BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

คณะนักลงทุนเกาหลีใต้เยี่ยมชมพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ในพื้นที่อีอีซี

เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ไทย-เกาหลี สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ กรุงโซล และศูนย์อาเซียน-เกาหลี (AKC) นำคณะนักลงทุนและนักธุรกิจจากประเทศเกาหลีใต้เข้าเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด ภายใต้เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดย นางสาวลัดดา โรจนาวิไลวุฒิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ที่ดินอุตสาหกรรม บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ นางสาวศิญาภัสร์ จันทไชยโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับและนำคณะเข้าชมโรงงานในนิคมฯ ที่ใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในการผลิต รวมถึงศึกษาดูงานด้านบริการและการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ตลอดจนโอกาสและสิทธิประโยชน์สำหรับนักลงทุน

“AECS ”ชี้หุ้นไทย ยังติดวังวนปัจจัยต่างประเทศ ฉุดการลงทุนผันผวน
มองกรอบดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ที่ 1,627-1,665 จุด

บล.เออีซี มองปัจจัยต่างประเทศ ยังฉุดภาวะการลงทุนตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง ชี้ความไม่แน่นอนเรื่อง BREXIT รวมถึงความกังวลหนี้ของอิตาลี ที่คาดว่าแนวโน้มจะสูงขึ้น และการประกาศตัวเลข GDP ช่วง 3Q61 ของสหรัฐฯ ที่ส่อแววโตเพียง 3.3% QoQ จะส่งผลตลาดหุ้นไทยผันผวน โดยให้กรอบ แนวรับ 1,627 จุด และแนวต้าน 1,665 จุด แนะเลือกหุ้นเข้าพอร์ตการลงทุน ชูหุ้นในกรอบขาขึ้น TTW , WHA , STEC , WHAUP,  และหุ้น Cycle รอบใหม่  อาทิ EASTW ,THG , HTC, EPG ,ROJNA, BRR ,KSL 

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ยังคงมีแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ  ส่งผลให้ตลาดหั้นโดยรวมมีการเคลื่อนไหวผันผวนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยหลักที่ต้องจับตา คือ ความไม่แน่นอนข้อตกลง BREXIT หลังการประชุมครั้งล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่เริ่มมีกระแสข่าวในอังกฤษที่แสดงถึงความขัดแย้งของพรรคการเมืองใหญ่ ต่อประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม EU กับอังกฤษในช่วงหลัง BREXIT ซึ่งหากยังไม่สามารถบรรลุเงื่อนไขของ BREXIT ได้ก่อนกำหนดในเดือน มี.ค. 62 อังกฤษอาจต้องออกจากกลุ่ม EU แบบไม่มีเงื่อนไขซึ่งส่งผลเสียต่อทั้ง 2 ฝ่าย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยความกังวลต่อร่างงบประมาณปี 62 ของอิตาลี ที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก EU และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มเพดานหนี้ของอิตาลีให้สูงขึ้น กดดันให้ Bond Yield ของอิตาลีดีดตัวขึ้นแรง ส่งผลต่อ Credit Risk ของหลายบริษัท เนื่องจากต้นทุนทางการเงินในตลาดการเงินสูงขึ้น และกรณีการประกาศตัวเลข GDP ช่วง 3Q61 ของสหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์ ซึ่งคาดโตเพียง 3.3% QoQ ลดลงจาก 4.2% QoQ ในช่วง 2Q61จากผลกระทบของสงครามการค้าที่เริ่มส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจจริง โดยสัปดาห์ก่อน จีนซึ่งมีระดับความรุนแรงของข้อพิพาทกับสหรัฐฯมากที่สุด ประกาศตัวเลข GDP ที่มีอัตราโตต่ำสุดในรอบ 9 ปี เป็นสัญญาณเชิงลบต่อเศรษฐกิจโลก

สำหรับทิศทางการลงทุนในส่วนตลาดหุ้นไทย ยังคงต้องเฝ้าลุ้นจังหวะการลงทุนตามกรอบ แนวรับ 1,627 จุด และแนวต้าน 1,665 จุด โดยฝ่ายวิจัย ยังคงแนะนำเลือกหุ้นเข้าพอร์ตการลงทุน ที่มีสัญญาณซื้อทางเทคนิคโดยแบ่งออกเป็น 2 กลยุทธ์ในเชิงเทคนิคคัล

กลุ่ม Aggressive: หุ้นที่อยู่ในกรอบขาขึ้น แต่มีการพักตัว ได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค (TTW), กลุ่มนิคม (WHA), กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (STEC), กลุ่มโรงไฟฟ้า (WHAUP)  และ 2. กลุ่ม Defensive: หุ้นทางต่ำที่รอเริ่ม Cycle รอบใหม่ ได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค (EASTW), กลุ่มโรงพยาบาล (THG), กลุ่มอาหาร (HTC), กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (EPG), กลุ่มนิคม (ROJNA) หุ้นกลุ่มน้ำตาล (Trading): ด้วยอานิสงส์บวกจากราคาน้ำตาลโลกฟื้นตัวจากเดือน ส.ค. 61 ที่มีราคาราว 9 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งปัจจุบันราคาปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 13.89 เซนต์ต่อปอนด์ทำ New High ในรอบ 4.5 เดือน เนื่องจากปริมาณน้ำตาลส่วนเกินปรับตัวลดลงขณะที่ปริมาณการใช้น้ำตาลเพิ่มขึ้นทุกๆ ปีตามความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น มองเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มน้ำตาล เลือก BRR, KSL

