Super User

Super User

Selfies labore, leggings cupidatat sunt taxidermy umami fanny pack typewriter hoodie art party voluptate. Listicle meditation paleo, drinking vinegar sint direct trade.

 แว่นท็อปเจริญ จัดงาน “GUCCI Open House” วันนี้ถึง 15 เม.ย. 62 นี้เท่านั้น

แว่นท็อปเจริญ สร้างสีสันใหม่เอาใจไฮเอนตัวจริง จัดงาน “GUCCI Open House” งานที่รวบรวมเอาแว่น GUCCI แว่นแบรนด์เนมลักซ์ชัวรี่สุดหรูจากอิตาลี หลากหลายคอลเลกชั่นมากกว่า 300 แบบมาอวดโฉม และรอให้คุณเป็นเจ้าของ พร้อมโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ราคาดีกว่าใครมาให้เหล่านักช้อปเพลิดเพลินอีกด้วย ภายในงานยังมีเหล่าดาราและเซเลบริตี้มาร่วมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนอย่างคับคั่ง โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 15 เมษายน 2562 ที่ร้าน Luxoptic by Top Charoen สาขา ICONSIAM ชั้น 4 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial เว็บไซต์ www.topcharoen.co.th Line @top_charoen หรือโทร. 02–612–4170

กลุ่มธุรกิจ TCP ปลื้ม “เรดดี้” โตสวนกระแส รายเดียวในกลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม ชู “เรดดี้ โกจิเบอรี่” ตัวช่วยบู้ทส์พลังให้คนทำงาน ‘พร้อมดูดี’

  • เรดดี้ตั้งเป้าโตแตะ 1,500 ล้านบาท ภายใน 3 ปี พร้อมทุ่ม 100 ล้านบาท สร้างความคึกคักช่วงต้นปี จัดเต็มแคมเปญสานต่อความสำเร็จของ “เรดดี้ โกจิเบอรี่” ตอกย้ำตำแหน่ง เจ้าแห่งตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม
  • ผสานขุมพลังจากสารต้านอนุมูลอิสระจากโกจิเบอรี่ และน้ำเบอร์รี่นานาชนิด มีส่วนช่วย ในการมองเห็น และช่วยให้ผิวพรรณดูสดใส พร้อมคาเฟอีนที่ช่วยให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า
  • ดึง “ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่” นางเอกพันล้านเป็นพรีเซ็นเตอร์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่น ทั้งเรื่องงาน และการดูแลตนเอง

วันนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจำหน่าย ‘เรดดี้’  ผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้พลังงาน ระดับพรีเมี่ยมสำหรับคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าโตแตะ 1,500 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี พร้อมทุ่มงบ 100 ล้านบาท สร้างสรรค์แคมเปญการตลาดสานต่อความสำเร็จของ “เรดดี้ โกจิเบอรี่” เครื่องดื่มให้พลังงานที่ผสานคุณประโยชน์จากโกจิเบอรี่ และน้ำเบอร์รี่นานาชนิด ชูจุดขาย บู้ทส์พลัง ‘พร้อมทำงานแบบดูดี’ และเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด “ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่” นางเอกสาวพันล้านมากความสามารถ  เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการตัวช่วยเพื่อชาร์จพลังให้พร้อมสำหรับทุกกิจกรรม และยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ ทั้งภายนอกและภายในให้สดใสดูดี พร้อมใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในสไตล์ของตนเอง ภายใต้สโลแกน ‘พร้อมดูดี ดื่มเรดดี้’

นายศุภชัย จุนเกียรติ ผู้อำนวยการสายงานการตลาด Global กลุ่มธุรกิจ TCP

นายศุภชัย จุนเกียรติ ผู้อำนวยการสายงานการตลาด Global กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า “แม้ว่าภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มในปีที่ผ่านมาไม่ค่อยครึกครื้นมากนัก แต่ “เรดดี้” กลับเป็นแบรนด์เครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยมเพียงรายเดียวที่ยังคงมียอดขายเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี และ มียอดขายในปี 2561 โตสวนกระแส คือ 960 ล้านบาท สูงขึ้นจากยอดขายปี 2560 ถึง 15% ในขณะที่มูลค่าตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยมโตขึ้นเพียง 10% โดยปัจจุบัน เรดดี้มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 62% จากมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,600 ล้านบาท จากจุดนี้ ทำให้เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของเรดดี้ ที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังมีอยู่มาก โดยในปี 2562 เรามุ่งขยายฐานผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ความต้องการ โดยคาดว่ายอดขายจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปี 2561 ถึง 16%”

“จากการศึกษาตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มให้พลังงานในปัจจุบันพบว่าคนรุ่นใหม่เริ่มมองเครื่องดื่มให้พลังงานในมุมมองที่เปลี่ยนไปและหันมาเลือกบริโภคเครื่องดื่มให้พลังงานมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันที่มีกิจกรรมแน่นตลอดทั้งวัน แต่ยังต้องการดูแลตนเองให้ดูดีอยู่เสมอ โดยมักจะเลือกเครื่องดื่มที่นอกจากจะช่วยเพิ่มพลังแล้ว ยังต้องมีประโยชน์ที่ช่วยทำให้ดูดีอีกด้วย ซึ่ง “เรดดี้ โกจิเบอรี่” วางโพสิชั่นตนเองเป็น ‘Stylish Energy Drink’ อย่างชัดเจน แตกต่างจากเครื่องดื่มให้พลังงานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ ส่วนผสม รวมถึงแพคเกจจิ้ง ตอบโจทย์ทั้งในด้านคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค” นายศุภชัยกล่าวเสริม

เครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม “เรดดี้ โกจิเบอรี่” เป็นผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์ “เรดดี้” อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูงจากโกจิเบอรี่ และน้ำเบอร์รี่นานาชนิด ที่มีส่วนช่วยในการมองเห็น และช่วยให้ผิวพรรณสดใส พร้อมคาเฟอีนที่ช่วยให้สดชื่น บู้ทส์พลัง และรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ ทั้งวัยทำงานและนักศึกษาที่มีความมุ่งมั่นในการทำงาน การเรียน แต่ยังใส่ใจดูแลตนเอง ตรงกับสโลแกน ‘พร้อมดูดี ดื่มเรดดี้’

ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของเรดดี้ที่นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ คือ เราเลือก ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่นางเอกสาวมากความสามารถที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ เรดดี้ โกจิเบอรี่”  โดยเรามองว่าคุณใหม่ ดาวิกา จะสามารถนำเสนอจุดเด่นและเอกลักษณ์ของความเป็นเรดดี้ออกมาได้อย่างชัดเจน และเป็นตัวแทนของคนทำงานยุคใหม่ที่ขยันทำงาน และยังคอยดูแลตนเองให้คงความดูดี มีความมั่นใจ โดดเด่นในทุกบทบาท” นายศุภชัยกล่าวสรุป

พร้อมกันนี้ เรดดี้ โกจิเบอรี่ เตรียมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท สร้างสรรค์กิจกรรมสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจร โดยเน้นสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในวงกว้าง และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค นำโดยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ สื่อออนไลน์ สื่อ out-of-home สื่อ ณ จุดขาย และในร้านค้า รวมถึงการแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างมากกว่าล้านขวด บริเวณสถานที่ทำงานในหลากหลายโลเคชั่นทั่วกรุงเทพมหานครจนถึงเดือนพฤษภาคมเพื่อให้ผู้บริโภคชาวออฟฟิศได้ทดลองดื่ม

ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่

เรดดี้ โกจิเบอรี่ ยังจัดกิจกรรมออนไลน์สุดพิเศษร่วมกับพรีเซ็นเตอร์ “ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่” โดยเชิญชวนให้แฟนคลับถ่ายคลิปวิดีโอเต้นภายใต้ธีม ‘Ready to Show Time’ พร้อมเต้นท่า ‘Switch On’ ตามแบบใหม่ ดาวิกา ในภาพยนตร์โฆษณาและส่งมาร่วมสนุก ผ่านทางเฟสบุ๊ค ‘Ready Energy’ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 มีนาคมนี้ ซึ่งเราจะคัดเลือกผู้โชคดี 10 ท่านที่โดนใจมาร่วมงาน Meet & Greet กับใหม่ ดาวิกา ในวันที่ 6 เดือนเมษายนนี้ 

“เรดดี้ โกจิเบอรี่” เครื่องดื่มให้พลังงานระดับพรีเมี่ยม มีส่วนผสมของโกจิเบอรี่ และน้ำเบอร์รี่นานาชนิด พร้อมคาเฟอีนที่ช่วยบู้ทส์พลังสดชื่น บรรจุอยู่ในขวดขนาด 150 มล. ราคา 15 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลและกิจกรรมความเคลื่อนไหวของ “เรดดี้” และ “กลุ่มธุรกิจ TCP” ได้ที่ www.tcp.com

 

..............................

 

TCP Group buoyed by Ready’s trend-bucking growth as the only brand in premium energy drink segment

Highlight “Ready Goji Berry” as energy booster for office workers to ‘Feel energised and look good.’

