BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

ธ.ออมสิน ตัดสินการประกวดวาดภาพ “ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่”

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (ที่ 5 จากซ้าย) เป็นประธานในการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินผลงานการประกวดวาดภาพ “ออมมรดกศิลป์ แผ่นดินแม่” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวม 1.77 ล้านบาท โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณอิทธิพล ตั้งโฉลก ประธานกรรมการตัดสิน (ที่ 4 จากซ้าย) ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กรรมการตัดสิน (ที่ 4 จากขวา) ร่วมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะให้เกียรติ  ร่วมตัดสิน โดยจะจัดพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ทั้งนี้สามารถตรวจสอบผู้ที่ได้รับรางวัลได้ทาง www.gsbgen.com และ Facebook Fanpage “ประกวดวาดภาพ ธนาคารออมสิน

บลจ.กรุงไทย คว้ารางวัล Asia Pacific Entrepreneurship Awards 2018 Thailand (APEA 2018 )

นางชวินดา หาญรัตนกูล (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM รับรางวัล Asia Pacific Entrepreneurship Awards 2018 Thailand (APEA 2018) ในฐานะผู้นำองค์กรธุรกิจดีเด่นของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สาขา Financial Services Industry จาก นางสาวชุติมา บุณยประภัศร (ขวา) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายดาโต๊ะ วิลเลี่ยม เอิง (ซ้าย) ประธาน เอ็นเตอร์ไพรส์ เอเซีย ในงาน Asia Pacific Entrepreneurship Award 2018 ณ ห้องเบญจสิริแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท เมื่อเร็วๆนี้

เคทีซีเอาใจสมาชิกอยู่ที่ไหนก็ล้างรถได้ พร้อมแพ็คเกจสุดคุ้ม
รับส่วนลด 30% แค่ใช้คะแนนสะสมแลกรับ 30 แต้ม

นางประณยา  นิถานานนท์ ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จับมือกับ นายเมหราน ซาห์รออี ประธานฝ่ายปฏิบัติการ และ นายจักษวัชร์ อรรถสกุลชัย ประธานฝ่ายบริหาร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท อินสตาวอช (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “INSTAWASH” แอปพลิเคชันบริการล้างรถระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองให้ง่ายขึ้นตามตำแหน่งที่ต้องการใช้บริการเพียงแค่ปักหมุด

มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี รับส่วนลด 30% เมื่อใช้ 30 คะแนนสะสม KTC FOREVER REWARDS แลกรับโค้ดส่วนลดค่าล้างรถในรูปแบบของอีคูปอง (E-Coupon) ผ่านแอปพลิเคชัน TapKTC” เพื่อใช้เป็นส่วนลดที่แอปฯ INSTAWASH” ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 – 31 มกราคม 2562

“อินสตาวอช” (INSTAWASH) เปิดให้บริการทุกวัน โดยเลือกรับบริการได้ 2 รูปแบบ 1) เรียกด่วน (Instant Wash) ช่วงเวลา 09.00 น. – 21.00 น. 2) จองล่วงหน้า (Schedule Wash) ช่วงเวลา 06.00 น. – 23.00 น. โดยจองล่วงหน้าได้สูงสุด 5 วัน ทั้งนี้สามารถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการได้ที่โทรศัพท์ 02 049 5559

ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 หรือติดตามโปรโมชั่นอื่นๆ ของเคทีซีได้ที่ www.ktc.co.th
สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ http://bit.ly/2uPcS19 หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

เอ็นไอเอ ร่วมทรู ดิจิทัล พาร์ค ยกระดับ “ปุณณวิถี” สู่ย่านนวัตกรรมดิจิทัลใหญ่ที่สุดเซาท์อีสท์เอเชีย คาดปั้นโกลบอลสตาร์ทอัพได้กว่า 100 ราย พร้อมก่อรายได้กว่า 3.5 พันล้าน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เดินหน้าความร่วมมือยกระดับพื้นที่ย่านปุณณวิถีสู่ “Bangkok CyberTech District” ต้นแบบย่านนวัตกรรมด้านดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคไทยแลนด์ 4.0  พร้อมเตรียมเปิดศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) แห่งแรกที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ผนวกหลากหลายบริการและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดเหล่าสตาร์ทอัพ นักลงทุน และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ จากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยคาดว่าภายใน 3 ปีจะมี Global Startup เกิดขึ้นภายในย่านไม่ต่ำกว่า 100 ราย และก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท

12 ปี 12 กิจกรรม ฉลองครบรอบโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