“ออลล์ อินสไปร์” ยื่น Filing ก.ล.ต. จ่อเทรด mai เสนอขาย IPO 150 ล้านหุ้น
เล็งระดมทุนสยายปีกต่อยอดธุรกิจ สู่ผู้นำด้านอสังหาฯ ชั้นนำของประเทศ

บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฯ ยื่น Filing ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เสนอขาย IPO จำนวน 150 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท เล็งนำเงินไปพัฒนาโครงการคอนโดฯ บนพื้นที่ที่มีศักยภาพ ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค พร้อมตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย และเป็นบริษัทที่น่าร่วมลงทุน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) All Inspire” ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเป็นที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น ธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ทำการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26.79 ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 560 ล้านบาท ซึ่งทุนที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วมี จำนวน 410 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410 ล้านหุ้น และได้ยื่นคำขอให้รับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) แล้วเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

ส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ได้แก่ ครอบครัวธนวริทธิ์ ถือหุ้น 409.99 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% ซึ่งภายหลังจากเสนอขาย IPO แล้ว คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 73.21% และที่เหลืออีก 26.79% เป็นสัดส่วนการถือหุ้นที่เสนอขายประชาชน ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัทหลังหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทฯ และกฎหมาย

โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินระดมทุนใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพ

นอกจากนั้นยังใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานในอนาคต เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ และเป็นบริษัทที่น่าร่วมลงทุน

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่ออยู่อาศัยทั้งโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวราบ เช่น ทาวน์โฮม รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ การให้บริการเป็นตัวแทนและนายหน้าในการขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศ การลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายย่อย และการให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุด

“ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์” ยังมุ่งเน้นพัฒนาโครงการทั้งแนวสูงและแนวราบ ในทำเลที่ตั้งบริเวณแนวระบบขนส่งมวลชนระบบรางของกรุงเทพฯโดยเฉพาะรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว  และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานการออกแบบที่ทันสมัย รวมถึงการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งแวดล้อมที่ดี ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ ตามแนวคิด “Class of Living “ ชีวิตที่มีระดับ คือชีวิตที่คุณเลือกเอง

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ในอนาคตจำนวน 6 แห่ง มูลค่าโครงการรวม 15,350 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise จำนวน 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่า คาดว่าจะเปิดขายได้ในปี 2562 และโครงการคอนโดมิเนียมแบบ High Rise จำนวน 3 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 11,700 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2558 มีรายได้รวม จำนวน 109.14 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.55 ล้านบาท  ส่วนปี 2559 มีรายได้รวม จำนวน 419.69 ล้านบาท กำไรสุทธิ 11.03 ล้านบาท  และปี 2560 มีรายได้รวม 714.50 ล้านบาท กำไรสุทธิ 80.80 ล้านบาท และผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2561 มีรายได้รวม จำนวน 1,153.89 ล้านบาท กำไรสุทธิ 165.16 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของรายได้ และกำไรมาจาก 2 ส่วนหลัก คือรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีการรับรู้เพิ่มขึ้น ตามโครงการที่สร้างเสร็จในแต่ละปีอย่างต่อเนื่อง

Bangkok Bank CycleFest 2018 ส่งต่อความสนุกสนานจากพัทยาสู่เชียงใหม่
ด้วยกิจกรรม “The Ultimate Experience in Chiang Mai”

ภาพข่าว: ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ (ที่ 5 จากซ้าย) กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ นายชัยณรัตน์ สุชนวณิช (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการภาคเหนือ 1 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป “Bangkok Bank CycleFest 2018 - The Ultimate Experience in Chiang Mai” ณ อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ เพื่อนำเสนอเทคนิคการปั่นจักรยานอย่างมีประสิทธิภาพและให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งจำเป็น และเทรนด์ใหม่สำหรับอุปกรณ์จักรยานแก่ลูกค้าธนาคารกรุงเทพ โดยมีวิทยากรได้แก่ โค้ชเจเจ จอห์น แอนโทนี่ เบนเนท โค้ชจักรยานมืออาชีพจากอังกฤษ, ชินธิป บุญโชคหิรัญเมธา เจ้าของแบรนด์จักรยาน Nich Cycling, และ มิ้นท์-วณิชชา กาญจนอภิรักษ์ แชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายการ International Angel Challenge 2018

