BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

ดั๊บเบิ้ล เอ มอบโชคผู้โชคดี QR Lucky Gold ครั้งที่ 1

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ เดินทางไปมอบรางวัลทองคำให้กับผู้โชคดีจากการจับรางวัลครั้งที่ 1 ในแคมเปญ Double A QR Lucky Gold ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดข้างกล่องดั๊บเบิ้ล เอ โดย 1 QR ได้ 1 สิทธิ์ลุ้นทองคำ ซึ่งจะจับรางวัลครั้งต่อไปเป็นทองคำหนัก 1 บาท 5 รางวัลและทองคำหนัก 50 สตางค์ 15 รางวัลในวันที่ 7 กันยายน 2561 ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2561 ติดตามรายละเอียดและประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ทาง www.facebook.com/DoubleAClub

เดลล์ อีเอ็มซี  รุกเต็มตลาดเน็ตเวิร์กกิ้ง เปิดตัว 100 กิกะบิต อีเธอร์เน็ต รองรับโมเดิร์นดาต้าเซ็นเตอร์ระบบเปิด

แฟบริค สวิตช์ ซีรีย์ Z ใหม่ ให้ความสามารถเหนือชั้นกว่ารุ่นเดิมถึง 2 เท่า ติดเทอร์โบให้กับความริเริ่มในการปฏิรูปไอที สำหรับทั้งองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซ และผู้ให้บริการ

สรุปประเด็นข่าว

  • Z9264F-ON ใหม่ เป็นแฟบริค สวิตช์ ที่มีโครงสร้างแบบ fixed (fixed form-factor) ให้ศักยภาพสูงถึง 2 เท่า ช่วยเร่งสู่การใช้งานที่ความเร็ว 100GbE สำหรับสภาพแวดล้อมคลาวด์ในโทรคม รวมถึงพับบลิคและไพรเวท คลาวด์
  • แนวคิดริเริ่มของการเชื่อมต่อเครือข่ายในระบบเปิดที่ล้ำหน้า มาพร้อมการสนับสนุนสำหรับเดลล์ อีเอ็มซี Big Switch Networks, Cumulus Networks รวมถึงโซลูชันที่ทำงานร่วมกันเพื่อศักยภาพที่เหนือชั้นขึ้นด้วย VMware NSX
  • มอบศักยภาพให้ community โอเพ่นซอร์ส ด้วยทางเลือกฮาร์ดแวร์ที่มาพร้อมแพคเกจซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส Linux Foundation OPX และ OCP SONiC

เดลล์ อีเอ็มซี ผู้ริเริ่มการเชื่อมต่อเครือข่ายระบบเปิด (Open Networking) เปิดตัว Z9264F-ON แฟบริค สวิตช์ ความเร็ว 100GbE ใน Z-series รุ่นล่าสุด ที่ให้ความสามารถเพิ่มถึง 2 เท่าตัว พร้อมมอบชุดโซลูชันระบบเปิดที่สมบูรณ์ สำหรับองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซที่ทันสมัย และดาต้าเซ็นเตอร์ในส่วนของผู้ให้บริการ

แพลตฟอร์มใหม่นี้ ได้รับขุมพลังจาก StrataXGS® Tomahawk® II ซึ่งเป็น 6.4 Terabit/second Ethernet switching silicon ของ Broadcom สร้างขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงโดยเฉพาะ หรือ แฟบริค แอปพลิเคชัน ที่ให้ความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างแร็คในดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยความเร็วมากเป็นพิเศษ ให้ 64 พอร์ตที่ความเร็ว 100GbE ในฟอร์มแฟกเตอร์ 2RU ขนาดกะทัดรัด ทั้งนี้ Z9264F-ON ใหม่นี้ นับเป็นผลิตภัณฑ์ในอุดมคติสำหรับลูกค้าที่อยากเลิกใช้ระบบ chassis switching แบบเดิมที่มีค่าใช้จ่ายแพง ในขณะเดียวกันก็อยากเร่งเปลี่ยนจาก 40GbE เป็น 100GbE

ลูกค้าของเราที่เป็นองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซและผู้ให้บริการ มีความต้องการที่ชัดเจนในเรื่องโซลูชันนวัตกรรมและการเชื่อมต่อเครือข่ายระบบเปิด สำหรับระบบโครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์” ทอม เบิร์นส์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป Dell EMC Networking and Solutions กล่าวZ9264F-ON ใหม่ มอบในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ด้วยแพลตฟอร์ม 100GbE switching ที่ให้ศักยภาพสูงสุดในอุตสาหกรรม และช่วยให้ลูกค้าควบคุมการใช้งานเครือข่ายและระบบโครงสร้างของตนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

