BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

แถลงข่าวเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14

ประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง แถลงข่าวจัดงาน “เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ครั้งที่ 14 : พบกันให้หายคิดถึง” เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง โดยมี ธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, วิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, อำพล กิติโชตน์กุล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, พรเทพ อรรถกิจไพศาล ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง, เปรมณัช สุวรรณานนท์, มิณฑิตา วัฒนกุล และวิศรุต หิมรัตน์ ร่วมงาน ณ ลานรถม้า ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง วันก่อน (17 ต.ค. 61)

จากซ้ายไปขวา

  1. คุณวิศรุต หิมรัตน์  นักแสดง
  2. คุณมิณฑิตา วัฒนกุล  นักแสดง / นักร้อง
  3. คุณพรเทพ อรรถกิจไพศาล  ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง
  4. คุณอำพล กิติโชตน์กุล  ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  5. คุณประจวบ กันธิยะ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
  6. คุณวิศรุต อินแหยม  ผู้อำนวยการภูมิภาค ภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  7. คุณธวัชชัย จักรไพศาล  รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
  8. คุณเปรมณัช สุวรรณานนท์  นักแสดง

ออมสินดึง 10 กูรูธุรกิจติวเข้ม 10 ทีมสุดท้าย GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง  

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (แถวหลัง ที่ 5 จากขวา)  ร่วมแสดงความยินดีกับผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย โครงการประกวด “GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ภายใต้ Concept SMEs Startup Wow! “ทำได้เลย ทำได้เร็ว ทำได้จริง” ชิงเงินทุนมูลค่ารวมกว่า 3,000,000 บาท ซึ่งทีมชนะเลิศจะได้รับเงินทุนมูลค่า 1,000,000 บาท โดยธนาคารออมสินจัด Coaching Day : Power up with 10 Gurus ดึง 10 นักธุรกิจไฟแรงร่วมติวเข้มครั้งสุดท้ายให้กับผู้เข้ารอบ ก่อนนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ 5 พฤศจิกายนนี้

ปภาวิน คว้าโอกาสจากยุคดิจิทัล ปรับกลยุทธ์การตลาดเพิ่มยอดขาย “ไฮเจ็ท” โตเกินคาด

นางประภาพร ณรงค์ฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปภาวิน จำกัด ผู้จัดจำหน่ายกระดาษและหมึกพิมพ์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ไฮเจ็ท” กล่าวว่า ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากเดิม ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของผู้บริโภค มีการเปลี่ยนแปลงและมีอัตราการใช้งานเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกับการใช้ชีวิตทั้งด้านการสื่อสาร การผลิต การดำเนินธุรกิจ การอุปโภคบริโภค ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป

ที่ผ่านมา ปภาวิน ได้ตระหนักถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล จึงได้มองหาช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจและการขยายฐานลูกค้าให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งบริษัทฯ ได้เล็งเห็นโอกาสจากการเติบโตด้านตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย ที่มีแนวโน้มและศักยภาพในการเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีกมากในอนาคต จึงได้ปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ผ่านการผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยเริ่มขยายในส่วนของการขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทเอง พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อาทิ Lazada , Shopee และ 11Street  ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา ยอดขายในส่วนของการจัดจำหน่ายออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยสัดส่วนยอดขายรวมของบริษัทฯ จำนวน 50 % มาจากลูกค้ากลุ่มโรงพิมพ์และดีลเลอร์ จำนวน 30 % มาจากโมเดิร์นเทรด และอีก 20 % มาจากช่องทางการขายออนไลน์ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังต้องมีการปรับตัวและมองหาช่องทาง เพื่อตามให้ทันเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา โดยไม่ทิ้งช่องทางการขายรูปแบบออฟไลน์อย่างเทเลเซล รวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ อาทิ การผลิตกระดาษสำหรับงานพิมพ์ของหน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้เริ่มมีลูกค้ากลุ่มนี้แล้ว และจะเริ่มเห็นการบุกตลาดอย่างเต็มที่ในปี 2562 เป็นต้นไป