เชียงใหม่ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของ Bangkok Bank CycleFest 2018 โปรแกรมการแข่งขันจักรยานระดับนานาชาติที่สร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด ‘Ride for All’ จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป Bangkok Bank CycleFest 2018 - The Ultimate Experience in Chiang Mai” ณ อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ความสนุกสนานของกิจกรรมปั่นจักรยาน ให้กับลูกค้าคนสำคัญของธนาคารกรุงเทพในเขตพื้นที่ภาคเหนือ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายชัยณรัตน์ สุชนวณิช ผู้จัดการภาคเหนือ 1 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  นำทีมผู้บริหารสาขาในพื้นที่ให้การต้อนรับลูกค้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 80 ท่าน

กิจกรรมเวิร์กช็อปหนึ่งวันเต็มครั้งนี้ถูกจัดขึ้น เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของพื้นฐานการขี่จักรยานอย่างปลอดภัย และแนวทางการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับหัวข้อในการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปที่สอดคล้องกับชุมชนนักปั่นจักรยานในเมืองไทย วิทยากรภายในงานได้แก่ โค้ชเจเจ จอห์น แอนโทนี่ เบนเนท โค้ชจักรยานมืออาชีพจากอังกฤษ เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาทีมชาติไทย, ชินธิป บุญโชคหิรัญเมธา เจ้าของแบรนด์จักรยาน Nich Cycling, และ มิ้นท์-วณิชชา กาญจนอภิรักษ์ แชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายการ International Angel Challenge 2018 ซึ่งมานำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งจำเป็นและเทรนด์ใหม่สำหรับอุปกรณ์จักรยาน เคล็ดลับการดูแลรักษาเพื่อให้จักรยานอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน หลักการขี่จักรยานอย่างปลอดภัย เทคนิคการปั่นอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา และการตั้งเป้าหมายเพื่อการปั่นจักรยานที่ดีขึ้น

หลังจากฟังบรรยายในหัวข้อที่มีประโยชน์เหล่านี้แล้ว จะเป็นกิจกรรมการปั่นจักรยาน ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถเลือกได้ 4 ระยะทาง ได้แก่ 10, 20, 30 หรือ 40 กิโลเมตร จุดปล่อยตัว คือ สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ ไปตามเส้นทางเลียบคลองชลประทานบนถนนทางหลวงชนบท 2047 มุ่งหน้าอ่างเก็บน้ำแม่ตีบ แล้วเลี้ยวกลับตัวมายังเส้นชัยที่สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ ได้แก่ เสื้อปั่นจักรยาน Bangkok Bank CycleFest, กระเป๋าเป้พับได้ และผ้าไมโครไฟเบอร์ขนาดพกพาอีกด้วย

“กิจกรรม The Ultimate Experience in Chiang Mai ถือเป็นโอกาสอันดียิ่งสำหรับธนาคารในการกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้าคนพิเศษของเรา และนำเสนอประสบการณ์ที่ดีกับนักปั่นมืออาชีพให้แก่ลูกค้าของเราที่รักการปั่นจักรยาน” ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าว “นอกเหนือจากการส่งเสริมและสนับสนุนบริการที่เรามอบแก่ลูกค้าของเราแล้ว งาน Bangkok Bank CycleFest 2018 ยังเป็นการมอบประโยชน์แก่ชุมชน เนื่องจากกีฬาปั่นจักรยานถือเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างพลานามัยและสุขภาพจิตที่ดีแก่นักปั่นทุกคน”

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กล่าวเสริมว่า “ธนาคารกรุงเทพขอเชิญชวนนักปั่นทุกระดับให้มาสนุกสนานร่วมกันในงานการแข่งขันจักรยานระดับนานาชาติ Bangkok Bank CycleFest 2018 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยเป็นการแข่งขันในสนามปิดที่มีความปลอดภัยสูง และมีประเภทการปั่นให้เลือกหลายประเภทตามเป้าหมายของแต่ละคน ตั้งแต่การปั่นจับเวลาประเภทบุคคล การปั่นแบบออฟโร้ดอันแสนท้าทาย หรือการปั่นเพื่อออกกำลังกายสไตล์ Fun Ride ไปจนถึงการปั่นแบบทีม เพื่อให้ทุกคนได้มาสนุกสนานร่วมกันตามแนวคิด ‘Ride for All’”

งาน Bangkok Bank CycleFest 2018 กำหนดจัดระหว่างวันเสาร์ที่ 24 – วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งนอกเหนือจากกิจกรรมปั่นจักรยาน ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายในโซน Festival Village อาทิ เกม งานออกร้าน ร้านจำหน่ายอุปกรณ์จักรยาน และบูธอาหารและเครื่องดื่มมากมาย เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมชมร่วมเชียร์สามารถสนุกสนานกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน Bangkok Bank CycleFest 2018 ครั้งนี้ได้ตลอดทั้งวัน

เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เซ็นสัญญาพัฒนารีสอร์ทหรูริมอ่าวฮาลองเบย์ ประเทศเวียดนาม

เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก เซ็นสัญญากับบริษัท โดจิ แลนด์ เรียลเอสเตท จำกัด (Doji Land Real Estate Investment Company Limited) พัฒนา โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพรีเมียร์ แซฟไฟร์ ฮาลอง (Best Western Premier Sapphire Ha Long) โรงแรมระดับอัพสเกล ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของอ่าวฮาลอง (Halong Bay) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) การเซ็นสัญญาครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์ขยายธุรกิจในเวียดนามของเบสท์เวสเทิร์น ต่อเนื่องจากการเซ็นสัญญาพัฒนาโรงแรมหลายแห่งในเมืองสำคัญๆ ของเวียดนาม อาทิ นาตรัง กวางบินห์ คัมรานห์ และเกาะฟูโกว๊ก

โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ภายใต้การพัฒนาของบริษัท โดจิ แลนด์ เรียลเอสเตท จำกัด โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2563 โรงแรมประกอบด้วยอาคาร 31 ชั้น ที่มองเห็นวิวอ่าวฮาลองอย่างชัดเจน เมื่อพร้อมเสร็จจะให้บริการห้องพักมากกว่า 1,000 ห้อง มร. รอน โพล ประธานกรรมการอาวุโส และประธานฝ่ายปฏิบัติการ เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับการเซ็นสัญญาเพื่อพัฒนาเบสท์เวสเทิร์นพรีเมียร์ แซฟไฟร์ ฮาลอง ซึ่งเป็นโอกาสในการนำการบริการที่มีมาตรฐานระดับสูงของเบสท์เวสเทิร์น สู่แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ด้วยการบริการอย่างมืออาชีพของทีมงานเบสท์เวสเทิร์น เรามั่นใจว่าผู้เข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้จะได้รับประสบการณ์การพักผ่อนอันน่าประทับใจ”

โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพรีเมียร์ แซฟไฟร์ ฮาลอง ได้รับการออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุด ห้องพักของโรงแรมจะมีพื้นที่ตั้งแต่ 35 ตารางเมตรขึ้นไป แบ่งเป็นห้องพักแบบห้องเดี่ยวและสองห้องติดกัน ภายในห้องพักตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และมีระเบียงส่วนตัวที่สามารถมองเห็นทัศนีภาพอันงดงามของอ่าวฮาลอง โรงแรมแห่งนี้สามารถรองรับนักเดินทางทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยว ผู้เข้าพักที่จะได้รับประสบการณ์การบริการตามมาตรฐานของเบสท์เวสเทิร์น อีกทั้งเพลิดเพลินกับการใช้บริการที่สระว่ายน้ำ ฟิตเนส บิซสิเนสเซ็นเตอร์ เอ็กเซ็คคิวทีฟเลาจน์ ร้านอาหารที่มีเมนูอาหารหลากหลายให้เลือก รวมถึงคาเฟ่และบาร์ที่คอยบริการเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นตลอดเช้าจรดค่ำ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆ โดยรอบ เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้เข้าพักที่ต้องการช็อปปิ้งอีกด้วย 

มร. โอลิเวียร์ แบร์ริแวง ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชีย เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวว่า “เบสท์เวสเทิร์นพรีเมียร์ แซฟไฟร์ ฮาลอง เป็นโรงแรมที่มอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างมีมาตรฐานสำหรับผู้ที่เดินทางมายังอ่าวฮาลอง ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกทางธรรมชาติของโลก และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของเวียดนามที่กำลังได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก เรามั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสวยงามของวิวทิวทัศน์เมื่อเข้าพักที่โรงแรมนี้อย่างแน่นอน”

“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ บริษัท โดจิ แลนด์ เรียลเอสเตท จำกัด ในการพัฒนาโรงแรมแห่งนี้ การเซ็นสัญญาครั้งสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ ของการขยายธุรกิจของเบสท์เวสเทิร์นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบริการมามากกว่า 70 ปี อีกทั้งการมีเครือข่ายของทีมงานที่อยู่ทั่วโลก ทำให้เราเชื่อมั่นว่าโรงแรมแห่งนี้จะสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้มาใช้บริการได้เป็นอย่างดีมร. แบร์ริแวง กล่าวเสริม

อ่าวฮาลอง ตั้งอยู่ในจังหวัดกว่างนิงห์ (Quang Ninh) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเวียดนาม โดยมีจุดเด่น คือ เกาะหินปูนที่โผล่ขึ้นมาจากผิวทะเลเกือบ 2,000 แห่ง บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ด้วยความความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่สวยงามของอ่าวฮาลอง ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกิจกรรมผจญภัยต่างๆ อาทิ นั่งเรือชมเกาะ สำรวจถ้ำ และพายเรือคายัค จากสถิติ พบว่ามีผู้เดินทางมายังจังหวัดกว่างนิงห์ ในช่วงเดือน มกราคม – มิถุนายน พ.ศ. 2561 เป็นจำนวนกว่า 7.5 ล้าน โดยเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 14% ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเป็นผลมาจากความสะดวกสบายด้านการเดินทาง จากการเปิดให้บริการทางหลวงใหม่ ทำให้สามารถขับรถจากฮานอยมายังกว่างนิงห์ โดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง และการเตรียมเปิดให้บริการสนามบินนานาชาติเวินโด่น (Van Don International Airport) ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 ซึ่งอยู่ห่างจากฮาลองซิตี้ ไปเพียง 50 กิโลเมตร

