BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

กางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซีเคียว ช่วยสร้างความมั่นใจในการเข้าสังคมของผู้สูงอายุ

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเกษียณหรือวัยสูงอายุ เป็นโอกาสดีของหลายๆคนที่จะได้พักผ่อนร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ หลังจากที่ทำงานมาหลายปี เป็นวัยที่มีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยว สังสรรค์ ทำงานอดิเรก ทำบุญ หรือทำกิจกรรมเพื่อสังคม ดังนั้นเพื่อให้มีความพร้อมที่จะทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งบางคนอาจไม่ค่อยมีเวลาได้ทำในช่วงวัยทำงาน จึงควรที่จะดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้ดี เพื่อให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บอันเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตช่วงวัยเกษียณ โดยเฉพาะเป็นอุปสรรคในการเข้าสังคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมั่นใจ กิจกรรมที่จะนำมาซึ่งการยอมรับทำให้เกิดความรู้สึกมีคุณค่าต่อสังคมอีกด้วย

แต่การเปลี่ยนแปลงไปสู่ผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุ ก็นับเป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงทำให้อาจมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล น้อยใจ ไม่มั่นใจในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงเกิดภาวะที่ร่างกายเริ่มเสื่อมถอย และอุปสรรคใหญ่ในการเข้าสังคมของผู้สูงวัย คือการมีโรคภัยต่างๆ เช่น โรคปัสสาวะเล็ด ซึ่งถือเป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในผู้สูงอายุโดยเฉพาะเพศหญิง เพราะการมีปัญหาปัสสาวะเล็ดจะทำให้เกิดความกังวลใจ ไม่มั่นใจ และหมดสนุกกับสิ่งที่ทำได้ ซึ่งผู้สูงอายุหลายคนยังคงชอบการพบปะสังสรรค์ ท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลาย ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องสรรหาผู้ช่วยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาปัสสาวะเล็ด เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถทำกิจกรรมและเข้าสังคมได้อย่างมั่นใจ เมื่อพูดถึงผู้ช่วยสำหรับแก้ไขและป้องกันปัญหาปัสสาวะเล็ด ทุกคนต้องนึกถึง “กางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่” แต่หลายคนที่ไม่เคยใส่ อาจนึกถึงกางเกงผ้าอ้อมเด็กซึ่งดูหนาเทอะทะ แต่แท้จริงแล้วกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเหมือนกับกางเกงชั้นใน เวลาใส่จึงไม่ได้ดูหนาจนทำให้คนอื่นสังเกตเห็น ทั้งนี้ผู้ใส่ควรเลือกไซส์ให้พอดีกับรอบเอวเพื่อให้กระชับพอดีตัว ทำให้คล่องตัวมากขึ้น

ขอแนะนำกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่เกรดพรีเมี่ยม “ซีเคียว” ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ผู้ช่วยสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ดให้เข้าสังคมได้อย่างมั่นใจ ซึ่งออกแบบมาให้เหมือนกางเกงชั้นในรูปทรงเต็มตัวกระชับตามรูปร่างเข้ากับสรีระของคนเอเชีย ป้องกันปัญหาการรั่วซึม พร้อมเจลที่ช่วยให้ซึมซับได้มากและควบคุมกลิ่นไม่พึงประสงค์  มีวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ วิลล่ามาร์เก็ต ฟู้ดแลนด์ และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ มี 3 ขนาดให้เลือก คือไซส์ M-L, L-XL และไซส์ใหญ่พิเศษ XXL สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 0-2738 – 7108 -9 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 – 18.00 น.และวันเสาร์ เวลา 8.00 – 17.00 น. เลือกช้อปออนไลน์ทาง https://thaisupershop.com/, www.lazada.co.th หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://secureichiban.com/

ชินวะ เรียลเอสเตท เปิดเทคนิค อัพเกรด Yield คอนโดกลางใจกลางสุขุมวิท

ข่าวจากผู้บริหารดูโอ มร.โทโมยาสุ ยามาเบะ (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ และ นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล (ขวา) กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด จัดเสวนาร่วมกับ Prop2morrow และ Nexus “เปิดเทคนิค อัพเกรด Yield คอนโดกลางใจกลางสุขุมวิท พร้อมจับเทรนลงทุน 2019” วันที่ 10 พ.ย.นี้ เวลา 13:00 – 16:30 น. ที่โรงแรม Grand Center Point Sukhumvit 55 เตรียมอัดแน่นข้อมูลดีๆ เอาใจผู้พิสมัยการลงทุนย่านทองหล่อ คนที่อยากได้ผู้เช่าในฝัน ทั้งเรื่อง Yield รวมถึงข้อมูล ทริเปิลเอส โปรแกรม (SSS หรือ Triple S) ระบบบริหารงานหลังการขายแบบ One stop services for sustainable rent กลยุทธ์ที่เตรียมพร้อมเพื่อประสานงานบริการ กับผู้เช่า โดยเฉพาะ เน้นผู้เช่าคุณภาพชาวญี่ปุ่น ช่วยแบ่งเบาภาระให้เอเย่นต์และนักลงทุน  แบบ Win-Win งานนี้มีออฟชั่นเว่อร์ !! สนใจฮอนไลน์สายตรงสำรองที่กันให้ไว เพราะที่นั่งเค้ามีจำกัดจ้า โทร 089 478 3422 !!