สำหรับการปรับตัวของธุรกิจด้านการพิมพ์ในยุคดิจิทัลครั้งนี้ ทำให้บริษัท ปภาวิน จำกัด ได้รับรางวัล “THAILAND TOP SME AWARDS 2018” ประเภทความเป็นเลิศด้านบริการและการจัดจำหน่าย ซึ่งถือเป็นก้าวแห่งความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย

เคทีซีช่วยสมาชิกเดินทางประหยัดกว่า แลกรับเงินคืน 15% เมื่อใช้บริการ Grab Taxi

นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้อำนวยการ – การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) คืนกำไรให้สมาชิกที่ใช้บริการ “แกร๊บ แท๊กซี่” (Grab Taxi) แลกรับเครดิตเงินคืน 15% เมื่อใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER REWARDS เท่ายอดใช้จ่ายสะสมต่อเดือนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป เพียงลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน SMS พิมพ์ GBC เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ส่งมาที่ 061 384 5000 (ค่าส่งครั้งละ 3 บาท) หรือคลิกลงทะเบียนออนไลน์ https://www.ktc.co.th/sites/ktc/campaign/travel/grab ระยะเวลาในการจองและเดินทางตั้งแต่ วันที่ 15 กันยายน 2561 – 31 ธันวาคม 2561

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 กด 6 หรือติดตามโปรโมชั่นอื่นๆ ของเคทีซีได้ที่ www.ktc.co.th 
สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์   http://bit.ly/2uPcS19 หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

____________________

KTC helps members save more on travel with 15%
redeemable cash back for Grab Taxi services.

Ms. Janejit Ladpli, Vice President – Travel and Leisure Marketing, KTC” or Krungthai Card Public Company Limited, gives back to KTC credit card members who use “Grab Taxi” services. Members redeem for 15% cash back with the usage of KTC FOREVER REWARDS points equivalent to the amount of the transaction accumulated per month worth Bt. 1,000 or more. Simply register for this privilege via SMS by typing GBC followed by a space and 16 credit card digits to 061 384 5000 (3 baht/message) or register online at https://www.ktc.co.th/sites/ktc/campaign/travel/grab for September 15, 2018 - December 31, 2018 travel dates.

For more information, contact KTC PHONE 02 123 5000 press 6 or get updates on other KTC online promotions at www.ktc.co.th. 
To register for a KTC credit card, click link: http://bit.ly/2uPcS19 or visit any “KTC TOUCH” branches.

พฤกษาใส่ใจสิ่งแวดล้อม มอบ “โซล่าเซลล์และกังหันตีน้ำโซล่าเซลล์”
รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท แก่ชุมชนรังสิตคลอง 3

พฤกษา ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในชุมชน มอบ “โซล่าเซลล์และกังหันตีน้ำโซล่าเซลล์” มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ให้กับชาวชุมชนคลอง 3 เพื่อช่วยรักษาและฟื้นฟูสภาพน้ำในคลองให้มีสภาพดี สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ต่อไปได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังใส่ใจเลือกใช้พลังงานจากโซล่าเซลล์ ทำให้ช่วยประหยัดไฟและลดการปล่อยคาร์บอนฟุตปริ้นท์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย โดยมี นายธีระ ทองวิไล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ 1 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มอบให้กับ ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลอง 3 ซึ่งเป็นผู้แทนชาวชุมชนคลอง 3 รับมอบในครื้งนี้

โรบินสัน ผู้นำตลาดยีนส์กลุ่มห้างฯ ผนึกกำลังกับ 30 พันธมิตรเปิดแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘ROBINSON JEANS’ (โรบินสัน ยีนส์)
จัดบิ๊กอีเว้นท์ ชูกระแส D.I.Y. ตอบรับ CUSTOMER TREND ที่เน้นความเป็น  PERSONALIZED คาดดันยอดกลุ่มสินค้ายีนส์โตกว่า 8%