หัวเว่ยเปิดตัว Atlas แพลตฟอร์มประมวลผลอัจฉริยะ
เสริมประสิทธิภาพอนาคตของ AI ด้วยพลังการประมวลผลแบบสูงสุด

เซี่ยงไฮ้ จีน - ในงาน HUAWEI CONNECT 2018 หัวเว่ยได้เปิดตัวแพลตฟอร์มประมวลผลอัจฉริยะ Atlas ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยชิพ AI ซีรี่ส์ Ascend ของหัวเว่ย พร้อมส่วนประกอบหลักด้านการประมวลผลที่แตกต่างกัน โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ เช่น โมดูล การ์ด บอร์ด เอดจ์สเตชั่น และอุปกรณ์ Appliance เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พร้อมรองรับทุกสถานการณ์ครอบคลุมการใช้งานปลายทาง, Edge server และคลาวด์     แพลตฟอร์มประมวลผลอัจฉริยะ Atlas เป็นส่วนสำคัญของโซลูชั่น AI แบบ Full-stack ของหัวเว่ย ช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI และเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะด้วยพลังการประมวลผลที่ทรงประสิทธิภาพ

มร. จอย หวง รองประธานบริหาร ฝ่ายผลิตภัณฑ์ไอทีของหัวเว่ย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “เสริมพลังองค์กรอัจฉริยะด้วยนวัตกรรม AI”  ซึ่งมีใจความว่า “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มีพัฒนาการรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว โซลูชั่นสำหรับอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ   ในโลกอัจฉริยะ นวัตกรรมที่ครอบคลุมเป็นสิ่งที่จำเป็น  ในขณะเดียวกัน พลังของการประมวลผลก็จะสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ด้วยโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พร้อมรองรับทุกสถานการณ์ หัวเว่ยช่วยให้ลูกค้าสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้สูงขึ้น”

 

 

แพลตฟอร์มประมวลผลอัจฉริยะ Atlas เป็นวิวัฒนาการใหม่ของแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์คลาวด์อัจฉริยะ Atlas ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2560  ซึ่งประกอบด้วยโมดูล Atlas 200 AI Accelerator, การ์ดเร่งความเร็ว DC-facing Atlas 300 AI Accelerator,  Atlas 500 AI edge station สำหรับ edge และแพลตฟอร์ม AI แบบครบวงจร ประกอบกันเป็น Atlas 800 AI Appliance สำหรับองค์กร

  • โมดูลเร่งความเร็ว Atlas 200 AI: ขนาดครึ่งหนึ่งของเครดิตการ์ด สามารถรองรับการวิเคราะห์ภาพวิดีโอความละเอียดสูง 16 ช่องแบบเรียลไทม์ สำหรับใช้กับอุปกรณ์ เช่น กล้องถ่ายรูป และโดรน กินไฟเพียงประมาณ 10 วัตต์เท่านั้น
  • การ์ดเร่งความเร็ว Atlas 300 AI Accelerator มีขนาดความสูงและยาวเพียงกึ่งหนึ่งของการ์ด PCIe มาตรฐาน เหมาะสำหรับศูนย์ข้อมูลและ Edge Server ขณะที่การ์ดเร่งความเร็ว Atlas 600 accelerator จะเสริมความถูกต้องให้กับข้อมูลที่หลากหลาย และเพียงการ์ดเดียวก็สามารถให้ประสิทธิภาพการประมวลผลได้สูงถึง INT8 64 TOPS ทำให้การประมวลผลมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าสำหรับการเรียนรู้เชิงลึกและการอนุมาน
  • Atlas 500 AI Edge Station: เป็นผลิตภัณฑ์ Edge ชั้นนำของอุตสาหกรรมที่มีความสามารถในการประมวลผลแบบ AI รองรับการประมวลผลวิดีโอความละเอียดสูง 16 ช่อง ในขนาดเท่ากล่อง Set-Top-Box ซึ่งมากกว่าประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมถึง 4 เท่า Edge Station AI เหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เช่น การขนส่ง การรักษาพยาบาล การค้าปลีกอัตโนมัติแบบไม่มีพนักงานบริการ (unattended retail) และการผลิตอัจฉริยะ
  • Atlas 800 AI Appliance: จัดเตรียมสภาวะแวดล้อมด้าน AI ตามกรอบมาตรฐานและสภาวะแวดล้อมในการเขียนโปรแกรม และติดตั้งไลบรารีซอฟต์แวร์พื้นฐาน พร้อมทำงานภายใน 2 ชั่วโมงหลังติดตั้ง นอกจากนี้ ยังผนวกรวมซอฟท์แวร์การจัดการคลัสเตอร์และคุณสมบัติด้านการตรวจสอบประสิทธิภาพระดับระบบ ซึ่งสามารถลดเกณฑ์การใช้แอพพลิเคชั่น AI ขององค์กรลงได้มาก