“AGE” โชว์งบ 9 เดือนกำไร 92 ล้านบาท โลจิสติกส์รุ่ง ส่อแววทั้งปีโกยรายได้โต 20-25% ตามคาด

บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) แจ้งไตรมาส 3/61 โชว์รายได้รวมแตะ  2,236  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 % ขณะที่กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ส่งผล 9 เดือน กวาดยอดขายถ่านหิน 2.64 ล้านตัน จากการจำหน่ายถ่านหินในประเทศ และต่างประเทศ เพิ่มขึ้น ด้านผู้บริหาร “พนม ควรสถาพร” เผยธุรกิจขนส่งด้านโลจิสติกส์ ส่อแววดาวรุ่ง สร้างฐานโกยรายได้เข้าบริษัทฯ พร้อมระบุ มั่นใจภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น 20-25% ตามเป้าที่วางไว้

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด(มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยถึงผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2561 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 ว่า บริษัทฯมีรายได้รวม 2,236 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งที่มีรายได้รวม 2,039 ล้านบาท โดย รายได้ดังกล่าวมาจากธุรกิจขายถ่านหิน ที่ 2,092 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจให้บริการที่ 144 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 13 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 73 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2561 ของบริษัทฯมีรายได้รวม 5,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 26  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่ง มีรายได้รวม อยู่ที่ 4,659 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 92 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.6

ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัทฯมีผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากการขยายตลาด และมีการวางกลยุทธ์การขาย ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นจากปริมาณการขายในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 2.64 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีปริมาณการขายอยู่ที่ 1.97 ล้าน ขณะเดียวกันบริษัทฯยังมีรายได้ จากธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ด้านการขนส่ง ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามจำนวนกองเรือลำเลียง 12 ลำ โดยรายได้จากธุรกิจบริการ ช่วง 9 เดือนอยู่ที่ 317 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 219 จากปีที่ผ่านมา

“ผลการดำเนินงานใน 9 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการขยายตลาดในประเทศ และต่างประเทศ และรายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น จากการขยายกองเรือลำเลียง รวมทั้งขยายพื้นที่กองเก็บคลังสินค้าเพิ่ม โดยบริษัทมองว่ารายได้ในส่วนนี้จะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงในปีหน้า” นายพนม กล่าว

ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE)  กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ โดยยังคงมั่นใจว่าในปีนี้ บริษัทฯจะมีอัตราการเติบโตของรายได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20-25 จากปี 2560 ที่บริษัทฯมีรายได้รวม 5,949 ล้านบาท และยอดขายถ่านหินที่ระดับ 3 ล้านตัน ขณะที่ธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์ และคลังสินค้า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ร้อยละ 5 จากรายได้รวม เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ ร้อยละ 2.5 ของรายได้รวม

บริษัทฯได้ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวมในปี 2562 อยู่ที่เติบโตร้อยละ 20 หรือ 9,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากธุรกิจถ่านหินร้อยละ 90 และรายได้จากธุกิจให้บริการ ร้อยละ 10 คาดว่าสัดส่วนรายได้จากธุรกิจถ่านหินในประเทศจะอยู่ที่ร้อยละ 75  และ รายได้จากการขายถ่านหินในต่างประเทศในอยู่ที่ร้อยละ 15

ธุรกิจด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้านั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปี 2562 ที่ร้อยละ 10 ของรายได้รวม โดยบริษัทฯได้ขยายพื้นที่คลังสินค้า เพื่อเพิ่มพื้นที่กองเก็บถ่านหิน และพื้นที่ให้บริการ รวมทั้งมีการต่อเรือลำเลียงเพิ่มเติมจำนวน 12 ลำ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ทำให้บริษัทฯ จะมีกองเรือลำเลียงทั้งหมด 24 ลำ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้บริการขนส่งทางน้ำ ของบรรดากลุ่มผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

BEM รับรางวัล Thailand Sustainability Investment 2018

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้รับคัดเลือกอยู่ในรายชื่อ Thailand Sustainability Investment 2018 (THSI) หรือหุ้นยั่งยืน ประจำปี 2561 ในฐานะบริษัทจดทะเบียนที่มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีทางเศรษฐกิจ เมื่อเร็วๆ นี้

ดึงทุนจีนพัฒนาดิจิทัล

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหาร เยี่ยมชม ZTE Research and Development Center ของบริษัท ZTE Corporation ผู้นำด้านระบบดิจิทัลรายใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยมีนายเซียว หมิง (Xiao Ming) Senior Vice President ให้การต้อนรับ พร้อมเชิญชวนให้ ZTE มาลงทุนในไทย เพื่อช่วยเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลของไทยให้พัฒนาแบบก้าวกระโดด

ช.การช่าง ถวายผ้าพระกฐิน ประจำปี ๒๕๖๑ ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๑ พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงาน และประชาชน นำไปถวายพระสงฆ์ ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก โดยมียอดเงินกฐินพระราชทานทั้งสิ้น ๖,๙๐๒,๙๙๙  บาท

