01Top_System
BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ลบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เตรียมเดินหน้า “เมืองแห่งความสุข” ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย

นายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้ร่วมลงทุน ร่วมจัดพิธีบวงสรวง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญของจังหวัดเชียงรายและเมืองเชียงแสน ในรูปแบบพิธีล้านนา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่โครงการ  “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” และเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการเดินหน้าโครงการฯ “เมืองแห่งความสุข” ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย และ การสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ต้นที่ 8 ของโลก โดยได้ทำพิธีบวงสรวง ณ "สะดือเมือง" อำเภอเชียงแสน , เสาหลักเมืองเชียงแสน วัดพระเจ้าล้านทอง, อนุสาวรีย์พระเจ้าพรหมมหาราช ยอดวัดพระธาตุจอมกิตติ, ศาลเจ้าพ่อป่าสัก เชียงแสน และสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์วัดป่าสัก และเสาสะดือเมืองเชียงราย วัดพระธาตุดอยจอมทอง, อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช, และสถูปพระเจ้าเม็งรายมหาราช วัดดอยงำเมือง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อเร็วๆนี้

วีซ่า ประกาศกลยุทธ์เพิ่มศักยภาพความปลอดภัยในการชำระเงิน เสริมความพร้อมประเทศไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด

ความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ในการตัดสินใจทดลองใช้นวัตกรรมชำระเงิน

โจ คันนิ่งแฮม (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการความเสี่ยงของวีซ่า ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมด้วย สุริพงษ์ ตันติยานนท์ (ซ้าย) ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย และ ยศ กิมสวัสดิ์ (กลาง) ประธานสำนักระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย ประกาศโรดแมปเสริมสร้างสักยภาพความปลอดภัยในการชำระเงินของประเทศไทยในอนาคต เสริมความพร้อมประเทศไทยก้าวสู่สังคมไร้เงินสด

วีซ่า บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลระดับโลก ประกาศโรดแมปเสริมสร้างสักยภาพความปลอดภัยในการชำระเงินของประเทศไทยในอนาคต (Future of Security Roadmap for Thailand) เพื่อเป็นแนวทางและแผนการทำงานในอีก 3 ปี ข้างหน้า

โดยโรดแมปของวีซ่า มุ่งเน้นในแผนงานที่จะช่วยให้พัฒนาการด้านความปลอดภัย เดินหน้าไปพร้อมกับเทคโนโลยีและรูปแบบการชำระเงินที่มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญ ได้แก่

  • ลดความสำคัญของข้อมูลลง ด้วยการเอาข้อมูลที่สำคัญออกจากระบบนิเวศทั้งหมดและทำให้ข้อมูลที่โจรกรรมไปไร้ประโยชน์ในการนำไปใช้ต่อ
  • เสริมมาตรการป้องกันเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดของบัญชี
  • ใช้ประโยชน์จากข้อมูล ด้วยการตรวจจับการโจรกรรมก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง และเพิ่มความมั่นใจในการอนุมัติยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
  • รวมพลังทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือบัตร เจ้าของบัญชี และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างผู้ให้บริการและร้านค้า ให้มีบทบาทในการเสริมสร้างความปลอดภัยในทุกมิติของระบบการชำระเงิน

สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้แถลงโรดแมปเสริมสร้างศักยภาพการรักษาความปลอดภัย ในการชำระเงินให้แก่ประเทศไทยในอนาคต การเสริมความปลอดภัยในระบบนิเวศเชิงพาณิชย์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างเครือข่ายการชำระเงิน ผู้บริโภค ธนาคาร และหน่วยงานภาครัฐ ในขณะที่เทคโนโลยีเอื้อให้เกิดนวัตกรรมในการชำระและรับเงินในรูปแบบใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความเสี่ยงในรูปแบบใหม่ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เราต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วน และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ความสำคัญกับการสร้างระบบรักษาความปลอดภัย ให้เท่าเทียมกับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในการชำระเงิน”

การแถลงโรดแมปในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ระบบการชำระเงินในประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยนวัตกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การชำระเงินผ่านสมาร์ทโฟนที่เข้ามาเพิ่มประสบการณ์การชำระเงินให้กับผู้บริโภค โดยผลจากการสำรวจเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคของวีซ่า ชี้ให้เห็นว่าความปลอดภัยยังคงเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสองในสามของผู้ทำแบบสำรวจ (67 เปอร์เซ็นต์) กังวลเรื่องความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาเมื่อต้องทำการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน[1]

นอกจากนั้น ผู้บริโภคชาวไทยระบุถึงสามเหตุผลหลักที่พวกเขากังวลมากที่สุดในการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อชำระเงิน ได้แก่ กลัวว่าสมาร์ทโฟนจะถูกขโมยหรือหล่นหาย กลัวว่าจะถูกโจรกรรมข้อมูล และกลัวโดนติดตั้งมัลแวร์หรือไวรัสบนสมาร์ทโฟนของพวกเขา

วีซ่าได้ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการเงิน ร้านค้า ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บังคับใช้กฎหมาย และเจ้าของบัญชี ในการเสริมความปลอดภัยในการชำระเงิน โรดแมปการรักษาความปลอดภัยในการชำระเงินของประเทศไทยในอนาคตของวีซ่า (Future of Security Roadmap for Thailand) คือผลลัพธ์จากการประชุม ปรึกษาหารือ และการทำงานร่วมกันอย่างครอบคลุม เพื่อจัดทำเป็นแผนแม่บทสำหรับการรักษาความปลอดภัยของการชำระเงินในประเทศไทย

นอกจากนี้ วีซ่ายังได้มีการทำโรดแมปในหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับระบบนิเวศเชิงพาณิชย์ในระดับสากล ทั้งนี้ยังได้ทำงานควบคู่กันไปกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อปรับมาตรการความปลอดภัยให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 

[1] ผลจากการสำรวจเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค ของวีซ่า ได้ทำการสำรวจผู้บริโภคจำนวน 4,000 รายในอินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ประเทศไทย และเวียดนาม ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560

เมื่อวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการในแบบ Personalization โดยประมวลผลจาก Big Data

เมื่อโลกเปลี่ยนผันไปตามเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคมีช่องทางในการหาข้อมูลสินค้าและบริการอย่างง่ายดายผ่านสื่อออนไลน์เพียงปลายนิ้ว พร้อมคาดหวังบริการที่ตรงใจมากขึ้นจากธุรกิจต่างๆ เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Business Model ของธุรกิจต่างๆ จะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจต่างๆจึงควรต้องเร่งสร้างการ Service ในมิติใหม่ ให้สอดคล้องกับความต้องการอันแท้จริงของลูกค้าได้

โชคดีที่ในยุคปัจจุบัน ธุรกิจไม่ต้องมานั่งคาดเดาความต้องการของลูกค้าเหมือนที่เคยทำมาอีกแล้ว เพราะด้วยการมาถึงของ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลมหาศาลของผู้บริโภคอย่างละเอียดผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะและเครื่องมือสื่อสารอันทันสมัย ทำให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ และสร้างสรรค์บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายบุคคลได้ หรือแบบที่เรียกว่า Personalization นั่นเอง

ในวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย แบบบ้านสำเร็จรูปซึ่งมีหน้าตาหมือนกันทั่วไป อาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแล้ว เนื่องจากปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการบ้านที่สะท้อนความเป็นตัวเองและไม่เหมือนใครมากขึ้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงจำเป็นต้องนำเสนอ Design และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรายบุคคล ในแบบ Personalization มากขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ศูนย์รับสร้างบ้าน แลนดี้ โฮม จึงมุ่งพัฒนาการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของลูกค้าในยุคปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญในการสร้างประสบกาณ์ที่ดีผ่าน Consumer Journey ในทุกจุด Touch Point พร้อมเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูล ในทุกภาคส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง ผ่านระบบ Cloud Service ในการนำเสนอบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตรงใจ ในแบบ Personalization