  • Ready aims to reach Bht 1,500 million of sales in 3 years and invest Bht 100 million to build early buzz with full-on campaign to build on success of “Ready Goji Berry” and reinforce market lead in premium energy drinks
  • Combines sources of anti-oxidants from Goji Berry and mixed berries juices which enhance vision and keep skin radiant together with refreshing benefits of caffeine
  • Appoints “Mai - Davika Hoorne”, box-office darling, as presenter representing new-generation career achievers living healthy lifestyle

TCP Group, the manufacturer and distributor of ‘Ready’, the leading brand in the market for premium energy drinks for the new generation, is aiming to reach Bht 1,500 million of sales in 3 years.  Ready is investing Bht 100 million in a marketing campaign to build on the success of “Ready Goji Berry”, an energy drink variant which combines the health benefits of goji berry and mixed berries juices to boost energy and ‘get one ready to look good at work’.  Unveiled as the latest Ready presenter is “Mai - Davika Hoorne”, a highly talented actress who has starred in a number of Thailand’s box-office hits, as the brand is clearly focused on targeting a new generation of people, seeking an energy booster to get themselves recharged for any activity.  Ready is also positioned  as a personality booster that makes one look good in and outside getting them ready to confidently live their own lifestyle in line with the ‘Feel energised and look good with Ready’ slogan.

Mr. Supachai Junkeiat, TCP Group’s Global Marketing Division Director, said, “Even though the overall picture of the market for ready to drinks last year did not look so good,  Ready was the only brand in the premium energy drink segment to perform well and had been No.1 seller for more than 10 years. Sales in 2018 grew in contrast of the market to Bht 960 million, an increase of 15% on 2017.  This compared to a 10% growth of the market for premium energy drinks.  Currently, Ready has a market share at 62%, from the overall market that is valued at around Bht 1,600 million.  From this fact, we see the potential for Ready to grow further with ample consumer’s purchasing power.  In 2019, we look to expand our consumer base among the young generation by increasing distribution channels and introducing the right products. We expect sales to grow 16% in 2019.”

“Our studies of the market and consumer behaviour regarding energy drink consumption showed that the new generation started to look at energy drinks differently and they turned to energy drinks more.  It’s because their daily lifestyle is jam-packed with activities, but they still want to look good all the time.  They usually choose a drink that is not only give them more energy, but also offers benefits that make them look good.  “Ready Goji Berry” comes with a clear position as ‘Stylish Energy Drink’ distinguished from other energy drinks in terms of flavour, ingredients and packaging.  It has the right blend of product benefit and good image sought by consumers,” Mr. Supachai added.

Ready Goji Berry” premium energy drink is the first product under the brand “Ready” to be filled with anti-oxidants from goji berry and mixed berries juices which help with eyesight and make the skin radiant together with refreshing benefits of caffeine to boost one’s energy.  The product also comes in a rounded flavour suitable for the new generation, specifically working-age people and university students, who are hard at work and study yet still taking care of themselves in line with the brand’s slogan ‘Feel energised and look good with Ready’.

A major development of Ready, which represents a great change this year, is that we have chosen the talented “Mai - Davika Hoorne”, who is hottest actress now, as the new presenter for “Ready Goji Berry”.  We believe Khun Mai Davika has the ability to clearly present the strength and unique quality of Ready as she represents a new generation of career people - hard at work yet still taking care of themselves to stay in shape with confidence to shine in any role,” Mr. Supachai concluded.

“Ready Goji Berry” has prepared a budget of Bht 100 million for a full range of marketing activities, focused on building broad brand awareness and consumer engagement. These include a new commercial series and advertising for online, out-of-home, point-of-sale and in-store media      as well as more than one million bottles of sampling at work places in various locations around Bangkok, until May, to encourage trial by office workers.

“Ready Goji Berry” also has a special online activity with presenter “Mai - Davika Hoorne”.  Fans of Mai Davika are invited to shoot a dance clip under the theme ’Ready for Show Time’ where they follow the ‘Switch On’ dance moves performed by Mai Davika in the commercial.  They can submit their clips via ‘Ready Energy’ Facebook page, now until 28 March.  Ten fans whose entries are selected by the brand will join an exclusive Meet & Greet with Mai Davika on 6 April.

“Ready Goji Berry” premium energy drink with goji berry and mixed berries juices as well as caffeine to refresh and boost energy is available in a 150-ml bottle for a retail price of Bht 15 at leading retail stores nationwide.

Find further information and activity of “Ready” and “TCP Group” at www.tcp.com

ไปรษณีย์ไทย ช่วยเกษตรกรกระจายผลผลิ­ตสู่ผู้บริโภค ส่ง 3 สุดยอดผลไม้หน้าร้อนเกรดพรีเมียม

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกร คัดสรร 3 สุดยอดผลไม้ประจำฤดูร้อนเกรดพรีเมียม ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค ได้แก่ ทุเรียนมาบโอน จ.จันทบุรี ชมพู่เพชรสายรุ้ง จ.เพชรบุรี และมะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท www.thailandpost.com ตลอด 24 ชั่วโมง

