Super User

Super User

Selfies labore, leggings cupidatat sunt taxidermy umami fanny pack typewriter hoodie art party voluptate. Listicle meditation paleo, drinking vinegar sint direct trade.

UAC จ่ายปันผล 0.06 บาท 26 เม.ย. นี้  

มาตามนัดจ้า MD “ชัชพล ประสพโชค” แห่งค่าย บมจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) กระซิบว่าในวันที่ 26 เมษายน 2562 นี้  บริษัทเตรียมจ่ายปันผลเงินสด งวดปี 2561 เพิ่มอีกหุ้นละ 0.06 บาท จากก่อนนี้จ่ายปันผลระหว่างกาลปี 61 ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท ตามการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น ...แหมจัดปันผลปีละ 2 รอบแบบนี้ต้องยกให้เป็นหุ้น Dividend stock กันหน่อยคร่า...

วีเอ็มแวร์เร่งทรานส์ฟอร์มองค์กรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในยุคอุตสาหกรรม 4.0

อัพเดตกลุ่มผลิตภัณฑ์ VMware Cloud พร้อมเปิดตัว VMware Cloud on AWS ที่สิงคโปร์ ผลักดันองค์กรธุรกิจสร้างความได้เปรียบท่ามกลางกระแสการเติบโตในเอเชีย

บริษัท วีเอ็มแวร์ (NYSE: VMW) เปิดตัวการพัฒนาอีกขั้นของเทคโนโลยีสำหรับ VMware Cloud โดยนำเสนอการลงทุนและสร้างรากฐานทางดิจิทัล (Digital Foundation) เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต้องการขยายธุรกิจให้เติบโตในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่เริ่มแผ่ขยายในเอเชีย การพัฒนาดังกล่าวครอบคลุมการอัพเดต VMware Cloud Foundation, VMware vCloud Director และ CloudHealth by VMware และการขยายการให้บริการบน Cloud Foundation ผ่านบริการ VMware Cloud ในสิงคโปร์ รวมถึงการขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์ VMware Cloud Verified เพิ่มเติมทั่วโลก

การควบรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ากับระบบเครื่องจักรอัตโนมัตินับเป็นการเปิดศักราชใหม่สำหรับโรงงานอัจฉริยะในเอเชีย ขณะที่อุตสาหกรรม 4.0 จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการผลิตในภูมิภาคนี้ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง  ทั้งนี้คาดว่าอุตสาหกรรม 4.0 จะก่อให้เกิดผลกระทบที่มูลค่าราว 216 พันล้านดอลลาร์ – 637 พันล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2568[1] ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุนี้องค์กรต่างๆ จึงดำเนินการพัฒนาระบบมัลติคลาวด์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางด้านธุรกิจ ควบคู่ไปกับการขยายกิจการในภูมิภาคนี้  การพัฒนาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสองกลยุทธ์หลักทางด้านคลาวด์ นั่นคือ ไฮบริดคลาวด์หรือคลาวด์ลูกผสม (Hybrid Cloud) และคลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) แบบเนทีฟ โดยทั้งสองแนวทางมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับองค์กรธุรกิจในลักษณะที่แปลกใหม่และแตกต่าง ช่วยให้องค์กรเหล่านี้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วในภูมิภาคนี้

นายซันเจย์ เค. เดชมุคห์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลีของวีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตระหนักถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่มากมายมหาศาลของอุตสาหกรรม 4.0 และพยายามดำเนินการอย่างจริงจังในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสการเติบโตที่รออยู่ข้างหน้า  วีเอ็มแวร์มุ่งมั่นที่จะสร้างรากฐานดิจิทัลที่เหมาะสมสำหรับองค์กรต่างๆ ในภูมิภาคนี้ เพื่อให้เติบโตและประสบความสำเร็จในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4  การปรับปรุงกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ รวมถึงการเปิดตัว VMware Cloud on AWS ที่สิงคโปร์ จะช่วยอัดฉีดพลังให้กับกลยุทธ์มัลติคลาวด์ขององค์กร เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความสำเร็จทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องของภูมิภาคนี้”

นำเสนอไฮบริดคลาวด์ด้วย VMware Cloud Foundation

VMware Cloud Foundation เป็นโซลูชั่นระดับชั้นนำสำหรับไฮบริดคลาวด์ ซึ่งขยายคำจำกัดความของโครงสร้างพื้นฐานไฮเปอร์คอนเวอร์จ (Hyperconverged Infrastructure - HCI) ด้วยการผสานรวมความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่จำเป็น ทั้งในส่วนของพลังประมวลผล สตอเรจ ระบบเครือข่าย และการจัดการคลาวด์แบบครบวงจร  ทั้งนี้ Cloud Foundation เป็นโซลูชั่นแบบครบวงจรเพียงหนึ่งเดียวที่นำเสนอโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับปรุงดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัย รวมทั้งโยกย้ายแอปพลิเคชั่นและดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดไปสู่แพลตฟอร์มคลาวด์ ปรับขนาดตามความต้องการเพื่อรองรับการกู้คืนระบบ การขยายธุรกิจทั่วโลก และยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันตามฤดูกาล และติดตั้งแอปพลิเคชั่นรุ่นใหม่ในสภาพแวดล้อมดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัย

วันนี้ วีเอ็มแวร์ได้เปิดตัว VMware Cloud Foundation 3.7 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้งานบน Dell EMC VxRail ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563 ของวีเอ็มแวร์ นับเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่มีการนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานไฮบริดคลาวด์ที่บูรณาการเข้ากับสถาปัตยกรรม HCI ที่ยืดหยุ่นของวีเอ็มแวร์ ครอบคลุมทุกสแต็ก พร้อมสำหรับแอปพลิเคชั่นทางด้านธุรกิจ  Cloud Foundation บน VxRail แสดงถึงการบูรณาการอย่างใกล้ชิดระหว่างเทคโนโลยีของเดลล์ อีเอ็มซี และวีเอ็มแวร์ โดยประกอบด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่น ได้รับการออกแบบร่วมกันอย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการดำเนินงาน และนำเสนอการจัดการวงจรการใช้งานแบบครบวงจร โดยอาศัยการจัดการแบบอัตโนมัติ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ฮาร์ดแวร์เรื่อยไปจนถึงซอฟต์แวร์  Cloud Foundation บน VxRail ได้รับการปรับแต่งสำหรับประสิทธิภาพ การปรับขนาดอย่างเหมาะสม ประสบการณ์ผู้ใช้ และการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบ (TCO) โดยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและการดำเนินงาน พร้อมทั้งมอบความยืดหยุ่นที่เหนือชั้น และความสะดวกในการติดตั้งใช้งาน  ความยืดหยุ่นและความสมบูรณ์ของระบบเครือข่าย รวมถึงตัวเลือกที่หลากหลายในการปรับใช้ เช่น ในรูปแบบของอุปกรณ์และแร็ค ช่วยให้ลูกค้าเลือกใช้ Cloud Foundation บน VxRail ได้อย่างยืดหยุ่น

นายจิล ชนอร์สัน รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Dell EMC VxRail กล่าวว่า “การผนวกรวมระหว่าง Dell EMC VxRail และ VMware Cloud Foundation นับเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของเดลล์ เทคโนโลยี โดยพัฒนาต่อยอดจากความร่วมมือทางด้านวิศวกรรม เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้แก่ลูกค้า ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่รัน VMware Cloud Foundation  ด้วยการผสานรวมเทคโนโลยีดังกล่าว เรานำเสนอวิธีที่รวดเร็ว เรียบง่าย และราบรื่นที่สุดสำหรับการติดตั้งและใช้งานระบบไฮบริดคลาวด์ที่ใช้เทคโนโลยีของวีเอ็มแวร์”

นอกจากนี้ Cloud Foundation 3.7 รองรับการติดตั้ง VMware Horizon 7 virtual desktop infrastructure (VDI) ที่เป็นแบบอัตโนมัติทั้งหมด โดย Cloud Foundation ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการนำเสนอคุณประโยชน์ของ Horizon 7 ด้วยการจัดหาระบบงานโครงสร้างพื้นฐานอัตโนมัติสำหรับสภาพแวดล้อม Horizon 7 รวมถึงการติดตั้ง Horizon 7, App Volumes, User Environment Manager และ Unified Access Gateway  ยิ่งไปกว่านั้น Cloud Foundation ผสานรวมโครงสร้างพื้นฐานแบบสำเร็จรูปเข้ากับการติดตั้งแอปพลิเคชั่นทางด้านธุรกิจ ช่วยให้ลูกค้าสามารถนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชั่นให้แก่ลูกค้าองค์กรด้วยความรวดเร็วในระดับคลาวด์

Cloud Foundation เป็นรากฐานสำหรับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในรูปแบบของบริการ (cloud infrastructure as a service) จากวีเอ็มแวร์ และพาร์ทเนอร์ VMware Cloud Verified รวมไปถึงบริการ SDDC as-a-service ภายใต้การจัดการของวีเอ็มแวร์สำหรับการติดตั้งระบบภายในองค์กรและส่วนรอบนอกของเครือข่าย พร้อมกันนี้ วีเอ็มแวร์ได้ขยายการให้บริการบน Cloud Foundation เพิ่มเติมทั่วโลกจากวีเอ็มแวร์และพาร์ทเนอร์ ซึ่งครอบคลุมถึง:

  • บริการ VMware Cloud on AWS ในภูมิภาคต่างๆ เพิ่มเติม: VMware Cloud on AWS ขับเคลื่อนด้วย Cloud Foundation และได้รับการนำเสนอ จำหน่าย และซัพพอร์ตโดยวีเอ็มแวร์และพาร์ทเนอร์ ด้วยการเพิ่มเติมเขตพื้นที่ APJ (สิงคโปร์) ของ AWS บริการ VMware Cloud on AWS จึงพร้อมใช้งานใน 13 เขตพื้นที่ทั่วโลกที่ AWS เปิดให้บริการ  ทั้งนี้ วีเอ็มแวร์และ AWS ยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอบริการดังกล่าวไปยังเขตพื้นที่หลักๆ ที่ AWS เปิดดำเนินงานในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกภายในสิ้นปี 2562
  • บริการเพิ่มเติมจากพาร์ทเนอร์สำหรับ VMware Cloud on AWS: มีพาร์ทเนอร์กว่า 60 รายที่สร้างหรือนำเสนอบริการภายใต้การจัดการสำหรับ VMware Cloud on AWS และมีพาร์ทเนอร์กว่า 280 รายที่ได้รับการรับรองความเชี่ยวชาญ VMware Cloud on AWS Solution Competency โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากที่เปิดตัวโครงการพาร์ทเนอร์ VMware Cloud on AWS
  • เพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์ VMware Cloud Verified: ตอนนี้วีเอ็มแวร์มีพาร์ทเนอร์ 35 รายภายใต้โครงการ VMware Cloud Provider Program ที่ได้รับสถานะการรับรอง Cloud Verified ทั้งนี้ พาร์ทเนอร์ VMware Cloud Verified คือพาร์ทเนอร์รายสำคัญที่นำเสนอบริการ VMware SDDC as a service แบบครบถ้วนสมบูรณ์ รวมไปถึงบริการเสริมและบริการสนับสนุนจากดาต้าเซ็นเตอร์ของพาร์ทเนอร์โดยผ่านทาง Cloud Foundation  เครื่องหมายรับรอง Cloud Verified ช่วยให้องค์กรต่างๆ มั่นใจได้ว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายนั้นๆ นำเสนอเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของวีเอ็มแวร์อย่างครบวงจรมากที่สุด พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานที่สอดคล้องกันบนระบบคลาวด์ทั้งหมด