 

ฝ่ายผลิตภัณฑ์ไอทีของหัวเว่ย ยึดมั่นในปรัชญา "Intelligent IT Inspires Digital Future" และมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น AI, เทคโนโลยีชิพ และนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม เพื่อช่วยให้ลูกค้าเร่งขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและอัจฉริยะ ปัจจุบัน มีลูกค้ากว่า 5,000 รายทั่วโลก ใช้ผลิตภัณฑ์ด้านการประมวลผลอัจฉริยะของหัวเว่ย   จากรายงานของ Gartner เซิร์ฟเวอร์ของหัวเว่ยมีการจัดส่งสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกในไตรมาสแรกของปี 2561

 

หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับลูกค้าในระยะยาว โดยใช้แนวทางที่มุ่งเน้นอนาคต เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ดิจิทัลด้วยแพลตฟอร์มที่ทรงประสิทธิภาพ ปัจจุบัน มีบริษัทในทำเนียบ Fortune Global 500 ถึง 211 บริษัท (รวมทั้งบริษัทในทำเนียบ Fortune Global 100 จำนวน 48 บริษัท) ที่เลือกหัวเว่ยเป็นพันธมิตรในการพลิกโฉมธุรกิจของพวกเขาสู่ดิจิทัล

 

การประชุม HUAWEI CONNECT 2018 จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการเซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป ระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม ภายใต้ธีม "Activate Intelligence" โดยงานนี้เปิดกว้างสำหรับความร่วมมือและการแบ่งปัน เพื่อให้องค์กรทุกแห่งได้เข้ามามีส่วนร่วมในโลกอัจฉริยะ ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองจากเหล่าผู้นำความคิดในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารภาคไอซีที ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม และหุ้นส่วนในระบบนิเวศ เพื่อเร่งการเดินหน้าและสำรวจโอกาสใหม่ ๆ

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ

https://www.huawei.com/en/press-events/events/huaweiconnect2018

สมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เปิดตัวโครงการ JUMC NOW ก้าวข้ามยุคเปลี่ยนผ่านอย่างเข้าใจและเข้าถึง เชิญชวนผู้บริหาร นักการตลาดมืออาชีพและผู้สนใจทั่วไปร่วมโครงการ ดีเดย์เปิดรับสมัครรุ่นแรก ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2561-21 มกราคม 2562

นายโตสิต วิสาลเสสถ์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโครงการ JUMC สมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทำงานได้ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วพร้อมๆ กับการเกิดขึ้นของธุรกิจใหม่ๆ จำนวนมาก เนื่องจากพลวัตรของเทคโนโลยีและความคิดของคนรุ่นใหม่ๆ ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นจากการมองเห็นโอกาสในการที่จะช่วยแก้ปัญหา และย่นระยะเวลาในการดำเนินชีวิตให้รวดเร็ว สะดวกสบายขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังมีผลต่อการแข่งขันในโลกธุรกิจ การใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ด้วยแนวคิดหลักนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของสมาคมนิสิตเก่าเอ็มบีเอ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้พัฒนาโครงการ JUMC NOW ที่เน้นการอบรมซึ่งเข้มข้นด้วยประสบการณ์จริงของวิทยากรรุ่นใหม่ ที่ประสบความสำเร็จในงานหรือธุรกิจของตัวเอง

อาหารแมวโปรตีนสูงเกรดพรีเมี่ยมใหม่ “ลาร่า” (Lara) นำเข้าจากเบลเยี่ย

หจก. ภมรชัย ซัพพลาย ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์นานาชนิด ขอเอาใจทาสแมวที่รักและอยากเห็นสุขภาพดีของเหล่าเจ้านาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารแมวโปรตีนสูงใหม่ล่าสุด ภายใต้แบรนด์ ลาร่า (Lara) อาหารแมวเกรดพรีเมี่ยม นำเข้าจากประเทศเบลเยี่ยม ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารระดับ 5ดาว อุดมไปด้วยสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับแมวแต่ละช่วงวัยและช่วงกิจกรรม โดยลาร่าได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและออกแบบเม็ดอาหารเป็นพิเศษ เพื่อคงความหอมอร่อย กรุบกรอบ เคี้ยวง่าย มีวางจำหน่ายแล้ว 5 สูตรใหม่ ได้แก่ สูตรลูกแมว (Junior) ที่มีโปรตีนสูงกว่า 36% คัดสรรวัตถุดิบจากเนื้อไก่เกรดเอที่ผ่านขบวนการย่อยให้โมเลกุลโปรตีนมีขนาดเล็กลง ลดความเสี่ยงการแพ้อาหารในลูกแมว อีกทั้งยังให้แคลเซียมสูง ทอรีนสูง เพื่อส่งเสริมการเจริญเติญโตของร่างกายและการทำงานของกล้ามหัวใจ สมองและสายตา เหมาะสำหรับลูกแมวอายุต่ำกว่า 12 เดือน

