.

บุคคลในภาพข่าว  จากซ้ายไปขวา

  1. Julien Cigan, ICam4D, the Digital Implantology Revolution by photogrammetry technology, Imetric 3D SA Co. Ltd.
  2. Devin Graber, Medit i500 Intra Oral Scanner, MEDIT corp co.,ltd.
  3. Robert Eberharter, Thonburi Dental Digital Solution, Advanced Dental Clinic Thonburi Hospital
  4. Sornyut Ounmuang, Director of Dental Department, Advanced Dental Clinic Thonburi Hospital
  5. Raman Alagiya Nambi, Application Specialist Imetric India; middle east
  6. Maliwan Kanthaklin, Manager, Advanced Dental Clinic Thonburi Hospital
  7. Yongchai Iawbuacharoen, Implant Sales & Marketing Manager, Dental Siam Co., Ltd.

…………………………………………………………..  

ปันฮื้อน้อง มอบของขวัญส่งความสุข

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ชวนมาร่วมส่งต่อความสุขในโครงการ “ปันฮื้อน้อง” มอบของขวัญในดวงใจ จากพี่ถึงน้อง โรงเรียนวัดเสด็จ ต.บ้านเสด็จ อ.เมืองลำปาง จ. ลำปาง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความฝันของน้องๆให้เป็นจริงเพื่อรอยยิ้ม และความสุขในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพียงเลือกโปสการ์ดของขวัญที่ต้นคริสต์มาส และส่งมอบของขวัญได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 ร่วมปันความสุขได้ตั้งแต่วันนี้ - 8 ม.ค. 62 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

สอบถามรายละเอียดกิจกรรมความสนุกเพิ่มเติมที่ เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 หรือ FB,IG : CentralPlaza Lampang โทร.0-54-010-555 ต่อ 0

 

#โครงการปันฮื้อน้อง #โรงเรียนวัดเสด็จ
#CentralPlazaLampang

“AECS ” ให้กรอบดัชนีสัปดาห์แรกรับปีหมูทอง 1,550-1,591 จุด แนะหุ้นกลุ่มสื่อ-ค้าปลีก-นิคม น่าทยอยสะสม

บล.เออีซี ประเมินหุ้นไทย ประเมินดัชนีสัปดาห์แรก รับปีหมูทอง ที่กรอบ 1,550-1,591 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุน Domestic Play ขนาดกลาง-ใหญ่ 3 กลุ่มหลัก ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสื่อ PLANB, VGI, MACO และ MAJOR  กลุ่มค้าปลีก ROBINS และ CPN  กลุ่มนิคม แนะนำ AMATA และ WHA พร้อมแนะนักลงทุน อย่างเพิ่งชะล่าใจ สถานการณ์ในต่างประเทศ ที่คาดว่าจะเข้ามาสร้างความผัวผวนต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยแนวโน้มกรอบดัชนีหุ้นไทยช่วงสัปดาห์แรกของปี 2562 ว่า คาดว่า SET Index จะรีบาวด์ขึ้นมายืนเหนือแนวรับ 1,550 จากนักลงทุนต่างชาติที่อาจกลับเข้ามาซื้อหุ้น หลังค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้น ในช่วงวันที่ 30-31 ธ.ค.61 แต่อย่างไรก็ดี Upside ยังค่อนข้างจำกัด โดยมีกรอบแนวต้านที่ 1,591 จุด ดังนั้น นักลงทุนยังคงต้องระวังปัจจัยลบจากต่างประเทศ อาทิ ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่มีสัญญาณชะลอตัว ซึ่งสะท้อนผ่านภาวะอุปสงค์น้ำมันดิบในตลาดที่อาจปรับลงในช่วงสั้น อีกทั้งปัญหา Government Shutdown ของสหรัฐฯที่ยังไม่คลี่คลาย

ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมหุ้น Domestic Play ขนาดกลาง-ใหญ่ 3 กลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะกลุ่ม ดังนี้ 1. กลุ่มสื่อ แนะนำ PLANB, VGI, MACO และ MAJOR  2. กลุ่มค้าปลีก แนะนำ ROBINS และ CPN  3. กลุ่มนิคม แนะนำ AMATA และ WHA “ ตลาดหุ้นยังมีโอกาสผันผวน โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา เกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่อาจชะลอตัวลงต่อเนื่อง ส่งผลสร้างความกังวลต่อภาวะอุปสงค์โลกที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง โดยล่าสุดดัชนีภาคการผลิตเดือน ธ.ค. ของจีน (Manufacturing PMI) ลดลงเหลือ 49.4 จุด ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และปรับตัวเข้าสู่ภาวะหดตัว (ต่ำกว่า 50 จุด) ครั้งแรกในรอบ 3 ปี จากผลของสงครามการค้าที่ส่งผลให้ผู้ผลิตในหลายอุตสาหกรรมชะลอการผลิตสินค้า ซึ่งเราคาดจะยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาดต่อไป จนกว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะมีพัฒนาการในการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนจนสะท้อนออกมาด้วยดุลการค้าที่เข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น ”

ขณะที่ ราคาน้ำมันดิบระยะสั้น คาดได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทาง เศรษฐกิจของจีน สหรัฐฯ และกลุ่ม EU บวกกับกำลังการผลิตของสหรัฐฯ และรัสเซีย เพิ่มขึ้นมาก แต่ด้วยราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงมามากในปีที่ผ่านมา ทำให้เรามองว่า Downside เริ่มจำกัด บวกกับคาดช่วงต้นปีคาดมีแรงหนุนจากการที่กลุ่ม OPEC และ Non-OPEC เริ่มลดกำลังการผลิต ตามข้อตกลงใหม่อีกราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหาก Compliance Rate ของเดือน ม.ค. มีตัวเลขที่เป็นไปตามเป้าลดกำลังการผลิต จะช่วยให้ตลาดคลายกังวลเรื่องสมดุลในตลาดน้ำมันดิบได้

อีกทั้ง ภาวะปิดหน่วยงานของสหรัฐฯ ยังไม่คลี่คลาย และอยู่ระหว่างรอติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายชั่วคราวฉบับใหม่ ในวันที่ 3 ม.ค. โดยมีสื่อรายงานว่า งบประมาณสำหรับการสร้างรั้วที่บริเวณชายแดนและมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านอื่นๆ วงเงิน 1.3 พันล้านดอลลาร์ แต่จะไม่รวมงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ที่ปธน.ทรัมป์ ได้เรียกร้องก่อนหน้านี้ ทำให้มีแนวโน้มที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะยังไม่ได้รับการรับรอง 

BEM ตามรอยเส้นทางประพาส “พระราชวังบางปะอิน”

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จัดกิจกรรม BEM ตามรอยเส้นทางประพาส “พระราชวังบางปะอิน” โดยนำครอบครัวผู้ใช้บริการทางพิเศษ เดินทางโดยใช้ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ เชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัช ต่อเนื่องไปทางพิเศษอุดรรัถยาไปยังพระราชวังบางปะอิน จ.อยุธยา เพื่อเยี่ยมชมความงามของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานลงตัวด้วยศิลปะไทยและตะวันตก พร้อมเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ และไหว้พระขอพร ณ วัดนิเวศธรรมประวัติ รวมทั้งร่วมทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว บอกรักพ่อด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น เมื่อเร็วๆ นี้

บรรยายโครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร GAP

นายมนตรี บุญจรัส (กลาง) ประธานกรรมการชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ภายใต้บริษัทไทยกรีน อะโกร จำกัด เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ "การป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน" เพื่อให้ความรู้ด้านวิธีการปราบโรคแมลงและศัตรูพืชแบบปลอดภัย ด้วยจุลินทรีย์ชีวภาพของไทย ให้กับสมาชิกในโครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้เกษตรกรมีความรู้ด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร ที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และเพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตร GAP เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง ณ สำนักงานเกษตรอำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง

Page Visitor

030098331
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
15270
57928
188873
1475601
1609543
30098331
Your IP: 3.236.253.192
2021-10-27 06:44