ในโอกาสที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เปิดดำเนินการครบ 12 ปี ทางโรงแรมนำโดย มร. คริสตอฟ เจอโฟรย์, ผู้จัดการทั่วไป ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที จัด 12 กิจกรรมฉลองโอกาสพิเศษดังกล่าว อาทิ “คุณคือฮีโร่” เพื่อเปิดประตูต้อนรับบุคคลสำคัญ (ฮีโร่) ในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ได้ให้การดูแลเป็นอย่างดีตลอดมา โดยทางโรงแรมได้เชิญบุคคลสำคัญ อันได้แก่ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและชีวอนามัย, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ฝ่ายแพทย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ตำรวจภูธร, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรรณภูมิ ฯลฯ แขกรับเชิญพิเศษได้แก่วงดนตรีอีทีซีและ “หนิง” ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา มาสร้างความสนุกสนานและความบันเทิง ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องสุวรรณภูมิแกรนด์บอลลูม โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต กิจกรรมอื่น ๆ ประกอบด้วย การเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนผู้มีความบกพร่องทางการได้ยิน จำนวนกว่า 200 คนจากโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์, จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ, งานเลี้ยงขอบคุณพนักงาน, ซูเปอร์คาร์บรั๊นซ์ ที่ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์, ฯลฯ

บุคคลสำคัญจากฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
มร. เจอโฟรย์และพรรณพิมล วงศ์ทองศรี (กลาง) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที ให้การต้อนรับและถ่ายภาพร่วมกับวงดนตรี “อีทีซี”
เลี้ยงอาหารกลางวันคุณครูและนักเรียนจากโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์
จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงแรมให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต, มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ, มหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
มร. เจอโฟรย์และจิตติมาศ เกตุวรวิทย์ (กลาง) กรรมการผู้จัดการ กิจการร่วมค้า ยูนิเวอร์แซล ฮอสพิแทลลิที
จัดงานเลี้ยงขอบคุณพนักงานสำหรับความร่วมแรงร่วมใจที่ดีตลอดปีที่ผ่านมา

 

เชิญกลุ่มซูเปอร์คาร์มาสังสรรค์ ซันเดย์บรั๊นซ์ (Sunday Brunch) ที่ ทัชดาวน์สปอร์ตบาร์ (Touchdown Sports Bar)

เปิดตัว พีซีเอส เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ ผู้ให้บริการบริหารอาคารด้านวิศวกรรมระบบประกอบอาคารครบวงจร

บริษัท รักษาความปลอดภัย พีซีเอส และ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิสเซส จำกัด ในเครือโอซีเอส กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดตัว บริษัท พีซีเอส เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด โดยมี กิตติ นครชัย (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีซีเอส เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด วรวิทย์ ธีระวัฒนากุล (ที่ 4 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการที่เป็นเลิศ และ ชยนต เฟื่องฟูชาติ (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พีซีเอส เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด เข้าร่วมงาน ณ โรงแรม เอส 31 สุุขุมวิท เมื่อเร็วๆ นี้ โดยพีซีเอส เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ คือผู้ให้บริการด้านเทคนิคและการบำรุงรักษาอาคารครบวงจร พร้อมชูบริการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดรายจ่ายด้านพลังงานให้กับองค์กร รวมถึงให้คำปรึกษาในการดำเนินแผนประหยัดพลังงาน และการพัฒนาเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการจัดการพลังงาน

พฤกษา จัดแคมเปญ “Pruksa 25th year Big Sale Ever” ลดใหญ่ แถมใหญ่ แจกใหญ่

ใครจะซื้อบ้านเชิญทางนี้ สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์อสหญิงคนเก่งค่ายพฤกษา ปล่อยโปรแรงกระตุ้นยอดปลายปี Pruksa 25th year Big Sale Ever” ลดใหญ่ แถมใหญ่ แจกใหญ่  มูลค่ารวมกว่า 200 ล้าน!!! งานนี้ยกทัพบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโด 165 โครงการทั่วประเทศเข้าร่วมรายการ  พบกับโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษสุดเร้าใจที่รับรองว่าไม่เคยมีมาก่อน เฉพาะลูกค้าที่จองหรือทำสัญญาตั้งแต่วันนี้ และโอนภายใน 28 ธันวาคมนี้เท่านั้น ใครยังลังเลขอบอกว่าต้องรีบตัดสินใจ โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มาบ่อยๆ นะจ๊ะ สอบถามข้อมูลโทร 1739

