BizFocus

BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

เอคโค่ เปิดตัว “ECCO OMNI-VENT” รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากคอลเลคชั่น ECCO Spring/Summer 2019 

ดีไซน์เรียบหรู ผสานกับความเป็นแอคทีฟไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์ทุกรูปแบบของกิจกรรมเอาท์ดอร์

ดึง นาย ณภัทร - หลิน มชณต สองตัวแทนคนรุ่นใหม่ เล่าเรื่องแอคทีฟไลฟ์สไตล์ผ่านแฟชั่นโชว์ WALK-VENTURE OF LIFE

เอคโค่ (Ecco) แบรนด์รองเท้าคุณภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก ที่ครองใจคนทั่วโลกมายาวนานกว่า 5 ทศวรรษ โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการผลิตรองเท้าชั้นสูง และเครื่องหนังเกรดพรีเมียม เปิดตัว    คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุด ECCO Spring/Summer 2019 ปล่อยไฮไลท์ “ECCO OMNI-VENT” นิว ไฮบริด สนีกเกอร์ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีแอคทีฟไลฟ์สไตล์ ด้วยการผสานงานนวัตกรรมการออกแบบรองเท้าชั้นสูงเฉพาะแบรนด์เอคโค่ เข้ากับงานดีไซน์เรียบหรู กลิ่นอายสแกนดิเนเวียน พร้อมดึง นาย นภัทร เสียงสมบุญ และ หลิน มชณต สุวรรณมาศ เล่าเรื่องแอคทีฟไลฟ์สไตล์ผ่านแฟชั่นโชว์สุดพิเศษ พร้อมแชร์ประสบการณ์สนุกๆ และเทคนิคการเลือกรองเท้าให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัวที่เหมาะกับกิจกรรมโปรดของเขาและเธอ

มร.โทมัส เมง ผู้อำนวยการภูมิภาค เอคโค่ เอเชีย แปซิฟิก

มร.โทมัส เมง ผู้อำนวยการภูมิภาค เอคโค่ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวถึงความเป็นตัวตนของเอคโค่ว่า เอคโค่ เป็นทั้งแบรนด์ผู้ทำรองเท้าและเครื่องหนังระดับโลก จากประเทศเดนมาร์ก เริ่มต้นจากความหลงใหลในศิลปะการทำรองเท้าของ Karl Toosbuy ด้วยความใส่ใจและพยายามคิดค้นกรรมวิธีการผลิตรองเท้าให้สวมใส่สบาย มีคุณภาพ และมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเอคโค่มีจุดเด่นที่นวัตกรรมการผลิตรองเท้าที่ทันสมัย    มีเทคโนโลยีเด่นคือ FLUIDFORM เป็นการอัดฉีดเพื่อเชื่อมพื้นรองเท้าเข้ากับตัวรองเท้าอย่างแนบสนิทไร้รอยต่อ ด้วยการออกแบบแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นขณะสวมใส่ และดีไซน์ในแบบสแกนดิเนเวียน เรียบหรูโดดเด่นด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม เหล่านี้นำมาผสานเข้าด้วยกันให้เหมาะกับแอคทีฟไลฟ์สไตล์”

คุณบุณฑริกา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย เอคโค่ ไทยแลนด์  (ซ้าย)

คุณบุณฑริกา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย เอคโค่ ไทยแลนด์ กล่าวถึง ECCO Spring/Summer 2019 ว่า คอลเลคชั่นนี้เราเน้นไปที่รองเท้ากลุ่มเอาท์ดอร์ (Outdoor) แต่เอคโค่ขยายมุมมองของคำว่า เอาท์ดอร์ ให้มากกว่าการไปปีนเขา เทรคกิ้ง ลุยหิมะ หรือ ลุยน้ำแค่นั้น แรงบันดาลใจของเราคือจะต้องเป็นรองเท้าเอาท์ดอร์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกรูปแบบของกิจกรรมที่ทำนอกบ้านได้ แม้แต่การเดินช้อปปิ้งนานๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเดินทางต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึงรองเท้าเอาท์ดอร์ ทุกคนมักจะนึกถึงรองเท้าที่ดูหนาเทอะทะ แต่รองเท้าเอาท์ดอร์ของเอคโค่ จะมาในลุคที่เรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ออกแบบให้ลุยได้ในทุกสภาวะ และยังสามารถใส่สบายทั้งวัน จึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรองเท้าไปมาระหว่างกิจกรรมในเมืองกับกิจกรรมที่ลุยแบบเอาท์ดอร์อย่างแท้จริง เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่สามารถตอบโจทย์แอคทีฟไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแน่นอน”

สำหรับไฮไลท์ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยจากสาวกสนีกเกอร์ ก็คือรุ่น “ECCO-OMNI-VENT” นิว ไฮบริด สนีกเกอร์ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เชื่อมระหว่าง 2 โลก คือ City & Out Door ไว้ด้วยกัน  โดยคุณบุณฑริกา เสริมจุดเด่นของ Must Have ไอเท็มตัวนี้ว่า สำหรับ ECCO OMNI-VENT รองเท้าแนวเอาท์ดอร์ที่เป็นไฮไลท์ของคอลเลคชั่นล่าสุด มีนวัตกรรมที่ล้ำหน้า นอกจาก FLUIDFORM ที่เป็นเทคโนโลยีเด่นของ ECCO ที่ช่วยเพิ่มยืดหยุ่นขณะสวมใส่แล้ว ยังมีเทคโนโลยีพิเศษที่เรียกว่า GORE-TEX® SURROUND® มีคุณสมบัติช่วยกันน้ำเข้า และเพิ่มการระบายอากาศจากทุกทิศทาง เหมาะกับอากาศในเมืองไทยเป็นอย่างมาก อีกจุดหนึ่งคือเพิ่มการยึดเกาะด้วย Rugged Rubber พื้นยางด้านนอกสุดของรองเท้า ทำให้ทนทานในทุกสภาพอากาศ ทั้งหมดนี้ทำให้ ECCO OMNI-VENT ใส่สบายตลอดทั้งวัน และทำให้คุณออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ กิจกรรม”

นาย ณภัทร เสียงสมบุญ (ขวา) หลิน มชณต สุวรรณมาศ (ซ้าย)

ภายในงาน ยังได้มีการพิสูจน์ความคล่องตัว ที่เหมาะกับกิจกรรมเอาท์ดอร์ทุกรูปแบบของ ECCO Spring/Summer 2019 Collections ผ่านแฟชั่นโชว์ชุด “Walk-Venture of Life” จากสองตัวแทนคนรุ่นใหม่ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ และ หลิน มชณต สุวรรณมาศ โดย นาย ณภัทร เป็นตัวแทนของ World-Venture คือการเดินทางเอาท์ดอร์ในแบบของผู้ชาย รวมถึงสไตล์การแต่งตัวแบบเรียบหรู แต่พร้อมที่จะลุยได้กับทุกกิจกรรม โดยส่วนตัวชอบเล่นกีฬา และกิจกรรมเอาท์ดอร์ที่ลุยๆ อย่างปั่นจักรยาน หรือเดินถ่ายรูป เพราะในทุกๆ ก้าวเราเหมือนได้พบประสบการณ์ใหม่ ส่วนเทคนิคการเลือกรองเท้าของผม ความทนทานต้องมาอันดับหนึ่ง ถึงจะอยู่กับคนที่ชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์ และแอคทีฟไลฟ์สไตล์อย่างผมได้ ที่สำคัญต้องเป็นรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี ลุยน้ำได้ครับ เพราะบางทีเราออกไปเจอฝนตก ส่วนเรื่องของดีไซน์ผมชอบแบบเรียบๆ มินิมอล แต่ดูเท่ใส่ได้ทุกโอกาส สำหรับ ECCO OMNI-VENT ตอบโจทย์ผมได้ดีเลยครับ ด้วยวัสดุหนังแท้ พอได้ลองใส่เดินก็กระชับรองรับเท้าดีมาก ประกอบกับเทใจให้เอคโค่ ด้วยคุณสมบัติเด่น GORE-TEX® SURROUND® ที่กันน้ำ แล้วยึดเกาะดี ทนทานต่อสภาพอากาศด้วยครับ”