ดาต้าเซ็นเตอร์ ยังคงทำหน้าที่เป็นรากฐานของส่วนปฏิบัติการไอทีและการให้บริการมาอย่างต่อเนื่อง  การลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ที่ไซต์งาน (on premise) หรือการโฮสต์ หรือกระทั่งที่อยู่ในรูปแบบของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคลาวด์ กำลังมาแรง  โดยในสภาพแวดล้อมระบบงานทั้งหมด เครือข่ายนับเป็นสิ่งสำคัญที่มอบศักยภาพด้านการเชื่อมต่อภายในและระหว่างแร็คของดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยกันเอง ออกไปยัง edge และสุดท้ายไปถึงผู้ใช้ปลายทาง  สิ่งที่มาพร้อมๆกันคือ การนำเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชั่น และระบบอัตโนมัติมาใช้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับพื้นฐาน ผลักดันให้เกิดเลเยอร์ของอุปกรณ์ และเร่งให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างองค์ประกอบด้านสตอเรจกับส่วนประมวลผล เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนทั่วไป ตั้งแต่สภาพแวดล้อมแบบไฮเปอร์-คอนเวิร์จ ตลอดจนสภาพแวดล้อมแบบไฮเปอร์-สเกล

การเปลี่ยนแปลงด้านสถาปัตยกรรมนี้ ตอบโจทย์ความต้องการเพิ่มขึ้นของผู้ซื้อที่เป็นองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซและผู้ให้บริการ เพราะช่วยให้องค์กรเหล่านี้สามารถตัดสินใจซื้อฮาร์ดแวร์เน็ตเวิร์ก และซอฟต์แวร์ที่เลือกได้อย่างอิสระ การแยกองค์ประกอบเทคโนโลยีในระดับนี้ ที่เดลล์ อีเอ็มซี เรียกว่า Open Networking เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนสู่ระบบเครือข่ายที่กำหนดการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ หรือ (SDN – software-defined networking) ในลักษณะที่เป็นทางเลือกซอฟต์แวร์เชื่อมต่อเครือข่าย และเป็นการเพิ่มความสามารถมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ Z9264F-ON ใหม่ ก็นำโมเดลการใช้งานแบบใหม่ที่ว่า มาช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกด้านซอฟต์แวร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ซอฟต์แวร์คอมเมอร์เชียล หรือโอเพ่น ซอร์ส มากกว่าตัวเลือกที่แข่งขันกันอยู่ นับเป็นการเปิดประตูสู่นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ประหยัดมากขึ้น และควบคุมการทำงานได้เหนือชั้นยิ่งขึ้น

เดลล์ อีเอ็มซี กำลังช่วยปฏิรูปสู่ระบบเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัย ด้วยวิสัยทัศน์ในเรื่อง Open Networking” แรม เวลากา รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายผลิตภัณฑ์สวิตช์ ของ Broadcom Inc. กล่าว “เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นการสร้างแรงผลักดันเกี่ยวกับการแยกองค์ประกอบเครือข่าย ด้วยการใช้ความเร็วและความหลากหลายของสายผลิตภัณฑ์ switch silicon ชั้นนำในอุตสาหกรรมของ Broadcom เราหวังว่าจะได้เห็นความสำเร็จของแพลตฟอร์ม Z9264F-ON ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังจาก StrataXGS Tomahawk II silicon ของเรา ในการมอบประสิทธิภาพเครือข่ายในจุดสูงสุด ให้กับลูกค้าของเราพร้อมทางเลือกซอฟต์แวร์ที่มากที่สุด”

Open Networking และ 100GbE – ทางเลือกและศักยภาพที่หนักแน่น

เป็นเวลากว่า 4 ปีมาแล้ว ที่เดลล์ อีเอ็มซี ได้ส่ง Open Networking ออกมาท้าทายมาตรฐานอุตสาหกรรม ด้วยการแยกพื้นฐานโครงสร้างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ออกจากกัน โดยนับแต่นั้นเป็นต้นมา เดลล์ อีเอ็มซี ได้ปฏิรูปสายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อตอบรับวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ ด้วยการช่วยให้ลูกค้าองค์กรทุกขนาดมีทางเลือกมากที่สุด และได้รับศักยภาพสูงสุดจากการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ตลอดจนถึงปลายทางเครือข่าย หรือ edge ซึ่ง Z9264F-ON ทำให้วิสัยทัศน์นี้ก้าวหน้า ด้วยการนำ Open Networking มาสู่ silicon ที่ทันสมัย ช่วยให้ใช้งาน 100GbE ได้โดยให้ความหนาแน่นมากขึ้น และช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์เร็วขึ้นในภาพรวม

ปี 2018 คาดว่าจะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่มีการนำ 100GbE มาใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยการคาดการณ์ว่าจะมีการส่งพอร์ตในตลาดสูงถึงเกือบ 3 เท่าภายในสิ้นปีนี้” ซาเมห์ บูเจลบีน ผู้อำนวยการอาวุโสของ Dell’Oro Group กล่าว “เราเห็นถึงการเปลี่ยนที่เกิดขึ้นรวดเร็ว จาก 40GbE ไปสู่ 100GbE บวกกับการนำระบบที่มีฟอร์มแฟกเตอร์แบบ fixed มาช่วยผลักดันการเติบโต ด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ ทำให้ Z9264F-ON ใหม่ เข้ามาในช่วงเวลาที่เหมาะสม และการนำเสนอเรื่อง Open Networking อยู่ในจุดที่โดดเด่น”

