Super User

Super User

Selfies labore, leggings cupidatat sunt taxidermy umami fanny pack typewriter hoodie art party voluptate. Listicle meditation paleo, drinking vinegar sint direct trade.

CPI สนับสนุน “น้ำดื่มลีลา” และร่วมวิ่ง ในโครงการ “หมอชวนวิ่ง” พื้นที่อำเภอท่าแซะ

บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มลีลา โดย คุณชำนาญ ปิติกฤติยากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงงาน พร้อมเหล่าพนักงาน เข้าร่วมวิ่งโครงการ  “หมอชวนวิ่ง" ซึ่งจัดโดยแพทยสภา มีตัวแทนรับมอบคฑาบรรจุธงสัญญลักษณ์ เพื่อนำไปส่งต่อยังผู้รับช่วงต่อ รวมระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร พร้อมได้สนับสนุนน้ำดื่มในการวิ่งครั้งนี้ ซึ่งการออกกำลังกายโดยการวิ่ง เป็นการดูแลส่งเสริมสุขภาพที่ดี และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อเร็วๆนี้

เปิดไฟต้นคริสต์มาส

ศิรินุช สวาสดิ์ธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง เปิดงาน “CHRISTMAS TREE LIGHT UP CELEBRATION” ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 6 ปี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง และส่งมอบความสุขสุดยิ่งใหญ่ให้ชาวลำปาง โดยมี พรเทพ อรรถกิจไพศาล, มุกดา ท้วมเสม, พันตำรวจตรี พรวสันต์ คำปินโต, พิมมุก ทวีวัฒน์, ปิยวดี ทวีกิจจินดาและวิชญาณี เปียกลิ่น ร่วมงาน บริเวณลานร่ำเปิง หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปางเมื่อเร็วๆนี้ (วันนี้ 26 พฤศจิกายน 2561)

จากซ้ายไปขวา

  1. พันตำรวจตรี พรวสันต์ คำปินโต  สารวัตรป้องกัน และปราบปราม สถานีตำรวจภูธรลำปาง
  2. คุณวิชญาณี เปียกลิ่น  ศิลปิน
  3. คุณพิมมุก ทวีวัฒน์  เซเลบริตี้
  4. คุณพรเทพ อรรถกิจไพศาล  ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง
  5. คุณศิรินุช สวาสดิ์ธรรม  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง
  6. คุณมุกดา ท้วมเสม  ประธานชมรมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบกที่ 32
  7. คุณปิยวดี ทวีกิจจินดา  เซเลบริตี้

ไทย-เยอรมนีร่วมจัดการน้ำเสียชุมชน เดินหน้าพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย จัดพิธีปิดโครงการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระบบน้ำและน้ำเสีย (WaCCliM) ประเทศไทย โดยโครงการฯ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนน้ำและน้ำเสียให้แก่พื้นที่นำร่อง 4 พื้นที่ของประเทศ

ขณะที่ทั่วโลกกำลังวิตกกังวลกับการควบคุมการเพิ่มของอุณหภูมิโลกให้ได้ 1.5 องศาเซลเซียส ทุกภาคส่วนได้เริ่มวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้ระบุว่าการบำบัดน้ำเสียในเขตเทศบาลคิดเป็นร้อยละ 47.5 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนของเสียในประเทศไทย หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของทั้งประเทศ จากแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยปีพ.ศ. 2564-2573 ได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากภาคการจัดการน้ำเสียไว้ที่ 700,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปีพ.ศ. 2573

โครงการลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระบบน้ำและน้ำเสีย หรือโครงการ WaCCliM ภายใต้แผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (IKI) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ และความปลอดภัยทางปรมาณูแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMU) ให้เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 โดยมีจุดประสงค์เพื่อแนะนำเทคโนโลยีการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนน้ำและน้ำเสีย สนับสนุนให้มีนโยบายรองรับในการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนน้ำและน้ำเสีย และบูรณาการการถอดบทเรียนเข้าสู่แนวทางสากล ในส่วนของประเทศไทยได้ให้คำแนะนำทางด้านแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการน้ำเสียให้กับพื้นที่นำร่อง ได้แก่ เทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เทศบาลเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ และเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี และทางด้านนโยบายให้กับองค์การจัดการน้ำเสีย เพื่อเป็นรากฐานและกรอบการทำงานสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการน้ำเสียชุมชนในอนาคต ผลที่ได้จากโครงการฯ จะเป็นแนวทางให้ระบบน้ำเสียแห่งอื่นๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป

