Super User

Super User

Selfies labore, leggings cupidatat sunt taxidermy umami fanny pack typewriter hoodie art party voluptate. Listicle meditation paleo, drinking vinegar sint direct trade.

SYS ร่วมกับ วสท. ดูงานการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ

นายพงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ พร้อมด้วยผู้บริหารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) จัดการบรรยายเรื่องการออกแบบโครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้กับวิศวกรที่สนใจ พร้อมทั้งนำเยี่ยมชมโครงการดังกล่าว ซึ่งโครงสร้างอาคารก่อสร้างด้วยเหล็ก SYS H-Beam Grade SM520 ที่ช่วยประหยัดต้นทุนการก่อสร้าง รวมทั้งใช้สินค้าความยาวพิเศษ (Customized Length) จาก SYS ที่มีความยาวสูงสุดถึง 20 เมตร ทำให้ไม่ต้องเชื่อมต่อเหล็กหน้างาน โครงสร้างไร้รอยต่อ ลดเวลาในการก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมมีความสวยงาม โปร่งโล่ง และทันสมัย โดยได้รับเกียรติจากวิศวกรบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ เป็นผู้บรรยาย และตัวแทนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด นำเข้าเยี่ยมชมโครงการ   

TOG ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง เสริมศักยภาพการเติบโตธุรกิจ

บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ Mr. Lindsay Brown ดำรงตำแหน่ง Chief Commercial Officer รับผิดชอบสายงานการขาย การตลาด และพัฒนาธุรกิจทั่วโลก มีผลตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2562 เป็นต้นไป การประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการเพื่อส่งเสริมศักยภาพการเติบโตธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต

นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ

 

“เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ผู้บริหารผู้มีถิ่นฐานในประเทศสหราชอาณาจักรที่มากความสามารถและประสบการณ์มาร่วมงานกับเรา ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความเติบโตก้าวหน้าและเพิ่มความสามารถการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ในระดับสากลโดยเฉพาะตลาดภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาซึ่งเป็นตลาดที่ Mr. Lindsay Brown มีความเชี่ยวชาญ” นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการกล่าว

Mr. Lindsay Brown กล่าวถึงการรับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสในการเพิ่มศักยภาพด้านการขายและการตลาดในเชิงกลยุทธ์ที่ TOG ผมเชื่อว่าความสามารถด้านการผลิตและนวัตกรรมของ TOG ที่โดดเด่น และความเชื่อมั่น ความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าปัจจุบันซึ่งรวมถึงเชนค้าปลีกแว่นตาระดับโลกเป็นสิ่งยืนยันว่า TOG มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และสามารถต่อยอดไปยังกลุ่มลูกค้าที่บริษัทยังไม่มีโอกาสเข้าถึง  ผมมีความมั่นใจว่าความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของผมจะช่วยผลักดันให้ TOG สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มร่วมกันกับคู่ค้าของบริษัท และยกระดับ TOG เป็นบริษัทเลนส์ระดับโลก”

Mr. Lindsay Brown มีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมแว่นตามาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี ทั้งในธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจเลนส์จากบริษัทชั้นนำของโลก เคยผ่านงานในตำแหน่ง General Manager EMEA ที่บริษัท Transitions Optical และ General Manager Global Key Accounts & Sales Director EMEA ที่ Hoya Vision Care ก่อนมาร่วมงานกับ TOG

 

____________________

 

TOG Appointed New Executive to Enhance Its Growth Potential

Thai Optical Group Public Company Limited or TOG announced the appointment of a new executive, Mr. Lindsay Brown as Chief Commercial Officer (CCO), who oversees sales, marketing and business development worldwide, effective on January 7, 2019, onwards.  This new executive appointment is considered a promotion of business growth potential and increase management efficiency to be in line with the direction of business operations in the future.

“We are very pleased to have the new executive member with vast experience and talent joining us.  The CCO, who is based in UK, will help drive business to grow and increase strategic competitiveness internationally especially the markets in Europe, Middle-East and Africa, which are the area of Mr. Lindsay Brown’s expertise.” said Mr. Torn Pracharktam, Managing Director of TOG. 

Mr. Brown set forth about his new role that “I am truly honored to have the opportunity to grow strategically the sales and marketing potential of TOG. I believe that the production capability and innovation of TOG is outstanding. The trust of our existing customers, including global retail chains, confirms that TOG has a strong foundation and can be extended to a group of customers to which the company has not yet reached. I am confident that my expertise and experience will help TOG to add value to business partners as well as elevate TOG as the global lens company."

Mr. Lindsay Brown has over 25 years of experience in the optical industry, both in the retail and lens manufacturing business from the global leading lens companies.  Prior to joining TOG, he was General Manager EMEA at Transitions Optical and General Manager Global Key Accounts & Sales Director EMEA at Hoya Vision.

