BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

รีจัส มอบบริการใหม่ล่าสุด ให้สมาชิกเข้าถึงเครือข่ายพื้นที่สำนักงานที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลก

  • บริการใหม่นี้จะช่วยสมาชิกสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นจากทั่วทุกมุมโลก
  • รองรับการเข้าถึงทุกเครือข่ายบริษัทที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,500 แห่ง ใน 120 ประเทศ และกว่า 1,100 เมืองทั่วโลก

Regus (รีจัส) ผู้นำด้านการให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลกเผยรูปแบบบริการใหม่ล่าสุด ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิก ด้วยสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงพื้นที่สำนักงานที่ให้ความยืดหยุ่นได้จากทั่วทุกมุมโลก

เพื่อตอบสนองความต้องการในรูปแบบการทำงานทั่วโลก ที่มีความแตกต่างกันไม่ว่าจะในเชิงธุรกิจหรือส่วนบุคคลก็ตาม รีจัส จึงขอนำเสนอบริการใหม่ 3 รูปแบบสำหรับสมาชิก ได้แก่ สมาชิกห้องรับรองทางธุรกิจ (Lounge), สมาชิกโคเวิร์กกิ้งและสมาชิกสำนักงานออฟฟิศ ซึ่งมอบสิทธิการทำงานที่ยืดหยุ่นให้แก่สมาชิกรีจัส ไม่ว่าจะเพียงต้องการใช้ห้องรับรองเพื่อตอบอีเมลล์เท่านั้น หรือใช้สำนักงานออฟฟิศเพื่อการประชุมที่มีความส่วนตัวมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสิทธิประโยชน์สำหรับการเป็นสมาชิกครั้งใหม่นี้ จะช่วยให้สมาชิกทุกคนได้รับความสะดวกในการทำงานที่ให้ความยืดหยุ่นนี้ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงสมาชิกทุกคนจะได้พบกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่จากพื้นที่สำนักงานต่างๆ กว่า 3,500 แห่ง ใน 120 ประเทศและกว่า 1,100 เมืองทั่วโลก ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 93 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (ประมาณ 2,390 บาทไทยต่อเดือน)

ผลการสำรวจล่าสุดเปิดเผยตัวเลขที่สูงขึ้นของการใช้พื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเช่าพื้นที่สำนักงานแบบชั่วคราว หรือการใช้โคเวิร์กกิ้งสเปซที่มากขึ้นทั้งในส่วนของบริษัทผู้ประกอบการหรือส่วนบุคคลเองก็ตาม และเมื่อไม่นานมานี้ IWG ในฐานะบริษัทแม่ของผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานอย่าง รีจัส ได้เผยข้อมูลผลสำรวจจากนักธุรกิจชั้นนำจำนวนกว่า 18,000 คน โดยพบว่าในทุกๆ สัปดาห์จะมีพนักงานจำนวนกว่าร้อยละ 70 ที่ทำงานนอกสถานที่ ซึ่งจำนวนมากกว่าร้อยละ 50 ของกลุ่มนี้ ทำงานนอกสถานที่เป็นจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งของสัปดาห์ ทั้งยังพบอีกว่าคุณพ่อคุณแม่ในวัยทำงานจำนวนถึงร้อยละ 85 ต้องการให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน ขณะที่ร้อยละ 81 เชื่อว่าการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตให้แก่พนักงานถือเป็นสวัสดิการที่ดีที่สุด

รีจัส เป็นผู้บุกเบิกการให้บริการพื้นที่สำนักงานพร้อมใช้ที่ให้ความยืดหยุ่นในปี พ.ศ.2532 ณ ประเทศเบลเยี่ยม ก่อนจะเริ่มขยายสาขาไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวการบริการใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกเพื่อให้เหล่าคนทำงานสามารถทำงานได้จากทั่วทุกมุมโลก ทั้งพื้นที่สำนักงานให้เช่า ห้องประชุม และโคเวิร์กกิ้งสเปซ ซึ่งปัจจุบัน รีจัส มีพื้นที่สำนักงานให้บริการกว่า 1,000 แห่ง ในอเมริกา 350 แห่งในอังกฤษและกว่า 100 แห่งทั้งในประเทศแคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์ และอีกมากมายหลายประเทศ โดยในปีนี้ รีจัส คาดว่าจะเดินหน้าขยายเปิดสาขาแรกในสาธารณรัฐโดมินิกัน, กายอานา, จาเมกาและทาจิกิสถาน ตามลำดับ