แลนดี้ โฮม มุ่งมั่นในการสร้างบ้านในฝันของลูกค้า ผ่านแนวคิด “ Always Ahead”  โดยแลนดี้ โฮม มีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า พร้อมพัฒนาระบบการก่อสร้าง ตลอดจนการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยทั้งในปัจจุบัน และอนาคตเพื่อให้ลูกค้าได้บ้าน ที่ดีที่สุด ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละครอบครัวแลนดี้ โฮม ได้พัฒนาระบบการจัดการภายใน พร้อมลงทุนงบประมาณกับระบบการจัดการ CRM ที่ทันสมัย นำมาซึ่งความเข้าใจในทุกความแตกต่างของลูกค้าแต่ละคน ถือเป็นการปรับเปลี่ยนจากการออกแบบบ้านในแบบ Customization ที่เดิมทีลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนแบบบ้าน หรือต้องการให้ออกแบบบ้านใหม่ได้ตามความต้องการ แต่ในปัจจุบัน การออกแบบบ้านแบบ Personalization จะตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธภาพมากกว่าเดิม เพราะสามารถออกแบบบ้านได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ทันที โดยแทบจะไม่ต้องมีการปรับแบบสิ่งเหล่านี้ ล้วนเน้นย้ำจุดแข็งของความเป็น Trend Setter ในการออกแบบบ้านของแลนดี้ โฮม ได้เป็นอย่างดี โดยในปัจจุบัน แลนดี้ โฮม มีแบบบ้านมาตรฐานให้ลูกค้าเลือกมากกว่า 200 แบบ"

และในอนาคต แลนดี้ โฮมพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์รับสร้างบ้านที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้คนในยุค 4.0 และเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกลยุทธ์ดังต่อไปนี้

  1. Personalized Approach  สื่อสารข้อมูล การสร้างบ้านที่มีประโยชน์ ตามความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งระบบ CRM หรือจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการเยี่ยมชมแบบบ้านผ่านเว็ปไซต์ co.th โดยประมวลผล พร้อมส่งข้อมูลที่ลูกค้าสนใจ  เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสถึงความพิเศษสุดในทุกจุดการบริการ
  2. Big Data Analysis  เพิ่มประสิทธิภาพในการรับรู้ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างและหลากหลาย พร้อมเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ CRM ระดับโลก ด้วยระบบ Cloud Service ให้ทุกส่วนในด้านงานบริการ เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว เพื่อปรับปรุงการบริการ และรูปแบบการสื่อสารระหว่างลูกค้าและองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. Landy Home Planner  แอพลิเคชั่นอัจฉริยะที่จะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้สถาปนิก และที่ปรึกษางานขาย สามารถนำเสนอข้อมูลการปลูกสร้างบ้าน ให้แก่ลูกค้าได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นสไตล์แบบบ้านที่ลูกค้าสนใจ, สเปควัสดุ ,โปรแกรมคำนวณพื้นที่ใช้สอย ตลอดจนงบประมาณการปลูกสร้าง พร้อมการบันทึกข้อมูลลูกค้าแบบ Real Time เพื่อเก็บรวบรวมรายละเอียดที่เคยคุยกันไว้อย่างมีระบบ
  4. Landy Work Flow System  การบริหารจัดการการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ของส่วนงานต่างๆ ภายในองค์กร ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งสามารถควบคุมงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด โดยมีการบริหารจัดการการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยส่วนงานขาย, งานออกแบบ, งานก่อสร้าง ตลอดจนส่วนบริการหลังการขาย ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบ และทราบถึงขั้นตอนการทำงานได้อย่างชัดเจน หากเกิดความล่าช้าในจุดใด ก็สามารถทราบได้ทันทีถึงสาเหตุ ทำให้แก้ไขปัญหารวดเร็ว  ช่วยลดต้นทุนและความสูญเสียทางด้านทรัพยากรต่างๆได้อย่างดี

นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทแลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แลนดี้ โฮม ให้ความสำคัญด้านงานสถาปัตยกรรมการออกแบบ, การบริการ ตลอดจนนวัตกรรมและขั้นตอนการก่อสร้างที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าได้บ้าน ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแห่งอนาคต เราเข้าใจ ในทุกความต้องการที่แตกต่างกัน ของแต่ละครอบครัว ทั้งจำนวนสมาชิก หรือไลฟสไตล์การใช้ชีวิต ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาแบบบ้านที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม หากแต่ต้องตอบสนองทุกความต้องการ ในแบบ Personalization”