ปรับโฉมคนทำงาน ด้วยความสามารถด้านการเชื่อมต่อ และระบบอัจฉริยะในยุคดิจิทัล

โดย ทอมมี่ เหลียง ประธานบริษัท ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและญี่ปุ่น

เราใช้ชีวิตอยู่ในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากโมเดลธุรกิจใหม่ ไปสู่ระบบพลังงานใหม่ การปฏิรูปสู่ดิจิทัลได้แผ่ขยายอย่างเต็มกำลังรอบตัวเรา ด้วยสภาพการแข่งขันอย่างสูงในธุรกิจ ความสำเร็จขององค์กรในวันนี้ จึงขึ้นอยู่กับว่าองค์กรธุรกิจนำความสามารถด้านการเชื่อมต่อ ความสามารถในการคาดการณ์ รวมถึงความเรียบง่ายในการบริหารจัดการข้อมูลมาช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับพนักงาน เพื่อเพิ่มผลลัพธ์และความเชี่ยวชาญในการสร้างคุณค่าและการเติบโตให้กับองค์กรได้อย่างไร

การปฏิรูปทางดิจิทัลถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เช่น คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence หรือ AI) และ IoT สำหรับอุตสาหกรรม (IIoT) ซึ่งหลายอุตสาหกรรมต่างค่อยๆ ทยอยกันปฏิรูปสู่ดิจิทัล นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจในปัจจุบัน สิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจคือต้องแน่ใจด้วยว่าบุคลากรจะต้องได้รับการ "ปฏิรูปทางดิจิทัล" ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่สามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้ดีหรือผู้ที่ก้าวทันโลก จะมีความสามารถนำโอกาสที่เกิดในยุค IoT มาใช้กับการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เพิ่มขีดความสามารถของพนักงาน จากความร่วมมือและการฝึกอบรม

แม้ว่าบริษัทมากมายต่างตระหนักดีถึงความสำคัญของการปรับโฉมให้กับคนทำงาน แต่ก็ยังคงมีช่องว่างในเรื่องของทักษะอยู่มาก จากรายงานของ Accenture ระบุว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของนายจ้างพูดถึงการขาดแคลนผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น และตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ในภาพรวมของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทต่างๆจำเป็นต้องดูแลและสร้างคนทำงานที่พร้อมสำหรับอนาคต ด้วยการลงทุนเรื่องของการฝึกอบรม เพิ่มทักษะให้กับพนักงานและส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ตัวอย่างเช่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริคให้โอกาสกับพนักงานในการฝึกอบรมต่างออฟฟิศ เพื่อให้ได้ทักษะที่แตกต่างรวมถึงมีมุมมองใหม่ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยเร่งให้เกิดความก้าวหน้าในสายอาชีพ พร้อมส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจ ผู้นำธุรกิจในปัจจุบันต้องทำมากกว่าการพัฒนาทักษะด้านเทคนิค โดยการเพิ่มทักษะด้านอารมณ์ เช่น การแก้ปัญหาและการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อเติมเต็มความมุ่งมั่นจากภาครัฐบาลเช่นโครงการ "SMEs Go Digital", SkillsFuture และคุณสมบัติทักษะฝีมือแรงงาน

บริษัทฯยังมีอีกบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ที่มีความสามารถพิเศษก่อนเข้าสู่การทำงาน ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักเรียนมีทักษะด้านเทคนิคจากโปรแกรมฝึกงานและการฝึกอบรมในที่ทำงาน รวมถึงการจัดแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจในการทำงานจริง

ประโยชน์ของบุคลากรที่มีความสามารถทางเทคโนโลยี (Smart Workforce)

คนทำงานที่มีความพร้อมในการใช้ประโยชน์จาก IoT จะมีอนาคตไกล เพื่อพิสูจน์ว่าบริษัทไปได้ดีในยุคดิจิทัล การเปลี่ยนธุรกิจสู่ดิจิทัลจะปูทางไปสู่การหลอมรวมข้อมูลจากการวางแผนและการดำเนินการจริงเข้าด้วยกัน เพื่อการบริหารจัดการสินทรัพย์และความสูญเสีย โดยใช้เทคโนโลยีการบริหารข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูล มาช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพของความสามารถในการทำกำไรในโครงการนั้นๆ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ หรือทนุบำรุงดูแลสินทรัพย์ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย

การผสานรวมเทคโนโลยีต่างๆ เช่นอุปกรณ์ AR (augmented-reality) ที่ใช้ IoT ช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ใช้งาน ด้วยทักษะและความรู้ใหม่ๆที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการกับสินค้าคงคลังได้ดียิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อที่มากขึ้นจากการใช้ IoT ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ โดยนำข้อมูลมาใช้คาดการณ์ถึงความล้มเหลวได้ล่วงหน้า บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันเหตุการณ์มากขึ้น ด้วยการดำเนินการซ่อมแซมและเปลี่ยนอุปกรณ์ก่อนที่เครื่องจะทำงานผิดปกติซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความก้าวหน้าด้านความฉลาดของเครื่องจักรยังช่วยให้มนุษย์สามารถทำงานโต้ตอบกับระบบเซ็นเซอร์ได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานและให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ กระทั่งโซลูชัน AI และเทคโนโลยี ML (machine learning) ล้วนใช้การจดจำรูปแบบขั้นสูง เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับโปรไฟล์การปฏิบัติงานที่เป็นอัตลักษณ์ของสินทรัพย์และกระบวนการต่างๆ ข้อมูลที่ได้จากอุปกรณ์เซ็นเซอร์ของเครื่องจักร ถูกนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลการดำเนินงานได้ในแบบเรียลไทม์ โดยให้การแจ้งตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับปัญหาของอุปกรณ์ต่างๆ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถระบุปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า

เทคโนโลยีในวันนี้จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าในวันพรุ่งนี้ คนทำงานยุคใหม่จำต้องมีความสามารถในการควบคุมการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดได้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของบริษัท องค์กรจำต้องลงทุนในเรื่องของการอบรมและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถโดดเด่น  พร้อมกันนี้ สิ่งสำคัญคือการฝึกอบรมให้กับผู้มีความสามารถที่เพิ่งเข้ามาเริ่มงานใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีบุคคลที่พร้อมด้วยความสามารถและทักษะความชำนาญ เข้ามาร่วมทีมและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงคือสิ่งเดียวที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิต และเราจำเป็นต้องดำเนินบทบาทในการสร้างความมั่นคงให้กับอนาคต

เดอะมอลล์ โคราช ร่วมกับ ฮาฮามา ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท เปิดตัว Finn Planet 
สุดยอดสวนสนุกบ้านลมผจญภัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ

เดอะมอลล์ โคราช ร่วมกับ บริษัท ฮาฮามา จำกัด เปิดตัว “Finn Planet (ฟินแพลนเนท)” สวนสนุกบ้านลมผจญภัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย  เปิดประสบการณ์ความสนุกและความตื่นเต้นรูปแบบใหม่สุดเอ็กซ์ตรีมไร้ขีดจำกัด มีทั้งโซนบ้านลมผจญภัยกับไฮไลท์ทั้ง 9 ด่านสุดเร้าใจ และโซนเกมส์รวมความสนุกความมันส์มากมายมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจวัยทีนตลอดเดือนตุลาคมนี้!!! มา 4 จ่าย 3 เท่านั้น สำหรับสมาชิก M Card และ SCB M ลดทันที 20% (จากราคาปกติ) สามารถซื้อบัตรได้ที่ Finn Planet บัตรวันธรรมดา 1 ชั่วโมง บัตรราคา 170 บาท และทั้งวัน บัตรราคา 340 บาท บัตรวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 1 ชั่วโมง บัตรราคา 190 บาท และ 3 ชั่วโมง บัตรราคา 360 บาท ร่วมสัมผัสความมันส์ ตื่นเต้น ท้าทายไปกับ “Finn Planet”  สุดยอดสวนสนุกบ้านลมผจญภัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้  ณ ฝั่งอาคารใหม่ ชั้น 3 เดอะมอลล์ โคราช สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB: Finn Planet และ  THEMALLKORAT

วีซ่าและฟิตบิท เปิดตัว ฟิตบิทเพย์ ครั้งแรกในประเทศไทย

ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปคุณสามารถทิ้งกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน และจ่ายเงินได้ง่ายๆ ด้วยสมาร์ทวอทช์ของฟิตบิทรุ่น Fitbit Ionic หรือ Fitbit Versa

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทย และ คุณหลุยส์ ลายย์ ผู้จัดการประจำประเทศในกลุ่มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกงและไต้หวัน ผลิตภัณฑ์ฟิตบิท ประกาศเปิดตัว ฟิตบิทเพย์ (Fitbit Pay™) สำหรับลูกค้าชาวไทยที่มีสมาร์ทวอทช์ของฟิตบิทรุ่น Fitbit Ionic หรือ Fitbit Versa และแทรคเกอร์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Fitbit Charge 3 สามารถเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 นี้เป็นต้นไป