นางสาวคนึงหา แซ่ตั่น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมตลาดยีนส์ของไทยว่า ตลาดยีนส์มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 22,000 ล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตราว 9 % ต่อปี สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก 2561 (มกราคม – มิถุนายน 2561) ตลาดยีนส์ของไทยมีอัตราการเติบโตคงที่ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ตลาดยีนส์น่าจะมีอัตราการเติบโตในทิศทางบวกตามกลไกของตลาด ที่เป็นผลมาจากบรรยากาศการช็อปที่คึกคักของนักช็อป เพื่อเตรียมตัวท่องเที่ยว หรือซื้อหาของขวัญ ของกำนัล ให้แก่ครอบครัวและคนรัก  ในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ ที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งน่าจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงในธุรกิจยีนส์ ทั้งในส่วนสินค้า บริการ อีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง และโปรโมชั่น อย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมของธุรกิจกลุ่มสินค้ายีนส์ของโรบินสัน ในช่วงครึ่งปีแรก 2561 (มกราคม – มิถุนายน 2561)   ถือได้ว่าเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ โดยมีอัตราการเติบโตของธุรกิจราว 7% และมียอดขายคิดเป็น 8% จากยอดขายรวมทั้งหมด ซึ่งสินค้ายีนส์ถือเป็น 1 ใน 3 กลุ่มสินค้าของโรบินสันที่ได้รับความนิยมและมียอดขายที่สูงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังคงครองความเป็น ‘ผู้นำตลาดยีนส์’ (NO.1 JEANS DESTINATION) ในกลุ่มห้างสรรพสินค้า ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 40% โดยมีจำนวนพันธมิตรแบรนด์ยืนส์ทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 30 แบรนด์ ที่ร่วมจำหน่ายในโรบินสัน บนพื้นที่ขายรวมกว่า 17,000 ตารางเมตร ซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนฐานนักช็อปออกเป็นกรุงเทพฯ 22% และต่างจังหวั ด 78%  เนื่องจากโรบินสัน เป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขาในต่างจังหวัดมากที่สุดครอบคลุมถึง  33  จังหวัดของไทย จึงทำให้สัดส่วนฐาน    นักช็อปในต่างจังหวัดสูงขึ้นตามไปด้วย โดยนักช็อปมีพฤติกรรมการช็อปยีนส์เฉลี่ย 2.5 ครั้งต่อปี และมียอดซื้อเฉลี่ยที่ประมาณ  2,000 บาท ต่อใบเสร็จ