“เซเว่น อีเลฟเว่น” ได้ฤกษ์วันที่ 7 เดือน 11 ประกาศเจตนารมณ์ “ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก”

ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย เดินหน้านโยบาย 7 GO Green (เซเว่น โก กรีน) ได้ฤกษ์วันที่ 7 เดือน 11 ประกาศเจตนารมณ์ “ลด และ เลิกใช้ถุงพลาสติก” ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ตามปณิธานอันมุ่งมั่นของซีพี ออลล์  “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ที่จะร่วมพัฒนาชุมชนและสังคมควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ซีพี ออลล์ได้เริ่มดำเนินโครงการรณรงค์ลดและเลิกการใช้ถุงพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ 7 Go Green ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ ผ่านโครงการต่างๆ ตามปณิธานของบริษัท “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”

“เราขอใช้วันที่ 7 เดือน 11 ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะลดและเลิกการใช้ถุงพลาสติกที่ร้านเซเว่นฯ และขอเชิญชวนคนไทยร่วมกันลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกร่วมกัน โดยลดการใช้ถุงพลาสติกวันละถุงก็จะช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ สำหรับที่ผ่านมาบริษัทก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการที่ร้านเซเว่นฯ เป็นอย่างดี ซึ่งทุกคนต่างก็ตระหนักถึงผลกระทบของขยะถุงพลาสติกที่มีต่อโลกของเรา ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ไม่รับถุงพลาสติกกับโครงการปฏิเสธถุงได้แต้ม โดยร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศจะให้แต้ม 10 แต้มกับลูกค้าที่ชำระเงินผ่านบัตร 7 Value Card  และปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดการใช้ถุงพลาสติกที่บริษัทได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง หลากหลายโครงการ อาทิ โครงการปฏิเสธถุง…ได้ใจ, ใช้ถุงผ้า...บอกลาถุงพลาสติก เป็นต้น” นายธานินทร์ กล่าว

ล่าสุดบริษัทได้ขยายผลด้านการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกไปยังพื้นที่ต่างๆ เช่น ในมหาวิทยาลัย ในโรงพยาบาล และตามเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ให้เติบโตและเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ผ่านกิจกรรม “รักษ์อันดามัน ร่วมใจลดใช้ถุงพลาสติก” โดยร่วมมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มูลนิธิโลกสีเขียว เครือเจริญโภคภัณฑ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อุทยานแห่งชาติบนเกาะต่างๆ ชุมชนในท้องถิ่นต่างๆ , ภาคประชาสังคม โดยที่ได้ดำเนินการไปแล้วคือ ที่เกาะลันตา เกาะยาวน้อย-เกาะยาวใหญ่ เกาะหลีเป๊ะ เกาะพีพี รวมถึงเกาะเต่าและเกาะเสม็ด โดยร่วมกับภาคประชาสังคมและชุมชนในเกาะต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมและช่วยกันขับเคลื่อนการลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก นำไปสู่การสร้างพฤติกรรมใหม่ให้เกิดแนวคิดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

“บริษัทได้เชิญชวนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมใจลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก ผ่านการรณรงค์ 4 รูปแบบภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขาที่ตั้งอยู่บนเกาะ ประกอบด้วย 1. งดให้ถุงขนาดเล็กกับลูกค้าทุกคนยกเว้นที่เป็นสินค้าประเภทของร้อน 2. ยกเลิกแคปซีล (การใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม) 3. ยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มหลอดและเปลี่ยนเป็นใช้กระดาษแทนพลาสติก รวมไปถึงการติดตั้งกล่องกดหลอดเพื่อลดปริมาณการใช้หลอด และ 4. การติดตั้งถังขยะแยกประเภทบริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขา เพื่อสนับสนุนแนวทางการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเพื่อชุมชน พร้อมติดตั้งสื่อรณรงค์ส่งเสริมการลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกทุกรูปแบบ” นายธานินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ยังได้ต่อยอดกิจกรรมไปสู่เยาวชนและสังคม ในแคมเปญ คิดถุ๊ง คิดถุง ผ่านการสร้างเครือข่ายเยาวชนไทย ลดใช้ถุงพลาสติก และได้ขยายโครงการไปสู่สถาบันการศึกษา และมหาวิทยาลัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) เป็นแห่งแรกในการจัดทำโครงการลดการใช้ถุงพลาสติก และสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 80% จากนั้นก็ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ลดการใช้ถุงพลาสติกในร้านเซเว่นฯ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยดังกล่าวได้ถึง 90% โดยในปี 2560 สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 24.09 ล้านใบ และในปีนี้ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับ 30 มหาวิทยาลัยเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นโครงการนำร่องและเป็นแบบอย่างที่ดีในการขยายผล สู่การสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนและสังคม

อีกทั้งมีโครงการ “ปฏิเสธถุง...ได้บุญ” หนึ่งในการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกในร้านเซเว่นฯ ที่อยู่ในโรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการในร้านเซเว่นฯ และปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก ทางร้านเซเว่นฯ จะสะสมยอดค่าใช้จ่ายไว้ 0.20 บาท และนำมอบให้กับมูลนิธิรามาธิบดี และได้ขยายโครงการไปยังร้านเซเว่นฯ ในศูนย์การแพทย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ทั้งนี้จะมีการขยายผลโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการลดการใช้ถุงพลาสติกและยังเป็นการทำบุญอีกด้วย

