BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

AGE เดินเกม รุก ธุรกิจปี 62 ดัน โลจิสติกส์ – ถ่านหิน ปั้นรายได้แตะ 9 พันลบ. หลังโชว์กำไรปี 61 แตะ 127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 %

บมจ.เอเชียกรีน เอนเนอจี  (AGE) เดินเกมรุก ตั้งเป้ารายได้รวมปี 62 แตะ 9,000 ล้านบาท ลุยตลาดถ่านหิน เวียดนาม จีน กัมพูชา พร้อมขยับฐานธุรกิจ การให้บริการด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้า ด้วยจำนวนกองเรือ 24 ลำ เล็งขยายท่าเรือ เพิ่มเป็นท่าที่ 3 รองรับการขนส่งสินค้า ในอนาคต  ด้านผู้บริหาร “พนม ควรสถาพร” ประกาศจ่ายปันผลหุ้น-เงิน รวม0.01850 บาท/หุ้น หลังแจ้งผลการดำเนินงานปี 61 โชว์รายได้รวม 7,900.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% กำไรสุทธิ 127.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% โดยกวาดยอดขายถ่านหิน ทั้งปี 3.4 ล้านตัน เหตุยอดขายในประเทศ และต่างประเทศเพิ่มขึ้น

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE ผู้นำเข้าและจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยถึง ส่วนแผนเชิงรุกการขยายธุรกิจในปี 2562 นั้น ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยาย การให้บริการด้านโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำ และทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้า เพื่อต่อยอดธุรกิจการนำเข้าและจำหน่ายถ่านหิน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาแผนการปรับปรุงพื้นที่ และพัฒนาท่าเรือเพิ่มเติม เป็นท่าที่ 3 จากเดิมที่มีท่าเรือในการให้บริการอยู่แล้ว จำนวน 2 ท่า ในบริเวณคลังสินค้า อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 นี้  ซึ่งหากแล้วเสร็จก็ยิ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพ ด้านการขนถ่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น

ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการทยอยรับมอบเรือลำเลียงซึ่งมีการต่อเพิ่มเติมในช่วงปีที่ผ่าน ซึ่งจะทำให้มีกองเรือลำเลียงจำนวน 24 ลำในช่วงไตรมาส 1/62 และในปี 2562 บริษัทฯมีแผนที่จะต่อเรือลำเลียงเพิ่มเติมอีกจำนวน 16 ลำ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯมีกองเรือลำเลียงทั้งหมดเป็น 40 ลำ ดังนั้นการเพิ่มจำนวนกองเรือดังกล่าว จะสามารถรองรับความต้องการใช้บริการขนส่งทางน้ำ ของกลุ่มผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมได้เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังจะมีการซื้อรถบบรรทุกและกระบะพ่วง เพิ่มเติมจำนวน 7 คันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่บริษัทฯได้มีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในเชิงรุกแล้ว ส่งผลให้บริษัทฯตั้งเป้าการเติบโตของรายได้รวม ในปี 2562 ไว้ที่ระดับ 9,000 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลจากแผนการวางกลยุทธ์ที่ครอบคลุมในธุรกิจมากขึ้น อาทิ การขยายช่องทางการตลาดไปยังต่างประเทศ ทั้ง เวียดนาม จีน และ กัมพูชา รวมถึงการบุกธุรกิจ ไปยัง ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้า เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ  ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯตั้งเป้าสัดส่วนยอดขาย ในตลาดต่างประเทศ ไว้ที่ 25% และ ในประเทศที่ 65% โดยตั้งเป้าปริมาณการขายถ่านหินทั้งปี ที่ระดับ 4 ล้านตัน และตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้าที่ 10% ของรายได้รวม

ส่วนผลประกอบการงวดปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ว่า บริษัทฯมีรายได้จากการขายและบริการ 7,900.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายถ่านหินที่ 7,482.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และกำไรสุทธิ อยู่ที่ 127.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันของปีก่อน 6%   

สำหรับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทฯ มียอดขายตลาดในประเทศเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยยอดขายในประเทศอยู่ที่  2.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังได้มีการเพิ่มช่องทางขายในตลาดต่างประเทศ เพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทฯ มีปริมาณการจำหน่ายถ่านหิน ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ อยู่ที่ 3.4 ล้านตัน และมีรายได้จากธุรกิจการให้บริการด้าน โลจิสติกส์ ขนส่งทางน้ำและทางบก รวมทั้งการให้บริการท่าเรือ และคลังสินค้า ที่ 418.1 ล้านบาท คิดเป็น 5% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 185% จากปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น เนื่องจากบริษัทฯ จะมีการลงทุนในท่าเรือและเรือลำเลียงเพิ่มเติม และจ่ายเป็นเงินสดงวดปี 2561 โดยจ่ายปันผลเป็นเป็นหุ้นในอัตรา 15 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวม 30.22 ล้านบาท และจ่ายเป็นเงินสดในอตัราห้นุละ 0.00190 บาท หรือคิดเป็นจํานวนเงิน 3.45 ล้านบาท ซึ่งรวมการจ่ายเงินปันผล ทั้ง 2 รูปแบบคิดเป็นการจ่ายปันผลทั้งสิ้น 0.01850 บาท/หุ้น คิดเป็นจํานวนเงินรวมทั้งสิ้น 33.66 ล้านบาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 14 มีนาคม เพื่อจ่ายปันผลในวันที่ 16 พฤษภาคม 2562

อีกทั้งคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par) ของบริษัทจากเดิมห้นุละ 0.25 บาท เป็น 0.50 บาท ส่งผลให้จํานวนหุ้นสามัญของบริษัทหลังการเปลี่ยนแปลงมูลค่าพาร์ใหม่อยู่ที่ระดับ 966,894,874 หุ้น จากเดิม 1,933,789,748 หุ้น โดยจะมีการเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในวันที่ 29 เมษายน นี้

BEAUTY บุกตลาดจีน ออกบูธโชว์สินค้างาน “China International Beauty Expo 2019”

นางสาวศิริการย์ พัฑฒิวีระนนท์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) นำทีมยกทัพสินค้าแบรนด์ Beauty Buffet โชว์ศักยภาพความสวย ในงาน “China International Beauty Expo 2019” งานแสดงสินค้า เครื่องสำอางนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซีย เพื่อสร้างโอกาสขยายเครือข่ายทางธุรกิจและแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดจีน ณ China National Convention Center Beijing เมืองปักกิ่ง ประเทศจีน

BEM รณรงค์ขับปลอดภัยและลดอุบัติเหตุ จัดกิจกรรมอบรม “ Smart Drive by BEM ” ฟรี ตลอดงาน

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จัดกิจกรรมอบรม Smart Drive by BEM ” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขับรถยนต์อย่างปลอดภัย และลดอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน รวมทั้งทักษะการขับรถบนทางพิเศษ และเทคนิคการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมแนะนำวิธีดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ในระดับโลกมาถ่ายทอดประสบการณ์และสอนเทคนิค ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2562 เวลา 08.00 - 17.00 น. ณ ศูนย์ควบคุมทางพิเศษศรีรัช - วงแหวนรอบนอกฯ (CCB7) ถ.ประชาราษฎร์ สาย 1        

เปิดรับสมัครผู้เข้าอบรมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายจำนวน 30 คู่ ลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/DKzqW9 หรือ www.bemplc.co.th หรือ www.facebook.com/bemexpressway/ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 081 207 7772

ความร่วมมือไทย-ฮ่องกง

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ไทย-ฮ่องกง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสด้านการลงทุน และการจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุนของไทย-ฮ่องกง ภายในงานสัมมนา “ Thailand-HongKong Strategic Partnership ” ในโอกาสที่นางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง นำคณะจากฮ่องกง เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ

CCP มองอุตสาหกรรมคอนกรีตปี 62 ทรงตัวคาดเลือกตั้งชัดเจน หนุนงานเมกะโปรเจกต์ ชูกลยุทธ์เพิ่มมาร์จิ้น เน้นธุรกิจโมเดลใหม่ พัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปรองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน และงาน Landscape พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ ตั้งเป้ารายได้ 2,500 ล้านบาท  เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ รักษาแบ็กล็อก 2,000 ล้านบาท เผยผลประกอบการปี 61 รายได้รวม 2,481 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 72.08 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลหุ้นละ 0.010 บาท

นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) (CCP) เปิดเผยว่า ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์คอนกรีตปีนี้มีแนวโน้มทรงตัว โดยแม้จะมีการลงทุนงานโครงสร้างพื้นฐานในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อาทิ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรม ทยอยดำเนินงานก่อสร้าง อีกทั้งยังมีโครงการของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานถนน ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน ยังรอความชัดเจนของการเลือกตั้ง คาดความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมาลงทุนอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง

สำหรับเป้าหมายการเติบโตปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท สัดส่วนรายได้มาจากงานภาครัฐ 80% และภาคเอกชน 20% โดยแผนการดำเนินงานปีนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ให้สามารถรองรับ งานโครงสร้างพื้นฐาน งาน Landscape ได้อย่างหลากหลาย ขยายฐานลูกค้าใหม่ออกไปทั่วประเทศ และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยเน้นธุรกิจโมเดลใหม่พร้อมปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มประสิทธภาพการผลิต

ปัจจุบันบริษัทมี Backlog ประมาณ 2,000 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน  แบ่งเป็นการรับรู้รายได้ภายในปีนี้ 60% โดยบริษัทจะทยอยประมูลงานเข้ามาเพิ่มอีกในอนาคต เพื่อรักษาระดับมูลค่างานในมือ (Backlog) ไว้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

นายอาทิตย์ กล่าวต่อไปถึง ผลประกอบการตามงบเฉพาะกิจการ CCP ปี 2561 ว่า มีรายได้รวม 1,565 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีรายได้ 1,561 ล้านบาท  และมีกำไรเฉพาะกิจการ 7.36 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรเฉพาะกิจการ 51.59 ล้านบาท เนื่องจากปี 61ไม่มีการจ่ายปันผลจากบริษัทในเครือ

สำหรับผลประกอบการจากงบการเงินรวม มีรายได้ 2,398.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,340.31 ล้านบาท จำนวน 57.94 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.48 % และมีขาดทุนสุทธิ จำนวน 72.08 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิจำนวน 39.22 ล้านบาท เนื่องมาจากการตั้งสำรองจากบริษัทในเครือ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 0.010 บาท เตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 พิจารณาอนุมัติต่อไป

ดั๊บเบิ้ล เอ สนับสนุนกอล์ฟการกุศล

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ  มอบเงินสนับสนุนการแข่งขันกอล์ฟ การกุศล กองพลทหารราบที่ 11 จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี พันเอก ธิติพันธ์ ฐานะจาโร รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำรายได้จากการจัดการแข่งขันเป็นทุนการศึกษาและสวัสดิการของกำลังพล ตลอดจนใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล  ณ สนามกอล์ฟ Royal Lake side Golf Club

มร. กัว ผิง ซีอีโอหัวเว่ย ชี้ “เลือกหัวเว่ย เพื่อความปลอดภัยที่ดีกว่า"

ในระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน MWC 2019 มร. กัว ผิง ประธานกรรมการบริหาร หมุนเวียนตามวาระ เรียกร้องให้มีการรับรองด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากหน่วยงานภายนอกระดับสากล

บาร์เซโลนา, สเปน/ 1 มีนาคม 2562 – มร. กัว ผิง ประธานกรรมการบริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย เรียกร้องให้มีการร่วมมือระหว่างประเทศด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม และให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ทั่วโลกรับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่งานโมบาย เวิลด์ คองเกรส 2019 (MWC 2019)