โดยความสำเร็จของธุรกิจกลุ่มสินค้ายีนส์ของโรบินสันในช่วงครึ่งปีแรก 2561 ดังกล่าวข้างต้น  เป็นผลมาจากการดำเนินงานที่สำคัญ  ทั้งในด้านของสินค้า ได้แก่ 1) การขยายพื้นที่ขายสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มห้างสรรพสินค้า ตามการเปิดสาขาใหม่ของโรบินสัน  ได้แก่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ชลบุรี ในเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา  ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจยีนส์ของโรบินสันมีพื้นที่ขายรวมกว่า 17,000  ตารางเมตร และสามารถเข้าถึงกลุ่มนักช็อปใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง 2) การปรับโฉมของแผนกสินค้ายีนส์ ทั้งในส่วนของ LAYOUT และการ GROUPING สินค้า เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์การช็อปปิ้งของ   คนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกสบาย รวดเร็ว และชอบความแปลกใหม่ 3) การจัดโปรโมชั่นและกิจกรรมการตลาด อย่างต่อเนื่อง ทั้งในและนอกพื้นที่ขาย เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของนักช็อป  อาทิ ส่วนลดสูงสุด 50%, ONE PRICE, ช็อป 1 แถม 1,  การจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักช็อปสมาชิก ‘บัตรเดอะวัน’  เป็นต้น 4) การเพิ่มฐานนักช็อปใหม่ ด้วยกลยุทธ์ CROSS CATEGORY การทำโปรโมชั่นร่วมกับกลุ่มสินค้าอื่นๆ  เพื่อขยายฐานนักช็อปให้กว้างขึ้น รวมทั้งสร้าง CUSTOMER EXPERIENCE แก่นักช็อป ในด้านการบริการ ได้แก่ 5) JEANS PERSONALIZATION  บริการปักลายบนยีนส์ ซึ่งปัจจุบัน มีอยู่ที่สาขาพระราม 9 และสาขารังสิต โดยมีแผนที่จะเพิ่มบริการนี้อย่างต่อเนื่องไปยังสาขาหัวเมืองต่างๆ 6) การอบรมพนักงาน  เพื่อให้บริการแนะนำการเลือกยีนส์ที่เหมาะกับนักช็อป ประจำทุกเคาน์เตอร์แบรนด์ยีนส์ชั้นนำ ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดส่งผลให้   โรบินสันยังคงครองความเป็น  ‘ผู้นำตลาดยีนส์’ (NO.1 JEANS DESTINATION) ในกลุ่มห้างสรรพสินค้า ได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ โรบินสัน วางแผนที่จะบุกหนักตลาดยีนส์ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ด้วยการใช้งบประมาณกว่า 20,000,000 บาท  เปิดแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘ROBINSON JEANS’ (โรบินสัน ยีนส์) ในคอนเซ็ปต์ ‘MAXIMALISM 80’S’ การนำแฟชั่นยีนส์ ยุค 80’S ในสไตล์ยีนส์ผ้าฟอกสุดเท่ กับทรงขาที่ไม่เดฟมาก สามารถพับขาในลุคสบายๆ กลับมาทวงบัลลังก์ความนิยมจาก นักช็อปสาวกยีนส์ เพื่อกลายเป็นอีกหนึ่งมัสแฮฟแฟชั่นยีนส์ไอเทมสุดฮอตของยุค ที่นักช็อปจะได้มิกซ์แอนด์แมทช์ในลุคต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน โดยมาพร้อมโปรโมชั่นโดนใจ และสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2561 ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 47 สาขา ไม่ว่าจะเป็น

  • สินค้าแผนกยีนส์ ลดสูงสุด 50%
  • รับคูปองเงินสด 100 บาท ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เมื่อช็อป 1,500 บาท ขึ้นไป
  • ลุ้นรับ! กล้อง GO PRO HERO 6 BLACK มูลค่ารวม 500,000 บาท เมื่อช็อปทุก 1,000 บาทหรือใช้เดอะวัน 20 คะแนน พร้อมใบเสร็จ แลกรับ 1 สิทธิ์ / รับสิทธิ์ลุ้นเป็น 5 สิทธิ์ เมื่อช็อปแบรนด์แปซิฟิค ยูเนี่ยน (Pacific Union)
  • ฟรี! เสื้อโปโลเบฟเวอรี่ ฮิลล์ โปโล คลับ มูลค่า 290 บาท สำหรับลูกค้าที่ช็อปสูงสุด 20 ท่านแรก
  • พิเศษ! สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตเคทีซี (KTC) ลดเพิ่มสูงสุด 36% เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือน พฤศจิกายน 2561