สำหรับสิทธิในการใช้บริการจากแพ็คเกจการเป็นสมาชิกรูปแบบใหม่นี้ สมาชิกทุกท่านจะสามารถเข้าใช้บริการได้ทุกๆ สาขาของบริษัทฯ ในจำนวนกว่า 120 ประเทศทั่วโลกด้วยค่าบริการรายเดือนแบบสบายกระเป๋า

อีกทั้งในทุกๆ สาขายังติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย พร้อมให้บริการด้านอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และมีพนักงานคอยดูแลต้อนรับ รวมถึงพื้นที่ห้องครัวและรูปแบบพื้นที่ทำงานที่หลากหลายเพื่อการทำงานได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่การทำงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ออฟฟิศส่วนตัว และห้องประชุมแบบครบวงจร

นอกจากนี้ รีจัส ซึ่งนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของ IWG บริษัทแม่ของผู้นำให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลก ยังได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับเหล่าสมาชิกให้สามารถเข้าใช้บริการสำนักงานพื้นที่ให้เช่าจาก SPACES และ No18 ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัท IWG ได้อีกด้วย

คุณเอียน ฮอลเลทท์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มรีจัส เผยว่า “ปัจจุบันเราได้ก้าวสู่จุดแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เหล่าบุคลากรและนักธุรกิจทั่วโลกนั้น ให้ความสนใจและใช้บริการพื้นที่ทำงานที่ให้ความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเองได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งสิทธิประโยชน์ใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกนี้ จะช่วยให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและเข้าถึงเครือข่ายพื้นที่สำนักงาน และโคเวิร์กกิ้งทั่วโลก ที่เริ่มตั้งแต่เมืองออลบอร์ ณ ประเทศเดนมาร์ก ไปจนถึงเมืองจูไห่ ณ ประเทศจีนและสาขาต่างๆ อีกมากมาย โดยเหล่าสมาชิกยังสามารถเข้าใช้พื้นที่สำนักงานได้อย่างครอบคลุมทั่วโลกด้วยราคาที่คุ้มค่าที่สุดอีกด้วย”

คุณโนเอล โค้ก ผู้อำนวยการใหญ่ รีจัส ประจำประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี เผยว่า รีจัส ผู้นำด้านการให้บริการพื้นที่สำนักงานระดับโลก ที่มอบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับธุรกิจทั่วโลก นับเป็นเครือข่ายกว้างใหญ่ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นจากทุกพื้นที่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือลงทุนในการจัดตั้งสำนักงาน อีกทั้งผลประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ ไม่ได้มีเพียงแต่การจ่ายเงินสำหรับพื้นที่ทำงานที่พวกเขาต้องการเท่านั้น แต่ลูกค้าสามารถที่จะปรับเพิ่มหรือลดพื้นที่ทำงานได้ตามความจำเป็นและความต้องการ ไม่ว่าจะต้องการพื้นที่เพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงหรือเป็นเวลาหลายปี และยิ่งไปกว่านั้นยังบริการดูแลและจัดการสำนักงานของคุณได้อย่างเต็มรูปแบบด้วยสัญญาเพียงฉบับเดียว ทั้งการสรุปรายงานความคืบหน้าต่างๆ รวมถึงบริการดูแลและบริการลูกค้าสัมพันธ์ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

รีจัส พื้นที่บริการสำนักงานให้เช่านั้นมีเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมกว่า 21 แห่งทั่วประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และศรีราชา ซึ่งล่าสุดได้ขยายสาขาที่ 21 บนชั้น 30 ณ สิงห์ คอมเพล็กซ์
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรีจัส สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ www.regus.co.th
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้บริการที่ครอบคลุมเหนือระดับ ของการเป็นสมาชิกรีจัสสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ https://www.regus.com/membership.

 