นับเป็นความมุ่งมั่นอย่างมั่นคงที่จะเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่องตามเจตนารมณ์ เพื่อลดและเลิกการใช้ถุงพลาสติกอย่างถาวรในอนาคตเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน

เดลล์ เปิดตัวจอมอนิเตอร์ตระกูล UltraSharp ใหม่ พร้อมขุมพลังแห่งนวัตกรรม
เพื่อรองรับการทำงานของคนยุคใหม่ (Workforce Transformation)

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการดีไซน์ที่ล้ำหน้า พร้อมประสิทธิภาพจอที่เหนือชั้น ขับเคลื่อนประสิทธิผลให้คนทำงาน ทั้งเทรดเดอร์ทางการเงิน นักการธนาคาร วิศวกร รวมถึงนักออกแบบสร้างสรรค์ผลงานระดับมืออาชีพ และโปรแกรมเมอร์

เนื้อหาโดยสรุป

  • ความคมชัด และสีสันที่เจิดจรัส ของจอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K มาพร้อมการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA
  • จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 34 Curved USB-C ให้ประสิทธิภาพที่แม่นยำเที่ยงตรง และประสบการณ์ดื่มด่ำอย่างที่สุด
  • Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C Monitors อัดแน่นด้วยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อมอบประสิทธิภาพจอที่โดดเด่น และฟีเจอร์ที่ให้ผลลัพธ์ของงานชั้นเยี่ยมในดีไซน์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยในที่ทำงาน

ด้วยจำนวนคนรุ่นใหม่ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดการทำงานเป็นจำนวนมาก เดลล์จึงให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการมอบประสบการณ์เหนือชั้นให้กับทั้งพนักงานและลูกค้า  การเพิ่มศักยภาพให้คนทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้นซึ่งรวมไปถึงจอมอนิเตอร์ที่เหมาะสม คือวิธีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การทำงานของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น อันจะส่งผลไปถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน ด้วยปริมาณข้อมูลที่ขยายเพิ่มอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความต้องการในการใช้เครื่องมือที่ช่วยสร้างการแสดงผลที่ดียิ่งขึ้น  ซึ่งผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการเพิ่มขึ้นในเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น รองรับความละเอียดสูงขึ้นได้หลายหน้าจอ เพื่อการทำงานหลายอย่างได้พร้อมๆ กัน และไม่แออัดพื้นที่ทำงาน ช่วยยกระดับการแสดงผลข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น  ทั้งนี้ จากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสถิติประชากร พร้อมกับที่คนยุคมิลเลนเนียลต่างทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ จอแสดงผลที่ให้การแสดงผลที่ดี ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของงาน จึงนับเป็นหัวใจหลักในการดึงดูดและรักษาคนทำงานที่มีความสามารถดีที่สุดไว้ได้

ในฐานะของแบรนด์จอแสดงผลอันดับหนึ่งของโลก เดลล์กำลังตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานแห่งอนาคตด้วยสายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp ใหม่ที่ให้นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการออกแบบที่ช่วยขับเคลื่อนผลลัพธ์ ด้วยจอที่ให้ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุด พร้อมประสบการณ์ที่โดดเด่นสำหรับผู้ใช้งาน จอมอนิเตอร์ใหม่ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ในสายงานบริการด้านการเงิน และการประกัน รวมถึงห้องค้าหลักทรัพย์ ฝ่ายวิเคราะห์ด้านการเงิน และการบัญชี ฝ่ายผลิตสื่อในส่วน post production ฝ่ายเขียนโปรแกรม และงานวิศวกรรม

จอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 32 4K USB-C และ 34 Curved USB-C มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญมากมาย Picture-by-Picture ช่วยให้สร้างคอนเทนต์หลายประเภทพร้อมกันได้จากพีซีต่างกันถึง 2 เครื่อง ทั้งบิวด์-อิน คีย์บอร์ด วิดีโอ และเมาส์ (KVM) ช่วยให้ผู้ใช้สลับการใช้งานไปมา และแก้ไขคอนเทนต์โดยใช้คีย์บอร์ดและเมาส์เพียงชุดเดียว  สายผลิตภัณฑ์จอมอนิเตอร์ UltraSharp ใหม่ ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อผ่าน USB-C ที่ชาร์จไฟจากแลปท็อปที่เชื่อมต่ออยู่ พร้อมกับส่งผ่านข้อมูล และสัญญาณวิดีโอได้ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยการใช้สายเคเบิลเดียวเพื่อช่วยลดความแออัดของสายเคเบิล

จอ UltraSharp ทั้งหมด ออกแบบมาโดยคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานเป็นหลัก จึงมาพร้อมฟีเจอร์มาตรฐานดังต่อไปนี้ 