การนำเสนอทางเลือกในเชิงพาณิชย์ ที่ให้ความหนาแน่น (densities) ที่สอดคล้องต่อการทำงาน ปกติจะทำได้แค่การตั้งค่าการใช้งานแบบ “ระบบปิด” ซึ่งเป็นข้อจำกัดการใช้งานเฉพาะซอฟต์แวร์ของซัพพลายเออร์รายนั้นๆ  ซึ่งโดยทั่วไปจะทำให้ทางเลือกถูกจำกัด แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องของความสามารถ  ทั้งนี้ Open Networking ช่วยปลดล็อคข้อจำกัดเหล่านั้นได้ และปลดล็อคความสามารถซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงให้คุณค่ามากขึ้น

“ลูกค้ากำลังมองหาวิธีที่จะขยายการดำเนินงานได้อย่างครอบคลุม ในแบบที่เรียบง่าย พร้อมกับสร้างสมดุลในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่ไฮบริดคลาวด์” ดักลาส เมอร์เรย์ ซีอีโอ ของ Big Switch Networks กล่าว “เราภูมิใจที่ในความร่วมมือระหว่าง เดลล์ อีเอ็มซี และ Big Switch พร้อมกับเชื่อมั่นว่าซอฟต์แวร์ Cloud-First ของเรา และ Z9264F-ON ใหม่ของเดลล์ อีเอ็มซี เป็นการผสมผสานที่ชนะเลิศสำหรับลูกค้าของเราทั้งสองบริษัท”

“Cumulus Networks รวบ Open Networking มาไว้ด้วยกัน และยังคงเดินหน้าเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดต่อไปด้วย เดลล์ อีเอ็มซี” จอช เลสลีย์ ซีอีโอ ของ Cumulus Networks กล่าว “การผสมผสานวิสัยทัศน์ช่วยให้เครือข่ายเร็วขึ้น มีศักยภาพมากขึ้น ด้วยการจับคู่ระหว่าง Cumulus Linux และซอฟต์แวร์ NetQ ด้วย Z9264F-ON ใหม่  โดยทางเลือกระบบเปิดนี้ ให้ความสามารถในการขยายศักยภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว รวมถึงให้ความยืดหยุ่น และประหยัดค่าใช้จ่าย นับว่ามอบทางเลือกที่แท้จริงเพื่อมาแทนโซลูชันแบบดั้งเดิมที่ไม่ยืดหยุ่นแถมราคาแพง”

เมื่อผสานการใช้งาน Z9264F-ON ร่วมกับซอฟต์แวร์ของเดลล์ อีเอ็มซี หรือของคู่ค้า ก็ตามก็จะช่วยให้เกิดระบบโครงสร้างเครือข่ายทางกายภาพที่มีศักยภาพและให้ความยืดหยุ่นสูง โดยในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัย เครือข่ายทางกายภาพจะทำงานร่วมกับเครือข่ายเสมือนในการเชื่อมต่อเวอร์ชวลแมชชีน และคอนเทนเนอร์ รวมถึงการพัฒนาเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำหนดการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ (software-defined data center)  เพื่อทำให้เรื่องนี้บรรลุผลสำเร็จ เดลล์ อีเอ็มซี ได้ร่วมมือกับ VMware อย่างใกล้ชิด เพื่อทำให้เกิดโซลูชัน ‘better together’ คือการรวมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เพื่อช่วยปรับปรุงในเรื่องของค่าใช้จ่ายและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“Virtual Cloud Network สร้างโดยใช้ VMware NSX ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสถาปัตยกรรมเครือข่ายบนฐานการใช้ซอฟต์แวร์ในแบบเอ็นด์-ทู-เอ็นด์ ที่ไม่จำกัดการใช้งานเฉพาะค่าย เป็นระบบเปิด สามารถโปรแกรมการทำงานได้ ให้ความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน และสามารถมอบบริการเพื่อการใช้งานในส่วนของแอปพลิเคชัน และข้อมูลได้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งใดก็ตาม” พีเดอร์ อูแลนเดอร์ รองประธานหน่วยธุรกิจด้าน การตลาดผลิตภัณฑ์ ระบบเชื่อมต่อเครือข่าย และความปลอดภัย ของ VMware กล่าว “Z9264F-ON ใหม่จาก เดลล์ อีเอ็มซี ช่วยให้ลูกค้าปรับใช้โครงสร้างเครือข่ายระบบเปิดที่ให้ประสิทธิภาพสูง เพื่อรองรับการใช้ Virtual Cloud Network ได้