ผลงานที่ได้จากความร่วมมือภายในโครงการฯ คือ เครื่องมือ ECAM (Energy Performance and Carbon Emissions Assessment and Monitoring) ซึ่งเป็นเครื่องมือตัวแรกที่ใช้คำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งใช้ในการติดตามผล รายงาน และทวนสอบ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคส่วนน้ำประปาและน้ำเสีย จากผลการตรวจประเมินเบื้องต้นจากระบบสาธารณูปโภคน้ำเสีย แสดงให้เห็นว่าพื้นที่นำร่องสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 7,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือประมาณร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับการดำเนินงานปกติ

นายชีระ วงศบูรณะ รักษาการผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นประเด็นหลักที่ อจน. ให้ความสำคัญ ดังนั้นเราจึงได้ร่วมกับเทศบาลในการจัดระบบการจัดการน้ำเสียชุมชนให้มีประสิทธิภาพ และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการจัดการน้ำเสียชุมชนและผลกระทบของน้ำเสียชุมชนที่มีต่อแหล่งน้ำ เนื่องจากการบำบัดน้ำเสียและการใช้ไฟฟ้าภายในระบบบำบัดล้วนส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในส่วนของเครื่องมือ ECAM ที่เราได้รับจากโครงการ WaCCliM นั้น ได้มีการประยุกต์ผลลัพธ์จากเครื่องมือ ECAM นำไปใช้ภายในศูนย์ติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำเสียประเทศไทย ให้มีการรายงานผลก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์และผลก๊าซเรือนกระจกจากเครื่องมือ ECAM จะสามารถแสดงผลผ่านเว็บเพจของ อจน. ซึ่งเครื่องมือ ECAM นั้นได้มีการเปิดให้ใช้งานผ่านเว็บไซต์ wacclim.org โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมทั้งมีแนวทางการคำนวณและเอกสารการฝึกอบรมให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ที่มีความสนใจในเรื่องการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนน้ำเสีย ทั้งนี้ อจน. พร้อมที่จะต่อยอดการดำเนินงานและฝึกอบรมการใช้งาน เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนแห่งอื่นๆ ที่ อจน. จะเข้าไปสนับสนุนต่อไป”

นางสาวชุติมา จงภักดี ผู้จัดการโครงการฯ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 4 ปีในการดำเนินงาน โครงการ WaCCliM ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุน อจน. ทั้งด้านการให้คำแนะนำที่เกี่ยวกับมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสีย และการกำหนดนโยบายสำหรับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดการน้ำเสียชุมชนของประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญในการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือ คุณภาพของข้อมูล ตลอดระยะเวลาการทำงาน GIZ และสมาคมน้ำนานาชาติ (IWA)  มุ่งเน้นการฝึกอบรมให้กับพนักงาน อจน. ในด้านการสร้างความเข้าใจถึงผลจากการจัดการน้ำเสียที่มีต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม และการประเมินผลจากการใช้เครื่องมือ ECAM ด้วยตนเอง เพื่อให้พนักงาน อจน. ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในภาคส่วนน้ำเสีย สามารถเข้าใจความสำคัญของการเก็บข้อมูลการทำงานและผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบบำบัดที่ตนดูแลอยู่ เนื่องจากข้อมูลเป็นส่วนสำคัญที่จะใช้กำหนดนโยบายการจัดการน้ำเสียชุมชนในอนาคต เพื่อพัฒนาชุมชนให้สามารถก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”

 ------------------------------------------------------------------------

เกี่ยวกับ อจน.

องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ มีหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจัดการน้ำเสีย พ.ศ. 2538 และปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2540 และปี พ.ศ. 2548 คือ การจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมสำหรับการบำบัดน้ำเสียภายในเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย และการให้บริการรับบริหารหรือจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย ทั้งในและนอกเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย รวมทั้งบริการหรือกิจการต่อเนื่องที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ในเชิงเศรษฐกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเดินระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับ GIZ

องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เป็นองค์กรของรัฐบาลเยอรมันที่ดำเนินงานด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน GIZ ปฏิบัติงานในนามของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศเยอรมนีและต่างประเทศ  รวมทั้งรัฐบาลของประเทศต่างๆ  สหภาพยุโรป องค์การสหประชาชาติ ธนาคารโลก และองค์กรที่ให้ทุนอื่นๆ GIZ ดำเนินงานอยู่ในประเทศต่างๆ ราว 120 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานประมาณ 19,000 คน ซึ่งร้อยละ 70 เป็นคนในประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ www.giz.de