  • ขาตั้งที่ปรับได้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อความสะดวกของผู้ใช้ ทั้งปรับให้สูงขึ้น ปรับเอียง หมุนรอบด้าน และหมุนได้รอบแกน
  • จอแบบ Flicker-free ที่ไม่มีแสงกระพริบ รวมถึง ComfortView ที่ช่วยลดการปล่อยแสงสีน้ำเงิน ช่วยให้สบายตา
  • Easy Arrange ในซอฟต์แวร์ Display Manager ช่วยจัดการแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำงานหลายงานได้พร้อมๆ กัน (multi-tasking)
  • มีโปรแกรม Premium Panel Exchange7 (เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีจุดสว่างของ pixel หรือ bright pixel defect ในหน้าจอ UltraSharp ตลอดเวลาที่อยู่ในช่วงการรับประกันจากเดลล์)
  • บริการ Advanced Exchange Service ของเดลล์ ครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี

“ในแง่ของการเป็นแบรนด์จอมอนิเตอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบของโลก เดลล์ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมล้ำหน้าด้วยการเป็นเจ้าแรกของอุตสาหกรรมในหลายๆ ด้านด้วยกัน” เคิร์ก เชลล์ รองประธานอาวุโส Dell Displays & Engineering กล่าว “สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล UltraSharp เราจะยังคงมุ่งมั่นในการมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการแสดงผลของภาพ ให้กับลูกค้าที่เป็นองค์กรธุรกิจของเรา”

Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) โชว์สีสันเจิดจ้า พร้อมความกระจ่างตา

ให้ประสบการณ์การใช้งานจอแสดงผลด้วยประสิทธิภาพโดดเด่น ด้วยรายละเอียดที่ตื่นตาตื่นใจ กับ Ultra HD 4K ที่ให้ความละเอียดของภาพมากกว่าจอแบบ Full HD ถึง 4 เท่า พร้อมได้รับการรับรอง DisplayHDR™ 400 จาก VESA ที่รองรับ content playback ในโหมด HDR เพื่อให้ภาพสวยงามตื่นตาตื่นใจสมจริง โดยภาพจะปรากฏในสีสันสดใสที่สะท้อนรายละเอียดซึ่งก่อนหน้านี้หาดูได้ค่อนข้างยากในระดับความสว่างถึง 400 nits (ความสว่างปกติ) และให้ความลึกของสีที่ 1.07 พันล้านสี  สิ่งที่มาพร้อมหน้าจอที่สว่างเจิดจ้าคือ InfinityEdge ที่ไร้ขอบเขตอย่างแท้จริง เพื่อประสบการณ์ในการชมภาพได้ชิดขอบจอในแบบ edge-to-edge

Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) ให้ประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และความดื่มด่ำในการรับชม

ค้นพบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ และประสิทธิภาพด้านความแม่นยำเที่ยงตรง ได้จากจอมอนิเตอร์ USB-C ขอบโค้งขนาด 34 นิ้ว ที่ยกระดับได้เหนือชั้นทั้งเรื่องงานและความบันเทิง  หน้าจอโค้งแบบ ultra-wide ขนาด 34 นิ้ว (WQHD (3440 x 1440) เทคโนโลยี IPS ด้วยสัดส่วน 21:9 ให้พื้นที่หน้าจอกว้างขวางในอุดมคติสำหรับการทำงานหลายงานพร้อมๆ กัน และมีลำโพงแบบดูอัล 9W ที่บิวด์อินมาในตัว เพื่อประสบการณ์สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง

Dell UltraSharp USB-C monitors 24 (U2419HC) และ 27 (U2719DC) ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ให้เห็นถึงรายละเอียดและความแม่นยำของสีสันที่สมจริงจากจอมอนิเตอร์ UltraSharp ที่รังสรรค์มาอย่างงดงาม ทั้งจอมอนิเตอร์ Dell UltraSharp 24 และ 27 USB-C มาในขนาดจอที่เล็ก และขอบบาง เพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย เหมาะเจาะอย่างยิ่งสำหรับออฟฟิศสมัยใหม่ที่มีพื้นที่ไม่กว้าง  InfinityEdge แบบไร้ขอบของแท้ มอบประสบการณ์การชมแบบ edge-to-edge เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้หลายจอต่อกันได้อย่างแนบเนียน ทั้งจอมอนิเตอร์ขนาด 24 นิ้ว (FHD) และ 27 นิ้ว (QHD) มาพร้อมสองทางเลือกที่แตกต่าง คือมีทั้งรุ่นปกติและรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ USB-C เพื่อประสิทธิภาพหน้าจอที่เหนือชั้นในนวัตกรรมการออกแบบที่ล้ำหน้า

“เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ ที่เดลล์ ก้าวมาอยู่แถวหน้าในเรื่องของจอมอนิเตอร์” โจน เพดดี้ ประธาน Jon Peddie Research กล่าว “การขยายสายผลิตภัณฑ์จอแสดงผลของเดลล์ เน้นให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเดลล์ ที่มุ่งตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าในการใช้งานจอแสดงผล”

ความพร้อมในการวางตลาด

  • Dell UltraSharp 32 4K USB-C Monitor (U3219Q) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 37,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 34 Curved USB-C Monitor (U3419W) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 34,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 Monitor (U2419H) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 9,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 24 USB-C Monitor (U2419HC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 11,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 Monitor (U2719D) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 18,700 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • Dell UltraSharp 27 USB-C Monitor (U2719DC) พร้อมวางจำหน่ายแล้วตอนนี้ ในประเทศไทย ด้วยราคา 19,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