ด้าน หลิน มชณต เป็นตัวแทนของ City-Venture กับเรื่องราวการเดินทางเอาท์ดอร์ในแบบของสาวๆ การเดินทางในเมืองชิคๆ รวมถึงกิจกรรมสำคัญคือการเดินช้อปปิ้ง “หลินเป็นคนช่างเลือก เวลาช็อปปิ้งแต่ละครั้งจะใช้เวลาเดินนานมาก ไม่เฉพาะในห้าง แต่เอาท์ดอร์เราก็ชอบ ยิ่งเดินช็อปปิ้งที่เมืองนอกคือเดินตั้งแต่เช้าจนเย็น พอจบวันก็ปวดเท้า เจ็บเท้า รองเท้ากัด กลายเป็นไม่สนุกไปเลย เทคนิคการเลือกรองเท้าจะเลือกแบบที่ถูกใจ และใส่เดินแล้วสบายที่สุด คือต้องใส่เดินนานแล้วไม่เมื่อยนี่คือคีย์สำคัญเลย อย่างถ้าจะเลือกสนีกเกอร์ ก็จะแนะนำว่าควรเลือกที่ใส่สบาย เข้ากับสรีระรูปเท้า น้ำหนักเบา และยืดหยุ่นได้ดี  ซึ่ง ECCO OMNI-VENT  ตอบโจทย์มาก  คือใส่แล้วมันพอดีกับสรีระเท้า ทำให้เดินสบายมาก นุ่มมาก รู้สึกได้ว่ามันกระชับไปกับเท้า  ทำอะไรก็คล่องตัวมากขึ้น”

ECCO OMNI-VENT รองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากคอลเลคชั่น ECCO Spring/Summer 2019 Collections มาใน 4 สี ขาว ดำ ไวน์ และทาร์แมค ราคา 9,490 บาท สำหรับผู้หญิง และ ราคา 9,990 บาท สำหรับผู้ชาย ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งานทุกรูปแบบของกิจกรรมเอาท์ดอร์ ผสานลุคสปอร์ตเข้าไว้กับความแอคทีฟ ในดีไซน์ที่ดูเรียบหรู โดดเด่น และทันสมัย ร่วมสัมผัส ECCO OMNI-VENT ได้แล้ววันนี้ที่ ECCO Shop เซ็นทรัลเวิลด์, สยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

 

#ECCOTHAILAND #ECCOSS19

#WorkToTheMoonPR

 

ไขข้อข้องใจ ทำไมใช้ e-Wallet ต้องยืนยันตัวตน?

ในยุค 4.0 ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เอื้อประโยชน์ให้กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คน e-Wallet ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องเงินกลายเป็นเรื่องง่าย และมีความคุ้มค่ามากขึ้น ที่สำคัญกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่สำหรับใช้จ่ายแทนเงินสด หรือทำธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ เช่น จ่ายบิล เติมเงิน โอนเงิน หรือบางรายสามารถรองรับระบบพร้อมเพย์ได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่มักจะเป็นคำถามสำคัญของผู้ใช้ e-Wallet ในยุคปัจจุบัน คือ “ทำไมเราต้องยืนยันตัวตน?” เนื่องจากขั้นตอนการยืนยันตัวตนนั้น โดยขั้นต้น ระบบจะร้องขอให้ผู้ใช้ต้องกรอกเลขบัตรประชาชน และเลขหลังบัตร ซึ่งทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่รู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องให้ข้อมูลส่วนตัว วันนี้ทรูมันนี่ขอไขข้อข้องใจ ถึงเหตุผลว่าทำไมการยืนยันตัวตนถึงมีความสำคัญ และผู้ใช้ควรทำ เพื่อประโยชน์แก่ตัวผู้ใช้เองรวมถึงความปลอดภัยในเรื่องเงินๆ ทองๆ

ทำไมต้องยืนยันตัวตน?

เพราะว่า e-Wallet หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการชำระค่าสินค้า บริการ หรือค่าอื่นใดแทนการชำระเงินด้วยเงินสด ดังนั้น การลงทะเบียนยืนยันตัวตนก่อนการใช้งาน คือการยืนยันความถูกต้องของตัวบุคคล และขณะเดียวกันก็เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย

จริงๆ แล้วสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เดิมทีทุกสถาบันหรือผู้ให้บริการทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกเจ้าต้องให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ยืนยันตัวตนอยู่แล้ว สังเกตได้จากการที่เราไปเปิดบัญชีที่ธนาคารตามสาขา เราก็ต้องให้บัตรประชาชนแก่เจ้าหน้าที่เช่นกัน เพียงแต่กรณีของ e-Wallet อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกเป็นเรื่องใหม่ เพราะต้องทำบนแพลตฟอร์มออนไลน์แทน

ยืนยันให้ใช่ ปลอดภัยไว้ก่อน

นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว การยืนยันตัวตนยังสร้างความปลอดภัยต่อผู้ใช้เจ้าของบัญชี e-Wallet ที่แท้จริง ป้องกันบุคคลอื่นมาแอบอ้างตัวตน และยังส่งผลดีต่อผู้ให้บริการที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องอันเป็นประโยชน์ต่อการให้บริการให้มีความเฉพาะและเหมาะกับการใช้จ่ายผ่าน e-Wallet ของผู้ใช้รายบุคคลอีกด้วย

อุ่นใจได้ เพราะทุกข้อมูล คือ “ความลับ”

เป็นเรื่องปกติที่ผู้ใช้ e-Wallet จะรู้สึกไม่สบายใจกับการต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เพื่อยืนยันตัวตน แต่มั่นใจได้เลยว่า ข้อมูลของคุณจะถูกจัดเก็บและดูแลอย่างดี ตามมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด

เปิดประตูสู่บริการทางการเงินเต็มรูปแบบ

“ยืนยันตัวตนแล้วได้อะไร?” อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตของผู้ใช้หลายท่านสำหรับการยืนยันตัวตน คำตอบก็คือ คุณจะได้สิทธิ์ในการทำธุรกรรมมากกว่าเดิม เช่น วงเงินในวอลเล็ทที่เพิ่มขึ้น หรือเชื่อมต่อกับบริการพร้อมเพย์ ทำให้โอนเงินได้รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องรอข้ามวัน ไปจนถึงนวัตกรรมทางการเงินอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อไปในอนาคต เพื่อสร้าง Cashless society ให้เกิดขึ้นจริง…

เริ่มยืนยันตัวตน ควรทำอย่างไร?

ง่ายมาก! แค่เข้าไปที่แอปพลิเคชั่น e-Wallet ของคุณที่ใช้งานอยู่ แล้วกรอกข้อมูลต่างๆ ตามสเต็ป ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือในการใช้แอปพลิเคชั่นทรูมันนี่ วอลเล็ท สามารถติดต่อ TrueMoney Customer Care ผ่าน Call Center เบอร์ 1240 หรือ Live Chat ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมดูแลคุณเสมอ https://www.truemoney.com/contact/

 

เกี่ยวกับ ทรูมันนี่

ทรูมันนี่คือผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน โดยให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

ทรูมันนี่ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2546 และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัทแอสเซนด์มันนี่ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Alipay ใน พ.ศ. 2559 โดยปัจจุบันมีบริการด้านการเงินที่หลากหลาย อาทิ ทรูมันนี่ วอลเล็ท แอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายง่ายขึ้นและตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ได้รับความนิยมสูงสุด นอกจากนั้นยังมีเครือข่ายตัวแทน ทรูมันนี่ ที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ ทั้งหมดนี้เพื่อมอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับหลายล้านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เฟดเอ็กซ์ชูนวัตกรรมโลจิสติกส์ รับการขยายตัวภาคธุรกิจเอสเอ็มอีและอี-คอมเมิร์ซ

การพาณิชย์อิเลกโทรนิคส์หรืออี-คอมเมิร์ซ (E-commerce) และการจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากการใช้อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือขยายตัวมากขึ้น รวมถึงศักยภาพของระบบการชำระเงินออนไลน์และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยที่ดุเดือด ยังช่วยเพิ่มความสะดวกและส่งเสริมความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ โดยคาดว่าเม็ดเงินในตลาดอี-คอมเมิร์ซของไทยจะพุ่งขึ้นถึงระดับ 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี พ.ศ. 25651