 

ขับเคลื่อนบริการใหม่ๆ จากผู้ให้บริการของวีเอ็มแวร์

โดยรวมแล้ว พาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ (VCPP) ทำหน้าที่ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 150,000 รายที่ติดตั้ง VM หลายล้านเครื่อง  ลูกค้าเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากระบบคลาวด์ระดับองค์กรที่แข็งแกร่ง โดยใช้นวัตกรรมล่าสุดของวีเอ็มแวร์เพื่อเพิ่มความสะดวกในการปรับใช้และจัดการระบบไฮบริดคลาวด์ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกันและบริการคลาวด์ใหม่ๆ

VMware vCloud Director 9.7 ซึ่งเป็นรีลีสใหม่ล่าสุด จะช่วยให้ผู้ให้บริการคลาวด์สร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าให้กับบริการไฮบริดคลาวด์ที่นำเสนอ พร้อมทั้งจัดหาบริการใหม่ๆ ผ่านการจัดการคลาวด์ทั่วโลกในลักษณะรวมศูนย์ การปรับขนาดของระบบที่กว้างขวางมากขึ้น และเฟรมเวิร์กการต่อขยายที่ปรับปรุงดีขึ้น  แพลตฟอร์ม vCloud Director จะผสานรวมการจัดการระบบคลาวด์ภายในองค์กรและระบบคลาวด์แบบผู้เช่าหลายราย โดยครอบคลุมสภาพแวดล้อมทั่วโลกทั้งหมดของผู้ให้บริการคลาวด์ที่ใช้เทคโนโลยีของวีเอ็มแวร์ จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการตรวจสอบดูแลและการจัดการ ตั้งแต่สภาพแวดล้อม vSphere ที่ติดตั้งภายในองค์กร ไปจนถึงระบบคลาวด์ของผู้ให้บริการที่รองรับผู้เช่าหลายราย  นอกจากนี้ เฟรมเวิร์กการต่อขยายที่ได้รับการปรับปรุงจะช่วยให้ผู้ให้บริการคลาวด์สามารถนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่แตกต่างบนแพลตฟอร์มที่รองรับผู้เช่าหลายราย โดยอาศัยโซลูชั่นชั้นนำจากบริษัทอื่นๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์ เช่น Cohesity, Dell EMC และ Rubrik

VMware vCloud Availability 3.0 จะผนวกรวมบริการโอนย้ายข้อมูล โยกย้ายระบบ และกู้คืนระบบไปยังและระหว่างระบบคลาวด์ที่มีผู้เช่าหลายราย ช่วยให้ผู้ให้บริการประหยัดต้นทุนในการนำเสนอบริการด้านความพร้อมใช้งานของระบบ (Availability)  การผนวกรวมแบบเนทีฟเข้ากับ vCloud Director และอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ทันสมัย จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกง่ายดายให้แก่ลูกค้าสำหรับการจัดหาและจัดการบริการอย่างรวดเร็ว

 

ประสบความสำเร็จด้านระบบคลาวด์รวดเร็วขึ้นด้วย CloudHealth By VMware

องค์กรต่างๆ หันมาใช้ระบบคลาวด์ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ความปลอดภัย และเพิ่มความรวดเร็วในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาด แต่มีหลายๆ กรณีที่ปัญหาท้าทายเรื่องต้นทุนและค่าใช้จ่ายบั่นทอนความพยายามดังกล่าว และส่งผลให้องค์กรธุรกิจไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานได้อย่างเต็มศักยภาพ  ด้วยลูกค้ากว่า 4,000 ราย CloudHealth by VMware ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการ ดำเนินงาน และปกป้องสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ได้ดียิ่งขึ้น โดย CloudHealth ช่วยให้ลูกค้าประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อรองรับการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเกี่ยวกับการจัดการค่าใช้จ่าย การรักษาความปลอดภัย และการกำกับดูแล ควบคู่ไปกับการปรับขนาดสภาพแวดล้อมมัลติคลาวด์อย่างเหมาะสม  CloudHealth มอบความสามารถที่เหนือชั้นด้านการจัดการค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนในระบบคลาวด์ โดยจะแสดงให้ลูกค้าเห็นว่ามีการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนใดบ้าง แอปพลิเคชั่นใดใช้ทรัพยากรมากที่สุด รวมถึงวิธีการปรับขนาดสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม แม้กระทั่งในกรณีที่มีการปรับเพิ่มขนาดอย่างรวดเร็ว

ฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน CloudHealth จะพัฒนาต่อยอดจากฟังก์ชั่นการจัดการค่าใช้จ่ายที่แข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม และจะครอบคลุมการรายงานเกี่ยวกับมัลติคลาวด์ที่ปรับปรุงดีขึ้น การรายงานแบบหลายมิติ การรายงานเกี่ยวกับพื้นที่ทำงาน การตัดจำหน่ายที่ดีกว่าเดิม ระบบอัตโนมัติในการแลกเปลี่ยนอินสแตนซ์แบบเหมาจ่ายที่เปลี่ยนแปลงได้ (Convertible Reserved Instance) การตรวจสอบคลัสเตอร์ของคอนเทนเนอร์ และการปรับขนาดที่เหมาะสมโดยครอบคลุมบริการหลายแบบของ Amazon EC2  นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม CloudHealth ยังผนวกรวมเข้ากับ Wavefront by VMware ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการวิเคราะห์และตรวจสอบดูแลระบบคลาวด์  การผนวกรวมดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าที่ใช้ CloudHealth สามารถเข้าถึงดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพคลาวด์ใน Wavefront ผ่านทางแพลตฟอร์ม CloudHealth เพื่อดำเนินการปรับขนาดอย่างเหมาะสมและปรับปรุงประสิทธิภาพผ่านทางมุมมองด้านธุรกิจ  การใช้งาน CloudHealth และ Wavefront ร่วมกันจะทำให้ CloudHealth สามารถใช้ประโยชน์จากดัชนีชี้วัดการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานแบบมัลติคลาวด์ (AWS, Azure, GCP) ซึ่งแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์อย่างละเอียด ทั้งยังให้คำแนะนำที่มีประสิทธิภาพสำหรับการประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กว่า 75,000 ราย ผนวกกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของวีเอ็มแวร์ อาทิ ระบบประมวลผล ระบบคลาวด์ โมบิลิตี้ เน็ตเวิร์คกิ้ง และระบบรักษาความปลอดภัย วีเอ็มแวร์จึงเป็นผู้ให้บริการระบบดิจิทัลพื้นฐานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว โดยให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 500,000 รายทั่วโลก สำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปีนี้ วีเอ็มแวร์ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างผลประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ https://www.vmware.com/company.html

[1] Industry 4.0: Reinvigorating ASEAN manufacturing for the future, McKinsey, กุมภาพันธ์ 2561

WHA GROUP  พบนักวิเคราะห์ โชว์ศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจปี 2561

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล (กลาง)  ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA Group พร้อมด้วย มร.เดวิด นาร์โดน  (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และการลงทุนต่างประเทศ บมจ. ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์  และนายอรรถวิทย์ เฉลิมทรัพยากร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน WHA Group ร่วมให้ข้อมูลนักวิเคราะห์ หลังจากประกาศผลการดำเนินปี 2561  เติบโตอย่างโดดเด่น และครองความ ผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนาด้านโลจิสติกส์  นิคมอุตสาหกรรม ระบบสาธารณูปโภคและพลังงาน รวมถึงดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมประกาศแผนการลงทุนทั้ง 4 ธุรกิจรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ และรองรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ ณ โรงเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เมื่อเร็วๆนี้

Gossip News

***... เป็นอีกหนึ่งองค์กรเอกชนที่นอกจากจะมุ่งมั่นพัฒนาคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ภายใต้แนวคิด Urban Living Solutions ยังเป็นองค์กรที่คำนึงถึงปัญหาภาวะโลกร้อนอีกด้วย ล่าสุด อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ โดยผู้บริหารหนุ่ม คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ขอร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ลดการใช้พลังงานภายในองค์กร กับกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+Earth Hour 2019)” ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปิดเพื่อโลก เปลี่ยนเพื่ออนาคต” เป็นการรณรงค์ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งประชาชนร่วมกันปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก ในช่วงเวลา 20.30 – 21.30 น. ของวันที่ 30 มีนาคม 2562 ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) FEED และองค์กร WWF ประเทศไทย รวมทั้งหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ และเอกชน กว่า 100 หน่วยงาน  …***

เลอโนโวเปิดตัวบริการ e-Commerce ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว แบบครบวงจร

เอาใจลูกค้าฉลองเปิดบริการครั้งแรก จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษ ‘Grand Opening Grand Sale’ มอบส่วนลดราคาเครื่องและการอัพเกรดปรับแต่งสเป็คกว่า 20% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ

เลอโนโว ผู้นำยอดขายคอมพิวเตอร์อันดับ 1 เปิดตัวช่องทางการจัดจำหน่ายแบบ e-Commerce เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เลอโนโวให้กับลูกค้าแบบครบวงจร พร้อมจัดโปรโมชั่นฉลองเปิดให้บริการครั้งแรก ‘Grand Opening Grand Sale’ มอบส่วนลดราคาเครื่องและการอัพเกรดปรับแต่งสเป็คกว่า 20%  สำหรับผลิตภัณฑ์เลอโนโวรุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – 3 เมษายน 2562 นี้เท่านั้น

สำหรับบริการแบบ e-Commerce ลูกค้าสามารถค้นหาและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เลอโนโวแล็ปท็อป เดสก์ท็อป และอุปกรณ์เสริมอื่นๆอีกมากมายกว่า 50 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มผลิตภัณฑ์แล็ปท็อปเพื่อธุรกิจอย่างตระกูล ThinkPad แล็ปท็อปประสิทธิภาพราคาย่อมเยาอย่าง Ideapad  หรือแล็ปท็อปผสมแท็บเล็ตแบบ 2-in-1 จากตระกูล Yoga และแล็ปท็อปสำหรับคอเกมอย่าง Legion โดยลูกค้าสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ผ่านตัวเลือกการค้นหาจาก 3 ประเภท ได้แก่ ค้นหาตามความต้องการ ค้นหาตามประเภท และค้นหาเรียงตามข้อมูลจำเพาะ โดยระบบจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการพร้อมแสดงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ราคา รวมถึงข้อมูลโปรโมชั่น และคูปองสิทธิพิเศษอื่นๆ