หัวเว่ยเปิดตัวระบบการประชุมทางไกล CloudLink รุ่นใหม่ ในงาน Connecting Time & Space, Changing the Future

ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Connecting Time & Space, Changing the Future หัวเว่ยเปิดตัว CloudLink ระบบการประชุมทางไกลเทเลเพรสเซนส์รุ่นใหม่ (Telepresence) ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ CloudLink Board และ CloudLink Box พร้อมขับเคลื่อนการประสานการทำงานและการสื่อสารในองค์กรสู่ยุคอัจฉริยะ ในงานยังได้รับเกียรติจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พันธมิตรรายสำคัญในประเทศไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์สุดประทับใจจากการใช้งานโซลูชันการสื่อสารองค์กรของหัวเว่ย

ในยุคดิจิทัล นวัตกรรมจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้พัฒนาก้าวรุดหน้า โดยมีความร่วมมือและการสื่อสารเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่นำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ มร. ต๋ง อู่ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์สื่อสารคลาวด์ระดับองค์กร และฝ่ายขายโซลูชั่น กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ ของหัวเว่ย กล่าวว่า “หัวเว่ยได้พัฒนาโซลูชันการสื่อสารสำหรับองค์กร CloudLink รุ่นใหม่นี้ขึ้นมา เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบสำนักงานอัจฉริยะ ระบบการทำงานแบบอัจฉริยะ และพัฒนาโซลูชั่นในกลุ่มอุตสาหกรรม เรามุ่งหวังที่จะได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อช่วยทรานสฟอร์มรูปแบบการประสานงานและการสื่อสารขององค์กร รองรับอุตสาหกรรมที่หลากหลายและสร้างอนาคตรูปแบบใหม่”

“อันที่จริง เรามีการใช้งานที่ประสบความสำเร็จมากมายในประเทศไทย ตัวอย่างเช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) องค์กรด้านพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้มีการติดตั้งใช้งานระบบการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอของหัวเว่ยไปแล้วกว่า 200 ชุดใน 74 จังwหวัดทั่วประเทศ รองรับพนักงานกว่า 30,000 คน และเราจะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ระบบดิจิทัลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น” มร. ต๋ง กล่าวเสริม

  • ระบบสำนักงานอัจฉริยะ (Digital office space) : การให้บริการเครื่องมือดิจิทัลด้านการสื่อสารและการทำงานร่วมกันสำหรับองค์กร เพื่อสร้างพื้นที่สำนักงานออนไลน์ตามความต้องการที่แตกต่างกัน และตอบโจทย์ความต้องการของสำนักงานในทุกรูปแบบ
  • ระบบการทำงานแบบอัจฉริยะ (Intelligent Working Methods) : จัดหานวัตกรรมบริการสำหรับองค์กร อาทิ การประชุมอัจฉริยะ (Intelligent Conference) ศูนย์กลางการติดต่อเชิงอัจฉริยะ (Intelligent Contact Center) และผู้ช่วยสำนักงานอัจฉริยะ (Intelligent Office Assistant) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เน้นการทำงานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นให้กับพนักงาน
  • การพัฒนาโซลูชั่นในกลุ่มอุตสาหกรรม ทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อรังสรรค์โซลูชั่นสำหรับอุตสาหกรรมกว่า 40 โซลูชั่น บนสถาปัตยกรรม Platform + Ecosystem อาทิ ด้านการดูแลสุขภาพ การศึกษา ภาครัฐ การขนส่ง และการเงิน

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์การประชุมทางไกลเพื่อการทำงานร่วมกันของหัวเว่ย

วิวัฒนาการด้านดิจิทัลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการประชุมผ่านวิดีโอในรูปแบบเดิมๆ ไปสู่การประชุมทางไกลเสมือนที่มีการโต้ตอบกัน สำหรับยุคแห่งการทำงานร่วมกัน 3.0 หรือ Collaboration 3.0 หัวเว่ยได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์การประชุมทางไกลเทเลเพรสเซนส์รุ่นใหม่ CloudLink ที่เน้นการประสานงานร่วมกัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความละเอียดระดับ Ultra-HD ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้นและตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