โอเพ่น ซอร์ส และ 100GbE เร่งสู่การพัฒนาและการใช้งานในชุมชน

เทคโนโลยีระบบเชื่อมต่อเครือข่ายด้วยโอเพ่นซอร์ส มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีโครงการโอเพ่นซอร์สมากมายที่ได้รับการสนับสนุนจากชุมชนนักพัฒนาและผู้ประกอบการเครือข่าย ทางเลือกซอฟต์แวร์เกิดใหม่เหล่านี้ ปกติแล้วต้องใช้ฮาร์ดแวร์แพลตฟอร์มที่เป็นระบบเปิดโดยเฉพาะ  จึงทำให้ Z9264F-ON เป็นตัวเลือกที่ตรงจุดประสงค์ดังกล่าว ลูกค้าสามารถเลือก Z9264F-ON เพื่อรันแพคเกจ OS10 Open Edition ของเดลล์ อีเอ็มซี บนฐานการใช้ซอฟต์แวร์ OpenSwitch ของ Linux Foundation หรือเลือกที่จะดาวน์โหลด OpenSwitch หรือ SONiC ในเวอร์ชันฟรี จาก Open Compute Project เพื่อให้ได้ความสามารถใหม่ยกเซ็ต รวมถึงชุมชนที่ผลักดันเรื่องของนวัตกรรมและการประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

“ทั้งซอฟต์แวร์ โอเพ่นซอร์ส และ ฮาร์ดแวร์ Open Networking ต่างทำงานสอดประสานกัน” พอล ปาร์กเกอร์-จอห์นสัน หัวหน้านักวิเคราะห์ ACG Research กล่าว “จากการศึกษาของเราเมื่อเร็วๆ นี้ เราคาดว่าตลาดอุปกรณ์ระบบสวิตช์ และเราเตอร์ของดาต้าเซ็นเตอร์ จะเติบโตจาก 8.1 พันล้านเหรียญในปี 2018 ไปสู่ 19.9 พันล้านเหรียญในปี 2023 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของระบบโครงสร้างผู้ให้บริการคลาวดห์ รวมถึงแหล่งความต้องการใหม่ในการนำ ‘edge cloud’ มาใช้ในองค์กรเอ็นเตอร์ไพร์ซ และผู้ให้บริการ  ทั้งนี้ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เชื่อมต่อเครือข่ายแบบโอเพ่นซอร์ส จะมีบทบาทสำคัญในการใช้งานเหล่านี้ และเติบโตโดยรวมอยู่ในอัตรา 40 เปอร์เซ็นต์ จนถึงปี 2023  และคิดเป็นส่วนแบ่ง 15 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาดังกล่าว”

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่เห็นเดลล์ อีเอ็มซี อยู่ในสถานะผู้นำในเรื่องของระบบเชื่อมต่อเครือข่ายแบบโอเพ่นซอร์ส และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องความริเริ่มด้าน OpenSwitch” อาร์พิท โจชิปุระ ผู้จัดการทั่วไปในส่วน Networking และ Orchestration ที่ The Linux Foundation กล่าว “นวัตกรรมระบบเปิดที่ให้ความเร็วในระดับสูงสุด เป็นที่อุตสาหกรรมต้องการ และเรารู้สึกตื่นเต้นที่เห็นชุมชนก้าวไปสู่การตอบสนองความท้าทายดังกล่าวได้”

เกี่ยวกับเดลล์ อีเอ็มซี

เดลล์ อีเอ็มซี เป็นส่วนหนึ่งของ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ที่มุ่งช่วยองค์กรธุรกิจเปลี่ยนโฉมดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่ความทันสมัย ในระบบอัตโนมัติ โดยใช้เทคโนโลยีชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบควบรวม เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และระบบปกป้องข้อมูล ให้พื้นฐานที่เชื่อถือได้สำหรับธุรกิจที่ต้องการพลิกโฉมไอที ด้วยการสร้างไฮบริดคลาวด์ พร้อมปรับโฉมธุรกิจด้วยการสร้างแอพพลิเคชันเพื่อการใช้งานบนคลาวด์และโซลูชันบิ๊กดาต้า ทั้งนี้ เดลล์ อีเอ็มซี ให้บริการลูกค้าครอบคลุม 180 ประเทศ รวมถึง 98 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรในทำเนียบ Fortune 500 ด้วยสายผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมทั้งระบบงานหลักจนถึงระบบคลาวด์ 

กรมโรงงานฯ ร่วมตั้งคณะอนุกรรมการถกแนวทางยกเลิก 3 สารปราบศัตรูพืช ประสานกรมวิชาการเกษตรร่างแผนควบคุมให้เข้มงวด ดีเดย์รู้ผล 30 ส.ค. นี้

กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงกรณีการร้องเรียนยกเลิกการใช้ 3 สารกำจัดศัตรูพืช ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากภาคีเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน เผยคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อร่วมกันพิจารณาและให้ความเห็นเกี่ยวกับการยกเลิกหรือแบนการใช้ทั้ง 3 สารดังกล่าว ซึ่งจากการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการบริโภคอาหาร ความเสี่ยงในเกษตรกรและผู้รับจ้างฉีดพ่น การปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมพบว่ายังไม่มีหลักฐานชี้บ่งที่ชัดเจนแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้แนะนำแนวทางที่เหมาะสมแทนการแก้ปัญหาโดยการยกเลิกหรือแบน คือ ให้มีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการจำหน่าย จำกัดปริมาณการนำเข้าและให้ใช้กับพืชเศรษฐกิจเท่าที่จำเป็น โดยยังได้ประสานให้กรมวิชาการเกษตรจัดทำแผนบริหารจัดการในการจำกัดการใช้สารทั้ง 3 ชนิดที่ชัดเจนอีกครั้ง พร้อมเสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณา ซึ่งมีกำหนดที่จะพิจารณาในวันที่ 30 สิงหาคม 2561 นี้