การขยายตัวของตลาดอี-คอมเมิร์ซยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็กนั้นสามารถใช้ประโยน์จากแพลทฟอร์มอี-คอมเมิร์ซเพื่อเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ทั้งลูกค้าและเจ้าของธุรกิจทุกมุมโลกยังสามารถทำการซื้อขายได้ง่ายขึ้น คุ้มค่ามากขึ้น และรวดเร็วกว่าเดิม2 หรืออีกความหมายก็คือ ธุรกิจขนาดเล็กกว่าสามารถรุกตลาดระดับโลกที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยอี-คอมเมิร์ซและเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างโอกาสสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จะทำการค้าข้ามเขตแดน (cross-border) ได้

จีน่า แกลวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย

จีน่า แกลวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีคือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านรายหรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 99% ของธุรกิจทั้งหมดของไทย3 สร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) มากกว่า 36% และมีการว่าจ้างงานกว่า 10 ล้านคน 4เพื่อให้เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งรวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอีและอี-คอมเมิร์ซที่กำลังขยายตัว เติบโตได้มากยิ่งขึ้น เราต้องสนับสนุนเอสเอ็มอีให้มุ่งพัฒนาธุรกิจ และก้าวสู่ผู้ประกอบการระดับโลกด้วยการรุกธุรกิจการค้าข้ามเขตแดน”

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับโลก สาเหตุหลักคือการขาดความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเพื่อเพิ่มผลิตผล ประสิทธิภาพ และศักยภาพรองรับการเติบโต ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมองว่าการค้าอี-คอมเมิร์ซข้ามเขตแดนนำมาซึ่งปัญหาการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากรและอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการจัดการด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า5 การขาดความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบการจัดการการขนส่งระหว่างประเทศเป็นอุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่สามารถขยายธุรกิจให้เติบโตในต่างประเทศได้ ขณะเดียวกัน พิธีการศุลกากรที่ล้าสมัย ยุ่งยาก ซับซ้อน และมีต้นทุนสูงทำให้ผู้ประกอบการเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันเนื่องจากปัญหาเหล่านั้นทำให้การขนส่งล่าช้าและเพิ่มต้นทุนการทำธุรกรรม

ดังนั้น เราจึงต้องเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้รับมือกับความท้าทายเหล่านี้ โดยปัจจัยหลัก 4 ประการที่กำลังขับเคลื่อนการค้าทั่วโลกได้แก่การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ โลกาภิวัตน์ด้านการค้า ซัพพลายเชนที่รวดเร็วยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ตลอดจนธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงและสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง

“ที่เฟดเอ็กซ์ เราคิดค้นนวัตกรรมและนำเสนอโซลูชั่นส์ด้านการขนส่งที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีดำเนินการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการค้าข้ามเขตแดนของเอสเอ็มอี เช่น FedEx Electronic Trade Documents (ETD) ช่วยสร้างระบบเอกสารอัตโนมัติสำหรับพิธีการศุลกากร FedEx Web Services คือการสนับสนุนการขนส่งระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับความต้องการทางธุรกิจทำให้การขนส่งไปยังปลายทางระหว่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น และผู้ประกอบการยังสามารถเลือกวิธีการขนส่งได้หลากหลายรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของพวกเขา ตั้งแต่ FedEx International Priority ไปจนถึง FedEx International Economy นอกจากนี้ FedEx Cross Border ยังมีการแนะนำและการบริการด้านกระบวนการชำระเงินที่ปลอดภัยและการตั้งราคาแบบหลายสกุลเงินด้วยการใช้กลยุทธ์ซัพพลายเชนดิจิทัลที่มุ่งช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นและมีประสิทธิภาพในตลาดระดับโลก” จีน่า แกลวิน กล่าวเสริม

เฟดเอ็กซ์ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ เพื่อให้ขั้นตอนกระบวนการค้าออนไลน์และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความสะดวกง่ายดายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ บริการเหล่านี้มีเป้าหมายช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและทำให้เกิดความสะดวกสบายที่สุด พร้อมกับประหยัดเวลาและเงินทุน เพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกำไรในอนาคต

 

เกี่ยวกับเฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส

เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งแบบด่วนรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยให้บริการรับส่งพัสดุที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ สู่ปลายทางกว่า 220 ประเทศทั่วโลก เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส มีเครือข่ายการขนส่งทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศทั่วโลก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจัดส่งพัสดุด่วนในเวลาจำกัด พร้อมทั้งรับประกันการคืนเงินภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด[1] .

เกี่ยวกับเฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น

เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (มีชื่อเรียกในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กว่า FDX) เป็นผู้ให้บริการขนส่ง อี-คอมเมิร์ซ และบริการด้านธุรกิจแก่ลูกค้าและธุรกิจต่างๆทั่วโลก บริษัทของเราให้บริการด้านธุรกิจครบวงจร โดยมีบริษัทในเครือที่ทำงานแข่งขันกันเป็นกลุ่มและบริหารจัดการด้วยความร่วมมือภายใต้แบรนด์เฟดเอ็กซ์ที่ได้รับความไว้วางใจ โดยมีรายได้ปีละ 64,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทของเรายังได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้จ้างงานที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นที่ชื่นชอบสูงสุดของโลก เฟดเอ็กซ์สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานมากกว่า 425,000 รายในการเป็นผู้ให้บริการขนส่งที่ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย หลักจริยธรรม และความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ รวมถึงความต้องการของลูกค้าและชุมชน "อย่างแน่วแน่และถึงที่สุด" ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: about.fedex.com

[1] ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

QTC ร่วมออกบูธงาน IEEE-PES  GTD  ASIA 2019 

นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กลาง), นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ที่ 3 จากซ้าย) และ นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (ที่ 2 จากซ้าย) เยี่ยมชมบูธของ QTC ในงาน  IEEE-PES  GTD  ASIA 2019 : Grand International Conference and Eeposition Asia 2019  พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกโดยมี นายกิตติ อัจฉริยบุญยงค์ รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด (ที่ 3 จากขวา) และ นายนิพัฒน์ จริงจามิกร ผู้จัดการฝ่ายขายโครงการพิเศษและบริการลูกค้า (ที่ 2 จากขวา) บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  บางนา  เมื่อเร็วๆนี้

เยาวชน PTTEP Teenergy สร้างสรรค์ “ถ่านมีชีวิต” แก้ปัญหาน้ำเสีย

ปัญหาหมอกควันในภาคเหนือเป็นวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบันปัญหาดังกล่าวยังไม่หมดไปและมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เว็บไซต์ AirVisual ซึ่งจัดอันดับค่าดัชนีคุณภาพอากาศทั่วโลก (World AQI Ranking) เคยรายงานตัวเลขที่ระบุว่าจังหวัดเชียงใหม่มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในบางช่วงสูงกว่าระดับ 100 แสดงถึงความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศมีค่าเกินมาตรฐาน และคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว เชียงใหม่ยังต้องเผชิญกับมลพิษทางน้ำที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันอีกด้วย สาเหตุมาจากการทิ้งขยะลงในแม่น้ำลำคลอง ทำให้น้ำบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่มีสาหร่ายสีเขียวขึ้นเต็มไปหมด จนน้ำขาดออกซิเจน ส่งผลให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก ระบบนิเวศของน้ำบริเวณรอบคูเมืองเสียหาย

น้องปิ่นไพร เก็บตัวอย่างดิน เพื่อนำไปทดลองเลือกนำแบคทีเรีย Bacillus.ssp มาเพาะขยายจำนวน

เยาวชนในท้องถิ่นกลุ่มหนึ่งมองเห็นปัญหาดังกล่าวและไม่นิ่งดูดาย อยากเข้ามาช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น จนเกิดเป็นโครงการ “ถ่านมีชีวิต” เพื่อแก้ปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน โดย นางสาวนิพัทธา กาพย์ตุ้ม หรือน้องปิ่นไพร โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า “หนูอยู่ที่นี่เกิดที่นี่ ได้เห็นปัญหามลพิษในเชียงใหม่มานานแล้ว ปัญหาน้ำเน่าในคูเมืองเกิดขึ้นทุกปี หนูจึงอยากให้เมืองของหนูมีมลพิษน้อยลงและน่าอยู่มากขึ้น เพราะถ้าเชียงใหม่อากาศดี น้ำในคูคลองสะอาด มลพิษน้อยลงแล้ว นักท่องเที่ยวก็จะประทับใจ และมาเที่ยวมากขึ้น เศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองเชียงใหม่ก็จะดีขึ้นด้วย