พร้อมจัดบิ๊กอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง ประเดิมด้วยงานยีนส์ครั้งใหญ่ที่สาขารังสิต กับการขนทัพยีนส์ยุค 80’S, เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลคชั่น, อินโนเวชั่น, ลิมิเต็ดอิดิชั่น จากแบรนด์ดังทั้งไทยและต่างประเทศ กว่า 30 แบรนด์ อาทิ LEVI’S, LEE, WRANGLER , MC JEANS, GASSOLINE, NIYOM JEANS ฯลฯ  รวมทั้ง HOUSE BRAND อย่างแบรนด์ PACIFIC UNION  ที่มีการปรับลุคใหม่ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มนักช็อปเป้าหมาย ที่จะเปิดตัวที่โรบินสันเป็นที่แรก มารวมไว้ในงานเดียว ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม –  7  พฤศจิกายน 2561 ที่บริเวณ CASCATA ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต  ซึ่งสำหรับสุดยอดนักช็อปที่มียอดช็อปสูงสุดในงาน จะได้รับของรางวัล รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท  พร้อมสร้างปรากฏการณ์ แฟชั่นโชว์ยีนส์สุดอลังการกับ ‘ROBINSON JEANS 2018 RETRO PARTY 80’S MAXIMALISM’  ครั้งแรกของแฟชั่นโชว์ยีนส์ที่ผสมผสานงานดนตรีในรูปแบบ CONCERT ON THE DENIM RUNWAY พรีเซนต์เทรนด์แฟชั่นยีนส์ยุค 80’S โดยชูกระแส D.I.Y  ที่มีการเพิ่มลูกเล่นให้การแต่งยีนส์มีความน่าสนใจด้วยกลิตเตอร์ ตอบรับ CUSTOMER TREND ยุคใหม่ ที่ต้องการแฟชั่นยีนส์ที่มีความเป็น PERSONALIZED อันโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์มากขึ้น ซึ่งแฟชั่นโชว์จะจัดขึ้นในธีม RETRO PARTY กับ 3 แนวดนตรีสุดคูลในยุค 80’S ทั้ง DISCO, HIPHOP, PUNKROCK นำโดย 3 ศิลปินดัง แก้มวิชญาณี, โต้ง ทูพี, ดา เอนโดรฟิน ร่วมด้วยยีนส์แอมบาสเดอร์ และนายแบบ – นางแบบรวมกว่า 60 ชีวิต ในวันที่ 26 ตุลาคม 2561 ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากเหล่านักช็อปเป็นอย่างดี

และเดินหน้าต่อยอดบิ๊กอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง ตอกย้ำกระแสยีนส์ D.I.Y. มาแรง กับกิจกรรมการประกวด ‘ROBINSON JEANS D.I.Y. CONTEST’ ภายใต้แนวคิด ‘RETRO PARTY 80’S MAXIMALISM’ ด้วยการเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และนักออกแบบอิสระ ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด ชิงเงินรางวัลกว่า 400,000 บาท โดยกำหนดรับสมัครและส่งผลงานตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม – 14 ธันวาคม 2561 พร้อมร่วมสานต่อปณิธาน ‘โรบินสันทำดี’ เชิญชวนสาวกยีนส์ร่วมโครงการ  ‘JEANS FOR ALS” เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ยีนส์ ในรายการ ROBINSON JEANS รายได้ส่วนหนึ่งร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้ ที่ป่วยด้วยโรค ALS (โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง) ของ มูลนิธิสนับสนุนสถาบันประสาทวิทยา กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และอุปกรณ์การแพทย์ ต่อไป

นางสาวคนึงหา แซ่ตั่น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารสินค้า บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน)

 “โรบินสัน หวังว่าแคมเปญ ‘ROBINSON JEANS’ ทั้งในส่วนโปรโมชั่น  อีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง และกิจกรรมในแคมเปญฯ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักช็อป โดยคาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นยอดกลุ่มธุรกิจยีนส์ของโรบินสันให้ โตกว่า 8% ซึ่งโรบินสันมีแผนที่จะผนึกกำลังพันธมิตรแบรนด์ยีนส์ จัดแคมเปญฯ ดังกล่าวในสาขาต่างจังหวัด อีกกว่า 5 สาขา ได้แก่ อยุธยา, สุพรรณบุรี, สกลนคร, มหาชัย, ตรัง เพื่อรักษาความเป็น ‘ผู้นำตลาดยีนส์’ (NO.1 JEANS DESTINATION) ในกลุ่มห้างสรรพสินค้า และสร้างความคึกคักแก่ตลาดยีนส์ อย่างต่อเนื่อง”  นางสาวคนึงหา กล่าวสรุป