และที่กล่าวมา ก็คือการพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้งจากแลนดี้ โฮม เพื่อคงความเป็นศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศไทย และมุ่งสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมแห่งการอยู่อาศัยแห่งอนาคตในยุค Thailand 4.0

รู้จัก แลนดี้ โฮม มากขึ้นได้ที่ www.landyhome.co.th หรือ www.facebook.com/landyhomeonline

M Card และ SCB M VISA ฉลองเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่
ชวนล่า QR Code พร้อมลุ้นของรางวัล กับแคมเปญ “M Celebration QR Hunt ยิ่งล่า…ยิ่งได้”

โปรโมชั่นส่งท้ายปีเอาใจขาช้อป M Card ร่วมกับบัตรเครดิต SCB M VISA ฉลองเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่ จัดแคมเปญ “M Celebration QR Hunt ยิ่งล่า ยิ่งได้" ให้ลูกค้า M Card และบัตรเครดิต SCB M VISA ตามล่าสแกน QR Code ผ่าน M Card Application แลกคะแนน 800 M Point รับส่วนลดสูงสุดถึง 300 บาท ทั้งในห้างและศูนย์การค้า (ร้านที่ร่วมรายการ) หรือซื้อสินค้าลดสูงสุด 50% และทุกการสแกน QR Code มีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ - นาโกย่า จากสายการบิน Thai Air Asia X จำนวน 8 รางวัล หรือห้องพัก Pool Villa จาก Renaissance Pattaya Resort &Spa 2 วัน 1 คืน จำนวน 15 รางวัล หรือDiscovery Facial or Body Treatment by Clarins Skin Spa จำนวน 30 รางวัล พิเศษ ! สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต SCB M VISA รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล 5 สิทธิ์ / QR Code เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม 2562 ที่ เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นสโตร์

เอ็นไอเอ ปลื้มปี 61 พัฒนาธุรกิจนวัตกรรมสร้างมูลค่าทางศก.ได้กว่า 2 พันล้าน ตั้งเป้าหมายเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ดันไทยก้าวสู่ “ประเทศแห่งนวัตกรรม”

  • ไม่หมด "แพชชั่น"! เอ็นไอเอ ชูภาพองค์กรยุคใหม่ ขับเคลื่อนโดยคน “GEN M” ดึงความชอบสู่การเป็น “เทรนด์เซ็ตเตอร์” พลิกโฉมหน่วยงานรัฐในศักราชใหม่

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เผยผลสำเร็จการดำเนินงานในปี 2561 ซึ่งได้สนับสนุนธุรกิจนวัตกรรมไปทั้งสิ้น 193 โครงการ ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท พร้อมโชว์ยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปี 2562 มุ่งเดินหน้าการพัฒนานวัตกรรมให้สดรับกับนโยบายประเทศไทย 4.0 พร้อมผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็น “Innovation Nation”

APCO เผยผู้บริโภคจีนตอบรับเครื่องสำอางยกกระชับผิวหน้าดี พันธมิตรจีนเตรียมสั่งซื้อเครื่องสำอางชนิดอื่นเพิ่มหลายรายการ เล็งส่งออกพร้อมรับรู้รายได้ต้นปีหน้า กำหนด “ภูมิคุ้มกันบำบัด” เป็นภารกิจหลักของบริษัทเน้น ผลิตภัณฑ์ HIV และมะเร็ง สร้างยอดขายทั้งในและต่างประเทศ ดันรายได้ปี 61 ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา สำหรับงบ 9 เดือนในปีนี้มีรายได้ 273.21 ล้านบาท กำไร 68.93 ล้านบาท