พรูเด็นเชียล จัดงาน “Prudential Agency Kick Off 2019”

มร.อามัน โชวลา (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต และ คุณวิชัย ชีวศรีรุ่งเรือง (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานช่องทางตัวแทน พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต จัดงาน Prudential Agency Kick Off 2019” ต้อนรับศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่ในส่วนภูมิภาค นำทัพทีมตัวแทนประกันชีวิตของพรูเด็นเชียล ประเทศไทย พร้อมประกาศแนวทางขับเคลื่อนองค์กรในปี 2562 ตั้งเป้าหมายเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น และบริการที่ดีเยี่ยมให้ครอบคลุม ตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าในเรื่องของการวางแผนทางการเงิน การประกันชีวิตแบบครบวงจร ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

กสอ. ชี้เอสเอ็มอียุคใหม่ อยากเพิ่มยอดขายต้องใช้กลยุทธ์ “การรีวิว” พร้อมแนะ 5 ทริคต้องรู้ จุดกระแสยอดแชร์ให้ปังในโซเชียล

  • กสอ.จัดกิจกรรมประกวดคลิปรีวิวสินค้าเอสเอ็มอี หวังกระตุ้นผปก.ตระหนักรู้ เข้าสู่ช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ชี้กลยุทธ์การรีวิวสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะใน 3 กลุ่ม ได้แก่ แฟชั่นและเครื่องสำอาง ธุรกิจอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว พร้อมเผย 5 ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการรีวิวสินค้า ได้แก่ 1. การเลือกใช้ผู้รีวิวหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีคาแรคเตอร์เดียวกับสินค้า 2. ไม่โฆษณาจนมากเกินไป 3. ผสมผสาน ความน่าเชื่อถือ  4. ให้ความสำคัญกับความกระชับฉับไว และ 5. การสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้รับชมหรือผู้บริโภค ทั้งนี้ เพื่อให้แต่ละธุรกิจสามารถเติบโตได้ด้วยเทคโนโลยีและระบบออนไลน์ได้มากขึ้น กสอ. ยังได้วางงบประมาณ พร้อมด้วยกิจกรรมพัฒนาศักยภาพด้านดังกล่าวของผู้ประกอบการ อาทิ การสอนถ่ายภาพเพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การสร้างสรรค์เว็บไซต์ ฯลฯ และล่าสุดยังจัดกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอรีวิวสินค้าในแคมเปญ “DIP รีวิวติดสปีด” เพื่อให้สินค้าเอสเอ็มอีเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยผู้ชนะเลิศได้แก่ นายธรรมชาติ โยธาจุล ในผลงาน “รีวิวผงปรุงรสได้รับโล่รางวัลพร้อมเงินรางวัล มูลค่า 30,000 บาท 

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันกลยุทธ์ “การรีวิวสินค้า” เป็นกิจกรรมที่กำลังนิยมในการทำธุรกิจออนไลน์และถูกแพร่กระจายไปทั่วโลก เพราะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดได้อย่างมหาศาลและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์และเชื่อคำแนะนำจากสื่อดังกล่าวมากกว่าการโฆษณา เพราะมีความสมจริง เข้าถึงได้ง่ายและกระจายต่อ (Share) ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การทำ “อีคอมเมิร์ซ” มีการเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น “การรีวิวสินค้า” จึงนับเป็นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยการทำธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่ควรนำมาปรับใช้และควรสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ๆ ให้มีความน่าสนใจ เพื่อเพิ่มยอดขายและความเป็นที่นิยมในท้องตลาดให้มากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ แฟชั่นและเครื่องสำอาง ธุรกิจอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว

นายกอบชัย กล่าวต่อว่า ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา กสอ. พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยหลายรายได้หันมาให้ความสนใจกิจกรรมการรีวิวสินค้าเพิ่มมากขึ้น และเพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวเกิดประสิทธิภาพขึ้น จึงมีข้อแนะนำดังนี้