ถ่านจากซังข้าวโพดมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ และมีรูพรุนมาก อีกทั้งมีสารอาหารที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตได้ดี

หลังจากที่หนูและเพื่อนได้มีโอกาสเข้าค่ายโครงการ PTTEP Teenergy ของ ปตท.สผ. และเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปภายใต้แนวคิดเปลี่ยนเพื่อโลก (Change for Climate) หนูได้คิดและนำเสนอโครงการ “ถ่านมีชีวิต” ร่วมกับเพื่อนๆ ซึ่งโครงการนี้เป็น 1 ใน 10 โครงการที่ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนสนับสนุนจาก ค่าย PTTEP Teenergy

น้องปิ่นไพรและเพื่อนๆในทีมช่วยกัน ซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นถ่าน โดยได้รับการสนับสนุนการเผาและการวิจัยจากคณะวิศวกรรมอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

หลังจากที่ได้รับทุน หนูและทีมก็ได้ค้นคว้าศึกษางานวิจัยต่าง ๆ จนพบว่าที่ภาคเหนือมีการปลูกข้าวโพดจำนวนมาก แต่ซังข้าวโพดที่เหลือจากการสีเมล็ดข้าวโพดออกไปกลับถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ หนูจึงเกิดความคิดนำซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นถ่านด้วยวิธีการทางเคมี โดยการเผาแบบกึ่งอับอากาศหรือสภาวะไร้อากาศ (Pyrolysis) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยได้รับการสนับสนุนการเผาและการศึกษาวิจัยจากคณะวิศวกรรมอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้” นางสาวนิพัทธาเล่าด้วยความภาคภูมิใจ

นำซังข้าวโพดมาแปรรูปเป็นถ่านด้วยวิธีการ Pyrolysis คือการเผาแบบกึ่งอับอากาศ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ประกอบกับเมื่อเห็นสภาพน้ำในคูเมืองเชียงใหม่เน่าเสีย จึงพยายามหาวิธีการที่จะแก้ปัญหา ซึ่ง น้องๆ สังเกตเห็นว่า ในขณะที่ในน้ำบริเวณคูเมืองเชียงใหม่ เต็มไปด้วยสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน แต่ตะกอนดินบริเวณหน้าโรงเรียนกลับไม่มีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอยู่เลย จึงได้นำตะกอนดังกล่าวเข้าไปศึกษาในห้องทดลอง และพบว่าในดินดังกล่าวมีแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัส (Bacillus.spp) อยู่จำนวนมาก และแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัสนี้ สามารถกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินซึ่งนอกจากจะเป็นสาหร่ายที่ทำให้เกิดน้ำเสียแล้ว ยังเป็นสาหร่ายที่ผลิตสารพิษไมโครซิสติน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดตับอักเสบและเร่งการเกิดมะเร็งของตับ นอกจากจะมีผลกับคนแล้ว พิษของสาหร่ายชนิดนี้ยังมีผลโดยตรงต่อสัตว์น้ำหรือสัตว์บกที่ไปบริโภคน้ำที่มีสาหร่ายชนิดนี้ด้วย   

ซังข้าวโพดแปรรูปเป็นถ่านด้วยวิธีการ Pyrolysis คือการเผาแบบกึ่งอับอากาศ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

ดังนั้น หากจะกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่เป็นต้นเหตุให้เกิดน้ำเสียก็จะต้องเพิ่มปริมาณแบคทีเรียสายพันธ์บาซิลัส น้องๆ จึงนำซังข้าวโพดที่เผาในสภาวะไร้อากาศแล้วกลายเป็นถ่านจากซังข้าวโพดมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ และมีรูพรุนจำนวนมาก อีกทั้ง มีสารอาหารที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตได้ดี  มาทำการเพาะเพื่อเพิ่มจำนวนแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัส

เมื่อทดลองพบว่าแบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัสเติบโตได้ดีในถ่านที่ผลิตจากซังข้าวโพด และสามารถนำไปกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินได้อย่างแน่นอนแล้ว จึงทำการทดลองเพิ่มเติมให้แน่ใจ โดยนำถ่านที่เพาะเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งน้องๆ เรียกมันว่า “ถ่านมีชีวิต” เพราะมีแบคทีเรียซึ่งจัดเป็นสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเติบโตอยู่ในนั้น น้องๆ ได้ทดลองนำถ่านมีชีวิตบรรจุในขวดพลาสติกเหลือใช้ แล้วนำไปจุ่มแช่ในน้ำตัวอย่างที่นำมาจากบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่ในห้องทดลอง พบว่าการวางทิ้งไว้ 5 วัน แบคทีเรียสายพันธุ์บาซิลัส สามารถกำจัดสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินได้หมด ไม่เกิดน้ำเน่าเสีย

หลังจากที่ได้นำถ่านซังข้าวโพดใช้ประโยชน์จากการบำบัดน้ำเสียแล้ว ยังได้ทำการทดลองนำไปทำเป็นปุ๋ยสำหรับเพาะปลูกอีก

ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ พืชเจริญเติบโตได้ดีเพราะถ่านซังข้าวโพดอุดมไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อพืช

วัดผลการเจริญเติบโตของพืชที่ได้ทำการทดลองเป็นระยะๆ

ภายหลังจากการใช้ “ถ่านมีชีวิต” ดังกล่าวบำบัดน้ำเสียเรียบร้อยแล้ว ยังสามารถนำไปบดทำเป็นปุ๋ยสำหรับปลูกพืชต่อไปได้อีกด้วย และจากการทดลองปลูกพืช ก็พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ พืชเจริญเติบโตได้ดีเพราะถ่านซังข้าวโพดอุดมไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อพืช

น้องปิ่นไพร ได้ขยายผลการทดลองการใช้ประโยชน์จากถ่านซังข้าวโพดในด้านอื่นๆ

ในอนาคตทีมของน้อง ๆ คิดจะต่อยอดโครงการ โดยนำถ่านมีชีวิตที่ผลิตได้ไปทดลองใช้จริงสำหรับการบำบัดน้ำบริเวณรอบคูเมืองเชียงใหม่และจะนำผลการทดลองไปเผยแพร่ในชุมชนใกล้เคียงหรือชุมชนในบริเวณที่มีปัญหาน้ำเน่าเสีย โดยหากได้รับความร่วมมือจากชุมชนที่สนใจ เชื่อว่าโครงการถ่านมีชีวิตนี้จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถช่วยแก้ปัญหามลพิษในเมืองเชียงใหม่ได้ต่อไป

ตัวอย่างถ่านซังข้าวโพด ที่ได้แปรรูปด้วยวิธีการ Pyrolysis คือการเผาแบบกึ่งอับอากาศ

จากซังข้าวโพดกลายเป็น “ถ่านมีชีวิต” ช่วยแก้ปัญหาน้ำเสียในชุมชน คือหนึ่งในโครงการที่เยาวชนสร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการเข้าค่ายในโครงการ PTTEP Teenergy ของ ปตท.สผ. ซึ่งดำเนินการภายใต้กลยุทธ์ 3 ป. คือ ปลูก-ปั้น-เปลี่ยน โดยเชื่อมั่นว่า การปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียน รวมถึงการปั้นเยาวชนให้มีความรู้สู่การหล่อหลอมหัวใจอนุรักษ์ และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนให้มีความพร้อมในการทำประโยชน์ให้กับสังคม จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเยาวชนในการก้าวออกไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ด้วยการรวมพลังความคิดและลงมือทำด้วยตนเอง เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนและสังคมดีขึ้น

SACICT ลงพื้นที่เก็บข้อมูลโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการทอผ้าพื้นเมืองกับภูฏาน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่งานทอผ้า ประเทศภูฏาน เพื่อศึกษาดูงานเก็บข้อมูลในการผสานความร่วมมือด้านศิลปหัตถกรรมไทย ในโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการทอผ้าพื้นเมืองกับภูฏาน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ 