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท ) เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทย สนับสนุนให้เกษตรกรไทย มีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตได้มากขึ้น ผ่านเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังเกษตรกรในชุมชนต่างๆ โดยตรง เป็นกลไกในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นให้มีความมั่นคงมากขึ้น สำหรับฤดูกาลนี้ก็ได้คัดสรร 3 ผลไม้เด่นประจำ
หน้าร้อนเกรดพรีเมียม ส่งตรงจากเกษตรกรถึงมือผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ ผ่านช่องทางการสั่งซื้อ www.thailandpostmart.com ได้แก่

  • ทุเรียนหมอนทอง จากเกษตรกรบ้านมาบโอน ตำบลเขาบายศรี จังหวัดจันทบุรี ทุเรียนที่ชาวสวนควบคุมดูแลการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูก ดูแลรักษา ปลอดภัยจากสารเคมีเนื้อเยอะ พูใหญ่ รสชาติหอมหวานมัน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมล็ดน้อยและลีบ ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตแบบปลอดภัย สุกพอดี พร้อมทาน จำหน่ายในราคาลูกละ 1,000 บาท (น้ำหนัก 4-5 กก./ลูก)

  • ชมพู่เพชรสายรุ้ง ของดีเมืองเพชรบุรี สุดยอดผลไม้ของวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรสวนชมพู่เพชรสายรุ้ง ตำบลหนองโสนจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตชมพู่เพชรสายรุ้งคุณภาพดีที่สุดของจังหวัดเพชรบุรี ผลชมพู่มีสีสวย รสชาติหวานจัดจ้าน กรอบ อร่อย ได้รับการจดสิทธิบัตรขึ้นทะเบียนเป็นผลไม้ที่ถือกำเนิดจากจังหวัดเพชรบุรี จำหน่ายในราคากล่องละ 700 บาท บรรจุกล่องละ 16-18 ผล (2 กิโลกรัม)

  • มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า ตำบลบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์เขียวนวล หรือพันธุ์น้ำดอกไม้พระประแดง มีผลอวบอูม เต่งตึง เปลือกบาง ผลสุกสีเหลืองอมเขียว เนื้อแน่น เมล็ดลีบ กลิ่นหอม รสชาติหวานนุ่มลิ้น ด้วยการดูแลเอาใจใส่ของเกษตรกร ทำให้มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้ามีคุณภาพดี จนได้รับการกล่าวขานว่า“มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า ที่หวานที่สุดในประเทศไทย” และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จำหน่ายในราคากล่องละ 700 บาท บรรจุกล่องละ 3 ผล (ผลละ 300-500 กรัม) ซึ่งจัดส่งเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น

โดยที่ผ่านมา ไปรษณีย์ไทย ได้ร่วมมือกับกลุ่มสหกรณ์การเกษตรในจังหวัดต่างๆ จำหน่ายและกระจายผลผลิตโดยตรงจากสวนผลไม้ไปยังผู้บริโภคด้วยเครือข่ายและช่องทางไปรษณีย์มาตั้งแต่ปี 2553 อาทิ ลำไยพันธุ์อีดอ จ.ลำพูน พุทราทันสุข จ.กาฬสินธุ์ เมล่อน จ.เชียงราย ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล จ.อุตรดิตถ์ ลองกองตันหยงมัส จ.นราธิวาส และเงาะโรงเรียนนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น โดยในอนาคต ไปรษณีย์ไทย ยังคงมีแผนที่จะช่วยเหลือเกษตรกรในการจำหน่ายผลไม้ขึ้นชื่อของแต่ละภูมิภาคไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง” นางสมร กล่าวท้ายสุด

ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อผลไม้เกรดพรีเมียมทั้ง 3 ชนิด ได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.thailandpostmart.com หรือบริการ “อร่อยทั่วไทย สั่งได้ที่ไปรษณีย์” ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545 หรือ www.thailandpost.co.th

นีเวีย เมน ดีพ เผย 2 สูตรใหม่ล่าสุด เพิ่มพลังปกป้องจากแบล็คชาร์โคล ระเบิดความหอมเฉพาะตัวในแบบคุณได้ตลอดวัน

กิจกรรมในระหว่างวันก็ต้องเต็มที่ ออกเดทสาวก็ต้องมั่นใจสุดๆ แต่คุณกลับยังเป็นอีกคนที่ยังพบปัญหาเหงื่อใต้วงแขน กลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์ คอยกวนใจอยู่เสมอ วันนี้ทุกปัญหาของคุณจะหายไปได้อย่างง่ายดาย เพราะ นีเวีย เมน ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง นีเวีย เมน ดีพ ใน 2 กลิ่นใหม่ ที่นอกจากจะมอบพลังแห่งการปกป้องจากแบล็คชาร์โคล ช่วยดูดซับกลิ่นกายที่สะสมของหนุ่มๆ แล้วยังให้ความหอมลึกติดทนนานมากกว่าสเปรย์น้ำหอมทั่วไปจาก 2 ส่วนผสมลับสำหรับหนุ่มๆ 2 ลุค ดังนี้