  • เลือกใช้ผู้รีวิวหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีคาแรคเตอร์เดียวกับสินค้า เพื่อให้การรีวิวดูมีความจริงใจ ธรรมชาติ และตอบโจทย์กับผู้บริโภคได้อย่างน่าเชื่อถือ เช่น สินค้าชุมชนต้องใช้ผู้รีวิวที่มีความเป็นชาวบ้าน สินค้าอาหารต้องใช้เชฟ หรือ นักชิม สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางใช้ช่างแต่งหน้า หรือ นักแสดง ฯลฯ
  • ไม่โฆษณาจนมากเกินไป ผู้ประกอบการหรือนักการตลาดควรคำนึงว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่มักหลีกหนีการชมโฆษณาและสรรหาเรื่องราวต่าง ๆ ในสื่อออนไลน์ที่น่าสนใจมากกว่าดังนั้น เนื้อหาในการรีวิวจึงต้องมีความเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับเหตุการณ์ประจำวัน และต้องทำให้ผู้ชมหรือบริโภครู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการรีวิว
  • ผสมผสานความน่าเชื่อถือ ด้วยการอ้างอิงคุณประโยชน์จากส่วนใดส่วนหนึ่งของสินค้า เพื่อทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ เช่น ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ต้องอ้างอิงสรรพคุณส่วนผสมจากสมุนไพร หรือวัตถุดิบต่างๆ สินค้ากลุ่มเสื้อผ้า ต้องแสดงถึงความสบาย ความภูมิฐาน คุณภาพของเนื้อผ้าที่มีต่อการสวมใส่ นอกจากนี้ ยังสามารถนำงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง หรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน มาร่วมยืนยันหรือให้ข้อมูลกับสินค้าได้อีกด้วย
  • ให้ความสำคัญกับความกระชับฉับไว เนื่องด้วยปัจจุบันมีช่องทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้เทคนิคการสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเสนอเนื้อหาและการตัดต่อต้องไม่ยืดเยื้อ ชมแล้วเข้าใจง่าย ไม่ต้องตีความเยอะ พร้อมสร้างความรู้สึกให้ผู้ที่ได้รับชมมีความต้องการบอกต่อ (Share) ให้กับผู้อื่นได้ทันที
  • การสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้รับชมหรือผู้บริโภค โดยเปิดโอกาสให้ผู้รับชม ผู้ใช้ และผู้ทดลองใช้ สามารถแสดงความคิดเห็น หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของการรีวิว เพื่อทำให้ผู้อื่น ๆ ได้รับรู้ถึงความจริงใจของแบรนด์สินค้า และนำมาปรับปรุงบริการด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายกอบชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้แต่ละธุรกิจสามารถเติบโตได้ด้วยเทคโนโลยี ระบบออนไลน์ และโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางขึ้น ในปีนี้ กสอ. จึงได้จัดเตรียมโครงการและกิจกรรมพัฒนาศักยภาพด้านดังกล่าวของผู้ประกอบการ อาทิ โครงการเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีด้วยระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital for SMEs) โครงการจัดทำองค์ความรู้ในรูปแบบสื่อดิจิทัลสำหรับเอสเอ็มอี (E-learning for SMEs) และยังมีกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสอนถ่ายภาพเพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การพัฒนาอี-แคตตาล็อกเพื่อโปรโมทสินค้า การสร้างสรรค์เว็บไซต์ ฯลฯ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความทันยุคทันสมัย และสอดรับกับเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น

นอกจากนี้ ล่าสุดยังได้จัดกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอรีวิวสินค้าในแคมเปญ “DIP รีวิวติดสปีด” เพื่อค้นหาสุดยอดนักสร้างสรรค์และนำเสนอสินค้าเอสเอ็มอี ซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการ นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมประกวด โดยมีผู้ร่วมส่งผลงานเข้าประกวดจำนวน 60 คลิป และคัดเลือกเหลือ เพียง 5 คลิปทีมจากคณะกรรมการ ซึ่งการคัดเลือกใช้เกณฑ์การตัดสินจากแนวคิดผลงานอันสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเทคนิคการนำเสนอ จากการตัดสินของผู้ทรงคุณวุฒิโดยละเอียดนั้น มีความเห็นตรงกันว่า นายธรรมชาติ โยธาจุล ในผลงาน “รีวิวผงปรุงรส” ตอบโจทย์ของการเข้าแข่งขันในโครงการมากที่สุดได้รับรางวัลชนะเลิศได้รับโล่ พร้อมเงินรางวัล มูคคล่า 30,000 บาท นายประภวิษณุ์ พุกสุริย์วงษ์ และนายนนทกร รุ่งแกร ผลงาน “รีวิว Deesay Powder แป้งตลับ” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินสด 20,000 บาท และ นางรติกา เอกภาพวาสนา กับผลงาน “รีวิว Skinfrink ครีมทาหน้า และ ครีมแต้มสิว” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินสด 10,000 บาท

นายธรรมชาติ โยธาจุล ในผลงาน “รีวิวผงปรุงรส”

 

นายประภวิษณุ์ พุกสุริย์วงษ์ และนายนนทกร รุ่งแกร ผลงาน “รีวิว Deesay Powder แป้งตลับ”

 

นางรติกา เอกภาพวาสนา กับผลงาน “รีวิว Skinfrink ครีมทาหน้า และ ครีมแต้มสิว” 

 

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 02- 202 -4417 หรือ เข้าไปที่ www.dip.go.th

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขานรับนโยบายภาครัฐ ช่วงเทศกาลตรุษจีนคืนกำไรให้กับลูกค้า
ผ่านแคมเปญ “Go Cashless Get Cash Back - ลดใช้เงินสด ได้รับเงินคืนสูงสุด  1,500 บาท”

ล่าสุด เดอะมอลล์ กรุ๊ป เตรียมขานรับนโยบายภาครัฐ คืนกำไรให้กับลูกค้า ช่วงเทศกาลตรุษจีน จัดแคมเปญGo Cashless Get Cash Back - ลดใช้เงินสด ได้รับเงินคืนสูงสุด 1,500 บาท” ช่วงวันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อขยายรูปแบบมาตรการส่งเสริมการชำระเงินแทนเงินสด (Cashless Society) เมื่อซื้อสินค้าและบริการ เตรียมผลักดันให้คนไทยเข้าสู่ระบบ E-Payment (ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์) มากขึ้น โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าบัตรเดบิต SCB M รับสิทธิพิเศษถึง 3 ต่อ เมื่อช้อปในห้างฯ เครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป หรือที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต, โฮม เฟรช มาร์ท ทุกสาขา ครบ 800 บาทขึ้นไป /เซลล์สลิป ต่อที่ 1 : รับส่วนลด 5% จากสิทธิประโยชน์ของบัตร ต่อที่ 2 : รับเครดิตเงินคืนเข้าบัญชี 8% สูงสุด 500 บาท /บัตร ต่อที่ 3 : รับเงินชดเชยจากรัฐบาล 5% (สูงสุด 1,000 บาท /ท่าน) เมื่อซื้อสินค้าและบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยผู้ถือบัตรเดบิตต้องลงทะเบียนผ่าน www.epayment.go.th ตั้งแต่วันนี้ - 31 มกราคม 2562