 

เดลล์

ด้วยรางวัลที่ได้รับทั้งในส่วนของเดสค์ท็อป แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์แบบ 2-in-1 เครื่องธินไคลอันท์ เครื่องเวิร์คสเตชันที่ทรงพลัง และดีไวซ์ที่แข็งแรงทนทาน (rugged) ที่ผลิตขึ้นเพื่อสภาพการทำงานที่พิเศษโดยเฉพาะ ตลอดจนึงมอนิเตอร์ โซลูชันเพื่อการรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ปลายทาง และการบริการ เดลล์นำเสนอสิ่งที่คนทำงาน (workforce) ต้องการในการสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เพื่อการทำงานและการทำงานร่วมได้จากทุกที่ในทุกเวลา เดลล์เป็นส่วนหนึ่งของ Dell Technologies ที่มห้บริการลูกค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ไปจนถึงองค์กรทุกขนาดใน 180 ประเทศด้วยสายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับผู้ใช้

ความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทย กำลังตกเป็นรองประเทศอื่นๆ

EF จัดสำรวจความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของคนทั่วโลกจำนวน 1.3 ล้านคน

อีเอฟ เอดูเคชันเฟิสต์ (EF Education First) เปิดเผยผลการจัดอันดับความสามารถทางการใช้ภาษาอังกฤษประจำปีซึ่งสำรวจจากคนจำนวน 1.3 ล้านคนจาก 88 ประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักจากผลการสำรวจพบว่า ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยอยู่ในระดับต่ำ โดยประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 64 ของโลก ซึ่งล่วงลงจากอันดับที่ 53 ในปีก่อน  และหากเปรียบเทียบในระดับเอเชีย ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 16 จาก 21 ประเทศ

นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 8 ปี ที่ประเทศสวีเดนติดโผอันดับสูงสุดจากผลการทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ EF FPI ทำให้ประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งติดอันดับหนึ่งในปีที่แล้วลดลงมาเป็นอันดับที่ 2

ดร. มิน ทราน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายงานวิจัย กล่าวว่า “ผลสำรวจพบว่าในระยะเวลา 1 ปี อันดับความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทยตกลงไป 11 อันดับ” และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การสำรวจ EF EPI แสดงให้เห็นว่าประเทศและบุคคลที่ลงทุนในการศึกษาภาษาอังกฤษ และตระหนักถึงความสำคัญของภาษาซึ่งเป็นตัวผลักดันด้านการแข่งขัน จะเป็นประเทศและบุคคลที่มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลการจัดอันดับของ EF นี้ถูกนำมาเป็นข้อมูลอ้างอิงที่สำคัญของรัฐบาล บริษัท และผู้ให้ความรู้ เมื่อพูดถึงทักษะด้านภาษาอังกฤษ”

ผลการสำรวจประเด็นหลักๆ ของ EF EPI ปีนี้ได้แก่

  • ยุโรปยังคงเป็นผู้นำระดับโลกด้านความสามารถทางภาษาอังกฤษ โดย 8 ใน 10 อันดับประเทศที่มีความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษสูงสุดเป็นประเทศจากแถบยุโรป
  • นับเป็นครั้งแรกของประเทศในแถบเอเชียที่ติดโผ 3 อันดับแรก คือ สิงคโปร์ อยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก อย่างไรก็ตาม เอเชียยังคงมีช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาค และประเทศที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษต่ำสุด (ประเทศอุซเบกิสถาน อยู่อันดับที่ 86 ของโลก)