อีกหนึ่งบริการที่โด่ดเด่นคือ  ‘การปรับแต่งสเป็ค’  ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ลูกค้าสามารถเลือกปรับและเปลี่ยนแปลงสเป็คตัวเครื่องได้ตามต้องการ โดยลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนสเป็คแล็ปท็อปได้ทั้งหมดตั้งแต่ หน้าจอ ชิปประมวลผล ชิปกราฟฟิก หน่วยความจำ แบตเตอรี่ คียบอร์ด ระแบบสแกนลายนิ้วมือ และอื่นๆ ซึ่งรายละเอียดการแบบปรับแต่งสเป็คจะถูกส่งไปตรงไปยังโรงงานผลิตของเลอโนโวโดยใช้ระยะเวลาในการประกอบและขนส่งเพียง 3 สัปดาห์หลังจากการสั่งซื้อเท่านั้น

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสั่งซื้อผ่านช่องทาง e-Commerce จะรองรับวิธีชำระเงินทั้งแบบผ่านบัตรเครดิต โอนเงินผ่านธนาคาร และเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery) แล้ว ลูกค้ายังสามารถเลือกระยะเวลาการรับประกันได้สูงสุดถึง 3 ปี พร้อมกันนี้ลูกค้ายังสามารถติดตามสถานะสินค้าและตรวจเช็คระยะเวลาการจัดส่งได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

คุณธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว ประจำภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า “การเปิดตัวบริการ e-Commerce เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของเลอโนโว ภายใต้วัตถุประสงค์หลักคือการมอบความสะดวกสบาย รวดเร็ว และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเลอโนโวเชื่อว่าระบบบริการที่ครบวงจรและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น

พิเศษสุด! เพื่อเป็นการฉลองการเปิดให้บริการ e-Commerce เลอโนโวจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ Grand Opening Grand Sale มอบส่วนลดราคาเครื่องและการอัพเกรดปรับแต่งสเป็คกว่า 20%  สำหรับผลิตภัณฑ์เลอโนโวรุ่นที่ร่วมรายการ

ไฮไลท์โปรโมชั่น 

  • รับส่วนลดทันที 20% สำหรับผลิตภัณฑ์ ThinkPad A285 ในราคาพิเศษเพียง 27,288 บาท จากราคาปกติ 34,110 บาท และส่วนลดการอัพเกรดปรับแต่งสเป็คอีก 20% สำหรับหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 7 Pro 2700U Processor


  • รับส่วนลดทันที 20% สำหรับผลิตภัณฑ์ ThinkPad E485 ในราคาพิเศษเพียง 22,632 บาท จากราคาปกติ 28,290 บาท และส่วนลดการอัพเกรดปรับแต่งสเป็คอีก 20% สำหรับหน่วยประมวลผล AMD Ryzen 7 Pro 2700U Processor


  • รับส่วนลดทันที 20% สำหรับผลิตภัณฑ์ ThinkPad A485 ในราคาพิเศษเพียง 24,240 บาท จากราคาปกติ 30,300 บาท

  • รับส่วนลดทันที 20% สำหรับผลิตภัณฑ์ ThinkPad E585 ในราคาพิเศษเพียง 22,312 บาท จากราคาปกติ 27,890 บาท

  • รับส่วนลดทันที 20% สำหรับผลิตภัณฑ์ ThinkCentre M725s ในราคาพิเศษเพียง 12,816 บาท จากราคาปกติ 16,020 บาท

โปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – 3 เมษายน 2562 นี้เท่านั้น สำหรับลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เลอโนโวที่ร่วมโปรโมชั่นสามารถเข้าชมได้ที่ https://www.lenovo.com/th/th/deals/special-offer/ หรือเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์อื่นๆทั้งหมดของเลอโนโวเพิ่มเติมได้ที่ https://www.lenovo.com/th/th

 

เกี่ยวกับเลอโนโว

เลอโนโว (HKSE: 992) (ADR: LNVGY) มีมูลค่าธุรกิจ 45 พันล้านเหรียญสหรัฐข้อมูลจากบริษัท Fortune 500 และเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์และการวางโครงสร้างเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด เลอโนโวในฐานะผู้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อที่ครอบคลุมมากที่สุดในโลก ได้แก่ สมาร์ทโฟน (Motorola), แท็บเล็ต, พีซี (ThinkPad, Yoga, Lenovo Legion), เวิร์คสเตชั่น, อุปกรณ์เทคโนโลยี AR/VR และอุปกรณ์สำหรับสมาร์ทโฮม/ออฟฟิศ  เลอโนโวดาต้าเซ็นเตอร์โซลูชั่น (ThinkSystem, ThinkAgile) กำลังสร้างรากฐานระบบประมวลผลสำหรับการเชื่อมต่อเพื่อปฏิรูปศักยภาพของธุรกิจและสังคม เลอโนโวมุ่งมั่นสร้างแรงบัลดาลใจให้เกิดความแตกต่างและส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อเชื่อมต่อสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราที่ LinkedIn, ติดตามเราบน Facebook หรือ Twitter (@Lenovo) หรือเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ http://www.lenovothailand.com/

TTW คว้ารางวัล “Thailand Top Company Awards 2019” สุดยอดองค์กรธุรกิจไทยแห่งปี

บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) โดย นางสาววลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการขึ้นรับรางวัลสุดยอดองค์กรธุรกิจไทยแห่งปี “Thailand Top Company Awards 2019” รางวัลแห่งความเป็นเลิศประเภท “Fast - Growing Company Award”  ในฐานะที่เป็นบริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยม มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในรอบ 3  ปีที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย เป็นผู้มอบรางวัล ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ 

นางสาววลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) 