สูตรปลาแซลมอน (Salmon) ที่คัดสรรปลาแซลมอนจากยุโรป แหล่งโปรตีนชั้นดี อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และ 6 ที่ช่วยบำรุงขนให้ฟูนุ่ม เงางาม น่าสัมผัส อีกทั้งยังอัดแน่นด้วยคุณประโยชน์ DHA จากปลาทะเลช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง สูตรไก่งวง (Turkey) คัดสรรเนื้อไก่งวงและเนื้อไก่สด ให้โปรตีนสูงถึง 32% ไร้มัน ไร้ผลพลอยได้ของสัตว์ปีก ไขมันต่ำ พร้อมทอรีนช่วยเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ บำรุงสมองและสายตา มีส่วนประกอบของใยอาหาร ฟรุคโตส โอลิโก ซัคคาไลด์ (FOS) ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบทางเดินอาหารให้มีประสิทธิภาพ สูตรอินดอร์ (Indoor) สำหรับแมวเลี้ยงในบ้านโดยเฉพาะ โดยเพิ่มส่วนผสมของหญ้ายัคคาที่ช่วยลดกลิ่นตัวและกลิ่นมูล อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูงเพื่อช่วยถ่ายก้อนขนในระบบทางเดินอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ และพิเศษสุด สูตรสำหรับแมวทำหมัน (Sterilized) คัดสรรเนื้อไก่และเนื้อไก่งวงไร้มันที่ให้โปรตีนสูง แต่แคลอรี่ต่ำ และเพิ่มส่วนผสมของแอล-คาร์นิทีน เพื่อส่งเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญพลังงาน จึงช่วยควบคุมน้ำหนักและป้องกันโรคอ้วนได้เป็นอย่างดี โดยมีจำหน่ายแล้ววันนี้ ขนาด 350 กรัม ราคา 85 บาท และขนาด 2 กิโลกรัม ราคา 370บาท ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 0-2408-4229 หรือ Facebook: Laracatclub และ www.laracatclub.com

นารายณ์ พร็อพเพอตี้ฯ ส่งท้ายไตรมาส 4 เปิดขายเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า
ตึกใหม่ด้านหน้าติดหน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน เขย่าตลาดคอนโดย่านฝั่งธนฯ

“นารายณ์ พร็อพเพอตี้” ส่งท้ายไตรมาส 4 เปิดขายโครงการ“เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า” เขย่าตลาดคอนโดมิเนียมย่านฝั่งธนบุรี ที่สุดของ Facility พร้อมสวนขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ ได้ฤกษ์เปิดขายตึกใหม่ ทาวเวอร์ A อาคารสุดท้ายติดหน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน ราคาห้องโปรโมชั่นเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท  “Big Day” วันที่ 4 พ.ย.นี้ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท

นายเจนต์ชัย ลิ้มวัฒนะกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 ว่า บริษัทมีแผนเปิดจองโครงการคอนโดมิเนียมพักอาศัยโครงการเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ A ซึ่งมีจำนวน ยูนิตทั้งสิ้น 542 ยูนิต ราคาห้องโปรโมชั่นเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาท เป็นอาคารที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของโครงการ ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ หน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน ใกล้สี่แยกปิ่นเกล้า ภายใต้แนวคิด “Sustainable Living” การมีคุณภาพชีวิต ในการอยู่อาศัยที่ดี และมีความสุข อย่างยั่งยืน” ทั้งนี้ได้กำหนดเปิดขายอย่างเป็นทางการ “Big Day” ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน นี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรับสิทธิ์ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท เมื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดภายในระยะเวลาที่กำหนด

โครงการเดอะ พาร์คแลนด์ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า มีพื้นที่โครงการกว่า 11 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 42 ซึ่งถือเป็นถนนสายหลักของคนในย่านนี้  และอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำ สถานีบางยี่ขัน (โดยคาดว่าเปิดให้บริการได้ในปี 2563)  มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ประกอบด้วยอาคารสูง 22 ชั้น จำนวน 1 อาคาร 3 ทาวเวอร์ จำนวนทั้งสิ้น 1,784 ยูนิต ขนาด 1 และ 2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย เริ่มตั้งแต่ 24 -75 ตารางเมตร โดยมี Room types ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต่างกัน  จัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันที่สุด ได้แก่ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาดใหญ่กว่า Half Olympic และ Sport Facilities 3 ชั้น ประกอบไปด้วย Yoga Fly, lounge, Boxing Corner, Fitness, Sauna room แยกชาย-หญิง และ Double Sky Lounge ประกอบไปด้วย Social club, Mini-theater room, Golf simulator room, Co-working space,  Meeting room, Lounge และ Roof Top Garden ที่สามารถมองเห็นวิวสะพานพระรามแปดได้ 360 องศา และวิวเกาะรัตนโกสินทร์ได้อย่างงดงาม พร้อมด้วยสวนส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ มีที่จอดรถรองรับได้จำนวน 925 คัน การเดินทางสะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า และรถยนต์ส่วนตัวเพราะใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก อยู่ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ โรงพยาบาล และ มหาวิทยาลัย เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, โรงภาพยนตร์เมเจอร์ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จเดือน เมษายน 2562  