อันดับภูมิภาค

อันดับโลก

ประเทศในทวีปเอเชีย

ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ

1

3

ประเทศสิงคโปร์

สูงมาก

2

14

ประเทศฟิลิปปินส์

สูง

3

22

ประเทศมาเลเซีย

สูง

4

28

ประเทศอินเดีย

ปานกลาง

5

30

ฮ่องกง

ปานกลาง

6

31

ประเทศเกาหลีใต้

ปานกลาง

7

41

ประเทศเวียดนาม

ปานกลาง

8

44

มาเก๊า

ปานกลาง

9

47

ประเทศจีน

ต่ำ

10

48

ประเทศไต้หวัน

ต่ำ

11

49

ประเทศญี่ปุ่น

ต่ำ

12

50

ประเทศปากีสถาน

ต่ำ

13

51

ประเทศอินโดนีเซีย

ต่ำ

14

58

ประเทศศรีลังกา

ต่ำ

15

63

ประเทศบังกลาเทศ

ต่ำ

16

64

ประเทศไทย

ต่ำ

17

80

ประเทศคาซัคสถาน

ต่ำมาก

18

82

ประเทศพม่า

ต่ำมาก

19

84

ประเทศอัฟกานิสถาน

ต่ำมาก

20

85

ประเทศกัมพูชา

ต่ำมาก

21

86

ประเทศอุซเบกิสถาน

ต่ำมาก

  • แอฟริกาแสดงถึงความสามารถด้านภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นกว่าภูมิภาคอื่น ๆ โดยประเทศแอลจีเรีย อียิปต์ และแอฟริกาใต้ ได้พัฒนาเพิ่มขึ้น 2 คะแนนหรือมากกว่า
  • ละตินอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่แสดงถึงความสามารถด้านภาษาอังกฤษโดยรวมลดลงเล็กน้อย ผลคะแนนในภูมิภาคยังคงสม่ำเสมอกว่าที่อื่นๆ โดยมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างประเทศที่มีระดับความสามารถภาษาอังกฤษต่ำสุดและสูงสุด
  • ผู้หญิงยังคงมีทักษะด้านภาษาอังกฤษดีกว่าผู้ชาย โดยความสามารถด้านการใช้ภาษาอังกฤษระหว่างสองเพศจากทั่วโลกเริ่มแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา
  • ผลสำรวจในแบบสหสัมพันธ์พบว่า ความสามารถทางภาษาอังกฤษในประเทศส่งผลต่อความเท่าเทียม โดยประเทศที่มีความสามารถทางการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นจะมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น โดยพบว่าจำนวนเด็กผู้หญิงในประเทศเหล่านี้ได้รับโอกาสในการเรียนหนังสือเพิ่มขึ้นอีกทั้งยังมีบัญชีเงินฝากในชื่อตัวเองอีกด้วย

EF EPI คือ การวัดคะแนนการทดสอบ จากการวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้ใหญ่ฟรี มาตรฐานแรกของโลก ซึ่งพันกว่าโรงเรียน บริษัท และรัฐบาลทั่วโลก ใช้ EF SET สำหรับการทดสอบขนาดใหญ่

สามารถดูรายงานผลการจัดอันดับระดับภูมิภาคด้านความสามารถภาษาอังกฤษ EF EPI ปี 2561 ที่ข้อมูลด้านล่างและดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.ef.com/epi

 

เกี่ยวกับ อีเอฟ เอดูเคชันเฟิสต์

อีเอฟ เอดูเคชันเฟิสต์ สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลก เชี่ยวชาญเรื่องภาษา การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา หลักสูตรการศึกษาเชิงวิชาการและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม EF ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2508 มีโรงเรียนและสำนักงาน 580 แห่งมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

การจัดอันดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษระดับประเทศและภูมิภาค ในปี 2561