กสจ.ต่อสัญญาบลจ.กรุงไทยดูแลทะเบียนสมาชิกรอบที่ 3

นายประเสริฐ บุญเรือง (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว (กสจ.) และ นางชวินดา หาญรัตนกูล (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM ลงนามร่วมกัน  ในพิธีลงนามสัญญาแต่งตั้งบริษัทจัดการทะเบียนสมาชิก กสจ. โดยบลจ.กรุงไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็น บริษัทจัดการทะเบียนสมาชิก กสจ. เป็นรอบสัญญาที่ 3 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 เป็นต้นไป

เคทีซีจัดกิจกรรม “ถอดรหัสไทยไปกับมิวเซียมสยาม”

เมื่อเร็วๆ นี้ นางพจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการ – ทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้จัดกิจกรรม “ถอดรหัสไทยไปกับมิวเซียมสยาม” นำคณะครูและนักเรียนโรงเรียนสวัสดีวิทยาจำนวน 40 คน เข้าชมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ “มิวเซียมสยาม” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมท่องเที่ยวเชิงแหล่งเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ให้แก่เยาวชนไทย เพื่อให้น้องๆ เยาวชนเข้าใจในพัฒนาการความเป็นไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เคทีซีมอบเงินบริจาค 1 ล้านบาท สนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ช่วยเหลือเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ ปีที่ 5

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช (ซ้าย) ผู้อำนวยการ - ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนมอบเงินบริจาค 1 ล้านบาท ให้กับนางสาวจารุวรรณ จันทร์เพ็ญ (ขวา) ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารพัฒนาแหล่งทุน – มูลนิธิ สร้างรอยยิ้มประเทศไทย เพื่อสมทบทุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ช่วยเหลือการศัลยกรรมแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงแผลไฟไหม้ และความผิดปกติพิการบนใบหน้าแต่กำเนิดแก่เด็ก เยาวชน และผู้ป่วยยากไร้ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศไทย ณ เคทีซี อาคารสมัชชาวาณิช 2 สุขุมวิท เมื่อเร็วๆ นี้

“KUNNA” คันนา ผลไม้อบแห้ง ขนมของฝากที่ 1 ในใจนักท่องเที่ยว
เปิดบริการเดลิเวอรี่ Kunna Online: We pack, you give. ผนึกกำลัง LINE MAN และ K PLUS
รุกตลาดออนไลน์ ตั้งเป้ายอดขายภายในประเทศโต 30% ในปี 2561

บริษัท คันนา โกรเซอรีส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลไม้อบแห้ง ธัญพืชอบกรอบและ ฟิวชั่นสแน็ค “KUNNA” คันนา ผลไม้อบแห้ง ขนมของฝากที่ 1 ในใจนักท่องเที่ยว ล่าสุดเปิดตัวเปิดบริการเดลิเวอรี่ Kunna Online: We pack, you give. ด้วยการผนึกกำลังความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้นำด้านธุรกิจออนไลน์อย่าง LINE MAN และ K PLUS ธนาคารกสิกรไทย รุกตลาดอาหารออนไลน์ภายในประเทศ พร้อมตั้งเป้าจะผลักดันยอดขาย เติบโตขึ้น 30% ภายในปี 2561

นางสาวณชา จึงกานต์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันนา โกรเซอรีส์ จำกัด

นางสาวณชา จึงกานต์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คันนา โกรเซอรีส์ จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เนื่องด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีความเร่งรีบในแต่ละวัน อาจมีข้อจำกัดด้านเวลา และต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ดังนั้นการช้อป หรือซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์จึงสามารถเข้ามาตอบโจทย์บริโภคได้อย่างครอบคลุม ขณะเดียวกัน ‘KUNNA’ คันนา ผลไม้อบแห้ง ขนมของฝากที่ 1 ในใจนักท่องเที่ยว ได้เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ล่าสุดได้เปิดบริการเดลิเวอรี่ Kunna Online: We pack, you give. ด้วย Line Official Account KUNNA และล่าสุดร่วมมือพาร์ทเนอร์ผู้นำด้านธุรกิจบริการออนไลน์ประเทศไทยกับ LINE MAN บริการส่งของ สั่งอาหาร และสินค้าจากร้านสะดวกซื้อ และธนาคารกสิกรไทย เปิดช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์คันนา โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์และชำระเงินได้ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS โดยทำการเลือกสินค้า จำนวนสินค้าที่ต้องการ กดยืนยันการชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน K PLUS ได้ทันที สะดวกสบายตอบโจทย์รูปแบบชีวิตผู้บริโภคปัจจุบันมากขึ้น”