สมัครบัตรเดบิต SCB M วันนี้ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือที่เดอะมอลล์ ทุกสาขา “บัตรเดบิตที่ให้ส่วนลด รับเงินคืน และคะแนนสะสม”

ดั๊บเบิ้ล เอ มอบทองผู้โชคดี QR Lucky in Gold ครั้งที่ 1

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ มอบรางวัลทองคำให้กับผู้โชคดีจากการจับรางวัลครั้งที่ 1 จำนวน 25 รางวัล ในแคมเปญ Double A QR Lucky in Gold ซึ่งจัดขึ้นอีกครั้ง ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดข้างกล่องดั๊บเบิ้ล เอ โดย 1 QR ได้ 1 สิทธิ์ลุ้นทองคำทุกเดือน สามารถร่วมแคมเปญลุ้นทองได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2562 ยิ่งสแกนมาก ยิ่งมีสิทธิ์มาก และสะสมยอดสแกนลุ้นรางวัลใหญ่ในรอบสุดท้าย ติดตามรายละเอียดและประกาศรายชื่อผู้โชคดีได้ทาง www.facebook.com/DoubleAClub 

ปี 2561 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว  โดยเศรษฐกิจในภาพรวมมีการฟื้นตัวดีอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีปัจจัยบวกหลายด้านที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกที่เติบโตได้ถึง 11.6%  หรือการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มขยายตัวตลอดทั้งปี เป็นต้น

ในขณะเดียวกันย่อมมีปัจจัยลบที่ฉุดกระชากให้เศรษฐกิจดำดิ่งลงด้วยเช่นกัน อาทิ นโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา, ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา, ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการใช้จ่าย เป็นต้น สำหรับตัวเลขอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 จะเป็นไปตามเป้าหมายการคาดการณ์หรือไม่ คงรอการสรุปจากหน่วยงานเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2562 กูรูด้านเศรษฐกิจหลายท่านมองว่าจะยังทรงๆ ตัว และไม่แตกต่างจากปี 2561 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 1 ของปี 2561 ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะขยายตัวในกรอบประมาณการ 3.5-4.5% และมีค่ากลางอยู่ที่ 4%

สำหรับปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศในปี 2562 ที่ต้องจับตามอง เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคการบริโภคและภาคธุรกิจ, การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit), ความผันผวนในตลาดการเงินโลก

รวมทั้ง สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน (Trade war) โดยได้ลากยาวมาตั้งแต่กลางปี 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างความกังวลให้แก่ผู้ประกอบการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม และล่าสุด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากสงครามทางการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลผลกระทบจากสงครามการค้า และจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการเยียวยาไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการศึกษาผ่านข้อมูลสถิติการนำเข้าและส่งออกสูงสุด 15 รายการ ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาและจีน อีกทั้ง ยังได้มีการสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มอุตสาหกรรมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรม

รวมถึงพิจารณาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทย ทั้งในมิติการนำเข้า การส่งออก การลงทุนภายในประเทศ และแนวทางการเยียวยาต่อภาครัฐ พร้อมทั้งให้ความสำคัญในประเด็นการส่งออกของประเทศไทย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกมากกว่า 60% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)  

ด้านแนวโน้มดัชนีราคาสินค้าและบริการ (เงินเฟ้อ) ปี 2562 กระทรวงพาณิชย์ประมาณการว่าจะขยายตัว 0.7-1.7% โดยมีค่ากลางที่ 1.2% ทั้งนี้ หากแยกเป็นรายไตรมาส คาดว่าไตรมาส 1 จะเพิ่มขึ้น 0.86%, ไตรมาส 2 เพิ่ม 0.98%, ไตรมาส 3 เพิ่ม 1.27% และไตรมาส 4 เพิ่ม 1.81% ภายใต้สมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 3.5-4.5% น้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีที่ 70-80 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และค่าเงินบาทอยู่ที่ 32.5-33.5 บาท/เหรียญสหรัฐฯ โดยมีปัจจัยมีสนับสนุน อาทิ ราคาพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น, ทิศทางการลงทุนของภาครัฐและเอกชนที่ดีขึ้น, ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มดีขึ้น, การส่งออกไทย ที่คาดขยายตัวได้ เป็นต้น

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณยอดพจน์ วงศ์รักมิตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยโชว์ผลงานเยี่ยม รับ ISO/IEC 27001 : 2013 ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และ Letter of Compliance ISO/IEC 27032:2012 แนวทางสำหรับความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ “Guidelines for Cybersecurity” รายแรกของประเทศ ตอกย้ำความสำคัญในการปกป้องระบบสารสนเทศให้มีความมั่นคงปลอดภัย พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรที่น่าเชื่อถือ บวกสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการทั้งภายในและภายนอก