  • CloudLink Board: อุปกรณ์ปลายทางสำหรับการประชุมผ่านวิดีโออัจฉริยะแบบ All-in-one รุ่นใหม่ ที่รวมคุณสมบัติด้านการประชุมผ่านวิดีโอ การทำงานร่วมกันแบบอินเตอร์แอคทีฟ และฟังก์ชั่นการแชร์ข้อมูลระยะไกล เพื่อมอบประสบการณ์การประชุมอัจฉริยะ พร้อมการสั่งการด้วยเสียง ระบบติดตามอัจฉริยะ และการจดจำใบหน้า
  • CloudLink Box: อุปกรณ์ปลายทางที่เชื่อมต่อการประชุมผ่านวิดีโอแบบ Ultra-HD แยกภาพและเสียง (Split-Type) รุ่นใหม่ ด้วยคุณสมบัติในการประมวลผลภาพและเสียงระดับสุดยอดแบบ Dual 4K/P30 และพอร์ทสำหรับภาพและเสียงแบบต่างๆ ทำให้ CloudLink Box สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ CloudLink Touch เพื่อช่วยให้การจัดประชุมเป็นไปอย่างง่ายดายและสะดวกสบาย

CloudLink คือโซลูชันแบบครบวงจรสำหรับการสื่อสารและการประสานงานร่วมกันระดับองค์กร ที่หัวเว่ยได้พัฒนาขึ้นมาให้สามารถรองรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ สามารถทำงานผ่านการเชื่อมต่ออัจฉริยะ รองรับการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์และคลาวด์ มีความเปิดกว้างและผสมผสาน ระบบการสื่อสารระดับองค์กรของหัวเว่ยจะนำเครื่องมือใหม่ๆ ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลมาสู่องค์กรต่างๆ ทั่วโลก พัฒนาให้เกิดความก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ของหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่ทุกคน ทุกบ้าน และทุกองค์กร เพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ

ไอวีแอล ชี้ตลาด PTA-PET ปี 2562 เติบโตรับดีมานด์เคมีภัณฑ์ทั่วโลก พร้อมขยายฐาน PTA และ PET ในสหรัฐฯ

ไอวีแอลมั่นใจรายได้ปี 61 เติบโตตามคาดการณ์ สรุปยอดรายได้ 9 เดือน รวม 7,952 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นผลมาจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์เพื่อสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการมีปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในห่วงโซ่โพลีเอสเตอร์และกลุ่มธุรกิจ HVA ด้วยการซื้อกิจการในต่างประเทศ อาทิ บราซิล อียิปต์ โปรตุเกส สหรัฐฯ อิสราเอล และสาธารณรัฐเช็ก เป็นต้น ตอกย้ำภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2562 ยังโตต่อเนื่องจากดีมานด์เคมีภัณฑ์ พร้อมตั้งเป้าลงทุนต่อเนื่องในโครงการคอร์ปัส คริสตี (Corpus Christi) ซึ่งจะกลายเป็นโรงงาน PTA - PET ที่ใหญ่ที่สุด และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก เปิดเผยว่า “ไอวีแอลมีความเหมาะสมอย่างมากในสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันด้วยการดำเนินงานกระจายตัวใน 30 ประเทศทั่วโลก รองรับตลาดภายในประเทศที่มีขนาดใหญ่ และยังคงสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพ มีภูมิคุ้มกันแม้ในสภาวะที่การค้าระหว่างประเทศมีความผันผวน เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของกำไรและปริมาณการผลิตในปี 2561 และ 2562 เนื่องจากเอกลักษณ์ในการดำเนินธุรกิจและสินทรัพย์ที่ครอบคลุมทั่วโลกตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า”

นอกจากนี้ ไอวีแอลได้มีการเดินหน้าเข้าซื้อกิจการที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด บริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการในประเทศบราซิลและอียิปต์ ทำให้ไอวีแอลมีกำลังการผลิต PET เพิ่มขึ้นจำนวน 1.1 ล้านตัน / การเข้าซื้อกิจการในเมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศโปรตุเกส ทำให้กำลังการผลิตของโรงงาน PTA เพิ่มขึ้นจำนวน 1.1 ล้านตัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มความแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ HVA จากการเข้าซื้อกิจการบริษัท Kordarna ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และบริษัท Avgol ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรในปี 2562