  • นีเวีย เมน ดีพ บราวน์ ให้การปกป้องผิวใต้วงแขนหนุ่มๆ อย่างเต็มที่ มอบความรู้สึกแห้งสบายและหอมโดยไม่เปลี่ยนกลิ่นยาวนาน 48 ชม. พร้อมปรับลุคเป็นหนุ่มสุดคูล ดูดี มีระดับ จากกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟ
  • นีเวีย เมน ดีพ กรีน สำหรับหนุ่มๆ สุดชิล ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความสดชื่นด้วยกลิ่นหอมเฟรชอันเป็นเอกลักษณ์จากธรรมชาติ ชวนให้คุณผ่อนคลายได้ในทุกสถานการณ์

เลือกพกทุกความมั่นใจไปในทุกสถานการณ์ได้ง่ายๆ กับ นีเวีย เมน ดีพ โรลออน ขนาด 25 มล. ราคา 49 บาท ขนาด 50 มล. ราคา 95 บาท และ นีเวีย เมน ดีพ สเปรย์ ขนาด 50 มล. ราคา 76 บาท ขนาด 50 มล. ราคา 159 บาท ร่วมสัมผัสความหอมติดทนนานตลอดวันได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านคุณ หรือซื้อออนไลน์ได้ที่เว็ปไซด์ของ Lazada  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมนีเวีย เมน ดีพ ได้ที่ www.niveamen.co.th

มิส คอนซัลท์  ชวนเริ่ม  “สังคมของการให้..และส่งต่อ”

เราทุกคนควรที่จะดำรงชีพด้วยการมีสุขภาพและอนามัยที่ดี  ปัญหา หลักๆ ในเรื่องการดูแลสุขภาพของประชาชนบ้านเราคือการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และความเท่าเทียมกันของคุณภาพบริการที่ยังเห็นความเหลื่อมล้ำอยู่อีกมากมาย ผู้สูงอายุยากจนและผู้สูงอายุวัยปลายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทกำลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนผู้ดูแล รวมถึงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกี่ยวกับการรักษา เช่น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังสถานพยาบาล ซึ่งเป็นสาเหตุให้การเข้าถึงบริการทางสุขภาพยากลำบาก  อีกทั้งการขาดแคลนระบบขนส่งสาธารณะที่มีราคาย่อมเยาว์เป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงการบริการทางสุขภาพในหมู่ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ใกล้กับทางหลวงหรือถนนสายหลักที่มีรถประจำทางวิ่งผ่าน ที่จำเป็นจะต้องจ้างรถ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง

อาคารผู้ป่วย ปัจจุบัน รพ.แม่ตืน

โรงพยาบาล สต แม่ตืน เป็นโรงพยาบาลในเครือข่ายของโรงพยาบาลลี้ ในจังหวัดลำพูน  อยู่ห่างจากอำเภอลี้มาทางทิศเหนือประมาณ 30 กม.  เป็นโรงพยาบาลชุมชนประเภท (F3)  หมายถึง First level เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่รับส่งต่อระดับต้น เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก มีเตียง 60 เตียง  ไม่มีเครืองไม้เครื่องมือ ที่สามารถจะดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มรูปแบบ  แต่ในเรื่องของอุปกรณ์การรักษาเบื้องต้นจำเป็นต้องมี เพื่อให้บริการประชาชน ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

คุณกัลยา แก้วประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส คอนซัลท์  

คุณกัลยา แก้วประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิส คอนซัลท์  เล่าว่า จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของ รพ. แม่ตืน ที่นี่มีหมอ เพียง 1 ท่าน และพยาบาล  2 ท่าน  ที่คอยดูแลตรวจรักษาชาวบ้าน ที่เข้ามารับการรักษาวันละเฉลี่ยประมาณ 60-70 คน  ในหมู่บ้านที่มีประชากรกว่าหมื่นคน   มีผู้สูงอายุ 900 กว่าคน และผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เกือบ 100 คน ผู้ป่วยเรื้อรัง 300 กว่าคน และมีผู้พิการ อีกเกือบ 200 คน  สิ่งที่เป็นที่ต้องการมากในขณะนี้คือ อุปกรณ์สำหรับใช้กับผู้ป่วยเช่น ที่นอนลม เครื่องผลิตออกซิเจน  เนื่องจากทาง รพ มีคนไข้ติดเตียง 30 กว่าราย และเมื่อรักษาผู้ป่วยแล้วต้องส่งกลับให้ผู้ป่วยได้พักฟื้นที่บ้าน แต่ชาวบ้านไม่มีกำลังเพียงพอที่จะจัดหาอุปกรณ์เหล่านี้ ทาง รพ จึงพยายามช่วยเหลือด้วยอีกทางหนึ่ง  แต่ก็ติดขัดเรื่องงบประมาณ