“ปัจจุบันการที่จะหาที่ดินผืนใหญ่กว่า 10 ไร่ ในเมืองและใกล้หน้าสถานีรถไฟฟ้า คงหาได้ยากแล้วแต่โครงการนี้เพราะด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ และโครงการมีขนาดใหญ่ จึงทำให้โครงการของเราโดดเด่นและครบสมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งในเรื่องของ Location, Product และ facility ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง ที่เรากล้าให้ในสิ่งที่มากกว่า ซึ่งขณะนี้จากที่เปิดขายไปแล้ว 2 ตึกก่อนหน้านี้มียอดขายแล้วประมาณ 86% ทั้งนี้บริษัทฯมีโครงการที่พัฒนาในแนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ณ ปัจจุบัน จำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย เดอะพาร์แลนด์ บางแค , เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม-ท่าพระ ,เดอะพาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า และเดอะพาร์แลนด์ เพชรเกษม 56” นายเจนต์ชัย กล่าวต่อว่า

นายเจนต์ชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนภาพรวมตลาดอสังหาฯ เมื่อเทียบกับ 4-5 ปีก่อน จะเห็นว่ากำลังซื้อภายในประเทศลดลง โดยเฉพาะกำลังซื้อเพื่อการลงทุน ผู้ประกอบการจึงควรปรับแผนการดำเนินงานเข้าสู่โหมดใหม่ (new normal) ซึ่งต้องวางแผนปรับอัตราการขยายตัว อัตราการขาย และอัตราการหมุนเวียนเงินทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดจริง และสำหรับมาตรการคุมเข้มสินเชื่อบ้านที่ทางแบงค์ชาติ กำลังพิจารณาอยู่นั้น  โดยส่วนตัวเห็นว่าควรออกมาก่อนหน้านี้นานแล้ว เพื่อชะลอการปรับตัวขึ้นของราคาอสังหาฯ ที่เป็นไปอย่างรวดเร็วเกินกว่ากำลังซื้อของผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและ ผู้ประกอบการในระยะยาว  อย่างไรก็ตามการออกมาบังคับใช้มาตรการที่ช้าเกินไป และเข้มงวดเกินไปอาจมีผลกระทบกับ Real Demand มากกว่าชะลอความต้องการเพื่อการลงทุน ซึ่งปรับตัวลดลงกว่าแต่ก่อนเองอยู่แล้ว มาตรการควรต้องหาสมดุล ระหว่างผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบให้ดี ทั้งนี้กลยุทธ์ของผู้ประกอบการ ที่ควรต้องนำมาใช้ในภาวะนี้ คือ Product ต้องดีจริง Location ต้องใช่ ราคาต้องสมเหตุสมผล สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวปกป้องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่ดีที่สุด โครงการที่มีพร้อมตามที่กล่าวมายังขายได้อยู่แน่นอน  

บริษัท นารายณ์ พร็อพเพอตี้ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย จำนวน 6 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการการฟลอรา ติวานนท์ และ โครงการพาร์ค พรีว่า ถ.เทียมร่วมมิตร และ โครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม-ท่าพระ, เดอะ พาร์คแลนด์ ระยอง, เดอะ พาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56 ,เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญ-ปิ่นเกล้า  

เอ็นไอเอ ติดเครื่องความร่วมมือนวัตกรรมร่วมกับออสเตรเลีย เดินหน้าปั้นไลฟ์สไตล์เทค – หนุนเยาวชนสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ QUT Creative Enterprise Australia หรือ QUT CEA จากประเทศออสเตรเลีย เตรียมดำเนินความร่วมมือส่งเสริมนวัตกรรมระหว่างไทยและออสเตรเลีย โดยความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นประกอบด้วย 1. การสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยและออสเตรเลียให้มีความเข้าใจในบริบทการทำธุรกิจ ตลาด และความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ใน 2 ประเทศ 2.การสนับสนุนด้านระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจสตาร์ทอัพ 3.การส่งเสริมธุรกิจหรือกิจกรรมเกี่ยวข้องกับด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านไลฟ์สไตล์ และ 4.การสนับสนุนโปรแกรมเพื่อผลักดันเยาวชนให้เข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ นอกจากนี้ หากในอนาคตไทยและออสเตรเลียมีความร่วมมือเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและจริงจังมากขึ้น คาดว่าจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมโยงการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อีก เช่น การพัฒนาย่านนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และงานวิจัย การผลักดันเมืองที่สำคัญทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคสู่การเป็น Startup Ecosystem เป็นต้น

Page Visitor

032383916
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
48948
67058
116006
360151
1659375
32383916
Your IP: 54.211.101.93
2021-12-06 20:48