มร. กัว กล่าวว่า หัวเว่ยเป็นบริษัทแรกที่สามารถติดตั้งใช้งานเครือข่าย 5G จำนวนมากได้ คำปราศรัยของเขาในงาน MWC 2019 ในหัวข้อ “นำ 5G ที่ปลอดภัยกว่า รวดเร็วกว่า และชาญฉลาดกว่า มาสู่คุณ (Bringing you 5G safer, faster, smarter)” ได้อธิบายว่าหัวเว่ยพัฒนาเครือข่าย 5G ที่ทรงพลัง เรียบง่าย และชาญฉลาดที่สุดในโลกขึ้นมาได้อย่างไร และให้เหตุผลชี้แจงด้วยว่า นวัตกรรมดังกล่าวจะไม่มีค่าใดเลยหากปราศจากความปลอดภัย เขาได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรมและรัฐบาลต่างๆ ทำงานร่วมกันและนำเอามาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เป็นหนึ่งเดียวกันมาใช้

สรุปประเด็นสำคัญจากสุนทรพจน์ของ มร. กัว ผิง ประธานกรรมการบริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย ที่กล่าวในงาน MWC 2019 ดังนี้:

  1. นวัตกรรม

ในช่วงแรกของสุนทรพจน์ มร. กัว ผิง ได้กล่าวอธิบายถึงจุดยืนของหัวเว่ยในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี 5G แต่ยืนยันด้วยว่า ความปลอดภัยเป็นพื้นฐานสำคัญของความมุ่งมั่นของบริษัทในด้านนวัตกรรม

  • “หัวเว่ยเป็นบริษัทแรกที่สามารถติดตั้งใช้งานเครือข่าย 5G ในจำนวนมากได้ และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เราสามารถส่งมอบไซต์ที่เรียบง่ายที่สุดและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าด้วย”
  • “ยิ่งเราลงทุนในศาสตร์ด้านวิศวกรรมมากเท่าไร เราก็จะสามารถสร้างคุณค่าได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น ที่หัวเว่ย เราสามารถนำเครือข่าย 5G ที่ทรงพลัง ไม่ซับซ้อน และมีความอัจฉริยะ มาสู่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทุกที่ในโลกได้รวดเร็วกว่าใคร หัวเว่ยเป็นผู้นำระดับโลกในด้าน 5G แต่เราก็เข้าใจว่านวัตกรรมจะไม่มีค่าใดเลยหากไม่มีความปลอดภัย”
  1. ความปลอดภัย

ในช่วงครึ่งหลังของสุนทรพจน์ มร. กัว ได้ตอบถึงคำกล่าวหาของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีต่อหัวเว่ย และเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง  โดยอ้างถึงข้อแนะนำจากสมาคม GSMA ซึ่งเป็นองค์กรอุตสาหกรรมสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทั่วโลก เพื่อให้รัฐบาลและผู้ประกอบการมือถือทำงานด้วยกัน ดังนี้

  • “การสร้างสภาพแวดล้อมบนไซเบอร์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน เราต้องมีมาตรฐาน ต้องมีกฎระเบียบตามข้อเท็จจริง และเราจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน”
  • “การสร้างระบบที่เราทุกคนสามารถไว้ใจได้ เราต้องมีความรับผิดชอบที่สอดคล้องกัน รวมถึงมาตรฐานที่เป็นเอกภาพ และกฎระเบียบที่ชัดเจน”
  • “ผมเห็นด้วยอย่างเต็มที่กับข้อแนะนำล่าสุดที่ว่า รัฐบาลและผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือควรทำงานร่วมกัน เพื่อตกลงกันในเรื่องการทดสอบและการรับรองของยุโรป NESAS (Network Equipment Security Assurance Scheme หรือการรับรองความปลอดภัยของอุปกรณ์เครือข่าย) ซึ่งเป็นความคิดที่ดีมาก และผมก็อยากจะแนะนำให้ขยายแนวคิดดังกล่าวออกไปทั่วโลกด้วย”
  • “หัวเว่ยไม่ได้ และจะไม่มีวันสร้างช่องโหว่ในระบบอุปกรณ์ของเรา และเราก็จะไม่อนุญาตให้ใครคนใดทำเช่นนั้นในอุปกรณ์ของเราด้วย”
  • ความย้อนแย้งอยู่ตรงที่ว่า กฎหมายคลาวด์ของสหรัฐฯ กลับอนุญาตให้หน่วยงานภาครัฐของเขา เข้าถึงข้อมูลข้ามพรมแดนได้