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้เช่า

  • รีจัส มอบสิทธิประโยชน์ใหม่ล่าสุดสำหรับสมาชิกจำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่
    • Lounge (เลาจน์) ห้องรับรองทางธุรกิจ สามารถเข้าใช้พื้นที่ทำงานของรีจัสได้ในทุกสาขาทั่วโลก
    • โคเวิร์กกิ้ง สิทธิประโยชน์ที่ได้มากกว่าห้องรับรองธุรกิจ (Lounge) แต่ยังสามารถช่วยให้คุณทำงานได้จากพื้นที่โคเวิร์กกิ้งอีกด้วย
    • สำนักงานออฟฟิศ นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีทั้งจากห้องรับรองธุรกิจและโคเวิร์กกิ้งแล้ว รีจัส ยังให้บริการที่ครอบคลุมถึงพื้นที่สำนักงานให้เช่า เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวและมอบกรรมสิทธิ์          ที่เหนือกว่าใคร
  • รีจัส มีเครือข่ายครอบคลุมแต่ละประเทศ ดังนี้
    • สหรัฐอเมริกา จำนวนกว่า 1,000 แห่ง
    • อังกฤษ จำนวน 350 แห่ง (รวมทั้ง 14 แห่งในสาธารณรัฐไอร์แลนด์)
    • มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 100 แห่ง ทั้งในประเทศแคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์
    • ออสเตรเลียและบราซิลมีสาขาให้บริการกว่า 75 แห่ง
    • อิตาลี แอฟริกาใต้ และสเปน มีสาขาให้บริการกว่า 50 แห่ง
    • เครือข่ายครอบคลุมกว่า 20 แห่งใน ออสเตรีย เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฮ่องกง อินโดนีเซีย อิสราเอล มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ รัสเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ไทย ตุรกีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
    • และอีกมากมายกว่า 120 ประเทศ 1,100 เมืองทั่วโลกในย่านธุรกิจสำคัญ
  • รีจัสตั้งเป้าที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยความถี่ที่มากที่สุดคือวันละสาขา

 

เกี่ยวกับรีจัส

Regus ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่สำนักงานพร้อมใช้ชั้นนำระดับโลกที่มีเครือข่ายออฟฟิศ โคเวิร์คกิ้งสเปซและห้องประชุมอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจใหม่ๆ และสนับสนุนทุกโอกาสในการพัฒนาธุรกิจแบบไร้พรมแดน

เครือข่ายพื้นที่ทำงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของเรา จะสามารถช่วยทุกธุรกิจสามารถดำเนินงานได้ในเกือบทุกเมืองทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน โดยจะไม่มีภาระด้านค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนเพื่อการก่อตั้งแต่อย่างใด พร้อมมอบบริการในการดูแลและจัดการอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ยังได้ดีไซน์พื้นที่สำนักงานพร้อมใช้แบบพิเศษ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสามารถเข้าถึงคอมมิวนิตี้ระดับโลก ที่รวบรวมกลุ่มคนระดับมืออาชีพที่มีความสนใจคล้ายๆ กันมากถึง 2.5 ล้านคน ได้อย่างทันที

ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ
https://www.regus.co.th/en-gb
https://www.facebook.com/RegusTH/
www.linkedin.com/company/regus

ทาทา สตีล ใส่ใจคุณภาพตามมาตรฐาน มอก. ใหม่ ความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาก่อน
พร้อมแนะ 5 ข้อพิจารณาต้องรู้ในการเลือกเหล็ก

บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นผลิตสินค้าตามมาตรฐาน มอก.ปรับปรุงใหม่ เผยวิธีการเลือกเหล็กมาตรฐาน ท่ามกลางสภาวะเหล็กล้นตลาด แนะผู้บริโภคพิจารณาความปลอดภัยของโครงสร้างมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมคุณภาพของเหล็กเส้นก่อสร้างอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นค่าเคมีซึ่งมีผลต่อความสม่ำเสมอของเหล็กเส้นในการรับน้ำหนักสิ่งก่อสร้าง การระบุชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตเพื่อการสอบกลับได้ของผลิตภัณฑ์ การระบุประเภทของกระบวนการผลิตเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ 

นายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ - การตลาดและการขาย บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของเหล็กเส้นก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมาตรฐานระดับโลก เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาก่อน และเพื่อช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมก่อสร้างให้เกิดการเติบโตและพัฒนาตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ของภาครัฐ ด้วยการลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจสอบคุณภาพที่ทันสมัย ผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพโดยการควบคุมการผลิตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดแยกเศษเหล็กที่มีคุณภาพ การเก็บตัวอย่างเพื่อทดสอบค่าเคมี การตรวจสภาพเหล็กแท่ง การควบคุมขนาดและน้ำหนัก การตรวจสอบคุณสมบัติทางกลของสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าเหล็กเส้นก่อสร้างทุกเส้นที่ผลิต มีคุณภาพเหมาะกับการใช้งานและมีส่วนสำคัญในการทำให้โครงสร้างอาคารแข็งแรง ปลอดภัย เพราะเหล็กเส้นจะอยู่คู่กับโครงสร้างอาคารไปตลอดอายุของอาคารนั้นๆ ซึ่งส่งผลระยะยาวต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย รวมถึงเหล็กเส้นคุณภาพดีจะทำให้งานก่อสร้างเสร็จไว ไม่ต้องมีการรื้อหรือแก้งานในภายหลัง เพื่อให้ทุกโครงการก่อสร้างที่เลือกใช้เหล็กคุณภาพดีอย่างทาทา ทิสคอน มีความปลอดภัยสูงขึ้น