เราต้องการให้ การให้” ของเรา ได้ถึงมือของผู้ที่ต้องการ รับ” อย่างแท้จริง เพราะมันจะช่วยให้เขาเหล่านั้น ได้พ้นจากความยากลำบาก”

 เมื่อเราได้รับทราบข้อมูลนี้ เราจึงได้ติดต่อเพื่อให้ความช่วยเหลือ นอกเหนือจากเรื่องการพัฒนาแล้ว  เรารู้ว่า “คน” ทุกคน ต้องการ การดูแล ซึ่งเราคิดว่า การบริจาคให้เป็นปัจจัย จะสามารถทำให้ทาง รพ จัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อ จัดหา สิ่งที่จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า การที่เราจะให้เป็นสิ่งของหรืออุปกรณ์   นอกจากนี้ เราได้ข้อมูลเพิ่มเติม ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก ที่ทาง รพ ต้องการอย่างมาก  แต่เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโดยตรง  คือการขาดแคลนตู้เก็บเอกสาร  ตู้ใส่อุปกรณ์ทำแผล  เคานเตอร์ผู้ป่วยนอก ที่มันชำรุดและเก่า ผ่านการใช้งานมานานหลายปี  เรื่องเหล่านี้หลายคนอาจมองข้าม แต่มันคือภาพรวมของ “การดูแล”  ผู้ป่วย ที่เราอยากให้คนที่ดูแล ได้รับความสะดวกสบายในการให้บริการ

เปลขนส่งผู้ป่วยที่ทาง รพ แม่ตีน ต้องการเพื่อขนย้ายผู้ป่วย

ปรัชญาของ มิส คอนซัลท์  คนเราต้องพัฒนาทั้งร่างกาย และจิตใจ ถ้าคนเรามีอ่อนแอ นั่นหมายถึงเราจะไม่มีโอกาสต่อสู่แข่งขัน ยืนหยัดอยู่ได้  หมดโอกาสสร้างความมั่งคั่งยั่งยืนให้กับสังคมและประเทศชาติ มิสคอนซัลท์นอกจากจะทำเรื่องการพัฒนาศักยภาพบุคคลแล้ว  เรายังมุ่งเน้นที่จะสนับสนุนให้กับหน่วยงานที่ให้บริการด้านสุขภาพอนามัย ดังนั้นการเข้าไปดูแล โรงพยาบาล เพื่อให้ โรงพยาบาล สามารถดูแลและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน โดยเฉพาะ รพ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากความเจริญของเมือง จึงเป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจ

ทรัพยากรมนุษย์คือทุนทางสังคมอันมีค่า เราต้องช่วยกันสร้างให้บุคลากรในชาติมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งสุขภาพทางกาย จิตใจ และส่งผลรวมไปถึงสังคม เราต้องการให้ “การให้” ของเรา ได้ถึงมือของผู้ที่ต้องการรับอย่างแท้จริง เพราะมันจะช่วยให้เขาเหล่านั้น ได้พ้นจากความยากลำบาก และสามารถใช้ชีวิต เพื่อไปสู่การพัฒนาตนและจิตใจ ต่อไปได้อีก เราอยากเห็นสังคมคนไทย เป็นสังคมของการให้ และการส่งต่อการให้อย่างไม่รู้จบ 

ชวนกันเริ่ม “สังคมของการให้... และส่งต่อ”  ผู้ที่ต้องการบริจาคให้กับ รพ สต แม่ตืน สามารถบริจาคไปได้ที่ รพ ลี้ จ.ลำพูน แล้วทาง รพ ลี้ ก็จะนำเงินที่บริจาค ส่งมาให้ที่ รพ แม่ตืน ซึ่งเป็นสถานพยาบาลในเครือข่าย และมั่นใจได้ว่าความปรารถนาที่ดีของเราจะส่งถึงผู้รับอย่างแน่นอน

โบรกฯ เชียร์ซื้อ PRM รับสตอรี่ดีหนุนการเติบโตเด่น

เป็นหุ้นดีสตอรี่โดดเด่นในปีนี้ สำหรับ PRM หรือ บมจ.พริมา มารีน ที่นักวิเคราะห์ค่ายต่างๆ ประสานเสียงเชียร์เคาะขวา รับราคาหุ้น PRM ยังมีโอกาสอัพไซต์วิ่งไปต่อได้อีกมาก เพราะปัจจัยบวกของอุตสาหกรรมเรือขนส่งปิโตรเลียมทางทะเลช่างสดใสยิ่งนัก ทั้งราคาค่าขนส่งระหว่างประเทศที่เด้งขึ้นมา และกฎระเบียบ IMO 2020 ที่จะหนุนเรือ FSU ให้เติบโตยิ่งขึ้น งานนี้ ‘ชาญวิทย์ อนัคกุล’ ผู้บริหาร PRM มั่นใจปีนี้จะเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวรายได้จากการลงทุน หลังพอร์ตกองเรือมีความแข็งแกร่งทั้งเรือขนาดเล็กและเรือ FSU ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการเพื่อผลักดันเป้ารายได้ปีนี้ให้โตขึ้น 10-15% ตามแผน