“ขณะเดียวกันในด้านการเติบโตผลิตภัณฑ์ ‘KUNNA’ คันนา ผลไม้อบแห้ง ปัจจุบันแบ่งเป็น 2 ตลาดหลักๆ คือการดำเนินธุรกิจในตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ โดยล่าสุดเมื่อเทียบการยอดจำหน่ายในปี 2560 กับเมื่อปี 2559 ผลิตภัณฑ์การเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องกับตลาดภายในประเทศมียอดจำหน่ายเติบโตถึง 40 – 45% จากคนไทย และลูกค้าต่างประเทศที่นิยมซื้อเป็นของฝาก ซึ่งหากพูดถึงตลาดในต่างประเทศเรายอดส่งออกที่เติบโตอย่างรวดเร็วถึง 10% ทั้งในฝั่งภูมิภาคเอเชีย เช่น ฮ่องกอง จีน เกาหลี และตลาดฝั่งตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่อาจเกิดขึ้นที่กำลังจะเปิดตลาดอย่างเข้มข้นในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป โดยสอดรับกับเทรนด์ของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวต่างชาติปัจจุบันที่นิยมผลไม้ไทย และผลไม้อบแห้งจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก”

พร้อมกันนี้ในปี 2561 “KUNNA” คันนา ผลไม้อบแห้ง ขนมของฝากที่ 1 ในใจนักท่องเที่ยว เสริมความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์การตลาดอย่างเต็มกำลัง ทั้งภายในประเทศด้วยการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ธุรกิจออนไลน์อย่าง LINE MAN และ K PLUS ธนาคารกสิกรไทย ในการรุกตลาดออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ และสำหรับต่างประเทศ ล่าสุดเราได้มีการวางแพลตฟอร์มกลยุทธ์ใหม่ในการขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าการเติบโต 100% ของยอดจำหน่ายภายในประเทศ และยอดส่งออกภายในปี 2561” นางสาวณชา กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับในด้านของการให้บริการเดลิเวอรี่ Kunna Online: We pack, you give. ด้วย Line Official Account KUNNA พร้อมด้วย LINE MAN และบริการ K PLUS ธนาคารกสิกรไทย พร้อมให้บริการในการสั่งสินค้า 24 ชม. จัดส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 02.00 โดยกำหนดอัตราค่าบริการคำนวณตามระยะทาง พร้อมยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการ KUNNA ผ่าน Line Official เสริมช่องทางการชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิต สามารถสั่งซื้อสินค้าและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/kunnasnack และ Line: @kunnasnack  

เปิดตัวรีเบทแมงโก้
นำเสนอประสบการณ์ใหม่แห่งการช็อปปิ้ง
ด้วยออพชั่นคะแนนสะสมที่เลือกได้ทั้งแคชแบ็ก สะสมไมล์ และคะแนนแมงโก้
ฉลองเปิดตัวด้วยโปรโมชั่น Payday Sale ตั้งแต่ 29-31 สิงหาคม 2561 เพิ่มแต้มสะสม 2 เท่า ฟรี !

สัมผัสโลกแห่งการช็อปปิ้งที่สะดวกสบายและคุ้มค่าสูงสุด กับร้านค้าแบรนด์ดัง โรงแรมรีสอร์ต สายการบิน และบริการสื่อสารชั้นนำจากเครือข่ายพันธมิตรของรีเบทแมงโก้  www.rebatemango.co.th

รีเบทแมงโก้ (Rebatemango) เว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์พร้อมระบบแคชแบ็กที่ใช้งานง่าย สนุกสนานและไม่เหมือนใคร เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงก่อนหน้านี้ทั้งในสิงคโปร์และมาเลเซีย ด้วยฐานร้านค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 200 ราย ทำให้รีเบทแมงโก้สามารถมอบข้อเสนอที่ดีกว่าและโปรโมชั่นสุดคุ้ม รวมถึงสิทธิพิเศษ เอกสิทธิ์ และรูปแบบการใช้งานที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น รีเบทแมงโก้ยังจับมือเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ดังมากมายและยังคงขยายเครือข่ายพันธมิตรร้านค้าอย่างต่อเนื่อง นักช็อปจะพบกับโลกแห่งการช็อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ตระการตา พร้อมความคุ้มค่ามากมายทั้งในรูปแบบแคชแบ็ก สะสมไมล์และแต้มแลกของรางวัลมากมายในทุก ๆ การจับจ่ายของคุณ นักช็อปยังสามารถเลือกสะสมคะแนน”แมงโก้”เพื่ออัพเกรดสมาชิกไปสู่ระดับเยลโลวแมงโก้และโกลด์แมงโก้ เพื่อรับเงินคืนได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้รีเบทแมงโก้มอบประสบการณ์ช็อปปิ้งออนไลน์ที่แตกต่างและสนุกสนานอย่างที่การช็อปปิ้งควรจะเป็น พร้อมความคุ้มค่าหลากรูปแบบรวมถึงคะแนนแมงโก้ที่คุณเลือกสะสมได้ตามใจคุณ

รีเบทแมงโก้ ฉลองการเปิดตัวในเมืองไทยด้วยการจัดโปรโมชั่น Payday Sale ตั้งแต่ 29-31 สิงหาคม 2561 ด้วยการเพิ่มแต้มสะสมให้เป็น 2 เท่า ฟรี !