นอกจากนั้น ท่ามกลางภาวะเหล็กเส้นล้นตลาด ซึ่งอาจมีเหล็กที่ไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน มอก. ปะปนอยู่ในตลาด ในฐานะผู้นำการผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จึงตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกใช้เหล็กของผู้บริโภคให้ได้เหล็กเส้นก่อสร้างที่ได้คุณภาพ เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้สร้างบ้าน รวมทั้งการลงทุนของภาครัฐ และภาคเอกชน โดยจุดสังเกตเหล็กที่ได้คุณภาพ ตามมาตรฐาน มอก. สามารถพิจารณาได้จาก 5 จุดสังเกต ต่อไปนี้

  1. ตัวนูนบนเนื้อเหล็ก จะต้องแสดงข้อมูลที่จำเป็นดังต่อไปนี้บนเนื้อเหล็กเส้นกลม เหล็กเส้นข้ออ้อยทุกเส้น ได้แก่ เครื่องหมายการค้า โรงงานผู้ผลิต ประเภทของสินค้า ชั้นคุณภาพ ขนาด และที่สำคัญต้องบ่งบอกถึงกระบวนการผลิตด้วย เช่น EF ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตเหล็กของบริษัทด้วยเตาหลอมไฟฟ้าที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่และรักษาสิ่งแวดล้อม
  2. ผิวเหล็ก เหล็กเส้นกลม ต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีปีก ไม่มีลูกคลื่น หน้าตัดต้องกลม ไม่เบี้ยว ผิวไม่มีรอยปริแตก ในขณะที่เหล็กเส้นข้ออ้อย ต้องมีระยะห่างของบั้งเท่ากันและสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น ผิวไม่มีรอยปริแตกร้าว
  3. ขนาดและน้ำหนัก เหล็กที่ดีต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักถูกต้องตามที่ มอก. ระบุ
  4. ดัดโค้งได้โดยไม่ปริแตก เหล็กเส้นก่อสร้างมักจะถูกนำไปดัดเพื่อให้เข้ากับรูปทรงของสิ่งก่อสร้าง ซึ่งเหล็กเส้นที่ดีเมื่อทำการดัดโค้งตามมาตรฐานแล้วจะต้องไม่ปริแตกและหักง่าย
  5. ไม่เป็นสนิม เหล็กเส้นที่ดีต้องไม่เป็นสนิมขุม เพราะสนิมขุมจะกินเข้าไปในเนื้อเหล็ก ทำให้ความแข็งแรงของเหล็กลดลง ในขณะที่สนิมผิวสามารถเกิดบนผิวเหล็กได้ ไม่เป็นอันตรายต่อการใช้งานและกำลังรับแรงดึงของเหล็กเส้น วิธีสังเกตสนิมผิว ให้ใช้ผ้าหรือกระดาษทรายขัดตรงที่เป็นสนิม ถ้าสนิมสามารถหลุดออกง่ายไม่มีรอยสนิมฝังลึกในเนื้อเหล็ก แสดงว่าเป็นสนิมผิวสามารถใช้งานได้ แต่ถ้าขัดแล้วพบสนิมฝังลึกในเนื้อเหล็กหรือสนิมขัดไม่ออก แสดงว่าเป็นสนิมขุม ไม่ควรนำมาใช้งาน

สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคควรคำนึงถึง ก็คือเหล็กเส้นที่มีกระบวนการผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อการใช้งานสิ่งก่อสร้างที่ปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งนอกจากการผลิตและควบคุมคุณภาพสินค้าของบริษัทฯ ให้เป็นไปตาม มอก. ฉบับใหม่แล้ว บริษัทฯยังได้ยกระดับในเชิงคุณภาพให้เหนือกว่าขึ้นไปอีก เช่น การคิดค้นและพัฒนาเหล็กเส้นก่อสร้างให้มีความเหนียวสูง สามารถดัดโค้งได้ง่ายโดยไม่แตกร้าว การพัฒนาครีบ-บั้งของเหล็กเส้นข้ออ้อยให้ยึดเกาะกับปูนได้ดีขึ้นด้วยการคำนวนค่าพื้นที่ในการยึดเกาะปูน ซึ่งไม่มีกำหนดไว้ในมาตรฐานไทย แต่มีระบุไว้ในมาตรฐานต่างประเทศ มีการผลิตเหล็กที่มีสิ่งเจือปนต่ำเพื่อความแข็งแรงและความปลอดภัยในการใช้งานเหล็กเส้นก่อสร้าง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทางบริษัทฯได้ทำการคิดค้นและพัฒนา เพื่อยกระดับสินค้าให้มีคุณภาพสูงขึ้น มีมูลค่ามากขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทยมีการเติบโตที่มั่นคง ยั่งยืน และมีมูลค่าสูงทัดเทียมกับนานาประเทศ นายชัยเฉลิม กล่าวทิ้งท้าย