ประเทศภูฏานนั้นเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ทั้งทางศิลปวัฒนธรรมประเพณี ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธนิกายวัชรยาน รวมทั้งวัฒนธรรมการแต่งกาย ชุดที่ชาวภูฏานสวมใส่นั้นจะทำมาจากผ้าเพียงผืนเดียว ซึ่งเป็นการเลียนแบบเครื่องแต่งกายของพระสงฆ์

กลุ่มสตรีทอผ้าของภูฏาน ส่วนใหญ่ใช้วิธีการทอแบบกี่เอว (Backstrap Loom) ซึ่งเป็นการทอด้วยเครื่องทอขนาดเล็ก โดยใช้เข็มขัดคาดหลัง ที่ทำด้วยผ้า แผ่นหนัง หรือเชือกที่มีความแข็งแรง แตกต่างจากการทอผ้าทั่วไปจะใช้เสาแข็งแรง 4 เสา เพื่อขึงเส้นด้ายยืนให้ตึง แต่การทอด้วยกี่เอวใช้การขยับเคลื่อนตัวของผู้ทอ บังคับเส้นด้ายยืนให้ตึงหรือหย่อนได้ตามต้องการ วิธีนี้ผู้ทอต้องใช้พลังมากมายในการทำให้เส้นด้ายที่ทอกระทบกันแน่น

ผ้าที่ได้จากการทอแบบ Backstrap เป็นผ้าหน้าแคบแล้วนำมาเย็บต่อกันตามทางยาวคล้ายชาวกะเหรี่ยงทางภาคเหนือของไทย ชาวภูฎานนิยมนำมาตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายเป็นชุดประจำชาติ ของผู้ชายที่เรียกว่า “โก” หรือ “โค” (Gho / Kho / Go)  ต้องเย็บต่อหน้าผ้าถึง 3 หน้าผ้าตลอดความยาวของผืน เพื่อให้ได้ความกว้างตลอดตัว ชุดโกมีกำเนิดมาจากธิเบต มีลักษณะเป็นชุดคลุมยาวเท่ากับหัวเข่าและมีผ้าคาดเอว ชุดของผู้ชายนั้นจะประกอบไปด้วยผ้าพาดไหล่ (Scarf) ที่ภาษาภูฏานเรียกว่า แกบเน (Kabney) เป็นผ้าผืนใหญ่สำหรับพาดที่ไหล่ด้านซ้ายคล้องลงมาที่สะโพกด้านขวา

หากเป็นผ้านุ่งของสตรี ที่เรียกว่า “คีร่า” (Kira) ต้องใช้ 2 หน้าผ้า แม้ว่าปัจจุบันการทอผ้าแบบใช้กี่นั่งที่ใช้ขาเหยียบแบบที่ทอกันทั่วไปในประเทศไทยจะมีมากขึ้น แต่ขนาดของกี่ก็ยังแคบกว่าความกว้างสำหรับใช้เป็นผ้านุ่ง ด้วยวิธีการและเทคนิคที่ใช้ก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผ้าแต่ละผืนต้องใช้เวลานานและมีราคาสูง

ผ้าภูฏานนั้นถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น นอกจากฝีมือการทอแล้ว วัสดุที่นำมาใช้มีความน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์ สีย้อมมาจากพืชธรรมชาติบนภูเขา นอกจากเส้นใยเป็นฝ้ายและไหมแล้ว ยังมีการนำเส้นใยขนสัตว์มาทอร่วมด้วย เช่น ผ้าที่ทอจากขนจามรีแทรกฝ้ายและไหมทำให้ผ้าที่ได้มีคุณค่าและราคาสูง

ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส เปิดตัวงาน X-Country TRIIB Obstacle Race นำเสนอการแข่งขันเอ็กซ์ตรีมรูปแบบใหม่ครั้งแรกของเมืองไทย

ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส ผู้เชี่ยวชาญการจัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งครบวงจรในประเทศไทย ขอเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบกีฬาและกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมกลางแจ้ง เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขันอันท้าทายทั้งร่างกายและจิตใจที่จะทำให้กล้ามเนื้อและประสาทสัมผัสทุกส่วนของคุณได้ทำงานอย่างเต็มสมรรถนะ กับรายการ X-Country TRIIB Obstacle Race” โดยกำหนดจัดที่พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์  รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 28 เมษายน 2562 เริ่มต้นด้วยสนามแข่งขันระยะทาง 8.5 กิโลเมตรที่เต็มไปด้วยอุปสรรคหลากหลายและท้าทายด้วยด่านธรรมชาติ อาทิ “บ่อนรก หรือ Pits of Hell”

รายการ X-Country TRIIB Obstacle Race เป็นกีฬาข้ามเครื่องกีดขวางที่ริเริ่มขึ้นเพื่อเสริมสร้างความทรหดทั้งทางร่างกายและจิตใจ สู่การมีพลานามัยที่แข็งแรงและจิตใจที่มุ่งมั่น ผู้เข้าแข่งขันจำเป็นต้องใช้ทักษะในการวิ่งแบบครอส-คันทรี่ (จึงเป็นที่มาของชื่อรายการ X-Country TRIIB) การแบกวัตถุ การคลานผ่านบ่อโคลน การปีนข้ามเครื่องกีดขวาง ทั้งในรูปแบบกำแพงสูง แทรกตัวผ่านหลุมทราย ตะกายขึ้นกำแพงยาง ทั้งทะยานขึ้นและไต่ลงฐานวัดใจอีกมากมาย โดยต้องอาศัยการทำงานที่ประสานร่างกายทุกส่วนอย่างดีเยี่ยมเพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคในแต่ละด่านไปจนถึงเส้นชัย

รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท

รุจิรพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า “นับจากจุดเริ่มต้นในปี 2007 ที่กีฬาประเภทนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก หากในปัจจุบัน กีฬาข้ามเครื่องกีดขวางกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในกีฬาที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของโลก จากจำนวนผู้เข้าเส้นชัยเพียงไม่ถึง 5 แสนคนในปี ค.ศ. 2010 กลับเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นมากกว่า 4 ล้านคนในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งกีฬาข้ามเครื่องกีดขวางในประเทศไทยก็ได้รับความนิยมสูงขึ้นเช่นกัน เราจึงได้ร่วมมือกับ ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส นำเสนอประสบการณ์การแข่งขันกีฬาข้ามเครื่องกีดขวางที่ท้าทายที่สุดสู่เมืองไทย โดยต้องการพัฒนาให้การจัดงานที่พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท เป็นต้นแบบของการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการจัดอีเว้นท์กีฬาข้ามเครื่องกีดขวางในประเทศ เนื่องจากพัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท ถือเป็นรีสอร์ทเพื่อกิจกรรมกีฬาและสันทนาการแบบครบวงจร เหมาะสำหรับการเดินทางพักผ่อนทั้งรายบุคคล ครอบครัว และหมู่คณะ ที่ต้องการท่องเที่ยวและเสริมสร้างสุขภาพร่างกายไปพร้อมกัน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้”

“จากประสบการณ์อันยาวนานในการจัดกิจกรรมกีฬากลางแจ้งของซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส เราจึงมั่นใจว่ารายการ X-Country TRIIB Obstacle Race รูปแบบใหม่นี้จะเป็นการแข่งขันที่ท้าทายและสนุกสนานผ่านการเคลื่อนไหวร่างกายที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและความเพลิดเพลินแก่ผู้เข้าแข่งขันทุกคน นอกจากนี้ เรายังออกแบบให้ X-Country TRIIB Obstacle Race เป็นกีฬาที่คนทุกเพศทุกวัยในทุกระดับความฟิตสามารถเล่นได้จริง เครื่องกีดขวางถูกออกแบบให้สามารถประกอบ แยกชิ้นส่วน และประกอบเข้าด้วยกันใหม่ได้บ่อยตามต้องการ และด้วยรูปแบบที่ยืดหยุ่นนี้จึงสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้เหมาะสมกับภูมิประเทศทั้งแบบสมบุกสมบัน ทางเรียบ หรือแม้แต่แนวออฟโร้ด”

รายการ X-Country TRIIB Obstacle Race 2019 กำหนดจัดที่พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี เปิดรับสมัครผู้แข่งขัน 4 ประเภท ได้แก่ 1) Solo Elite: ประเภทบุคคลมืออาชีพระยะ 8.5 กม. 2) Solo: ประเภทบุคคลทั่วไประยะ 8.5 กม. แบ่งตามกลุ่มอายุ 3) Solo Long Course: ประเภทบุคคลทั่วไประยะ 17 กม. และ 4) Team: ประเภททีม 8.5 กม.