วีซ่า บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลระดับโลก และ  ฟิตบิท (ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: FIT) ผู้นำอุปกรณ์แวร์เอเบิลชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัว ฟิตบิทเพย์ (Fitbit Pay™) สำหรับลูกค้าชาวไทยที่มีสมาร์ทวอทช์ของฟิตบิทรุ่น Fitbit Ionic หรือ Fitbit Versa และแทรคเกอร์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Fitbit Charge 3 สามารถติดตั้งใช้งานได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 นี้เป็นต้นไป ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย เคทีซี และไทยพาณิชย์ สามารถลงทะเบียนบัตรเครดิตหรือเดบิตของวีซ่าเพื่อชำระเงินได้โดยตรงจากสมาร์ทวอทช์ของฟิตบิท

ในปัจจุบันการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีไร้สายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนั้นวีซ่ายังแสวงหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มช่องทางในการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ นาฬิกา และเครื่องติดตามในการออกกำลังกาย เป็นต้น  โดยผลสำรวจเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค[1] ของวีซ่า เผยให้เห็นว่าเจ็ดในสิบ (67 เปอร์เซ็นต์) ของคนไทยกล่าวว่าพวกเขาเลือกชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บัตรพลาสติก โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์พกพาอื่นๆ มากกว่าเงินสดเพื่อเป็นการลดการใช้ธนบัตรและเหรียญ

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ที่วีซ่า เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการ์การชำระเงินในรูปแบบที่หลากหลายให้แก่ลูกค้า และเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันมิตรกับทั้ง ฟิตบิท และสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ เรามองเห็นถึงศักยภาพและโอกาสที่การชำระเงินผ่านอุปกรณ์สวมใส่จะช่วยเพิ่มความสะดวก สร้างประสบการณ์การชำระเงินใหม่ และทดแทนวิธีการชำระเงินในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่คุ้นชินกับการใช้จ่ายผ่านเงินสด นอกจากนั้นความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิง์ หรือ ไอโอที (Internet of Things: IoT) และวิธีการของวีซ่า ที่เข้ามาส่งเสริมบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต”

Fitbit Pay สามารถตั้งค่าได้ง่ายๆบน Fitbit Ionic หรือ Fitbit Versa โดยทำตามขั้นตอนบนแอพพลิเคชั่นส์ของฟิตบิท ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และ iOS เพื่อเพิ่มบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตบน Fitbit Wallet การชำระเงินผ่าน Fitbit Pay จะช่วยให้ผู้ใช้จะได้รับความสะดวกสบายและมีอิสระมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ และชำระเงินได้ง่ายๆ ผ่านหลายพันร้านค้าที่เปิดรับการชำระเงินแบบไร้สัมผัส

นอกจากนี้ Fitbit Pay ยังมาพร้อมความปลอดภัยผ่านบริการโทเค็นของวีซ่า (Visa Token Service) กระบวนการแปลงข้อมูลแบบให้เป็น โทเค็น นี้เรียกว่า Tokenization ซึ่งคือเทคโนลียีเสริมความปลอดภัยของวีซ่าในการเปลี่ยนข้อมูลบัตร เช่น หมายเลขหน้าบัตร และวันหมดอายุ ด้วยรหัสโทเค็นแบบใช้ครั้งเดียวเพื่อใช้ในการชำระเงินโดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร ข้อมูลของผู้ถือบัตรวีซ่าจะไม่มีการเปิดเผยให้แก่ร้านค้า มากไปกว่านั้นยังมีรหัสป้องกัน (PIN) ที่ผู้ใช้ตั้งขึ้นตอนตั้งค่าเริ่มต้นการใช้ง่านเพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น ผู้ใช้สามารถมั่นใจและทิ้งกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้านได้ โดยยังสามารถชำระเงินได้ง่ายๆด้วยอุปกรณ์สวมใส่บนข้อมือ

 

[1] ผลสำรวจเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค ประจำปี 2560 จัดทำโดยบริษัท Intuit Research ในนามของวีซ่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม พ.ศ. 2560 ในเจ็ดประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ประเทศไทย และเวียดนาม มีผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์ทั้งหมด 4,160 ราย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยทั้งหมด 513 ราย ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีและรายได้มากกว่า 15,000 บาท

Page Visitor

021088801
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
52747
59264
52747
903683
1584897
21088801
Your IP: 3.238.96.184
2021-05-16 19:29