อันดับ

ประเทศ หรือ ภูมิภาค

ระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ

1

ประเทศสวีเดน

สูงมาก

2

ประเทศเนเธอร์แลนด์

สูงมาก

3

ประเทศสิงคโปร์

สูงมาก

4

ประเทศนอร์เวย์

สูงมาก

5

ประเทศเดนมาร์ก

สูงมาก

6

ประเทศแอฟริกาใต้

สูงมาก

7

ประเทศลักเซมเบิร์ก

สูงมาก

8

ประเทศฟินแลนด์

สูงมาก

9

ประเทศสโลวีเนีย

สูงมาก

10

ประเทศเยอรมนี

สูงมาก

11

ประเทศเบลเยียม

สูงมาก

12

ประเทศออสเตรีย

สูงมาก

13

ประเทศโปแลนด์

สูง

14

ประเทศฟิลิปปินส์

สูง

15

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สูง

16

ประเทศโรมาเนีย

สูง

17

ประเทศโครเอเชีย

สูง

18

ประเทศเซอร์เบีย

สูง

19

ประเทศโปรตุเกส

สูง

20

ประเทศเช็กเกีย

สูง

21

ประเทศฮังการี

สูง

22

ประเทศมาเลเซีย

สูง

23

ประเทศกรีซ

สูง

24

ประเทศสโลวาเกีย

สูง

25

ประเทศบัลแกเรีย

สูง

26

ประเทศลิทัวเนีย

สูง

27

ประเทศอาร์เจนตินา

สูง

28

ประเทศอินเดีย

ปานกลาง

29

ประเทศไนจีเรีย

ปานกลาง

30

ฮ่องกง

ปานกลาง

31

ประเทศเกาหลีใต้

ปานกลาง

32

ประเทศสเปน

ปานกลาง

33

ประเทศเลบานอน

ปานกลาง

34

ประเทศอิตาลี

ปานกลาง

35

ประเทศฝรั่งเศส

ปานกลาง

36

ประเทศคอสตาริกา

ปานกลาง

37

สาธารณรัฐโดมินิกัน

ปานกลาง

38

ประเทศเบลารุส

ปานกลาง

39

ประเทศเซเนกัล

ปานกลาง

40

ประเทศอุรุกวัย

ปานกลาง

41

ประเทศเวียดนาม

ปานกลาง

42

ประเทศรัสเซีย

ปานกลาง

43

ประเทศยูเครน

ปานกลาง

44

มาเก๊า

ปานกลาง

45

ประเทศจอร์เจีย

ต่ำ

46

 ประเทศชิลี

ต่ำ

47

ประเทศจีน

ต่ำ

48

ประเทศไต้หวัน

ต่ำ

49

ประเทศญี่ปุ่น

ต่ำ

50

ประเทศปากีสถาน

ต่ำ

51

ประเทศอินโดนีเซีย

ต่ำ

52

ประเทศแอลเบเนีย

ต่ำ

53

ประเทศบราซิล

ต่ำ

54

ประเทศเอธิโอเปีย

ต่ำ

55

ประเทศกัวเตมาลา

ต่ำ

56

ประเทศปานามา

ต่ำ

57

ประเทศเม็กซิโก

ต่ำ

58

ประเทศศรีลังกา

ต่ำ

59

ประเทศเปรู

ต่ำ

60

ประเทศโคลอมเบีย

ต่ำ

61

ประเทศโบลิเวีย

ต่ำ

62

ประเทศอียิปต์

ต่ำ

63

ประเทศบังกลาเทศ

ต่ำ

64

ประเทศไทย

ต่ำ

65

ประเทศเอกวาดอร์

ต่ำ

66

ประเทศอิหร่าน

ต่ำมาก

67

ประเทศโมร็อกโก

ต่ำมาก

68

ประเทศตูนิเซีย

ต่ำมาก

69

ประเทศฮอนดูรัส

ต่ำมาก

70

ประเทศเอลซัลวาดอร์

ต่ำมาก

71

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ต่ำมาก

72

ประเทศนิการากัว

ต่ำมาก

73

ประเทศตุรกี

ต่ำมาก

74

ประเทศจอร์แดน

ต่ำมาก

75

ประเทศเวเนซุเอลา

ต่ำมาก

76

ประเทศซีเรีย

ต่ำมาก

77

ประเทศอาเซอร์ไบจาน

ต่ำมาก

78

ประเทศคูเวต

ต่ำมาก

79

ประเทศโอมาน

ต่ำมาก

80

ประเทศคาซัคสถาน

ต่ำมาก

81

ประเทศแอลจีเรีย

ต่ำมาก

82

ประเทศพม่า

ต่ำมาก

83

ประเทศซาอุดีอาระเบีย

ต่ำมาก

84

ประเทศอัฟกานิสถาน

ต่ำมาก

85

ประเทศกัมพูชา

ต่ำมาก

86

ประเทศอุซเบกิสถาน

ต่ำมาก

87

ประเทศอิรัก

ต่ำมาก

88

ประเทศลิเบีย

ต่ำมาก

 

ออเนอร์ ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนศึกการแข่งขัน AFF SUZUKI CUP 2018!
มอบสมาร์ทโฟน HONOR 8X จำนวน 1 เครื่อง ต่อ การทำประตู 1 ลูก

เมื่อเร็วๆนี้ ออเนอร์ได้เปิดตัว HONOR 8X สมาร์โฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมทั้งประกาศการร่วมมือสนับสนุนในศึกการแข่งขัน AFF Suzuki Cup 2018 ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ออเนอร์มุ่งหวังที่จะสร้างการมีส่วนร่วมและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น  ออเนอร์คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำที่มาพร้อมสโลแกน “For the Brave” ซึ่งแบรนด์ออเนอร์ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางอินเทอร์เน็ตที่ให้ประการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และช่วยสนับสนุนให้กลุ่มคนรุ่นใหม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ด้วยคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ที่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่มีความหลงใหลและกล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง ออเนอร์จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์มากมายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวต่อกลุ่มผู้ใช้งานในประเทศไทย อาทิ HONOR Play, HONOR 10 และสมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิงระดับโรงภาพยนตร์อย่าง HONOR 8X  นอกจากนี้ออเนอร์ยังจัดกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ได้แก่ กิจกรรมแข่งเกมแบบออฟไลน์อย่าง ‘Play with HONOR’ และการกิจกรรมเฟ้นหาหนุ่มรุ่นใหม่ในฐานะ Perfect X เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมรวมถึงเปิดโอกาสให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้สัมผัสและเข้าใจถึงคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ซึ่งในครั้งนี้ออเนอร์ได้ร่วมสนับสนุนในศึกการแข่งขัน AFF Suzuki Cup 2018 เพื่อร่วมเชียร์ไปพร้อมเยาวชนคนรุ่นใหม่ และส่งกำลังใจถึงนักแตะทีมชาติไทยให้คว้าแชมป์ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยออเนอร์ได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษ #ONEGOALONEHONORTH เพื่อมอบสมาร์ทโฟน HONOR 8X จำนวน 1 เครื่อง ต่อการทำประตู 1 ลูก ให้กับแฟนๆและผู้โชคดี เพื่อฉลองการทำประตูของนักเตะทีมชาติไทยในศึก AFF Suzuki Cup 2018 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ https://www.facebook.com/HonorThai/photos/a.1581147188646672/1958750634219657/?type=3&theater

พิเศษสุด! เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ ออเนอร์ยังมอบบัตรเข้าชมการแข่งขันนัดสำคัญที่ทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขัน ติดตามอัพเดทข่าวสารและกติกาการร่วมสนุกผ่านช่องทาง HONOR fans club ที่เว็บไซต์ https://club.hihonor.com/th/index บอกได้เลยว่างานนี้มีแจกบัตรและของรางวัลอื่นๆอีกเพียบ!

Page Visitor

019715288
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
16132
51261
221525
1115067
1643254
19715288
Your IP: 3.230.173.249
2021-04-22 07:37