มร.เจอร์เกน สวินเคลส์ ผู้จัดการทั่วไป ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส

มร.เจอร์เกน สวินเคลส์ ผู้จัดการทั่วไป ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส กล่าวว่า “เราสั่งสมประสบการณ์การจัดงานกีฬาที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี ผ่านการจัดอีเว้นท์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง การแข่งขันกีฬาผจญภัย การแข่งขันข้ามเครื่องกีดขวาง ไตรกีฬา การแข่งขันวิ่งเทรล การปั่นจักรยาน และล่าสุด ได้ขยายตลาดมาสู่กีฬาแอดเวนเจอร์ข้ามเครื่องกีดขวาง X-Country TRIIB Obstacle Race ในครั้งนี้ โดยรายการ X-Country TRIIB Obstacle Race เหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฝึกฝนสมรรถภาพร่างกายและผู้ที่หลงใหลในกีฬากลางแจ้ง ทาง ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส ยังมีแผนการจัดการแข่งขันข้ามเครื่องกีดขวางอย่างต่อเนื่องโดยกำหนดจัด X-Country TRIIB#2 ในวันที่ 29 กันยายน 2562 เราหวังว่ากิจกรรมนี้จะก่อให้เกิดชุมชนคนรักการออกกำลังกาย และขอเชิญชวนทุกท่านให้มาลงทะเบียนสมัครทั้งประเภททีมและบุคคล ซึ่งทุกท่านจะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน ในครั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดหรือเพียงอยากสนุกสนานกับกิจกรรมกลางแจ้ง X-Country TRIIB Obstacle Race สามารถตอบโจทย์ของทุกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขอเชิญมาสนุกสนานไปกับเราเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดกับประสบการณ์กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่คุณจะประทับใจไม่มีวันลืม”

สำหรับการแข่งขัน X-Country TRIIB Obstacle Race 2019 สนามแรกในวันที่ 28 เมษายนนี้ ทาง ซีฟิฟตี้ไฟว์

อีเว้นท์สได้ร่วมมือกับ The Movement Playground พันธมิตรด้านการฝึกซ้อมซึ่งตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 69 โดย The Movement Playground มีบริการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเพื่อการเตรียมตัวแข่งขันใน X-Country TRIIB Obstacle Race ครั้งนี้ ซึ่งการฝึกซ้อมเบื้องต้นจะจัดขึ้นที่โรงยิมของ The Movement Playground ตามด้วยการลงสนามจริงกับเครื่องกีดขวางในรายการ X-Country TRIIB Obstacle Race ที่พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี ในช่วงสุดสัปดาห์ก่อนการแข่งขัน

ผู้สมัครแข่งขันรายการ X-Country TRIIB Obstacle Race ทุกคนจะได้รับชุด Race pack ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์จับเวลา (สำหรับประเภททีม ทีมละ 1 ชิ้น), เสื้อ X-Country TRIIB, เหรียญรางวัลเมื่อเข้าเส้นชัย, และยังมีถ้วยรางวัลและเงินสดสำหรับผู้ชนะเลิศอันดับ 1, 2 และ 3

แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์

แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงสาวผู้หลงใหลในกีฬากลางแจ้ง กล่าวว่า “แพนรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เห็นการจัดอีเว้นท์กีฬารูปแบบนี้ในเมืองไทย เพราะรายการ X-Country TRIIB Obstacle Race ท้าทายสมรรถภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่วนตัวได้ฝึกซ้อมมานานหลายเดือนแล้วและตอนนี้จะได้ลงสนามเพื่อไปสัมผัสกับกีฬาข้ามเครื่องกีดขวางของจริง ซึ่งการแข่งขันที่ท้าทายนี้จะทำให้แพนได้ทดสอบความแข็งแกร่งในทุกด้านของร่างกาย”

แมทธิว ดีน ฉันทวานิช นักร้อง-นักแสดง และเจ้าของคงสิทธา มวยไทย

แมทธิว ดีน ฉันทวานิช นักร้อง-นักแสดง และเจ้าของคงสิทธา มวยไทย กล่าวว่า “กีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นกีฬาที่ผมชื่นชอบอยู่แล้ว ผมอดใจรอไม่ไหวที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน รายการ X-Country TRIIB Obstacle Race ในครั้งนี้ ผมจะตั้งใจฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ และมาคอยดูกันนะครับ ว่าผมจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองในการแข่งขัน X-Country TRIIB Obstacle Race ครั้งนี้ได้หรือไม่ และที่สำคัญผมอยากจะขอเชิญชวนทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นสายฟิต หรือมือใหม่ ก็สามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ทั้งประเภทเดี่ยวหรือทีม ในวันที่ 28 เมษายนนี้ ครั้งแรกในไทย ที่พัฒนา กอล์ฟคลับ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี”

สำหรับผู้ที่สนใจอยากท้าทายขีดจำกัดของตนเอง สามารถลงทะเบียนสมัครแข่งขันในรายการ X-Country TRIIB Obstacle Race ได้ที่เว็บไซต์ https://www.runlah.com/events/c/TRIIB19

ดูรายละเอียดที่ https://m.facebook.com/TRIIBObstacleRace/

 

ประเภทการแข่งขันและค่าสมัคร

ประเภทการแข่งขัน

ค่าสมัคร

Solo Elite/ 8.5 กม.

(1 รอบ) ประเภทโอเพ่น

1,500 บาท

Solo Age Group/ 8.5 กม.

(1 รอบ) แบ่งตามกลุ่มอายุ

1,500 บาท

Solo/ 17 กม.

(2 รอบ) ประเภทโอเพ่น

2,250 บาท

Team of 4/ 8.5 กม.

(1 รอบ) ประเภทโอเพ่น

6,000 บาท

 

ดูรายละเอียดและลงทะเบียนสมัครที่ www.c55events.com

เฟซบุ๊ก: TRIIB OBSTACLE RACE

อินสตาแกรม: C55EVENTS

 

เกี่ยวกับ ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส

ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส (C55 EVENTS) เป็นแบรนด์ย่อยที่ดำเนินธุรกิจอีเว้นท์กีฬากลางแจ้ง ภายใต้ Master Brand C55 โดยมีความหมายแฝงอยู่ในชื่อคือ C มาจากชื่อธาตุ Cesium (Cs) พร้อมกับเลขอะตอม 55 ซึ่งเป็นโลหะที่ทำปฏิกิริยากับน้ำและอากาศได้ดีที่สุด เป็นคุณสมบัติเดียวกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ที่จะมีชีวิตชีวาเมื่อได้ออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้ง พบปะกลุ่มคนที่มีความชื่นชอบคล้ายคลึงกัน

ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส ยังเป็นผู้จัดอีเว้นท์ด้านกีฬาที่มีเป้าหมายในการนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดของอีเว้นท์กีฬาให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกรูปแบบ ทั้ง Fun Run ไปจนถึงกีฬาข้ามเครื่องกีดขวาง และ การแข่งขันไตรกีฬา ระยะยาว ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์สยังนำเสนอการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ บริการจองที่พัก และรถสำหรับเดินทาง โดยเราดูแลผู้เข้าร่วมงานเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะ ซีฟิฟตี้ไฟว์ อีเว้นท์ส มีความมุ่งมั่นและเชื่อว่ารายละเอียดเล็ก ๆ คือส่วนประกอบสำคัญในการสรรค์สร้างความทรงจำที่ดี

 

.............................

 

C55 EVENTS launches X-Country TRIIB Obstacle Race in Thailand, offering a whole new of adventure

In Photo (From left) : Rujirapun Juangroongruangkit, Executive Vice President, Pattana Golf Club & Resort; Mr. Jurgen Swinckels, General Manager of C55 EVENTS; Pancake Khemanit Jamikorn and Matthew Deane Chanthavanij

27 March 2019, BangkokC55 EVENTS, a pioneer in organising Outdoor Sport Events in Thailand, is calling all obstacle and outdoors sports enthusiasts to get ready for a unique and spirited challenge that will work every muscle in your body. The X-Country TRIIB Obstacle Race is coming to the Pattana Golf Club & Resort, Chonburi, on 28 April 2019. The exciting 8.5-km race alternates challenging TRIIB obstacles with natural hazards such as the Pits of Hell.