ศ.ดร. พิเชษฐ์  วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO เจ้าของธุรกิจนวัตกรรมธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงามด้วยการวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่ายครบวงจร เปิดเผยว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยกกระชับผิวหน้าให้กับพันธมิตรในประเทศจีน ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีด้วยการประชาสัมพันธ์ประสิทธิภาพของสารสกัดจากมังคุด ซึ่งคณะนักวิจัย APCO ได้ใช้เวลาวิจัยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี  พันธมิตรจีนจึงเตรียมการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชนิดอื่นเพิ่มเช่น เครื่องสำอาง Mask เพิ่มความชุ่มชื้นสำหรับใบหน้า, ครีมกันแดดผสมรองพื้น, ครีมลดไขมันส่วนเกินบนใบหน้า และ ชุดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีปัญหาสิว คาดว่าจะสามารถส่งออกพร้อมรับรู้รายได้ต้นปี 2562 รวมมูลค่าส่งออกทั้งปีจะทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด

จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Operation BIM ที่มีคุณสมบัติเป็น “ภูมิคุ้มกันบำบัด” APCO จึงได้กำหนด “ภูมิคุ้มกันบำบัด” เป็นภารกิจหลักของบริษัท โดยเริ่มเน้นที่การช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ให้บรรลุถึง Function Cure (HIV อยู่ในภาวะสงบ)  เป็นบริษัทแรกของโลก และช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตเป็นปกติ  โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งออกนวัตกรรม “ภูมิคุ้มกันบำบัด” นี้ไปยังตลาดโลก ซึ่งมีกิจกรรมที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จ คือการได้รับเชิญเป็น Keynote Speaker ในการประชุมภูมิคุ้มกันวิทยาโลก (EURO Sci Con 2019) ในวันที่ 10-13 มีนาคม 2562 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ผ่านช่องทาง Social Media, LINE TV และ TV ช่อง5 เพื่อต่อยอดให้ช่องทางจัดจำหน่ายของบริษัททุกช่องทาง คือ BIM Health Center ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์, BIMDropship ที่ดำเนินการโดยนักธุรกิจ และ Direct Service ซึ่งดำเนินการโดยผู้ที่มีความถนัดในการแนะนำผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคโดยตรง

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 273.21 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 68.93 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทมีรายได้รวม 94.59 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 25.09 ล้านบาท สาเหตุที่ผลประกอบการของบริษัทมีการชะลอตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาการตรวจสอบแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่ายอดขายจะกลับมาเป็นปกติในช่วงไตรมาส 4 นี้

 

บุกออฟฟิศ! แคมเปญ Double A QR Lucky in Gold สแกนปั๊บ ลุ้นรับทอง รวมหนัก 100 บาท

ดั๊บเบิ้ล เอ จัดออฟฟิศโรดโชว์ ออกบูธชวนหนุ่มสาววัยทำงาน ร่วมสนุก ลุ้นรับทองกับแคมเปญ QR Lucky in Gold เพียงแค่สแกนคิวอาร์โค้ด ข้างกล่องดั๊บเบิ้ล เอ โดย 1 QR  ได้ 1 สิทธิ์ จับรางวัลทุกเดือน รวม 161 รางวัล ทองคำหนักรวม 100 บาท นอกจากนี้ กิจกรรมภายในบูธยังมีการแจกของรางวัลสำหรับผู้ที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Double A QR และทดลองสแกนคิวอาร์โค้ดอีกด้วย สามารถร่วมแคมเปญลุ้นทองทุกเดือนได้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2561 ถึง 30 เมษายน 2562 ยิ่งสแกนมาก ยิ่งมีสิทธิ์มาก และสะสมยอดสแกนลุ้นรางวัลใหญ่ในรอบสุดท้าย  โดยจะจับรางวัลครั้งที่ 1 ในวันที่ 14 ธันวาคม 2561 ติดตามรายละเอียดทาง www.facebook.com/DoubleAClub

กพร. ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชนอัด 1,250 ลบ. เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) จัดพิธีเปิดโครงการ นำร่องรีไซเคิลเศษโลหะอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพิธีลงนามความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน จำนวน 7 ราย เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก กว่า 1,250 ล้านบาท

นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของ กพร. ในการพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานให้เข้าสู่ยุค 4.0 คือการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สมัยใหม่ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ได้จัดพิธีเปิดโครงการลดมลภาวะทางอากาศจากโรงงานรีไซเคิลเศษโลหะ โดยเฉพาะมลพิษที่ตกค้างยาวนานซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่จงใจ (U-POPs) อาทิ ไดออกซินและฟิวแรน ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาที่ผ่านมาพบการปลดปล่อยสารไดออกซินหรือฟิวแรน จากอุตสาหกรรมหลอมโลหะของไทยแต่ละปีมีปริมาณมากกว่า 119 กรัม TEQ (Toxic Equivalent) หรือคิดเป็นร้อยละ 11 ของการปลดปล่อย U-POPs จากภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด การดำเนินโครงการจึงตั้งเป้าลดปริมาณการปลดปล่อยมลพิษดังกล่าวให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 โดยใช้เทคนิคที่ดีที่สุด (Best Available Technique: BAT) และแนวทางปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด (Best Environmental Practice: BEP) ในการพัฒนาอุตสาหกรรมหล่อหลอมโลหะ เพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กพร. จะดำเนินงานร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization: UNIDO) โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยจำนวน 7 ราย ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย บริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จำกัด บริษัท เอ็น.ที.เอส สตีลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ไดกิ อลูมิเนียม อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยเม็ททอล อลูมิเนียม จำกัด ภายใต้วงเงินกว่า 38 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1,250 ล้านบาท  มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี

การดำเนินงานโครงการดังกล่าว จะมีการกำหนดแนวทางการพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ “การพัฒนากฎระเบียบ” เพื่อปรับปรุงกฎ ระเบียบ และมาตรฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งกำหนดนโยบายเพื่อผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรม มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาของอุตสาหกรรมหลอมโลหะตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ “การพัฒนาบุคลากร” เพื่อจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สำหรับกระบวนการรีไซเคิลเศษโลหะ รวมทั้งการให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการรับซื้อเศษโลหะรายย่อย

ในเรื่องการคัดแยกขยะหรือของเสีย รวมทั้งการจัดเก็บที่ถูกวิธี ซึ่งจะช่วยมลพิษที่จะเกิดขึ้นจากสารปนเปื้อนที่ติดมากับเศษโลหะได้อย่างตรงจุดมากที่สุด “การพัฒนาโรงงาน” เพื่อจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลเศษโลหะต้นแบบที่มีการนำ BAT/BEP มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต จำนวน 4 โรงงาน เพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ผู้ประกอบการได้เข้ามาศึกษา พร้อมบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปปรับใช้ในโรงงานได้จริง ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 5 ปีของโครงการจะมีการประชาสัมพันธ์และถ่ายทอดความรู้ให้แก่ภาคเอกชนและประชาชนผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามประเมินผลมาตรการต่าง ๆ เพื่อกำหนดแนวทางการขยายผลไปยังกลุ่มเป้าหมายในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการปลดปล่อย U-POPs ด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังพิธีเปิดโครงการและการลงนามความร่มมือฯ  ยังมีการจัดเสวนาเรื่อง “ทิศทางอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะไทยในยุค 4.0” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ถึง 4 ท่านได้แก่ นางสุนีย์ ปิยะพันธุ์พงศ์  นายกสมาคมการจัดการของเสีย (ประเทศไทย), นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย, นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ Dr. Pasquale Spezzano ด้าน BAT/BEP จากประเทศอิตาลี เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้เข้าร่วมงาน โดยมี ดร.อุมา วิรัตน์สกุลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้าน Industrial Symbiosis ของ UNIDO เป็นผู้ดำเนินรายการ

“กพร. มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานโดยยึดแนวทางการสานพลังประชารัฐ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้สามารถก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ควบคู่ไปกับการประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน” นายวิษณุ กล่าวทิ้งทาย

กพร. ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชนอัด 1,250 ลบ. เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) จัดพิธีเปิดโครงการ นำร่องรีไซเคิลเศษโลหะอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และพิธีลงนามความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน จำนวน 7 ราย เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก กว่า 1,250 ล้านบาท