ทาทา สตีล ชูความพร้อมความปลอดภัยโรงงาน ย้ำเหตุระเบิด รง. นิคมมาบตาพุด
ปลอดสารเคมีรั่วไหล ไร้ผู้บาดเจ็บรุนแรง เตรียมเชิญหน่วยงานรัฐตรวจสอบความพร้อม

บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด หนึ่งในบริษัทผลิตเหล็กในเครือ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ขานรับมาตรการแก้วิกฤตโรงงานจากหน่วยงานรัฐ พร้อมเปิดเผยสถานการณ์หลังเหตุการณ์วิกฤตเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ ยังพร้อมให้หน่วยงานรัฐ สื่อมวลชน และชุมชนโดยรอบเข้าตรวจสอบโรงงานเพื่อเรียกความมั่นใจของคนในชุมชนกลับมาอีกครั้ง

นายพรชัย ตั้งวรกุลชัย – ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด เผยว่า บริษัทได้เร่งแก้ปัญหาวิกฤตเตาหลอมเหล็กระเบิดที่ผ่านมา เพื่อเรียกความมั่นใจของชุมชนโดยรอบ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยปฏิบัติตามมาตรการแก้ไขตามมาตรฐานโรงงานอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โรงงานได้ปฏิบัติตามมาตรการของการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในการจัดการเหตุการณ์ในภาวะฉุกเฉินแล้ว อันได้แก่ การระงับยับยั้งและควบคุมเหตุการณ์ผิดปกติ หรือภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มกำลังความสามารถ การหยุดกิจกรรมกระบวนการผลิตบริเวณเตาหลอมไฟฟ้า ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กลับมาดำเนินการผลิตได้อีกครั้ง การปรับปรุงระบบแจ้งเหตุและรายงานสถานการณ์ ไปยังศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมภายคุณภาพภายในเวลาที่กำหนด การจัดตั้งทีมสอบวิเคราะห์สาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจัดทำมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ โดยได้รับการรับรองรายงานดังกล่าวจากหน่วยงานที่ให้การรับรองความปลอดภัย (Third Party) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจัดทำกำหนดการซักซ้อมมาตรการแก้ไขภาวะฉุกเฉินและควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเป็นแนวทางการจัดการในอนาคต

นายพรชัย กล่าวเพิ่มว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อให้เกิดความเสียหายทางทรัพย์สิน เช่น หลังคา ผนังอาคารโรงงานในส่วนการผลิตเหล็กแท่งบางส่วน และสิ่งสำคัญคือส่งผลด้านร่างกาย มีพนักงานโรงงานได้รับบาดเจ็บ   4 คน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บสูงสุดโดยการเร่งนำส่งโรงพยาบาลเอกชนของจังหวัดระยอง ปัจจุบันผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน มีอาการปลอดภัย สามารถกลับบ้านได้แล้ว ส่วนอีก 1 คนอยู่ในระยะพักฟื้นจากแผลไฟไหม้และการบาดเจ็บที่แขนอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ พนักงานที่ได้รับบาดเจ็บได้รับสิทธิการลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างตามปกติ และบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกที่ให้การรับรองด้านมาตรฐานความปลอดภัยแล้วว่าไม่พบสารเคมีรั่วไหล อันจะส่งกระทบต่อชุมชน  อย่างไรก็ตาม บริษัทรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความกังวลใจต่อชุมชน และคาดหวังให้เหตุการดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญในการป้องกันและพัฒนาการดำเนินงานในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ลำดับต่อไป บริษัทเตรียมเรียนเชิญหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการปฏิบัติการแก้ไขและป้องกันของโรงงาน ตามมาตรฐานที่สอดคล้องกับการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง และมาตรฐานโรงงานในระดับสากล  เพื่อตอกย้ำจุดยืนการเป็นโรงงานที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อชุมชน นายพรชัย กล่าวสรุป