รางวัล Thailand Top Company Awards 2019 จัดโดยนิตยสาร Business+ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อมอบให้กับบริษัทที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมโดยแบ่งตามประเภทการดำเนินธุรกิจ และคัดเลือกจากบริษัทที่มีรายได้สูงสุด 1,000 อันดับแรกในปี 2560 (อ้างอิงข้อมูลจากงบการเงินของบริษัทที่นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า) TTW ได้รับรางวัลสุดยอดองค์กรธุรกิจไทยแห่งปี (Thailand Top Company Awards) เป็นปีที่ 4 ซึ่งในปีนี้ได้รับรางวัลประเภท “Fast - Growing Company Award”  ในฐานะบริษัทที่มีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งด้านผลประกอบการ ผลกำไร อัตราผลตอบแทนต่อหุ้น และถือได้ว่าเป็นบริษัทที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เปิดวิสัยทัศน์ประธานกรรมการ ITD คนใหม่ ชูกลยุทธ์เชิงรุก-หนุนผู้ประกอบการไทยรู้เท่าทันการค้ายุคดิจิทัล

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลกทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในหลายภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม สิ่งนี้เป็นได้ทั้งโอกาสและความท้าท้าย ขึ้นกับว่าผู้ประกอบการเลือกที่จะรู้เรียนและก้าวให้ทันเกม หรือเลือกที่จะนิ่งเฉยไม่ยอมปรับตัวจนต้องออกไปจากเกมธุรกิจ

สิ่งนี้เป็นภารกิจสำคัญที่ “วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์” อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่ง ประธานกรรมการคนใหม่ของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ International Institute for Trade and Development (Public Organization) หรือที่รู้จักในนาม “ITD” มองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับไอทีดีที่จะต้องปรับบทบาทการทำงานใหม่ไปสู่ “เชิงรุก” ให้มากขึ้น เพื่อเป็นกำลังเสริมให้ผู้ประกอบการและประชาชนไทยรับมือได้กับการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่

แต่เดิมไอทีดีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยถูกวางบทบาทหลักเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการค้าและการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาสู่ประเทศกำลังพัฒนา แต่เมื่อบริบททางการค้าทั้งในเวทีโลกและระดับภูมิภาคเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเข้มข้นและเกิดการแข่งขันสูง รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และโอนหน่วยงานมาอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์แทน ด้วยเป้าหมายต้องการให้ผู้ประกอบการไทย สามารถนำองค์ความรู้มาต่อยอดประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้จริงกับธุรกิจ และผลักดันองค์ความรู้ที่มีไปสู่ผู้กำหนดนโยบาย

วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า “ที่ประชุมคณะกรรมการเห็นพ้องกำหนดยุทธศาสตร์และบทบาทใหม่ให้กับไอทีดี เน้นการทำงานเชิงรุกที่รวดเร็วฉับไวมากขึ้น และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยนำเสนอข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทิศทาง แนวโน้มและนโยบายการค้าในยุคเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่นวัตกรรและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งจะมีปัจจัยใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความเข้าใจและตระหนักรู้ อาทิ เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล Big Data ต่างๆ”

“ไอทีดีต้องสามารถให้ภาพรวมของทิศทางการค้าและการพัฒนา และตอบข้อข้องใจของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล โครงสร้างประชากรไทยที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ปัญหาด้านสภาพแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM2.5 หรือความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนมีผลทำให้บทบาทการค้าปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”

“ยุทธศาสตร์ใหม่นี้ถือเป็นความท้าทายของไอทีดีนับจากนี้ เพราะต้องบูรณาการองค์ความรู้ที่มี เพื่อผลักดันให้ไปถึงผู้กำหนดนโยบาย และผู้ประกอบการที่เป็นผู้ปฏิบัติให้สามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรม แต่เมื่อพิจารณาถึงจุดแข็งของไอทีดี ซึ่งเป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้นมาจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ที่มีเครือข่ายสถาบันที่เป็นพันธมิตรมากมาย ตรงนี้สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ทั้งในเรื่องการลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน การลดต้นทุนรวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน ประโยชน์ที่จะเกิดกับเศรษฐกิจการค้าและการพัฒนาจะไม่จำกัดวงแค่ประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังขยายวงกว้างไปถึงประเทศต่างๆ ในภูมิภาคด้วยในที่สุด” ประธานกรรมการคนใหม่ของไอทีดี กล่าวทิ้งท้าย

จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ แนะเคล็ดลับ สร้างสมดุล “ร่างกาย จิตใจ จิตปัญญา” ตอบโจทย์สูงวัยให้มีสุข ตามแนวคิด Glow As Jin

พร้อมเผยเมนูชะลอวัยเพื่อสุขภาพ “กินอย่างจิณณ์” เน้นการเลือกรับประทานอาหารเสริมพลังชีวิต เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