สหภาพยุโรป ยกระดับการพัฒนาการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง  

โครงการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อดำเนินงานด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความปลอดภัยในภาคการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในประเทศกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย บรรลุเป้าในการช่วยเหลือและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กว่า 500 ราย ให้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงและเกิดการขับขี่ที่ปลอดภัย มีระบบการขนส่งสินค้าอันตรายที่ปลอดภัย มีการพัฒนาแผนธุรกิจสำหรับการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนเกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการขนส่งสีเขียว

ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำเนินงาน (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 - มกราคม 2562) โครงการได้ฝึกอบรม SMEs จำนวน 513 รายในภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมพนักงานขับรถบรรทุกมากกว่า 600 คน ส่งผลให้เกิดการประหยัดเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยร้อยละ 15.90 สำหรับรถหนักวิ่งเปล่า และร้อยละ 16.86 สำหรับรถหนักบรรทุกสินค้า ในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตราย โครงการฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงคมนาคมของประเทศเป้าหมายต่างๆ เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบและข้อบังคับ ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของประเทศเมียนมาสามารถออกกฏกระทรวงได้ทั้งหมด 6 ฉบับอย่างเป็นทางการ ขณะที่กระทรวงของประเทศเวียดนาม กัมพูชาและสปป. ลาว กำลังแก้ไขพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าอันตราย

ในแง่ของการสนับสนุนนโยบาย โครงการฯ ยังได้สนับสนุนกระทรวงคมนาคมของประเทศเวียดนาม ในการพัฒนาคู่มือมาตรฐานสำหรับการขนส่งสินค้าสีเขียวและได้ประกาศใช้แล้วเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2561 นอกจากนี้มาตรการด้านการขนส่งสินค้าสีเขียว ยังถูกนำเสนอในวาระ “การมีส่วนร่วมของประเทศ” (NDC) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของประเทศไทย และยังถูกหยิบยกมากล่าวเป็นวาระสำคัญในการประชุมครั้งที่ 24 ของภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP24) ด้วย

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวในพิธีปิดโครงการ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและสหภาพยุโรปว่า “การคมนาคมขนส่ง ถูกยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาและบูรณาการเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เพราะการคมนาคมขนส่งมีบทบาทสำคัญในการขนย้ายสินค้า บริการและประชาชน นอกจากนี้ การคมนาคมขนส่ง ยังช่วยสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ความพยายามผลักดันให้เกิดการพัฒนาถูกดำเนินการผ่านข้อตกลงและกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกด้านขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CBTA) และการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งของอาเซียน ซึ่งโครงการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้ให้การสนับสนุน 5 ประเทศเป้าหมายในการดำเนินงานตามข้อตกลงและกรอบความร่วมมือดังกล่าว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยเอง ก็มุ่งดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน เช่น การขับขี่ที่ปลอดภัยและประหยัดพลังงาน การขนส่งสินค้าอันตรายให้ปลอดภัย และการพัฒนามาตรฐานสำหรับการให้บริการรถบรรทุก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามวาระการประชุมระดับโลกของข้อตกลงปารีส ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้ได้ร้อยละ 20 เนื่องจากภาคคมนาคมขนส่งถือว่าเป็นภาคที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเป็นอันดับต้นๆ ความพยายามของเราในการลดการใช้เชื้อเพลิงและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการนี้ จึงช่วยสนองต่อของความมุ่งมั่นในวาระระดับโลก”

ฯพณฯ เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่า “แผนงาน SWITCH-Asia เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินของสหภาพยุโรปที่จะสนับสนุนประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ให้มีการส่งเสริมการบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน และจนถึงปัจจุบัน มีโครงการจำนวนกว่า 100 โครงการที่ได้รับเงินทุนนี้แล้ว  ด้วยการสนับสนุนเงินทุนของสหภาพยุโรปจำนวน 2.16 ล้านยูโร โครงการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง นับว่าประสบผลสำเร็จในการดำเนินกิจกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงด้วยการมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของ SMEs ด้านการขนส่ง ส่งผลให้เกิดการประหยัดเชื้อเพลิงโดยรวมเฉลี่ยร้อยละ 16  และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย

นอกจากนี้ โครงการฯ ยังให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนกระทรวงคมนาคมทั้ง 5 ประเทศในการปรับปรุงกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตราย ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเหล่านี้ เกิดจากความร่วมมือที่ดีจากพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ SMEs ด้านการขนส่งสินค้า และสมาคมการขนส่งต่างๆ แนวทางการปฏิบัติที่ดีและบทเรียนที่ได้จากการดำเนินโครงการจะถูกนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อพัฒนาการขนส่งสินค้าที่ยั่งยืนในภาคการขนส่งให้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

โครงการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 2.4 ล้านยูโร จากแผนงาน SWITCH-Asia ของสหภาพยุโรปและจากกระทรวงเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) โดยมีองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ดำเนินงานหลักและได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MI) สมาคมขนส่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(GMS-FRETA) รวมถึงโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการบรรเทาผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคการขนส่งทางบกของภูมิภาคอาเซียนของ GIZ

 