The X-Country TRIIB Obstacle Race was created to help develop the physical and mental tenacity of racers, and requires cross-country running (hence the name X-Country TRIIB), climbing over obstacles, carrying objects and crawling through the mud.  The varied TRIIB obstacles call on racers to scale a wall, crawl or squirm through a sandpit, find a way over a tyre wall, and navigate an “over-and-under”, which is a series of obstacles which runners alternately go over and under a series of walls.

Ms. Rujirapun Juangroongruangkit, Executive Vice President of Pattana Golf Club & Resort, says, “Since the humble beginnings of obstacle racing in Thailand in 2007 a lot has changed. Fast forward to current day, obstacle racing has rapidly grown into one of the fastest growing global sports with less than half a million finishers worldwide in 2010 to more than 4 million finishers in 2015. Also in Thailand obstacle racing has rapidly gained popularity. We joined hands with C55 Events to bring the most challenging and exciting experience of obstacle racing to Thailand with the aim to develop Pattana Golf Club & Resort into a role model for Thailand in sports training and outdoor sport management. Pattana Golf Club & Resort is an all-encompassing recreational sports resort destination dedicated to individuals, families, and groups with a healthy inspired way of living.

“Based on C55 Events’ proven success in organising countless outdoor activities, we are confident that the new X-Country TRIIB Obstacle Race will become one more challenging, naturally fun activity enhancing health and happiness for all participants. We designed the X-Country TRIIB to be doable for racers of all ages and abilities. The TRIIB obstacles are designed to be assembled, disassembled and reassembled whenever and wherever desired. Their flexible nature makes them easily adapted for cross-country or urban terrain and off-road environments.

To be held in the award-winning Pattana Golf Club & Resort, the X-Country TRIIB Obstacle Race features four categories: the Solo Elite 8.5-km, and Solo 8.5-km for different age groups, Solo Long Course 17-km, and Team 8.5-km.

Jurgen Swinckels, General Manager of C55 EVENTS, says, “With over 10 years of experience, we have organised running races, adventure races, obstacle races, trail runs, triathlons, and cycling events. This continual expansion has led us to the great adventure that is the obstacle races of X-Country TRIIB. The X-Country TRIIB Obstacle Race is ideal for all fitness enthusiasts and outdoor activity lovers. C55 EVENTS plans to further capitalise on the popularity of obstacle racing by holding the X-Country TRIIB#2 on 29 September 2019. We hope this activity will generate a community of fitness lovers and we encourage everyone to register as an individual runner or as a group and become part of our TRIIB. Whether you’re looking to push your limits or just want to have a big bag of fun, X-Country TRIIB Obstacle Race is perfect for everyone. So come join our fun event to push your limits and you will get an unforgettable race-day experience.”

For the first X-Country TRIIB Obstacle Race on 28 April, C55 EVENTS is working with The Movement Playground on Sukhumvit Soi 69 as a training partner. The Movement Playground offers a tailor-made training program for athletes that firmly prepares potential participants for the X-Country TRIIB Obstacle Race. Initial training sessions will be conducted at the Movement Playground gym and will be followed by an actual training run over the TRIIB obstacles at Pattana Golf Club & Resort, in the weekend prior to the race.

All X-Country TRIIB racers will receive a race pack containing a Bib number with timing device (for team, one device per team), a X-Country TRIIB T-shirt, and a medal proving that you finished,. Trophies and cash prizes will be awarded to first, second and third places.

Pancake- Khemanit Jamikorn, a Thai TV actress and model who passionate in outdoor sport activities, says, “I am excited to see this kind of race taking place in Thailand. The X-Country TRIIB Obstacle Race challenges me both mentally and physically. I’ve been training for months and now it’s time to take my increased strength to X-Country TRIIB Obstacle Race and experience the thrill of obstacle course racing. I’m certain the challenging course will throw everything at me to test my strength.”

Matthew Deane Chanthavanij, an actor and owner of Khongsittha Gym in Bangkok, says, “Extreme sports are my favorite. I can't wait to join the X-Country TRIIB Obstacle Race! This time, I will fully practice beforehand so I am better prepared to overcome my limits. I would like to invite everyone who is a fitness enthusiast, from veterans to beginners, to sign up to participate, either individually or in teams. The fun starts on April 28 for the first time in Thailand at Pattana Golf Club and Resort, Chonburi."

To test your limits, sign up to be a part of the action at X-Country TRIIB Obstacle Race, go to https://www.runlah.com/events/c/TRIIB19.

For details, visit https://m.facebook.com/TRIIBObstacleRace/.

 

Race Categories and Entries Fee:

Categories

Entry Fee

Solo Elite/ 8.5 KM

(1 loop) Open Category

1,500 THB

Solo Age Group/ 8.5 KM

(1 loop) Age Group Category

1,500 THB

Solo/ 17 KM

(2 loop) Open Category

2,250 THB

Team of 4/ 8.5 KM

(1 loop) Open Category

6,000 THB

For more information on the event and to register, go to www.c55events.com

Facebook: TRIIB Obstacle Race

IG: C55EVENTS

 

Additional Information about C55 EVENTS

C55 EVENTS is a sub-brand which is in charge of organising outdoor sports events under the Master Brand “C55.” The C comes from the chemical element “Cesium (Cs)” which has the atomic number of “55.” The metal is most reactive to water and air which are characteristics the target group of the brand has and that is the joy in taking part in outdoor activities and meeting like-minded people.

C55 EVENTS organises sports events of all kinds, with the aim to present the best experience to all participants, be it a fun run, an obstacle race or a long distance triathlon. C55 EVENTS offers a complete race experience from online registration, and accommodation to transportation bookings because we consider all athletes to be part of our C55 family. With our strong determination, everyone at C55 EVENTS believes the smallest details make up the biggest part of the best memories.  

“ AF ” เดินเกมรุก เจาะปล่อยสินเชื่อแฟคตอริ่ง SMEs ตามจังหวัดเศรษฐกิจ คว้าลูกค้า รพ. - รร.  เป้าปล่อยสินเชื่อ ตจว. ปีแรก 15% ของ Portfolio

บมจ.ไอร่า แฟคตอริ่ง (AF)  ปรับยุทธศาสตร์ทางธุรกิจใหม่ ลุยให้บริการสินเชื่อแฟคตอริ่งผู้ประกอบการ SMEs ต่างจังหวัด ประเดิมกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรก โรงพยาบาลเอกชน ธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ท และกลุ่มผู้ประกอบการในนิคมฯ ภาคตะวันออกจะเป็นเป้าหมายต่อไป หวังกระจายฐานลูกค้าต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ นอกเหนือจากกลุ่มผู้ประกอบการในกรุงเทพเพียงอย่างเดียว ด้าน CEO “อัครวิทย์ สุกใส” มั่นใจปีแรกปล่อยสินเชื่อ ให้ลูกค้าในต่างจังหวัด ไม่ต่ำกว่า 15%  และมีผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อแล้ว คาดอนุมัติได้ภายในไตรมาส 1/2562 นี้     

นายอัครวิทย์ สุกใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AF ผู้ประกอบการธุรกิจแฟคตอริ่ง และผู้ให้บริการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นแก่ผู้ประกอบการ SMEs เปิดเผยว่า ภายหลังการปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน มุ่งเน้นการให้บริการที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการบริการที่สะดวกรวดเร็ว  ล่าสุดเตรียมเจาะตลาดผู้ประกอบการ SMEs ต่างจังหวัด อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ตามพื้นที่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพ เนื่องจากการลงพื้นที่เพื่อประเมินความเป็นไปได้ทางการตลาดพบว่ายังมีกลุ่มผู้ประกอบการเป้าหมาย ที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