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสระแก้ว ขอเชิญร่วมงานมหกรรมแสดงสินค้าและเปิดตลาดเส้นทางการท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว Road Show พบกับการจำหน่ายสินค้าของดี จังหวัดสระแก้ว รวมถึงโปรโมชั่นจากโรงแรมชั้นนำ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย 14 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 10.30-19.00น. ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเจเจ มอลล์

UAC รับรางวัลหุ้นยั่งยืน 3 ปีซ้อน 

บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC โดย คุณชัชพล ประสพโชค กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้แทนรับรางวัล Thailand Sustainability Investment (THSI) หุ้นยั่งยืน  ภายในงาน SET Sustainability Awards 2018 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จาก นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม  ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เช็คอิน 4 หมู่บ้าน “ซีไอวี” ดีต่อใจ เก๋ไก๋กับไลฟ์สไตล์โลคอล!!

การท่องเที่ยวในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การนันทนาการอีกต่อไป ทำให้จุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนได้มุ่งไปที่ “การค้นหาประสบการณ์” โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในแบบฉบับวิถีชาวบ้านและชุมชน ที่ในปัจจุบันกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวได้เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ไล่เรียงมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาวไปจนกระทั่งวัยเกษียณ โดยกระแสดังกล่าวยังทำให้หลาย ๆ ท้องถิ่นได้หันมาพัฒนาสินค้าและบริการ พร้อมสร้างคาแรคเตอร์เพื่อดึงดูดชื่อเสียงและเม็ดเงินให้กับชุมชนได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ชุมชนท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ฯลฯ ซึ่งรูปแบบเหล่านี้ยังทำให้การท่องเที่ยวในประเทศไทย เปลี่ยนจากการกระจุกตัวไปสู่การกระจายตัวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

“AECS ” ชี้ ดัชนีแกว่งตัวตามกรอบ 1,665-1,705 จุด
ประเมินหุ้นไทย ไต่ระดับแบบทรงตัว ชู BH , CPN , BEM , BANPU , TOP

บล. เออีซี ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย สัปดาห์นี้ คาด SET Index ผันผวนในกรอบ แนวรับ –แนวต้านที่ 1,665 - 1,705 จุด พร้อมแนะลงทุนหุ้นเข้าสู่ช่วง Earnings Season ชู BH , CPN , BEM , BANPU , TOP น่าจับตา ขณะที่ตลาดต่างประเทศมีแรงดีดตัวขึ้นของ US Bond Yield หลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และการขยายตัวของค่าจ้างรายชั่วโมง เดือนต.ค.ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงแนะลงทุนตามกรอบกลยุทธ์ทางเทคนิค 

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้คาด SET Index ผันผวนในกรอบโดยประเมินแนวรับ-แนวต้านที่ 1,665-1,705 จุด พร้อมจับตาหุ้นเข้าสู่ช่วง Earnings Season แนะนำ โดยเฉพาะในวันที่ 8 - 9 พ.ย.นี้ แนะนำลงทุน หุ้น BH , CPN , BEM , BANPU , TOP

โดยฝ่ายวิจัย มองว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัวจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน จึงได้คัดเลือกหุ้น 2 กลุ่ม ซึ่งมาจากการใช้ Bloomberg Screening ดังนี้ 1) Earning Growth (หุ้นกลุ่มที่ Consensus คาดกำไรช่วง 3Q61/ หรือประกาศแล้ว โต YoY , กำไรช่วง 4Q61 และปี 61-62 โต YoY) ได้แก่ STEC , BDMS   2) Q3 Bottom (หุ้นกลุ่มที่คาดกำไรช่วง 3Q61/ หรือประกาศแล้ว หดตัว QoQ ต่อเนื่องจากช่วง 1Q61-2Q61 และคาดฟื้นตัวช่วง 4Q61) ได้แก่ BLA  , SCCC  , AH  ทั้งนี้ กลุ่มที่คาด Outperform ตลาด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (COMM) เลือก ROBINS , HMPRO กลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์ (TRANS) เลือก AOT , BEM

สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาในต่างประเทศ สัปดาห์นี้มองว่า ตลาดหุ้นต่างประเทศจะมีทิศทางผันผวน โดยมีแรงกดดันหลักจาก การดีดตัวขึ้นของ US Bond Yield หลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และการขยายตัวของค่าจ้างรายชั่วโมง เดือน ต.ค.ที่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดการ ส่งผลให้ตลาดปรับความคาดหวังต่อการที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้ง ในปีหน้าเป็น 26.5% จากเพียง 19% ในช่วงสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลงต่อ โดยแม้สหรัฐฯ เริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. แต่คาดผลกระทบจากการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านเนื่องจากมีกำลังการผลิตที่เข้ามาชดเชยจาก สหรัฐฯ, รัสเซีย และซาอุฯ บวกกับความต้องการใช้พลังงานโลกมีทิศทางลดลงจากผลกระทบของ Trade War อีกทั้งสหรัฐฯ ได้ประกาศผ่อนผันให้ 8 ประเทศให้สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านได้ต่อ

อีกทั้ง ความผันผวนในช่วงเลือกตั้ง Midterm ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. นี้ หากรีพับลิกันยังคงได้ที่นั่งในสภาทั้ง 2 เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น (เดิมรีพับลิกันมีเสียงในสภาผู้แทน 54%) จะเป็นสัญญาณว่าชาวอเมริกันตอบรับ America First ดี และมีแนวโน้มที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่มความเข้มข้นของนโยบายดังกล่าวมากขึ้น

AGE รับรางวัล Thailand Sustainability Investment 2018

นางสาวปณิตา ควรสถาพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE รับรางวัล Thailand Sustainability Investment (THSI) หรือ หุ้นยั่งยืน ภายในงาน SET Sustainability Awards 2018 จาก นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กร ที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารภายใต้หลักบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance : ESG)  ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีในทางเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ในระยะยาว ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Gossip News

***... โค้งสุดท้าย ก่อนสิ้นปีนี้ กับโปรสุดแรง ที่เตรียมมามอบให้กับผู้ที่มองหาคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่คุณภาพเยี่ยม บนทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ล่าสุดค่าย อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ โดยผู้บริหารหนุ่มหล่อ คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดใหญ่ ใส่เต็มกับแคมเปญสุดพิเศษ “000  DEALS โปรฯเสียศูนย์ สัญญา 0 บ. / ผ่อน 0 บ. / จ่าย 0 บ.* กับ 10 คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ใกล้รถไฟฟ้า อาทิ โครงการ ไอดีโอ คิว สยาม-ราชเทวี, โครงการ คิว ชิดลม-เพชรบุรี, โครงการ ไอดีโอ โมบิ อโศก, โครงการ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 66, โครงการ ไอดีโอ โมบิ วงศ์สว่าง-อินเตอร์เชนจ์, โครงการ ไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์, โครงการ ไอดีโอ โอทู, โครงการ ไอดีโอ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์, โครงการ ไอดีโอ พหลโยธิน-จตุจักร และ โครงการ ไอดีโอ สุขุมวิท 93 ในราคาเริ่มต้น 2.3 – 8.8 ล้าน* (เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด) พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดเกินห้ามใจ ฟรีสัญญา / อยู่ฟรี 2 ปี / ฟรีค่าโอนฯ* รีบจอง ก่อนโดนมาตรการเข้ม แล้วพบกัน ในวันที่ 24 - 25 พ.ย. นี้ที่ Sales Gallery ทุกโครงการที่เข้าร่วมแคมเปญสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02 316 2222 หรือ www.ananda.co.th …***

9 กลเม็ดมัดใจลูกน้อง ของ Super Boss 4.0

ในการทำงานทุก ๆ องค์กรบทบาทของเจ้านาย ซึ่งเสมือนแม่ทัพที่จะต้องเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรและทีมไปสู่ความสำเร็จ  หากจะให้คำนิยามของ “Super Boss” เป็นเจ้านายที่สามารถมัดใจและได้ใจลูกน้อง  พร้อมทำงานเต็มที่แบบไม่มีเงื่อนไข  แมนพาวเวอร์ กรุ๊ปขอส่ง 10  วิธีมัดใจลูกน้องที่เจ้านายต้องมีเพื่อให้ลูกน้องรักเคารพ และพลีกายพลีใจแบบจงรักภักดี  เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ

  1. มีความยุติธรรม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ เจ้านายที่ดีคือต้องมีความยุติธรรม คุณธรรม ทั้งในการตัดสินใจปัญหา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคน การลงโทษหรือให้รางวัล ชมเชยหรือติเตียน เพราะไม่มีใครชอบเจ้านายที่ไม่ยุตติธรรม ลำเอียง
  2. ต้องชัดเจนไม่เปลี่ยนไป-มา ในส่วนของการสั่งงานชัดเจนไม่กลับไปกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของภาวะผู้นำ และเป็นทัศนคติที่ขาดไม่ได้ของเจ้านาย หากคุณต้องการให้บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่น รวดเร็วและงานมีคุณภาพสูง รวมถึงการสั่งงานชัดเจนไม่กลับไปกลับมาเพื่อให้ลูกน้องทำงานอย่างมีเป้าหมายที่แน่นอนอีกด้วย
  3. แก้ไขปัญหาได้ดี กล้าตัดสินใจและกล้ารับผิดชอบในผลลัพธ์   ในสถานการณ์การทำงานเมื่อเกิดปัญหา “เจ้านาย” ในฐานะผู้นำต้องคนคิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ทันท่วงที เพราะเมื่อเกิดปัญหาถ้าแก้ไขเร็วเท่าไหร่เป็นเรื่องที่ดี  นอกจากนี้การเตรียมแผนการรับมือกับสถานการณ์ก็มีอีกหนึ่งสิ่งเพื่อผลลัพธ์ที่สำเร็จ ซึ่งคุณสมบัตินี้จะทำให้ลูกน้องใต้บังคับบัญชามีความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวเจ้านาย เป็นแบบอย่างที่ดีที่ลูกน้องต้องยึดถือ
  4. นักวางแผนสู่ความเร็จ กลยุทธ์ไม้เด็ดของนักวางแผนเป็นการกำหนดเป้าหมาย เพื่อใช้ในการบริหารคนประกอบด้วย การวางแผนงาน  ชี้เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้ลูกน้องมีแนวทางเพื่อนำไปสู่ความเร็จ ถ้าหากไม่มีการกำหนดแผนที่ชัดเจนผู้ใต้บังคับบัญชาก็ไม่รู้จะเดินไปในทิศทางไหน  ดังนั้นการกำหนดกลยุทธ์อย่างมีแบบแผนจึงมีความสำคัญมาก 
  5. ปลุกปั้นพลัง ทำงานร่วมกับลูกน้อง การทำงานที่เรียกว่า Team Work เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้านายและลูกน้อง ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีและเหนียวแน่น หากองค์กรใดจะเห็นและได้แลกเปลี่ยนไอเดียกับเจ้านายเฉพาะการประชุมอย่างเดีย ความแน่นเฟ้นในทีมก็จะเกิดไม่ได้   แต่ถ้าเจ้านายมีความเข้าใจ  ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดกับลูกน้องจะทำให้ได้เรียนรู้ตัวตน ความคิด ทัศนคติ ศักยภาพและความสามารถของลูกน้อง
  6. เป็นผู้เสียสละ ไม่เอาเปรียบลูกน้อง เป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูกน้อง ส่วนนี้นับเป็นอีกข้อที่สำคัญในฐานะเจ้านายความเสียสละ และไม่เอาเปรียบทำให้ลูกค้าไม่นับถือเพราะไม่ได้ให้ใจในการทำงาน  การที่จะได้ใจลูกน้องจะต้องมีคุณสมบัตินี้  นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบที่ดีให้กับลูกน้อง  เพราะในอนาคตทุกคนต้องเติบโตก้าวสู่หัวหน้า เจ้านายซึ่งจะมีต้นแบบคุณภาพให้ภาคภูมิใจ
  7. สร้างการมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นลูกน้อง เจ้านายที่ดีต้องให้ลูกน้องได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของตนเองได้ ซึ่งข้อดีของการเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้แสดงความคิดเห็นนั้น จะช่วยให้รูปแบบการทำงาและความสัมพันธ์ในการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น เกิดแนวคิดใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาตัวเองต่อไป
  8. สนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพลูกน้อง บทบาทของเจ้านายถึงแม้ว่าลูกน้องแต่ละคนจะทราบดีว่าตนเองมีความสามารถอะไรอยู่ แต่นั่นก็อาจไม่ใช่ทั้งหมด การที่เจ้านายช่วยให้ลูกน้องเห็นศักยภาพที่แท้จริงหรือศักยภาพทั้งหมดที่ตนเองมี ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ลูกน้องสามารถทำงานตามความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่านั้น แต่ลูกน้องยังมีโอกาสพัฒนาศักยภาพที่ตนเองมีให้มีเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อย ๆ อีกด้วย
  9. มีเหตุผลไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ การใช้อารมณ์ตัดสินการทำงานโดยขาดเหตุและผล ถือเป็นการใช้อำนาจในฐานะเจ้านายหรือผู้บังคับบัญชาไม่เหมาะสม  ซึ่งจะทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าตัวเองเสมือนทาส และต้องทำตามใจเจ้านาย  นอกจากนี้การสั่งให้ลูกน้องทำในสิ่งที่อยู่นอกเหนืองานที่รับผิดชอบก็ไม่ควร