เกี่ยวกับ GIZ

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เป็นองค์กรของรัฐบาลเยอรมันที่ดำเนินงานด้าน ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน GIZ ปฏิบัติงานในนามของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศเยอรมนีและต่างประเทศ รวมทั้งรัฐบาลของประเทศต่างๆ  สหภาพยุโรปองค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก และองค์กรที่ให้ทุนอื่นๆ GIZ ดำเนินงานอยู่ในประเทศต่างๆ ราว 120 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 19,000 คน ซึ่งร้อยละ 70 เป็นคนในประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ www.giz.de

ออเนอร์เปิดตัว HONOR 10 Lite สมาร์ทโฟนกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล เอาใจสายเซลฟี่ในราคาย่อมเยาเพียง 6,490 บาท

ผสานความลงตัวระหว่างดีไซน์ไล่เฉดสีอันโดดเด่นและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ออเนอร์ สมาร์ทโฟนอีแบรนด์ชั้นนำประกาศเปิดตัว HONOR 10 Lite  สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเซลฟี่ในราคาที่เอื้อมถึงเพียง 6,490 บาท ด้วยกล้องหน้ามาพร้อมเทคโนโลยี AI ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล มอบประสบการณ์การถ่ายเซลฟี่ของคุณให้ออกมาดูสวยงามได้ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งสเปกเร็วแรงระดับรุ่นเรือธงด้วยขุมพลังชิปเซ็ต Kirin 710 ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการสุดล้ำอย่าง EMUI 9.0 บนพื้นฐาน Android 9 นอกจากนี้ HONOR 10 Lite ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเครื่องไล่ระดับเฉดสีและรอยบากทรงหยดน้ำเพื่อขนาดพื้นที่หน้าจอใหญ่คมชัดในทุกมุมมอง

HONOR 10 Lite ถือเป็นเซลฟี่สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับเซลฟี่สมาร์ทโฟนในราคาระดับเดียวกัน ซึ่งระบบซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดได้ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นถึง 30% และยังลดระยะเวลาในการเปิดแอพพลิเคชั่นลงถึง 12.9% นอกจากนี้ยังมาพร้อม RAM 3GB ที่ช่วยเพิ่มการประมวลผลให้รวดเร็วยิ่งขึ้นรวมทั้งพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่จะสามารถเพิ่มความจุได้สูงสุดถึง 512 GB

HONOR 10 Lite สุดยอดกล้องหน้าเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

หลังจากที่ออเนอร์ได้ทุ่มเทและมุ่งมั่นพัฒนากล้องหน้าเพื่อการถ่ายภาพเซลฟี่ตั้งแต่รุ่น HONOR 9 Lite และ HONOR 10 วันนี้ HONOR 10 Lite ได้พัฒนาไปอีกขั้นด้วยการยกระดับการเซลฟี่ด้วยระบบเทคโนโลยี AI ที่สามารถจดจำและจำแนกสถานการณ์ต่างๆแบบเรียลไทม์ได้ใน 8 สถานการณ์* เพื่อให้รูปถ่ายของคุณออกมาสวยงามไร้ที่ติในทุกมุมมอง

โดย HONOR 10 Lite มาพร้อมฟีเจอร์ที่จะช่วยปรับให้รูปเซลฟี่ของคุณให้ดูโดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น อาทิ ฟีเจอร์ชดเชยแสงทำให้ภาพเซลฟี่ที่ได้มีความสว่างคมชัดยิ่งขึ้น โหมดวิเคราะห์ใบหน้าแบบ 3 มิติ และโหมด AI Beauty ที่สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าไปได้ตามเพศ สีผิว และอายุของผู้ใช้งาน เพื่อให้ภาพถ่ายของคุณออกมาสวยและสมบูรณ์แบบมากที่สุด

HONOR 10 Lite ยังคงมาพร้อมกับเทคโนโลยี 4 in 1 Light Fusion เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ที่จะช่วยให้ภาพเซลฟี่ที่ได้มีความสว่างคมชัดยิ่งขึ้นแม้ว่าจะถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยก็ตาม รวมถึงยังมาพร้อมกับโหมด 3D Portrait Lighting เอฟเฟกต์แสงสตูดิโอ 5 รูปแบบ เพิ่มลูกเล่นให้ภาพของคุณดูสวยน่าหลงใหลยิ่งขึ้น

มากไปกว่านั้น HONOR 10 Lite ยังมาพร้อมกับกล้องหลังเลนส์คู่ที่ช่วยให้คุณกลายเป็นช่างภาพมืออาชีพได้อย่างไม่รู้ตัว โดยกล้องหลังมาพร้อมเทคโนโลยี AI ความละอียดสูงถึง 13MP + 2MP พร้อมรูรับแสง f/1.8 และ f/2.4 เหมาะสำหรับการเก็บภาพทุกความประทับใจอย่างยอดเยี่ยมในทุกมิติ

สีสันสดใสสไตล์คุณด้วย HONOR 10 Lite

HONOR 10 Lite โด่ดเด่นด้วยตัวเครื่องที่เคลือบด้วยวัสดุไล่เฉดสี 8 ชั้น ซึ่งให้ความมันวาวและสะท้อนเฉดสีที่แตกต่างกันในหลากหลายมุมมอง โดยดีไซน์ดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากความสวยงามและการไล่เฉดสีของท้องฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ ของวัน ซึ่งแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 เฉดสี ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky blue), น้ำเงินเข้ม (Sapphire blue) และสีดำ (Midnight black)