แนวคิดการสร้างสรรค์เว็บไซต์รีเบทแมงโก้ www.rebatemango.co.th กำเนิดขึ้นที่ประเทศไทยโดยนักธุรกิจชาวเดนมาร์กและชาวสิงคโปร์ทำงานที่อโกด้า โดยภาพรวมรีเบทแมงโก้ออกแบบเพื่อมอบคะแนนให้ลูกค้าแบบครบวงจรทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อสินค้าออนไลน์

มร.เจสเปอร์ คอธ ผู้ร่วมก่อตั้งรีเบทแมงโก้

มร.เจสเปอร์ คอธ ผู้ร่วมก่อตั้งรีเบทแมงโก้ แนะนำเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ที่ใช้งานง่ายไม่เหมือนใคร และมอบความคุ้มค่ามากที่สุดในหนึ่งเดียวของภูมิภาคเอเชียว่า “เราให้คุณเลือกรูปแบบของรางวัลได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแคชแบ็ก สะสมไมล์สายการบิน หรือแต้มสะสม ซึ่งยังไม่เคยมีใครกล้านำเสนอในรูปแบบนี้ และทำให้เราโดดเด่นและแตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ๆ โดยเรานำเสนอการคืนเงินแบบมูลค่าเพิ่มจากร้านค้าชั้นนำมากมาย ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ค้า ร้านค้า และผู้ให้บริการจำนวนหลายร้อยรายที่ลงทะเบียนร่วมโปรแกรมกับเรา อีกทั้งเรายังแตกต่างจากเว็บไซต์ที่แจกคูปองส่วนลดทั่วไป เนื่องจากเรามีรูปแบบการเก็บยอดสะสมที่เที่ยงตรงกับผู้ค้าหลักของเรา นอกจากนี้ ในบางโอกาสเรายังมอบคูปองส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นยอดสะสมของผู้ใช้งานเว็บไซต์รีเบทแมงโก้ของเรา”

มร. เจสเปอร์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “ระบบของเราได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นและแตกต่าง ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยถือเป็นเว็บช็อปปิ้งออนไลน์เพียงแห่งเดียวที่นำเสนอตัวเลือกรางวัลให้แก่เหล่านักช็อป ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างมาก และภายในไตรมาสที่ 4 นี้ เราจะนำเสนอการใช้งานในรูปแบบแอปพลิเคชั่นออฟไลน์ ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นผู้นำเสนอรางวัลจากการช็อปแบบข้ามตลาดที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น สำหรับประเทศไทย ขณะนี้เรากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นเยี่ยมอย่างดีแทคและแอร์เอเชียเพื่อแนะนำบริการของเรา โดยในปัจจุบัน เรามีสินค้าและบริการหลากหลายประเภท อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แฟชั่น การเดินทาง และเครื่องใช้มากมาย ทำให้เรามีข้อเสนอที่เหมาะสมกับตลาดผู้บริโภคเมืองไทยมากที่สุด”

“รีเบทแมงโก้ มุ่งมั่นสู่การเป็นเว็บไซต์ชั้นนำของเมืองไทยและประเทศต่าง ๆ ในระยะยาว เราต้องการติดอันดับ 1 ใน 2 แบรนด์ผู้นำเสนอโปรโมชั่นแคชแบ็กยอดนิยมของเมืองไทยภายในปีนี้” มร.เจสเปอร์ กล่าวสรุป “เราเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งทั้งสองตลาดนี้ เราได้ทำงานร่วมกับธนาคารและสายการบินชั้นนำกลายแห่ง  อาทิ สิงคโปร์แอร์ไลน์ มาเลเซียแอร์ไลน์ แอร์เอเชีย ดีบีเอส เมย์แบงก์ ซิตี้แบงก์ ดิจิ และอีกมากมาย ซึ่งทำให้ผู้ใช้ยังคงใช้งานเว็บไซต์ของเราและใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง”    

เอ็นไอเอ เปิดตัว “สถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม”
ตั้งเป้าติดเทอร์โบประเทศไทยก้าวไกลด้วยอนาคตศาสตร์

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดตั้งสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม หรือ Innovation Foresight Institute – IFI เพื่อให้เป็นหน่วยงานเฉพาะด้านอนาคตศาสตร์ ที่จะช่วยการคาดการณ์ทิศทางอนาคตของประเทศไทยในมิติต่างๆ โดยวางเป้าหมายสำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 1) การสนับสนุนและพัฒนาเครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ 2) ติดตามและระบุทิศทางอนาคตของความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ 3) ส่งเสริมให้เกิดการใช้เครื่องมือด้านอนาคตศาสตร์ในการวางแผนและออกแบบกลยุทธ์ในองค์กรต่างๆ และ 4) ส่งเสริมการนำข้อมูลด้านอนาคตศาสตร์ไปใช้กำหนดข้อเสนอแนะ นโยบาย และกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่สอดรับความเปลี่ยนแปลง