โครงการจิณณ์  เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ “เมืองแนวคิดใหม่เพื่อวัยเกษียณ” แห่งแรกของเมืองไทย บนพื้นที่ 140 ไร่ ริมถนนพหลโยธินขาออก เผยเคล็ดลับการรับประทานอาหารเพื่อเสริมพลังชีวิตตามแนวคิด Glow As Jin ด้วยเมนูอาหารชะลอวัย พร้อมแนะวิธีดูแลสุขภาพง่ายๆ ของคนทุกวัยผ่านหลากหลายกิจกรรมของโครงการภายใต้คอนเซ็ปต์ สร้างสมดุลย์ “ร่างกาย จิตใจ จิตปัญญา” (Body, Soul, Spirit) ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักแห่งการสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน  หวังเตรียมความพร้อมพาสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แบบอย่างมีความสุข ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็น “เมืองสุขภาพ” ที่ต้องการขับเคลื่อนสังคมผู้สูงวัยให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต มากกว่าการเป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์หรือศูนย์ดูแลสุขภาพ ชูจุดเด่นดูแลสุขภาพแบบบูรณาการ (Integrative Healthcare) ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริการด้านสุขภาพแนวใหม่ที่ไม่เน้นเฉพาะการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตในทุกมิติเฉพาะบุคคล มาผนวกกับที่พักอาศัยที่เรียกว่า Active Aging Living ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้สูงวัยและทุกคนในครอบครัว (Universal Design) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์และบริการด้านสุขภาพที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของเมืองไทย และเป็นโครงการ Wellness Mixed-Use ระดับเอเชีย

แพทย์หญิง กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทางการแพทย์

แพทย์หญิง กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการทางการแพทย์ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของโครงการ คือ ‘การมีสุขภาพและชีวิตที่ดี’ (Wellbeing) จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ จึงไม่ได้มีเพียงส่วนที่พักอาศัย Active Living เท่านั้น แต่ยังมี ‘สถาบันจิณณ์ เวลเนส’ ซึ่งเป็นสถาบันดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคนวัยเกษียณ และ ‘โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา’ โรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพแบบบูรณาการ ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการฯ ภายใต้แนวคิด Total Wellness Solutions ที่มุ่งนำเสนอระบบการดูแลสุขภาพแบบบูรณาการ (Integrative Healthcare) ถือเป็นการพัฒนานวัตกรรมรูปแบบการบริการด้านสุขภาพแนวใหม่ที่ไม่เพียงเน้นเฉพาะการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตในทุกมิติผ่านบริการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้วยการสร้างความผูกพันระหว่างผู้รับบริการกับบุคลากรผู้ให้บริการโดยตรง (Human Touch) โดยออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึงความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) เป็นการนำการแพทย์แผนปัจจุบันมาผสมผสานเข้ากับภูมิปัญญาและเทคโนโลยี เพื่อจัดการและสร้างความสมดุลของร่างกาย จิตใจ และจิตปัญญา (Body / Soul / Spirit)

ซึ่งถือเป็นหัวใจแห่งการสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนในแบบการแพทย์แบบบูรณาการ (Integrative Medicine) ซึ่งครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการสุขภาพและกิจกรรมทางร่างกาย (Wellness Management) และ การบริหารจัดการความเจ็บป่วย (Disease Management) ให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน ด้วยความเชื่อว่าการสร้างสมดุลให้แก่ ร่างกาย จิตใจ และจิตปัญญานั้น เป็นสิ่งสำคัญในการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี สอดคล้องกับพันธกิจของโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ที่มุ่งสร้างคนวัยเกษียณในวันนี้ให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะสร้างสังคมผู้สูงวัยที่เปี่ยมด้วยพลัง หรือ Active Aging Living ของเมืองไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้สูงอายุหรือแม้กระทั่งคนวัยเกษียณหลายคนมองว่า หากเกษียณอายุไปแล้วตัวเองจะกลายเป็นคนแก่ ทำอะไรได้ไม่เหมือนเดิม จะเป็นภาระของลูกหลาน กังวลไปแทบทุกเรื่อง กลัวการปรับตัว ปรับใจ รู้สึกหมดหวัง และกลายเป็นภาวะซึมเศร้า ซึ่งเมื่อเป็นแบบนี้ก็ยิ่งจะทำให้โรคภัยต่าง ๆ ถาโถมเข้ามาได้ง่ายๆ บางคนป่วยทางกาย แต่สาเหตุที่แท้จริงมาจากจิตใจ มาจากความซึมเศร้า เราจึงต้องรักษาแบบองค์รวม ไม่ใช่รักษาบางอวัยวะเพียงอย่างเดียว จึงเป็นที่มาของแนวคิด Glow as Jin  ของ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ซึ่งเชื่อว่า เมื่อร่างกาย จิตใจ และจิตปัญญา เกิดความสมดุล จะทำให้สุขภาพดีอย่างยั่งยืน เมื่อคนไข้มาหาเรา เราจะเริ่มต้นการรักษาด้วยการคุยกับคนไข้และทดสอบร่างกาย เพื่อได้รู้สภาพความเจ็บป่วย ต่อมาจึงจะออกแบบการกิน การออกกำลัง และสันทนาการอื่นๆ ให้เหมาะสมกับคนๆ นั้น อีกทั้งเรายังมีกระบวนการสร้างความแข็งแรงให้กับจิตใจ ลดความกังวล คลายความเครียดต่างๆ สร้างกำลังใจ คุณค่า และความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้น รวมทั้งการสร้างความตระหนัก ตื่นรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกวิธี ตลอดจนวิธีปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้กลับมาเจ็บป่วยอีก

Glow As Jin  เกิดเมื่อทั้ง “ร่างกาย จิตใจ จิตปัญญา” มีความสมดุล และจากพื้นฐานและประสบการณ์การเป็นแพทย์และได้มีโอกาสได้รักษาผู้คนมากมาย จึงพยายามค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดที่เหมาะกับแต่ละบุคคล และสิ่งที่เริ่มต้นได้ง่าย ๆ คือเรื่องกินอย่างไรจึงจะเสริมพลังให้กับชีวิต  จึงได้คิดค้นสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่ทุกท่านจะได้สัมผัสเมื่อเข้ามาที่สถาบัน จิณณ์ เวลเนส  นี่คือความตั้งใจที่จะส่งมอบคุณค่าและคุณภาพชีวิตให้กับทุกท่าน” แพทย์หญิง กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล กล่าวสรุป