 KTBST จับมือ SKYNET เปิดตัวบริการ KTBST SOCIAL TRADING การลงทุนยุคใหม่ในรูปแบบ “เครือข่ายสังคมการลงทุน” แห่งแรก

คุณชาตรี  โรจนอาภา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ( KTBST) ร่วมกับ คุณพิพัฒน์ รุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัทสกายเน็ตซิสเต็มส์จำกัด (SKYNET) แถลงข่าวเปิดตัวบริการ KTBST SOCIAL TRADING นวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่แห่งแรก ที่สามารถแบ่งปันข้อมูลและกลยุทธ์การลงทุน สำหรับนักลงทุนออนไลน์ ด้วยเทคโนโลยี Social Trading Platform พร้อมจัดเสวนากับกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) โดยมีนักลงทุนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้  

รับรางวัลสตรีนักบริหารดีเด่น

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ “สตรีนักบริหารดีเด่น สาขาสตรีนักบริหารภาคเอกชนดีเด่น (สถานประกอบกิจการขนาดกลาง)” ให้กับ นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เพื่อยกย่องและส่งเสริมคุณค่าของสตรีทำงาน ในงาน “วันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ.2562” จัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

นิช คาร์ กรุ๊ป เผยโฉม “แมคลาเรน 720เอส สไปเดอร์” (McLaren 720S Spider) ครั้งแรกในไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แมคลาเรน อย่างเป็นทางการเพียงรายเดียวในประเทศไทย ชวนสาวกซูเปอร์คาร์ร่วมสัมผัสประสบการณ์ครั้งใหม่ของเหล่ารถหรูในตระกูล "แมคลาเรน" แบรนด์รถยนต์ซูเปอร์คาร์ระดับโลกเพียงรายเดียวที่ยังคงความเป็นซูเปอร์คาร์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 พบกับ โครงสร้างรถแมคลาเรน สุดยอดเทคโนโลยีต้นแบบรถแมคลาเรนที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันระดับตำนาน ฟอร์มูล่าวัน, แมคลาเรน 570เอส สไปเดอร์ (McLaren 570S Spider) หนึ่งในสปอร์ตซีรีส์ทรงพลัง ถูกพัฒนาต่อยอดจากแมคลาเรน 650เอส ให้มีน้ำหนักเบาและสะดวกสบายขึ้น โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 26.5 ล้านบาท และพิเศษสุดกับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ แมคลาเรน 720เอส สไปเดอร์ (McLaren 720S Spider) ที่สุดของยนตกรรมแห่งความแรงที่เคยมีมา ราคาจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 28.5 ล้านบาท

ร่วมสัมผัสความเร็วและความแรงรวมถึงจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครได้แล้วตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายน 2562 ณ บูธ A19/2 ชาเลนเจอร์ฮอลล์1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร 02-321-1111 และ www.facebook.com/McLarenTH

 

เกี่ยวกับ บริษัท นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด

นิช คาร์ กรุ๊ป คือ ผู้นำเข้ารถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ สปอร์ตคาร์ และไฮเปอร์คาร์ ในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจเป็นเวลากว่า 30  ปี ภายใต้ชื่อเดิมคือ เบนซ์นครินทร์ ออโต้ กรุ๊ป ปัจจุบัน นิช คาร์ กรุ๊ป ได้รวบรวมสุดยอดยนตรกรรมจากทั่วโลก อาทิ สุดยอดสองสายพันธุ์จากประเทศอังกฤษที่รวมอยู่ใน Formula 1 “แมคลาเรน” (McLaren) และ ซูเปอร์คาร์พันธุ์คลาสสิก “โลตัส” (Lotus) รวมถึงไฮเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี “ปากานี” (Pagani) และ ไฮเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดน “โคนิกเซ็กก์” (Koenigsegg) ราชันต์ออฟโรด “ฮัมเมอร์” (Hummer)  จากอเมริกา พร้อมด้วยโชว์รูมที่ สยามพารากอน  และ  มอเตอร์เวย์ กม.1

หากต้องการข้อเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิชคาร์กรุ๊ป สามารถติดต่อ ที่ โทร 02-321-1111 โดยโชว์รูมเปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 17.30 น.