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหลักที่จะช่วยพลิกโฉมอนาคตทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากปัจจุบันสามารถระบุโจทย์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการพลิกโฉมอนาคตได้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะสามารถดำเนิน การจัดสรรทรัพยากรสำหรับการวิจัยและพัฒนาในหัวข้อเป้าหมายเหล่านั้น เพื่อให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

จากความสำคัญดังกล่าวจึงเป็นที่มาของกระบวนการ “มองอนาคต” ซึ่งได้รับการยอมรับในหลายประเทศว่าเป็นเครื่องมือ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบมุ่งเป้า ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเปล่าของการลงทุนทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ทั้งนี้ ปัจจุบันหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ตุรกี สวีเดน เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ได้มีการจัดตั้งโครงการ/ศูนย์/สถาบัน ที่ดำเนินการมองอนาคตอย่างเป็นกิจลักษณะ เพื่อให้ได้ข้อมูลหรือภาพอนาคตที่จะนำไปช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศ ซึ่งประเทศไทยเองก็จำเป็นต้องมีการดำเนินตามแนวทางดังกล่าว เพื่อให้หลากหลายกิจกรรมมีการพลิกโฉมได้เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นเดียวกัน

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า NIA จึงได้ริเริ่มการจัดตั้งสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (Innovation Foresight Institute – IFI) ขึ้น โดยกำหนดบทบาทให้เป็นสถาบันเฉพาะทางเพื่อช่วยในการคาดการณ์ความเป็นไปได้ของอนาคตที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะทิศทางนวัตกรรมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงยังสามารถช่วยในการกำหนดทิศทางและการวางแผนระยะยาว ที่สามารถเอื้อประโยชน์สูงสุดให้กับระบบเศรษฐกิจและการดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ ในระดับประเทศ โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงาน 3 หลัก ดังนี้

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาเครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ (Futurist Enablers) มีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายกลุ่มนักอนาคตศาสตร์ที่เชี่ยวชาญ และเข้มแข็ง
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 ศึกษาภาพและแนวโน้มอนาคต (Trend Setter) โดยเฉพาะแนวโน้มที่สร้างผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เพื่อนวัตกรรม (Enterprise Innovation) ผ่านเครื่องมือการจัดการนวัตกรรม เครือช่ายผู้ประเมินนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพทางนวัตกรรมให้กับกลุ่มธุรกิจ

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้หลายภาคส่วนมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการมองอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในช่วงตลอดสัปดาห์ของปลายเดือนสิงหาคม (27-31 สิงหาคม) นี้ NIA ยังได้จัด Thailand Future Week 2018: Towards Inclusive Future ครั้งแรกของประเทศไทยที่รวบรวมนักอนาคตศาสตร์ นักยุทธศาสตร์ นักวางแผนและนักธุรกิจเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่จะพลิกโฉมอนาคตของประเทศไทย และองค์กรให้ก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง การออกแบบอนาคตประเทศ อนาคตระบบนวัตกรรม อนาคตองค์กรธุรกิจ อนาคตสังคม รวมถึงยังได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ เช่น เครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจเอกชน เปิดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านหัวข้อต่างๆ เช่น นวัตกรรมแห่งการสร้างองค์กรแห่งอนาคต Towards National Innovation System 2030 เพื่อนำเสนอภาพอนาคตทิศทางการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 เว็บไซต์ www.nia.or.th หรือ facebook.com/niathailand

คนดีต้องชื่นชม พ่อบ้านพีซีเอส จาก สปป.ลาว เก็บเงินคืนเจ้าของ 2 แสนบาท

นายมนันส์  สรรค์คุณากร (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล นางสมเจตน์ ชาญปรีชา (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มลูกค้าธุรกิจค้าปลีก บริษัท รักษาความปลอดภัย พีซีเอส และ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ พีซีเอส ในเครือโอซีเอส กรุ๊ป มอบใบประกาศเกียรติคุณพร้อมเงินสดเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ นายครื้ม (กลาง) พนักงานรักษาความสะอาดพีซีเอส สัญชาติลาว ประจำศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เนื่องจากพบเงินสดภายในศูนย์การค้าและส่งคืนเจ้าของจำนวน 200,000 บาท โดยมี นางสาวกัญญา ขจรกลิ่น (ซ้ายสุด) ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายรักษาความสะอาดและจัดสวน ประจำศูนย์การค้า ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริษัทพีซีเอส ร่วมเป็นเกียรติในการรับมอบ ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เมื่อเร็วๆ นี้ ปัจจุบันพีซีเอสนำเข้าแรงงานต่างชาติแบบถูกกฎหมายจากประเทศลาว ในรูปแบบ MOU ตำแหน่งพนักงานรักษาความสะอาด ประมาณ 500 คนทั่วประเทศ และตั้งเป้าจะเพิ่มให้เป็น 3,000 คน ภายในปี 2562

Page Visitor

003310405
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2865
44692
148293
114648
100458
459947
3310405
Your IP: 3.231.226.13
2020-06-03 01:46