ปัจจุบัน AF ได้เริ่มดำเนินการตามแผนขยายธุรกิจไปยังพื้นที่จังหวัดเศรษฐกิจสำคัญ นอกจาก กทม. และปริมณฑล เริ่มจากพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่ พบว่า ผู้ประกอบการ SMEs มีความสนใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ AF เพื่อขอสินเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังวางกระบวนการอำนวยสินเชื่อ ได้มีธุรกิจยื่นขอสินเชื่อมาแล้วจำนวนหนึ่ง และ AF คาดว่าจะอนุมัติสินเชื่อแฟคตอริ่งให้กับลูกค้านอกพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ภายในไตรมาส 1/2562 นี้ นอกจากนี้ AF เตรียมที่จะขยายฐานการให้บริการสินเชื่อแฟคตอริ่งไปยังพื้นที่ภาคตะวันออก เพิ่มเติม  เนื่องจากเล็งเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นกลุ่มผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งหลังจากภาครัฐบาลให้การสนับสนุนพื้นที่ดังกล่าวจนได้รับการส่งเสริมการลงทุน ขึ้นเป็นโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่งผลให้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลาง-เล็ก เช่น ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบอุปกรณ์ เครื่องจักร ตลอดจนธุรกิจอื่น ๆ รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง ใน Supply Chain  มีความจำเป็นที่จะใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในโครงการต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้ AF มีแผนในการเข้าไปขยายฐานกลุ่มผู้ประกอบการจังหวัดดังกล่าว   

จากการประเมินหลังลงพื้นที่ AF เล็งเห็นว่า ผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ต่างจังหวัด มีโอกาสเติบโตสูง เพียงแต่ด้วยความพร้อมด้านสินทรัพย์หลักประกัน ส่งผลให้เข้าถึงแหล่งทุนหมุนเวียนในระบบ ทำให้การขยายธุรกิจมีข้อจำกัด และนอกจากนี้ การขยายธุรกิจของ AF ไปพื้นที่ที่มีศักยภาพ ยังเป็นการบริหารความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากกลุ่มผู้ประกอบการในกรุงเทพเพียงอย่างเดียว ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ AF มองเห็นโอกาส และช่องทางในการขยายตลาด ซึ่งในเบื้องต้นตั้งเป้าการปล่อยพอร์ตสินเชื่อแฟคตอริ่งปีแรกในพื้นที่นอกเขต กทม. และปริมณฑล ประมาณ 15% ของมูลค่าพอร์ตสินเชื่อรวมที่คาดการณ์ไว้ โดยการขยายธุรกิจครั้งนี้ถือเป็นการนำร่อง ก่อนใช้ระบบออนไลน์ด้านปฏิบัติการสินเชื่อเต็มรูปแบบต่อไป ซึ่งจะทำให้เห็นความเชี่ยวชาญด้าน Digital Factoring ของ AF เด่นชัดมากขึ้น สอดคล้องแผนธุรกิจด้าน Digital Transformation ที่วางแนวทางไว้แล้วตั้งแต่ปี 2561

“การเจาะฐานลูกค้ากลุ่มในต่างจังหวัดของ AF จะถือเป็นการขยายฐานลูกค้าเชิงรุกไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพครั้งแรกของเรา เนื่องจากเรามองว่า กลุ่มผู้ประกอบการต่างจังหวัด เป็นกลุ่มที่มีความต้องการในการใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง แต่ด้วยติดปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ดังนั้น จึงมองว่า หาก AF ได้มีการขยายฐานไปยังกลุ่มดังกล่าว โดยใช้ประสบการณ์บุคลากรที่ดูแลให้คำปรึกษาด้านการเงินแก่ SMEs อย่างต่อเนื่อง กอรปกับนำเสนอผลิตภัณฑ์เครดิตที่เหมาะสม สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ภายใต้กระบวนการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลในอนาคตการดำเนินธุรกิจ ของ AF แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ยังมีแผนในการทยอยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในระยะยาว” นายอัครวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ AF ยังคงมีการพัฒนาการให้บริการในรูปแบบใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการให้บริการในรูปแบบออนไลน์ ที่มีความทันสมัย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีการเปิดให้บริการดังกล่าว ในปี 2562 ภายหลังการพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่ (Core System) ปลายปี 2561 ที่ผ่านมา 

APCO ชูนวัตกรรมภูมิคุ้มกันสมดุลบำบัด ตั้งเป้าโต 5-10% อัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 80%  

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ขวา) คุณอภิญญา อุฬุมปานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน (กลาง) บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) (APCO) นำเสนอข้อมูลในงาน Opportunity Day ชูนวัตกรรมภูมิคุ้มกันสมดุลบำบัด เดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศพร้อมสร้างความเชื่อมั่น เจาะกลุ่มเป้าหมายผ่าน Social Media มั่นใจรายได้เติบโตตามเป้า 5-10% รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 80%  ณ ห้องประชุม 603 อาคาร B  ชั้น 6 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้

“นอนวูฟเวน” อุตสาหกรรมสิ่งทอที่น่าจับตามองในปี 2562

อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย ถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา และมียอดการส่งออกสูงถึง 6.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ไปยังประเทศต่างๆในโซนอาเซียน อเมริกา ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งคิดเป็น 3% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย โดยประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในแง่ของการมีห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่า (Supply & Value Chain) ที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำ อย่างการผลิตวัตถุดิบ การย้อม ตกแต่งและพิมพ์ผืนผ้า ไปจนถึงปลายน้ำอย่างการออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอ รวมไปถึงการสร้างคุณค่าของอุตสาหกรรมสิ่งทอโดยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงมามีส่วนช่วยในกระบวนการต่างๆภายในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งในปี 2562 นี้ยังมีอีกหนึ่งอุตสาหกรรมย่อยภายใต้อุตสาหกรรมสิ่งทอที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากอย่าง ‘นอนวูฟเวน’ (Nonwovens)

นอนวูฟเวน (Nonwovens) เกิดจากผ้าที่ขึ้นรูปจากเส้นใยโดยตรงที่ไม่ได้มีการถักหรือทอ ทำให้ลดระยะเวลากระบวนการผลิตให้สั้นลง สามารถทำการผลิตได้ในปริมาณมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสิ่งทอทั่วไป ทั้งยังช่วยลดต้นทุนทางการผลิตให้ต่ำลง จึงเหมาะที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง ประกอบกับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถกันไฟ ต่อต้านเชื้อแบคที่เรียได้ ทำให้นิยมใช้ นอนวูฟเวน ในอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ โดยนำมาเป็นวัสดุสำหรับเช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์ ชุดผ่าตัดแพทย์ หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ผ้าอ้อมเด็กหรือผู้ใหญ่ ผ้าอนามัยสำหรับสตรี แล้วมีการใช้งานเป็นอย่างมากในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและการแพทย์ รวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ บรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็มีการใช้งาน นอนวูฟเวนอย่างแพร่หลายเช่นกัน ซึ่งคาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการประยุกต์ใช้ นอนวูฟเวน มากยิ่งขึ้น

ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีการส่งออก นอนวูฟเวน ไปยังต่างประเทศต่างๆ โดยมีการส่งออกอยู่ที่ 8,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังมีความต้องการทางการลงทุนในกลุ่มนอนวูฟเวน จากทั้งในประเทศไทยและอาเซียน อย่างประเทศอินโดนีเซีย และ มาเลเซีย เป็นต้น และยังได้รับการสนับสนุนเงินทุกจากรัฐบาลของประเทศไทยในแง่ของการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งมีนโยบายสนับสนุนในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกลุ่มธุรกิจนอนวูฟเวนเป็นเวลา 3 ปี พร้อมกับการยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบผลิตเพื่อส่งออก และสิทธิประโยชน์อื่นๆที่ไม่ใช่ภาษี และการสนับสนุนเชิงให้ความรู้ในการประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมสิ่งทอในกลุ่มสิ่งทอเทคนิคและสิ่งทอลักษณะพิเศษ

เพื่อเป็นการตอบรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมสิ่งทอในกลุ่มนอนวูฟเวน ทำให้ประเทศไทยได้ถูกเลือกให้เป็นสถานที่สำหรับจัดงาน ANDTEX 2019 งานแสดงสินค้าและการประชุมผลิตภัณฑ์นอนวูฟเวนและเทคโนโลยีสุขอนามัยประเภทใช้แล้วทิ้ง ซึ่งถือเป็นงานแสดงสินค้าและการประชุมในกลุ่มอุตสาหกรรมมุ่งเน้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์นอนวูฟเวนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมีผู้ประกอบการร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 150 รายจาก 13 ประเทศ โดยงาน ANDTEX 2019 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค

 

สนับสนุนข้อมูลโดย:

- ANDTEX 2019 งานมหากรรมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมนอนวูฟเวนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้