 

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 180,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com

ติดตามเราได้ที่

http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.twitter.com/Huawei

http://www.facebook.com/Huawei

http://www.google.com/+Huawei

http://www.youtube.com/Huawei

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จะจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนิตยสารแจกฟรี Startup Thailand Magazine นิตยสารสองภาษา (ไทย - อังกฤษ) ที่รวบรวมข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับวงการสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานได้ฟรี พร้อมแนะนำช่องทางการเติบโตในอาชีพนักเขียนสายสตาร์ทอัพ

ในวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562  เวลา 13.00 – 16.00 น.ณ True Digital Park ชั้น 7 (สถานี BTS ปุณณวิถี  โดยมี คุณปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้นประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมจัดเสวนาในหัวข้อ “Coffee Talk with Startup Magazine” จากกูรูแห่งวงการสตาร์ทอัพหลายท่าน

QTC ร่วมออกบูธงาน IEEE-PES  GTD  ASIA 2019 

หลังจากที่ บมจ.คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ หรือ QTC ประกาศเดินเกมรุก แผนปี 62 เร่งปรับกลยุทธ์ ขยายช่องทางการตลาด ลุยเจาะตลาดโปรดักส์ใหม่ อย่าง BUSDUCT - SMART TRANSFORMER – AMORPHOUS หวังดันยอดขายเพิ่ม ให้ภาพรวมธุรกิจกลับมาเทิร์นอะราวด์ในปีนี้อีกครั้ง ล่าสุด บอสใหญ่ “พูลพิพัฒน์  ตันธนสิน” ขอประกาศศักดาในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าประหยัดพลังงาน (Super Low Loss Transformer) รายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจาก สถาบัน CESI ประเทศอิตาลี  ร่วมออกบูธ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าที่ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัทฯ  ภายในงาน  IEEE-PES  GTD  ASIA 2019  :  Grand International Conference and Eeposition Asia 2019  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  โดยงานนี้ แว่วๆมาว่า QTC จะนำนวัตกรรมมาโชว์ เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพ การผลิต ที่ตรงตามแบบมาตรฐานสากล มาให้เห็นกันในงาน เรียกว่างานนี้ไม่ธรรมดา เลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครสนใจพบกันที่ บูธ P1  ระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคม 2562นี้

เสียวหมี่ ร่วมกับ เอไอเอส เปิดตัว เรดหมี่ โก (Redmi Go) สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากเสียวหมี่ จำหน่ายที่ราคาเริ่มต้นเพียง 790 บาท

สมาร์ทโฟนรุ่นแรกจากเสียวหมี่ที่รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ โก (Android™ Go) วางจำหน่ายภายใต้ความร่วมมือกับ AIS ในราคา 790 บาท 

เสียวหมี่ (Xiaomi), บริษัทผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก ร่วมกับ เอไอเอส ผู้นำธุรกิจด้านการสื่อสาร กำหนดวางจำหน่าย เรดหมี่ โก (Redmi Go) สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเสียวหมี่ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ โก ที่มาพร้อมซอฟท์แวร์ที่ตอบโจทย์เพื่อการใช้งานเครื่องอย่างเต็มประสิทธิภาพ เรดหมี่ โกพร้อมจำหน่ายในประเทศไทยในวันที่ 4 มีนาคมนี้ที่ราคาเริ่มต้น 790 บาท จากราคาปกติ 2,699 บาท ผู้สนใจสามารถรับส่วนลด 1,909 บาทเมื่อซื้อเรดหมี่ โกพร้อมแพ็คเกจ AIS Hot deal 499 บาท ในโครงการ AIS Special Deal ได้ที่ AIS Shop และร้านเทเลวิซทุกสาขา ทั่วประเทศ