 “Fujitsu Asia Conference 2018” ชูเทคโนโลยีความสำเร็จก้าวล้ำด้วย AI และ IoT

เมื่อเร็วๆ นี้ มร. อิจิ ฟูรูคาวา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมด้วย มร. อริมิชิ คูนิซาวา Corporate Executive Officer, SVP, Head of Asia Region, Fujitsu Asia, Fujitsu Limited และ คุณกนกกมล เลาหบูรณะกิจ หัวหน้ากลุ่มงานฝ่ายขาย บริษัท ฟูจิตสึ  (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารฟูจิตสึและท่านวิทยากร ได้ร่วมกัน ประกาศวิสัยทัศน์ในงานสัมมนา Fujitsu World Tour 2018 - Asia Conference Bangkok  การเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล Human Centric Innovation – Co-creation for Success ชูแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและความสำเร็จมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) และ Internet of Things (IoT) เพื่อให้เกิดการปฏิรูปทางด้านดิจิตอลสำหรับทุกองค์กรธุรกิจ  โดยมีวิทยากรผู้ทรงเกียรติร่วมกล่าวสัมมนา คุณแดน ศรมณี Global Brand Lead, Line Corporation Participants และ คุณธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมด้วยคู่ค้า พันธมิตรและผู้สนใจร่วมงานสัมมนาจำนวนมาก ณ โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ

เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา

  1. มร.โยชิคูนิ ทาคาชิเกะ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ทางด้านการตลาด บริษัทฟูจิตสึ ลิมิเต็ด
  2. คุณกนกกมล เลาหบูรณะกิจ หัวหน้ากลุ่มงานฝ่ายขายบริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด
  3. คุณแดน ศรมณี Global Brand Lead, Line Corporation Participants
  4. คุณธนา เธียรอัจฉริยะ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์
  5. มร.อริมิชิ คูนิซาวา Corporate Executive Officer, SVP, Head of Asia Region, Fujitsu Asia, Fujitsu Limited
  6. มร. อิจิ ฟูรูคาวา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสี (ประเทศไทย) จำกัด
  7. นายไกวัลย์ บุญเสรฐ หัวหน้ากลุ่มงาน Digital Solution บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด

 

____________________

“Fujitsu Asia Conference 2018” A Showcase of Technological Innovations in AI and IoT

Mr. Eiji Furukawa Managing Director, Fujitsu (Thailand) Co., Ltd., along with Mr. Arimichi Kunisawa, Corporate Executive Officer, SVP, Head of Asia Region, Fujitsu Asia,   Fujitsu Limited, Ms. Kanokkamon Laohaburanakit, Head of Sales Group, Fujitsu (Thailand) Co., Ltd., and Fujitsu’s executives and speakers, outlined the company’s vision at Fujitsu World Tour 2018 - Asia Conference Bangkok. Delivering on the vision of Human Centric Innovation – Co-creation for Success, Fujitsu is focusing on cutting-edge technologies such as Artificial Intelligence (AI) and Internet of Things (IoT) to drive digital transformation for all businesses. Mr. Thana Thienachariya, Senior Executive Vice President, Chief Marketing Officer Siam Commercial Bank Public Company Limited and Mr. Dan Zonmani Global Brand Lead, Line Corporation Participants joined the event with Partners and professionals participated in this seminar held at The Okura Prestige Bangkok.

(from left to right)

  1. Mr. Yoshikuni Takashige, Vice President, Marketing Strategy and Vision, Fujitsu Limited
  2. Ms. Kanokkamon Laohaburanakit, Head of Sales Group, Fujitsu (Thailand) Co., Ltd
  3. Mr. Dan Zonmani Global Brand Lead, Line Corporation Participants
  4. Mr. Thana Thienachariya, Senior Executive Vice President, Chief Marketing Officer Siam Commercial Bank Public Company Limited
  5. Mr. Arimichi Kunisawa, Corporate Executive Officer, SVP, Head of Asia Region, Fujitsu Asia, Fujitsu Limited
  6. Mr. Eiji Furukawa, Managing Director, Fujitsu (Thailand) Co., Ltd.
  7. Mr. Kaival Boonsaith, Head of Digital Solutions, Fujitsu (Thailand) Co., Ltd.
 

Page Visitor

030101986
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
18925
57928
192528
1479256
1609543
30101986
Your IP: 3.236.253.192
2021-10-27 08:09