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมในปี 2562 นั้น ไอวีแอลคาดว่า ภาพรวมเศรษฐกิจยังส่งผลบวกอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยความต้องการเคมีภัณฑ์ รวมถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจในหลายประเทศที่ยังเติบโตได้ดี อีกทั้งโครงการลงทุนคอร์ปัส คริสตี (Corpus Christi) ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนในสหรัฐฯ คาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ภายในปี 2563 ซึ่งมั่นใจว่า เมื่อขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จ โรงงานแห่งนี้จะเป็นโรงงาน PTA - PET ที่ใหญ่ที่สุด และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งนี้ ไอวีแอลยังเชื่อมั่นในการคาดการณ์จากช่วงกลางปีที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ จะมีกำไรหลักรวมก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (core EBITDA) อยู่ที่ 1.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2562 หรือเพิ่มขึ้น 74% จากปี 2560

นอกเหนือจากความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในกลุ่มบริษัทเคมีภัณฑ์ระดับโลกแล้ว ไอวีแอลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไอวีแอลได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Index) เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงค์ของไอวีแอลที่ยึดมั่นในการเป็นพลเมืองที่ดี และตอบสนองต่อประเด็นทางสังคม เนื่องจากธุรกิจหลักของไอวีแอล คือ การผลิตเม็ดพลาสติก PET ที่สามารถรีไซเคิลได้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าการลดปริมาณของเสียประเภทพลาสติก PET ที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบเพื่อกำจัดและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ผ่านการริเริ่มการรีไซเคิลและการนำของเสียไปผ่านกระบวนการ

ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบสหประชาชาติ (The UN Sustainable Development Goals) เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและการผลิตอย่างยั่งยืน (SDG 12) ผ่านโครงการรับผิดชอบทางสังคมของไอวีแอลต่างๆ อาทิ โครงการ RECO Young Designer Competition และโครงการทางสังคมอื่นๆ ซึ่งเป็นโครงการด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนที่กลุ่มบริษัทดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มบริษัทจะเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้ในการใช้เม็ดพลาสติก PET รีไซเคิล (rPET) และเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการกิจกรรมร่วมกับสังคมและภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

เกี่ยวกับ อินโดรามา เวนเจอร์ส

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ (DJSI) และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Bloomberg ticker IVL.TB) เป็นหนึ่งในบริษัทปิโตรเคมีชั้นนำระดับโลก มีโรงงานผลิตครอบคลุมภูมิภาคหลักทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกา เอเชีย ยุโรปและอเมริกา โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ Necessities และผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ทั้งในกลุ่มพอลิเมอร์ เส้นใยและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงมีการบูรณาการไปยังวัตถุดิบหลักอย่างเอทิลีนออกไซต์/ไกลคอล และ PTA ผลิตภัณฑ์ของไอวีแอลรองรับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคล และอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ ผลิตภัณฑ์ยางในรถยนต์และผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัย ปัจจุบันบริษัทฯ มีพนักงานทั่วโลกราว 16,000 คนและมีรายได้จากการขายรวม 8.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2560

ไอวีแอลมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยและมีโรงงานทั่วโลก อันได้แก่ ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา: เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี เดนมาร์ก ลิทัวเนีย โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก ลักเซมเบิร์ก สเปน ตุรกี ไนจีเรีย กานา โปรตุเกส อิสราเอล อียิปต์ รัสเซีย สโลวาเกีย

อเมริกา: สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก แคนาดา บราซิล
เอเชีย: ไทย อินโดนีเซีย จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์

ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ เดินหน้านโยบายส่งเสริมสุขภาพและการศึกษา นำจิตอาสาปรับปรุงห้องสมุดและมอบอุปกรณ์การศึกษาให้โรงเรียนบ้านเขาตะแคง จังหวัดลพบุรี

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ดังนั้นนอกจากที่จะได้รับการเรียนรู้จากห้องเรียนแล้ว การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและส่งเสริมให้เด็ก ๆ รู้จักการค้นคว้าแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่ง “ห้องสมุด” เป็นแหล่งความรู้ใกล้ตัวที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่ในปัจจุบันยังมีห้องสมุดจำนวนมาก ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมและขาดแคลนหนังสือและสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย

นางสาวอริสา กุลปิยะวาจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟุ้ดส์ จำกัด ผู้นำตลาดในการผลิตและจำหน่ายนมจากถั่วอัลมอนด์ระดับพรีเมียม แบรนด์ 137 ดีกรี กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายในการส่งเสริมสุขภาพและการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่านและเสริมสร้างความรู้นอกห้องเรียน จึงได้จัดกิจกรรม “แชร์เพื่อน้อง 1 share เท่ากับ 1 บาท” เพื่อให้ครูและนักเรียนมีสถานที่ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ตลอดจนฝึกฝนทักษะวิชาชีพ โดยเชิญชวนผู้สนใจร่วมกดแชร์ใน www.facebook.com/137degrees โดยทุกการกดแชร์กิจกรรมดังกล่าว บริษัทจะร่วมสมทบทุนปรับปรุงอาคารห้องสมุดและห้องฝึกอาชีพโรงเรียนบ้านเขาตะแคง จังหวัดลพบุรี

รวมถึงได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรหลากหลายหน่วยงาน เอื้อเฟื้อสถานที่ในการเป็นจุดวางกล่องรับบริจาคหนังสือ อาทิ ศูนย์หนังสือจุฬา, ไปรษณีย์ไทย สาขาภาษีเจริญ, ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เพชรเกษม, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย จำกัด, ธนาคารธนชาต, โรงเรียน นวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล, อาคาร ไทยซีซี ถนนสาทร, โครงการ เดอะ ทรัสต์ เรสซิเด้นซ์ รัชดา-พระราม 3,สเตเดียม วัน, สตาร์วิว คอนโดมีเนียม, เดอโซน คอนโดมิเนียม,โครงการ เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ ทั้ง 4 แห่ง คือ สุขุมวิท 77,  พระราม9, รามคำแหง  และร่มเกล้า ซึ่งได้รับความสนใจเกินคาดหมาย มีผู้ใหญ่ใจดีร่วมบริจาคหนังสือมากกว่า 5,000 เล่ม และบริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ยังได้นำกลุ่มจิตอาสาไปร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การมอบอุปกรณ์การเรียน สื่อการเรียนการสอน มอบอุปกรณ์กีฬาและผลิตภัณฑ์นม 137 ดีกรี รวมมูลค่ากว่า 122,000 บาท  รวมถึงจัด กิจกรรมสันทนาการ  ที่ให้ความรู้ด้านโภชนาการเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพดีขึ้น

นางสาวมัลลิกา ปานคุ้ม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขาตะแคง กล่าวว่า โรงเรียนตั้งอยู่ในเขตอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี มีนักเรียนรวม 95 คน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มุ่งหวังที่นักเรียนมีความรู้ในด้านวิชาการ ควบคู่กับทักษะนอกห้องเรียนในด้านต่าง ๆ แต่เนื่องจากโรงเรียนมีขนาดเล็ก ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ห้องสมุดจึงแทบเป็นแหล่งการเรียนรู้เดียวที่นักเรียนจะสามารถเข้าถึงหนังสือเสริมความรู้นอกตำราเรียนได้  ดังนั้นอาคารห้องสมุดหลังใหม่และหนังสือที่ได้รับจากกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นเประโยชน์อย่างมาก รวมถึงจะเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านวิชาชีพ เช่น การเกษตร ตัดผม ทำอาหาร ให้แก่นักเรียนและคนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ต่อไป  

สยามสินธร ดึง เคมปินสกี้ เปิดตัวคอนโดหรู “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้”

นายชลาลักษณ์ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสินธร จำกัด จัดงานเปิดตัว โครงการซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้” โดยจับมือพันธมิตรชื่อดังระดับโลก “เคมปินสกี้” สร้างสรรค์ที่พักอาศัย รวมถึง โรงแรมระดับ 5 ดาว สินธรเคมปินสกี้ และโรงแรมในเครือคิมป์ตัน ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ “สินธร วิลเลจ” มิกซ์ยูสย่านหลังสวน ทำเลทองชั้นนำของเมืองไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ณ สำนักงานขาย เดอะ เรสซิเดนท์ แอท สินธร เคมปินสกี้ ถนนหลังสวน เมื่อเร็วๆนี้

เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้ (The Residences at Sindhorn Kempinski) และโรงแรมสินธรเคมปินสกี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสินธร วิลเลจ ที่มีมูลค่าโครงการรวมกว่า  39,000 ล้านบาท  ทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง  จุดกึ่งกลางระหว่างย่านสุขุมวิทและสีลม อยู่ใกล้กับสวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส ใกล้โรงพยาบาล แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงเรียนชื่อดัง

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ เอาใจนักช้อปต้อนรับปีใหม่ จัดแคมเปญ THE MALL JOY OF GIVING x tokidoki : MERRY GO TOWN