นางฐิตารี อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด

นางฐิตารี อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ กล่าวว่า “ภารกิจปี 2562 ผลักดันกลยุทธ์ Wellbeing Centric มุ่งสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตด้วยสุขภาวะอย่างไร้รอยต่อกับการสร้างความเข้าใจถึงการใช้ชีวิตอย่างมีพลังของผู้สูงวัย โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ซึ่งความท้าทายสำคัญของเรา คือการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักถึงการเป็น “ผู้สูงวัย” ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เรื่องของคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของคนวัยกลางคนที่ควรต้องวางแผนชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า จึงเห็นได้ว่าที่ผ่านมา จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ จึงได้ดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้กันอย่างจริงจัง โดยในปีนี้ เราจะมีการจัดกิจกรรม Customer Experience กิจกรรมที่จะเชิญให้กลุ่มลูกค้าวีไอพีและกลุ่มเซเลบกว่า 100 ท่าน มาร่วมค้นหาความหมายชีวิตครั้งใหม่พร้อมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตด้วยสุขภาวะที่ดีอย่างไร้รอยต่อ ที่ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เพราะเราอยากให้ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ได้ทำหน้าที่เป็นเมืองสุขภาพที่มอบ “การใช้ชีวิต” ซึ่งมีการดูแลสุขภาพครอบคลุมตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอนได้อย่างครบวงจร จากการออกแบบโครงสร้าง ระบบการดูแลสุขภาพ และบริการภายในโครงการ เพื่อเสริมสร้าง ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์”

AWS User Group เชิญร่วมงาน Meetup: Career Day 2019 สัมมนาใหญ่ เปิด “เส้นทางสู่อาชีพ AWS Cloud”

AWS User Group Thailand ขอเชิญคนทำงานสายไอทีทุกสายธุรกิจ อุตสาหกรรม ตลอดจนนักศึกษา หรือผู้ที่สนใจเส้นทางการทำงานสาย Cloud Technology เข้าร่วมฟังสัมมนาครั้งพิเศษฟรี ในหัวข้อ "เส้นทางอาชีพสู่ AWS Cloud" เพื่อการเรียนรู้ และการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพด้านคลาวด์ในอนาคต ในงาน AWS Meetup Career Day 2019 ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2019 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใน Zone A Ballroom and Reception ตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น.

ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการให้ความรู้แก่สมาชิก และผู้ที่สนใจเกี่ยวกับสายอาชีพที่มีความเกี่ยวข้อง และเป็นที่ต้องการใน AWS - Cloud รวมถึงแนวทางในการวางแผนหรือกำหนดเส้นทางการทำงานในอนาคต พร้อมช่วยให้พันธมิตรและลูกค้าของ AWS ได้มีโอกาสในการค้นหาบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าทำงาน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้รับฟังหัวข้อสัมมนาที่เกี่ยวกับเส้นทางอาชีพ Cloud Technology พร้อมรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสายอาชีพ อาทิ Solutions Architect  DevOp Engineer และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมโอกาสในการสมัครงานกับบริษัทชั้นนำที่ใช้ AWS Cloud Technology อีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน Meetup: Career Day 2019 สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่นี่

แฟชั่นนิสต้าต้องไป! ESP YOUR DAY ยิ่งช้อปยิ่งมีความสุข

เมื่อพูดถึงเรื่องราวของสปริงซัมเมอร์ ความสดใสของเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั้งหลายที่ต่างตั้งตารอการมิกซ์แอนด์แมทซ์เสื้อผ้าอันสนุกสนานก็กลับมาอักครั้ง ESP เอาใจสายแฟชั่น ในแคมเปญขอบคุณลูกค้าที่รักและชื่นชอบเสื้อผ้าแบรนด์ ESP ได้รวบรวมไอเทมซัมเมอร์สำหรับคุณยิ่งช้อปยิ่งมีความสุข กับ ESP YOUR DAY สินค้าคอลเลคชั่นใหม่ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดจี๊ด ในวันที่ 29 - 31 มีนาคม 2562 นี้ ยังไม่พอพิเศษสุดกับกิจกรรมช่วยสร้างลุคในแบบฉบับของตัวคุณเองให้ชิค ๆ ด้วยความเท่แอนด์เก๋เต็มพิกัด จากสไตล์ลิสต์ของแบรนด์ ESP อีกทั้งยังได้ร่วมมีทแอนด์กรี๊ด ป๊อปปี้ รัชพงศ์ อโนมกิติ เน็ตไอดอลชื่อดังจาก ดูมันดิทีวี และ มุก สิรินรัตน์ วิทยพูม นักแสดงสาวสวยจากช่อง 3 พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมายภายในงานตลอดทั้งวัน เฉพาะวันที่ 30 มีนาคม 2562 เท่านั้น! ที่ Shop ESP สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ตั้งแต่เวลา 13.30 น. มีอะไรดี ๆ รอคุณอยู่แน่นอน

ถ้าคอลเล็คชั่นสปริงซัมเมอร์ ESP เตะตาต้องใจสายแฟทั้งหลายแล้วล่ะก็ ต้องรีบมาช้อปเป็นเจ้าของกันด่วน ๆ เลย 3 วันเท่านั้น ในวันที่ 29 - 31 มีนาคม 2562 นี้ ปักหมุดไว้ แล้วพบกันที่ Shop ESP ทุกสาขาทั่วประเทศ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/espfashion/ #ESPYOURDAY#ESPYOURSTYLE#OMG

Page 3 of 158