หากคุณเป็นเจ้านายที่ต้องมัดใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกน้อง 9 กลเม็ดนี้  ถ้าคุณมีคือ “Super Boss” ที่จะทำให้ลูกน้องอยากทำงานเป็นให้ใจเกิน 100% การเปิดรับฟังปัญหาและมุมมองความคิดเห็นต่าง ๆ จากลูกน้องและผู้ใต้บังคับบัญชานับเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ รวมถึงการส่งเสริมลูกน้องให้มีความก้าวหน้าเพื่อนำพาองค์กรและธุรกิจให้ไปสู่เป้าหมายความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้านายสายพันธุ์ไหนกลเม็ดนี้ใช้ได้แน่นอน

เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท แต่งตั้ง เดวิด คาลเวท เป็นผู้จัดการทวาราวดี รีสอร์ท
โรงแรมใกล้ชิดธรรมชาติ ภายใต้แบรนด์ บีดับบลิว ซิกเนเจอร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์เวสเทิร์น แห่งแรกในเอเชีย

เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท แต่งตั้ง เดวิด คาลเวท ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการโรงแรมทวาราวดี รีสอร์ท (Tawaravadee Resort) ภายใต้แบรนด์ บีดับบลิว ซิกเนเจอร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์เวสเทิร์น (BW Signature Collection® by Best Western) โดยรับผิดชอบดูแลการส่งเสริมพัฒนากลยุทธ์ด้านการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้กับโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี และถือเป็นโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ดังกล่าวที่ได้เปิดตัวสู่ภูมิภาคเอเชีย

เดวิด คาลเวท สั่งสมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมโรงแรมในประเทศไทยมามากกว่า 20 ปี โดยก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับเบสท์เวสเทิร์น เดวิดเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปที่โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ สุขุมวิท 50 อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติหลายแห่ง ในกรุงเทพมหานครและภูเก็ตในฐานะผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ โนโวเทล และ เชอราตัน นอกจากนี้ เดวิดยังเคยดำรงตำแหน่ง ใน Directeur General ที่ École d’Hôtellerie et de Tourisme Paul Dubrule สถาบันการศึกษานานาชาติด้านการโรงแรมและการบริการ ณ เมืองเสียมราฐ กัมพูชา

โอลิเวียร์ แบร์ริแวง ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชีย เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์ที่คร่ำหวอดจากการร่วมงานกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทย เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าคุณเดวิดจะสามารถพัฒนาและส่งเสริมกลยุทธ์การปฏิบัติงานของทีมงาน ที่โรงแรมแห่งนี้ให้มีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน

เดวิด คาลเวท กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้มาร่วมงานกับเบสท์เวสเทิร์น ในฐานะผู้จัดการโรงแรมทวาราวดี รีสอร์ท บีดับบลิว ซิกเนเจอร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์เวสเทิร์น โรงแรมแห่งนี้ สามารถขับรถมาจากกรุงเทพมหานครโดยใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง ให้บริการห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ผู้เข้าพักได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว หรือกลุ่มลูกค้าที่มาจัดประชุม ที่ต้องการใช้พื้นที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ผมยินดีที่จะได้ร่วมงานกับพนักงานเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับโรงแรมแห่งนี้ และพร้อมที่จะส่งมอบบริการอันน่าประทับใจให้กับผู้เข้าพักทุกท่าน

Page Visitor

019715222
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
16066
51261
221459
1115001
1643254
19715222
Your IP: 3.230.173.249
2021-04-22 07:35