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ร่วมกับ บัตรเครดิตเอสซีบีเอ็ม วีซ่า (SCB M VISA), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารซิติแบงก์, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน จัดหนักเอาใจนักช้อปต้อนรับปีใหม่ จัดแคมเปญ THE MALL JOY OF GIVING x tokidoki : MERRY GO TOWN กับโปรโมชั่นช้อปสุดฟิน มันส์ทั้งเมือง รวมมูลค่ามากกว่า 19 ล้านบาท พร้อมรับ Joy Of Giving Collection tokidoki Limited Edition ครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้ – 13 มกราคม 2562 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา

THE MALL JOY OF GIVING x tokidoki: MERRY GO TOWN SHOP สุด FUN มันส์ทั้งเมือง

  • ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ครบ 7,000 บาทขึ้นไป พร้อมแสดงบัตรหรือ M Card Application รับฟรี Power Bank tokidoki Limited Edition มูลค่า 1,900 บาท พิเศษลูกค้าบัตรเครดิต SCB M VISA ช้อปเพียง 5,500 บาท, สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้, สมาชิกไทยไลฟ์การ์ด , ลูกค้าเอไอเอส , ลูกค้าบัตรเครดิตธนชาต, , ลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารออมสิน ช้อปเพียง 6,000 บาท
  • ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ครบ 15,000 บาทขึ้นไป พร้อมแสดงบัตรหรือ M Card Application รับฟรี กระเป๋าเดินทาง tokidoki Limited Edition ขนาด 20 นิ้ว มูลค่า 4,900 บาท พิเศษลูกค้าบัตรเครดิต SCB M VISA ช้อปเพียง 12,000 บาท, สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้, สมาชิกไทยไลฟ์การ์ด , ลูกค้าเอไอเอส , ลูกค้าบัตรเครดิตธนชาต, ลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารออมสิน ช้อปเพียง 13,000 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต SCB M VISA ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ และ โคราช ครบ 4,000 บาทขึ้นไป รับฟร LIMITED EDITION tokidoki UNICORNO – MALI มูลค่า 990 บาท
  • ทานอาหารภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ผ่านบัตรเครดิต SCB M VISA ครบ 1,000

บาทขึ้นไป รับฟรี! เมนูพิเศษ จากร้าน After You หรือ Dunkin’ Donuts

  • สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป รับบัตรกำนัลห้างฯ 200 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตซิตี้
  • Everyday Cash Rebate ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15 % เมื่อใช้คะแนนเท่ากับยอดซื้อ
  • Saturday Special เฉพาะวันเสาร์ (24 พ.ย. – 11 ม.ค.2562) ช้อปผ่านบัตรเครดิตซิตี้ ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป รับ บัตรกำนัลห้าง 1,000 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกไทยไลฟ์การ์ด ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ช้ ครบ 2,000 บาทขึ้นไป และใช้ 9 คะแนนไทยไลฟ์การ์ด รับบัตรกำนัลห้างฯ มูลค่า 1,000 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับ ลูกค้าเอไอเอส ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ครบ 2,000 บาท ขึ้นไป รับบัตรกำนัลห้างฯ มูลค่า 100 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนชาต ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด รับ STARBUCKS CARD มูลค่าสูงสุด 1,200 บาท
  • สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารออมสิน ช้อปภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ครบ 6,000 บาทขึ้นไป รับเพิ่มบัตรกำนัลห้างฯ 100 บาท
  • ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตธนาคารออมสิน ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับ CASHBACK 10% (สูงสุด 100 บาท) พิเศษ! เฉพาะวันที่ 27 ธันวาคม 2561 – 2 มกราคม 2562 รับ CASHBACK 50% สูงสุด 500 บาท

เชิญสัมผัสประสบการณ์แห่งการช้อปปิ้งสุดฟัน มันส์ทั้งเมือง รวมมูลค่ากว่า 19 ล้านบาท ได้ที่งาน THE MALL JOY OF GIVING x tokidoki : MERRY GO TOWN ตั้งแต่วันนี้ – 13 มกราคม 2562 ที่ เดอะมอลล์ ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา

BEM จัดกิจกรรม “BEM ชวนร้องเพลง”