เรดหมี่ โก มาพร้อมหน้าจอความละเอียดระดับ HD ที่ใหญ่ถึง 5 นิ้ว จึงให้ภาพคมชัด ชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon 425 SoC ช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล แบตเตอร์รี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 3,000 mAh ทำให้สามารถใช้งานเครื่องต่อเนื่องได้นานถึง 10 วันในโหมดสแตนบาย (หรือสนทนาต่อเนื่องได้นานถึง 12 ชั่วโมง) รองรับการถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอในความละเอียดสูงด้วยกล้องหลังที่มีความละเอียดสูงถึง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียดขนาด 5 ล้านพิกเซลเหมาะสำหรับการถ่ายเซลฟี่ เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ติดตั้งมาใน เรดหมี่ โก ช่วยให้ทุกเสียงสนทนาคมชัดไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม นอกจากนี้ เรดหมี่ โก ยังรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด และช่องการ์ด microSD เพื่อรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดถึง 128 GB

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์โก (Android™ Go) ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถของสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาประหยัดให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่าง เรดหมี่ โก ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ  Android 8.1 Oreo (Go edition) พร้อมแอพพลิเคชั่นจากกูเกิ้ล (Google) ซึ่งถูกย่อขนาดให้ใช้หน่วยความจำและดาต้าน้อยลง

เรดหมี่ โก ตัวเครื่องสีน้ำเงินมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 8GB ในราคา 790 บาทเท่านั้น เรดหมี่ โก กำหนดเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไปที่ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของเสียวหมี่ทั่วประเทศ และเพื่อฉลองการเปิดตัวในครั้งนี้ เสียวหมี่ ร่วมกับ AIS มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 4 มีนาคม ถึง วันที่ 1 เมษายน  พ.ศ. 2562 โดยสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับอาทิเช่น โปรโมชั่น Prepaid to Postpaid ซื้อเครื่อง เรดหมี่ โก ในราคา 790 บาท จากราคาเต็ม 2,699 บาท หากท่านซื้อแพ็กเกจ AIS รายเดือนเพียงแค่เดือนละ 499 บาท ภายในระยะเวลาสัญญา 12 เดือน โดยมีเงื่อนไขต้องจ่ายล่วงหน้า 700 บาทเท่านั้น (บวก VAT อีก 7%)

 

เกี่ยวกับเสียวหมี่

เสียวหมี่  ก่อตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2553 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Main Board of the Hong Kong Stock Exchange ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 (1810.HK.) เสียวหมี่  บริษัทให้บริการด้านอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และสมาร์ทฮาร์ดแวร์ เพื่อเชื่อมต่อสู่แพลทฟอร์ม IoT

ด้วยวิสัยทัศน์ของการเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานและการเป็นบริษัทที่โดดเด่นที่สุดในใจของลูกค้า เสียวหมี่  มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยความโฟกัสและประสิทธิภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง เสียวหมี่  ไม่ลดละสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจในราคาเพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนบนโลกได้เพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม

ปัจจุบัน เสียวหมี่  เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก และได้สร้าง IoT แพลตฟอร์มสำหรับลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยสมาร์ทดีไวซ์มากกว่า 132 ล้านผลิตภัณฑ์ (ทั้งนี้ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เสียวหมี่ วางจำหน่ายมากกว่า 80 ประเทศ และภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก และอยู่ในอันดับต้นในตลาดสำคัญต่างๆ 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวเสียวหมี่ สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.mi.com/th