ทีซีดีซี เชียงใหม่ จับมือพันธมิตรกว่า 50 แห่ง เตรียมจัดเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018
เนรมิตรงานดีไซน์สุดล้ำประดับประดาทั่วเมืองเชียงใหม่ คาดนักท่องเที่ยวเข้าชมทะลุแสน

ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ (TCDC เชียงใหม่) ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) จับมือหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 50 แห่ง จัด “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018” : “Chiang Mai Design Week 2018” ในชื่อหัวข้อ ยิ่งขัดเกลา ยิ่งแหลมคม (Keep Refining) เพื่อนำเสนอศักยภาพด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งต่อยอดมาจากทักษะฝีมือช่างและทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคเหนือ และเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ตลอดจนเป็นการผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ และทักษะด้านการออกแบบไปพัฒนาการทำงานและธุรกิจ เพื่อใช้ยกระดับจังหวัดเชียงใหม่ ภายในเทศกาลฯ ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ งานเสวนา เวิร์กช็อปและงานสังสรรค์ กว่า 200 กิจกรรม ที่จัดขึ้นโดยนักสร้างสรรค์ทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 500 คน ทั้งนี้ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 จะจัดเป็นระยะเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 8 – 16 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 - 18.00 น. รอบตัวเมืองเชียงใหม่ คาดมีผู้ชมงานกว่า 100,000 คน

นายอินทพันธุ์ บัวเขียว ผู้จัดการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ (TCDC เชียงใหม่) กล่าวว่า ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมากกว่า 50 แห่ง จัดเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 (Chiang Mai Design Week 2018) เพื่อนำเสนอศักยภาพด้านการออกแบบซึ่งต่อยอดมาจากทักษะฝีมือช่างและทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น โดยในปีนี้เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ในชื่อหัวข้อ ยิ่งขัดเกลา ยิ่งแหลมคม (Keep Refining) เพื่อสื่อถึงสิ่งที่สําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการนำเสนอสิ่งใหม่ คือ ความหมั่นเพียรในการขัดเกลาและการพัฒนาเทคนิคทักษะฝีมือ เทคโนโลยีการผลิต ตลอดจนคุณภาพวัสดุ ที่จะช่วยรักษาและยกระดับงานสร้างสรรค์ให้มีความทันสมัย และยังตอบสนองความต้องการของชีวิตประจำวัน และการเดินหน้าสู่อนาคตด้วย

นายอินทพันธุ์ กล่าวต่อว่า เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 (Chiang Mai Design Week 2018) ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ และเชื่อมโยงเครือข่ายให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจและนักออกแบบวิชาชีพ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและความตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ นักเรียนนักศึกษา และประชาชน ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบมากกว่า 200 กิจกรรม ครอบคลุมหลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ นิทรรศการ งานเสวนา เวิร์กช็อป การเยี่ยมชมสตูดิโอ งานสังสรรค์ และตลาดสินค้าดีไซน์ ที่ร่วมสร้างสรรค์โดยนักออกแบบ ช่างฝีมือและนักสร้างสรรค์ ทั้งชาวไทยและต่างชาติจาก 10 ประเทศ รวมกว่า 500 คน โดยมี ไฮไลท์คือ พาวิลเลี่ยน “เดอะโมเดิร์นการ์เดนออฟเชียงใหม่ซิตี้“ (The Modern Garden Of Chiang Mai City) ที่นำเสนอความสวยงามของไม้เมืองหนาว ผสมผสานกับอัตลักษณ์อันสวยงามของสถาปัตยกรรมเชียงใหม่ อีกทั้งยังสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฯลฯ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีผู้ชมเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 กว่า 100,000 คน