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จัดกิจกรรมจิตอาสา “BEM ชวนร้องเพลง” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดอย่างต่อเนื่อง โดยชมรมดนตรี BEM ร่วมเล่นดนตรี พร้อมจัดกิจกรรมสันทนาการ และเลี้ยงอาหารกลางวัน ซึ่งมี ผู้บริหาร และพนักงานร่วมแบ่งปันความสุขให้กับน้องๆ อย่างอบอุ่น ณ สถานแรกรับเด็กชายปากเกร็ด (บ้านภูมิเวท) เมื่อเร็วๆ นี้

รัชทาวเวอร์ แอท สาทร เปิดตัวออฟฟิศแคมปัสแห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ

ดร.ประสาน ภิรัช บุรี (สามจากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี พร้อมด้วย คุณประพีร์ บุรี (สามจากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี คุณปิติภัทร บุรี (สองจากขวา) กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี คุณปนิษฐา บุรี (สองจากซ้าย) กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี คุณสโรชา บุรี (ขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการเงิน กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี และ คุณวุธิชัย ทรัพย์เพิ่มพงศ์ (ซ้าย) กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ร่วมงานเปิดตัว ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร ออฟฟิศแคมปัสแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร

กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับคุณภาพของประเทศไทย เปิดตัวอาคารสำนักงาน Office Campus ต้นแบบแห่งแรกใจกลางกรุงเทพมหานคร “อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร” บนทำเลทองถนนสาทร ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์ มุ่งเสริม Work-Life Balance ให้กับกลุ่มคนทำงานในเมืองด้วยพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่สีเขียวร่มรื่น พร้อมร้านกาแฟชื่อดัง Roots และ ร้านอาหารสไตล์ fusion รสชาติเยี่ยมอย่าง Ocken เกิดเป็นโอเอซิสแห่งใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของคนทำงานทุกอาชีพ

นายปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี กล่าวว่า “อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร เป็นต้นแบบของอาคารสำนักงานแบบใหม่ ในคอนเซ็ปต์ Office Campus แห่งแรกตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ พื้นที่โดยรอบเน้นการอำนวยความสะดวกด้านพื้นที่การทำงานที่หลากหลาย ความสะดวกสบาย รวมถึงพื้นที่สีเขียวที่หาได้ยากมากท่ามกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกสูง เราต้องการสร้างความแตกต่างและสร้างความหมายให้กับทุกตารางเมตร รวมถึงสร้างโอกาสในการทำความรู้จักหรือมี Social Connection กับผู้คนรอบข้างได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหารคุณภาพเยี่ยมให้ผู้คนได้เลือกกินดื่ม ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่อยู่ไม่ติดที่และต้องการความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี”

ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานแบบ Office Campus บนพื้นที่ขนาด 5 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 แคมปัส ได้แก่ Campus A อาคารสูง 4 ชั้น, Campus B อาคารสูง 2 ชั้น และ Campus C อาคารชั้นเดียว ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ให้เช่าส่วนอาคารสำนักงานจำนวน 3,500 ตารางเมตร ถือเป็นต้นแบบออฟฟิศแคมปัสในประเทศไทย ที่ตอบโจทย์คนทำงานทั้งในและนอกออฟฟิศในยุคปัจจุบัน พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวสำหรับการคิดนอกกรอบและพักผ่อนหย่อนใจ และร้านกาแฟภายใต้แนวคิด Cup-to-farm Ethos อย่าง Roots ที่จะช่วยเติมพลังให้กับคนทำงาน พร้อมด้วยร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ และอบอุ่นอย่าง Ocken ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารตะวันตกสไตล์โมเดิร์น เหมาะกับเป็นจุดนัดสังสรรค์หลังเลิกงานยามเย็นได้เป็นอย่างดี

ภายในวันเปิดโครงการ ยังมีการจัดนิทรรศการภาพถ่าย “Birth” จากคุณพิชาญ สุจริตสาธิต ช่างภาพอิสระชื่อดัง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่อมุมมองย่านสาทรผ่านภาพถ่ายที่สะท้อนการถือกำเนิด เอกลักษณ์และความหวัง บนถนนสาทรออกมาได้อย่างโดดเด่น พร้อมมินิคอนเสิร์ตจาก ที่ช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศภายในงานได้อย่างน่าประทับใจ

กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับคุณภาพ บนทำเลชั้นเยี่ยมทั่วกรุงเทพฯมากว่า 30 ปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและเป็นเจ้าของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค อาคารสมัชชาวาณิช 2 (UBC II) วันอุดมสุข คอมมิวนิตี้มอลล์ และ อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร ที่ได้เปิดตัวล่าสุดนี้