สีของตัวเครื่องถูกออกแบบมาจากแรงบันดาลใจของแสงธรรมชาติระหว่างการขึ้นและตกของพระอาทิตย์ เช่น สีฟ้าสกายบลูที่ถูกดีไซน์มาจากสีของท้องฟ้าอันสดใสผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีเทาอ่อนไล่เฉดสีซึ่งเป็นแสงธรรมชาติของท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า นอกจากนี้ HONOR 10 Lite ยังมาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 6.21 นิ้ว การแสดงผลแบบ Fullview Display และรอยบากทรงหยดน้ำที่ให้อัตราส่วนระหว่างหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 90%

คุณอาคิน ลี ประธานออเนอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “การเปิดตัว HONOR 10 Lite ถือเป็นการประกาศความพร้อมสำหรับการเริ่มต้นปี 2562 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวได้รวมทุกฟังก์ชั่นการทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าออเนอร์ได้อย่างลงตัวและเป็นการแสดงให้เห็นว่าออเนอร์ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทยเป็นอย่างมาก HONOR 10 Lite ยังถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเทของออเนอร์ในการพัฒนากล้องหน้า AI สำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่รวมถึงการออกแบบดีไซน์ของตัวเครื่องอย่างพิถีพิถัน  โดยออเนอร์มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสู่แฟนๆออเนอร์ในประเทศไทยและทั่วโลก เนื่องด้วยปัจจุบันกลุ่มเด็กไทยรุ่นใหม่ต่างต้องการสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมฟังก์ชั่นเซลฟี่และดีไซน์ที่โด่ดเด่นไม่เหมือนใคร ออเนอร์จึงภูมิใจนำเสนอสุดยอดแห่งสมาร์ทโฟนเพื่อคอเซลฟี่ที่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ออเนอร์ยังจับมือร่วมกับ Ulike แอพพลิเคชั่นถ่ายรูปชื่อดังที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ซึ่ง HONOR 10 Lite ได้รับการคัดเลือกจาก Ulike ให้เป็น ‘Best Smartphone for Selfie’ โดยการร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เหล่าแฟนๆคนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึงเทคโนโลยีฟิลเตอร์แนวใหม่ทีช่วยให้คุณสามรรถถ่ายทอดสไตล์ความเป็นตัวเองผ่านภาพเซลฟี่ได้อย่างน่าประทับใจยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติอันเหนือชั้นของกล้องหน้า HONOR 10 Lite ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และการร่วมมือกับแอพพลิเคชั่น Ulike ในการพัฒนาฟิตเตอร์สุดพิเศษโดยออเนอร์เพื่อส่งมอบประสบการณ์เซลฟี่ที่ดีที่สุดให้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งสำหรับใครที่ถ่ายเซลฟี่ด้วยฟิตเตอร์ออเนอร์สามารถนำรูปภาพไปร่วมสนุกแคมเปญผ่านช่องทางโซเชียลได้โดยสามาถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook HONOR Thailand และ UlikeCamera Thailand

พิเศษตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2562 จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ลูกค้าสามารถสั่งซื้อ HONOR 10 Lite ล่วงหน้าได้ที่ Lazada (https://bit.ly/2FwSd9Z) CSC, ศูนย์บริการ AIS Shop (ในสาขาที่ร่วมรายการ) สำหรับลูกค้า AIS สามารถซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจ ได้ในราคาเริ่มต้นที่ 2,490 บาท สำหรับแพ็กเกจ 4G Hot Deal 699 บาท และในราคา 3,490 บาท สำหรับแพ็กเกจ 4G Hot Deal 499 บาท อีกทั้งยังวางจำหน่ายที่ร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อล่วงหน้าสามารถรับชุดของขวัญสุดพิเศษประกอบด้วย ไฟวงแหวนเซลฟี่ การ์ดความจำ 64GB ขาตั้งโทรศัพท์ และฟิล์มกันรอย

HONOR 10 Lite วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 6,490 บาท โดยมาพร้อมสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีฟ้าสกายบลู (Sky blue), สีน้ำเงินเข้ม (Sapphire blue) และสีดำ (Midnight black) ซึ่งจะพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์  2562 เป็นต้นไปที่ Lazada (https://bit.ly/2FwSd9Z)  CSC   ศูนย์บริการ AIS Shop  และร้านค้า HONOR Shop สาขา MBK

 

เกี่ยวกับ ออเนอร์

Honor คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ด้วยสโลแกน “For The Brave” แบรนด์ Honor ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่มีวิถีแบบดิจิทัลผ่านผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น สร้างความจูงใจและการกระทำ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ ก้าวไปให้บรรลุความฝันได้ ด้วยแนวทางดังกล่าว Honor สร้างความโดดเด่นด้วยการแสดงให้เห็นการก้าวออกนอกกรอบ อย่างกล้าหาญของตัวเอง ทำสิ่งที่ในแตกต่าง และดึงเอาขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ เพื่อการนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เสนอให้กับลูกค้าของเรา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.hihonor.com/th หรือ ติดตามได้ที่:

https://www.facebook.com/HonorThai/

https://twitter.com/honorthailand

https://www.instagram.com/honorthailand/

https://www.youtube.com/channel/UC6gEmqtN42jVSkB2DLnpCVQ

 

ซีไลฟ์ฯ สร้างสีสันวันตรุษจีน...เชิดสิงโต โชว์นางเงือก ตลอดสัปดาห์ 

พร้อมแจกอั่งเปาคนเกิดปีหมู หรือจูงมือคนเกิดปีหมู ลดราคาบัตรเข้าชม 30% ทันที!