ด้าน นางสุวารี วงศ์กองแก้ว ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 (Chiang Mai Design Week 2018) ในครั้งนี้ ยังคงช่วยผลักดันพลังความคิดของคนรุ่นใหม่ให้เชื่อมโยงกับทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และนำไปพัฒนาสร้างคุณค่าในการทำงานได้ รวมทั้งเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 ยังเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาความเป็นเมืองสร้างสรรค์ของจังหวัดเชียงใหม่อย่างเข้มแข็ง และการเข้าร่วมเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (UNESCO Creative City on Crafts and Folk Art) ขององค์กรยูเนสโกเมื่อปีที่ผ่านมา

ในขณะที่ นายมรกต ยศธำรง นายกสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ กล่าวว่า เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 (Chiang Mai Design Week 2018) เป็นส่วนสำคัญในการขยายโอกาสทางธุรกิจงานหัตถกรรม กราฟิกดีไซน์ งานศิลปะ ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจสร้างสรรค์ได้เพิ่มมากขึ้น และส่งเสริมนักออกแบบและผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ได้นำเสนอความสามารถและเป็นที่รู้จักสู่สาธารณะ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการใหม่ที่ต่อเนื่องและการพัฒนาภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ในตลาดสินค้าดีไซน์ให้มีความโดดเด่น

ทั้งนี้ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 (Chiang Mai Design Week 2018) จะจัดขึ้นเป็นระยะเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 8 – 16 ธันวาคม 2561 เวลา 10.00 - 18.00 น. ในบริเวณย่านอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ TCDC เชียงใหม่ และนิมมานเหมินท์ และอีกกว่า 20 แห่งรอบเมืองเชียงใหม่ โดยงานแถลงข่าวเตรียมจัดเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2018 จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ TCDC เชียงใหม่ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.chiangmaidesignweek.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TCDC เชียงใหม่ 1/1 ถนนเมืองสมุทร ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทร 052-080-500 ต่อ 312, 325 อีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ไทเชฟ โชว์ไอเดียเพิ่มมูลค่าอาหาร ประเทศเมียนมาร์

นายวรพันธุ์ โรยอ่อนอินทร์ (ที่ 2 จากขวา) ฝ่ายบริหารงานขาย และบริษัท โฟร์ ฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผงปรุงอาหาร และเจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทเชฟ นำทีมออกบูธตอบรับคำเรียกร้องของผู้ประกอบการอาหารประเทศเมียนมาร์ ในงาน “YANGON EXPO & THAI PRODUCTS FAIR 2018” สุดยอดงานแสดงสินค้าไทยในต่างประเทศ เพื่อแนะนำผงปรุงรสและผงชงเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ ตราไทเชฟ ที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก พร้อมนำเสนอไอเดียใหม่ๆ สำหรับเพิ่มมูลค่าเมนูอาหาร ที่สามารถต่อยอดธุรกิจอาหารได้อย่างไม่สิ้นสุดให้กับผู้ประกอบการที่เข้าชมงาน ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ณ ศูนย์แสดงสินค้า TADMADAW HALL ประเทศเมียนมาร์

นิคมฯ อีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) รับรางวัลเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ปีที่ 5

เมื่อเร็วๆ นี้ นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) หนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับ Eco-Champion ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากงาน Eco Innovation Forum 2018 Toward the Smart Eco-city and Sustainable Urbanization จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รางวัลดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นและบทบาทขององค์กรในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

บรรยายภาพ: นายธนินทร์ ทรัพย์บุญเรือง (กลางซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) รับโล่รางวัลในนามนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) จาก นางสาวสมจิณณ์ พิลึก (กลางขวา) ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมี นางสาวคัทลียา ศิลารัตน์ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) และ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี (ขวาสุด) ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมในพิธีมอบรางวัล

Page Visitor

021089415
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
53361
59264
53361
904297
1584897
21089415
Your IP: 3.238.96.184
2021-05-16 19:42