นอกจากจะนำเสนอประสบการณ์โลกใต้น้ำระดับโลกแบบ 360 องศา ตลอดปีแล้ว สำหรับเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้ ซีไลฟ์ แบงคอก อควาเรียมมาตรฐานระดับโลก ขอต้อนรับสัปดาห์แห่งวันหยุดและวันเที่ยว จัดแสดงโชว์ใต้น้ำของเหล่า “นางเงือก” ตัวละครจากวรรณคดีไทยชั้นเยี่ยมเรื่อง “พระอภัยมณี” ที่จะทักทายผู้ชม และร่วมแหวกว่ายกับเหล่าสัตว์ในท้องทะเล พร้อมด้วยขบวนสิงโตจีน และแป๊ะยิ้มที่มาร่วมสร้างสีสันต้อนรับเทศกาลตรุษจีนตลอดกิจกรรม โดยจัดแสดงวันละ 4 รอบ เวลา 11:45 น. / 14:00 น. / 15:30 น. และ 16:45 น. ณ บริเวณปลายอุโมงค์ Ocean Tunnel โซนไทยไอคอนิก พระอภัยมณีและผีเสื้อสมุทร ที่ ซีไลฟ์ แบงคอก ชั้นบี 1-2 สยามพารากอน ในวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น  

พิเศษ! สำหรับผู้ที่เกิดปีหมู หรือจูงมือคนเกิดปีหมูมาเที่ยว ซีไลฟ์ แบงคอก ระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2562  รับส่วนลดทันที 30% สำหรับบัตรเข้าชมแบบ Single visit เพียงแสดงบัตรประชาชนที่หน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว Shipwreck ที่ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล ในวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อบัตรเข้าชมออนไลน์ผ่าน www.sealifebangkok.com ระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ รับทันทีอั่งเปาจากซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล ในรูปแบบของ Guidebook (มูลค่า 199 บาท) ฟรี! ท่านละ 1 เล่ม ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล ในวันที่เข้าชมShipwreck ที่ซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล ในวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อบัตรเข้าชมออนไลน์ผ่าน www.sealifebangkok.com ระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ รับทันทีอั่งเปาจากซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล ในรูปแบบของ Guidebook (มูลค่า 199 บาท) ฟรี! ท่านละ 1 เล่ม ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของซีไลฟ์ แบงคอก โอเชี่ยน เวิร์ล ในวันที่เข้าชม

 

ซีไลฟ์ แบงคอก อควาเรี่ยมมาตรฐานระดับโลก ตั้งอยู่ชั้น บี 1-2 สยามพารากอน (บีทีเอส สถานีสยาม)

บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ปกติ ราคา 490 บาท และ สำหรับเด็กอายุ 3-11 ปี ราคา 350 บาท

สอบถามข้อมูลและติดต่อได้ที่ http://www.sealifebangkok.com/ โทร. 02-687-2000

ติดตามเราได้ที่ https://www.facebook.com/SEALIFEBangkokOceanWorld

 

_____________________

 

SEA LIFE Bangkok’s Chinese New Year vibe: Lion and Mermaid dances

Lucky red envelopes giveaway: 30% discount entry fee for the Year of the Pig people!

On top of the all-year well-rounded underwater experiences, SEA LIFE Bangkok, the world-class aquarium, also offers festive special to celebrate the vibes. This Chinese New Year, the aquarium welcomes Chinese festive long weekend with the underwater show of “Mermaids” – the kind that comes from Thai legendary literature ‘Phra Aphai Mani’ – who will be swimming alongside all sea creatures of the aquarium and greeting all visitors; along with the lively iconic lion dance throughout the show. The lion and mermaid dances are featured 4 times daily: 11:45 / 14:00 / 15:30 / and 16:45 hrs at the end of the Ocean Tunnel, Thai Iconic zone featuring the famous Phra Aphai Mani sculpture, at SEA LIFE Bangkok, B1-2 fl., Siam Paragon, on 1-8 February only.

Discount alert! People (Thais and expats only) born in the Year of the Pig, or coming with one, earn 30% discount for single visit pass. Show your ID card at SEA LIFE Bangkok ticket counter to claim the discount during 1-10 February 2019 only.

 

SEA LIFE Bangkok, the world-class aquarium at B1-2 fl., Siam Paragon department store (BTS Siam station)

Entrance fee: Adults 990 THB / Kids (3-11 years old) 790 THB

Contact us via: http://www.sealifebangkok.com/ Tel. +66-687-2000

Follow us: https://www.facebook.com/SEALIFEBangkokOceanWorld