แคปปิตอล จีฯ ปักหมุด “โครงการ Monté (มอนเต้) พระราม 9” คอนโดฯใหม่รับรถไฟฟ้าสายสีส้ม

“พระราม 9- รามคำแหง” นับวันจะยิ่งฉายภาพ “ทำเลทอง” เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม(ตะวันออก)ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)  รวมระยะทาง 22.57 กม.มีจำนวนสถานีรถไฟฟ้าแบบใต้ดิน จำนวน 10 สถานี และแบบยกระดับ จำนวน 7 สถานี ที่ความก้าวหน้าของงานก่อสร้างอยู่ที่ 27 % ณ สิ้นเดือนมกราคม 2561 มีกำหนดเปิดบริการในปี 2566 รวมถึง การลงทุนรีโนเวทเดอะมอลล์ รามคำแหง 2 (ฝั่งมุ่งหน้ามาแยกพระราม 9-รามคำแหง)  ของบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ที่อยู่ระหว่างปรับโฉมใหม่ ให้กลายเป็น “มิกซ์ยูส คอมเพล็กซ์” รับรถไฟฟ้าสายสีส้ม  บนที่ดินกว่า 30 ไร่ และคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2-3 ปี  ยิ่งเป็นตัวผลักดันให้รามคำแหง และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นทำเลที่ร้อนแรงเป็นอย่างมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั้งขนาดกลาง – ใหญ่ได้แห่ชิงพื้นที่เปิดโครงการใหม่เพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้กับทำเล “พระราม9 – รามคำแหง” โดยหนึ่งในผู้ประกอบการที่ปักหมุดผุดโครงการคอนโดมิเนียมนั่นก็คือ บริษัท แคปปิตอล จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (Capital G Development Co. Ltd.) ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท มีนบุรีซีเมนต์ไทย จำกัด ที่ล่าสุดได้เปิดตัว “โครงการ Monté (มอนเต้) พระราม 9” บนพื้นที่โครงการ 3-3-24 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 536 ยูนิต แบ่งเป็น อาคาร A จำนวน 105 ยูนิต , อาคาร B จำนวน 216 ยูนิต และ อาคาร C จำนวน  215 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564

เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โครงการได้ออกแบบให้มีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 22-44 ตารางเมตร (ตร.ม.) แบ่งเป็น Units Type ดังนี้

  • Studio suite ขนาดพื้นที่ 22 ตารางเมตร จำนวน 145 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 27%
  • 1 Bedroom Exclusive ขนาดพื้นที่ 27 ตารางเมตร จำนวน 56 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 10%
  • 1 Bedroom Exclusive ขนาดพื้นที่ 29 ตารางเมตร จำนวน 258 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 48 %
  • 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ 35 ตารางเมตร จำนวน 49 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 9 %
  • 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ 44 ตารางเมตร จำนวน 28 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 5 %

นายชัยรัตน์ พิรุฬหพัสต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 

นายชัยรัตน์ พิรุฬหพัสต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แคปปิตอล จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Monté (มอนเต้) พระราม 9” เป็นคอนโดฯ สไตล์ “Modern Luxury Resort” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sense of Nature.. Life is Signature : ออกแบบชีวิต ..ใกล้ชิดธรรมชาติ” โครงการเน้นพื้นที่ส่วนตัว ที่เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนเมือง ผสมผสานการออกแบบที่ทันสมัย รู้ใจคนรุ่นใหม่ สอดคล้องไปกับพื้นที่สีเขียวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แม้อยู่กลางใจเมืองเหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่  Work Hard Play Hard ที่มีความเป็นตัวเอง อายุประมาณ 28-40 ปี ระดับรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือน

จุดเด่นของโครงการนอกจากเน้นพื้นที่สีเขียวมากเป็นพิเศษแล้ว “โครงการ Monté (มอนเต้) พระราม 9” ยังตั้งอยู่ Prime Location สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง ทั้ง ถ.พระราม 9 (แยกซ. 39) และ ถ.รามคำแหง ซ.12 โครงการห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มสถานีรามคำแหง 12 เพียง 150 ม. เท่านั้น  นอกจากนี้“โครงการ Monté (มอนเต้) พระราม 9”  ยังใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้ Airport Link ทางด่วนศรีรัช และทางด่วนฉลองรัช โดยที่ตั้งโครงการยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD: Central Business District) ได้หลายเส้นทางไม่ว่า ถนนพระราม 9 ทองหล่อ พัฒนาการและถนนรัชดาภิเษก   อีกทั้งยังเดินทางสะดวกสบายด้วยรถยนต์สาธารณะและ ทางเรือ(ท่าเดอะมอลล์รามฯ)  รายล้อมด้วยแหล่งสาธารณูปโภค มหาวิทยาลัยชั้นนำ โรงพยาบาล และ ใกล้แหล่ง Lifestyle Shopping Mall และ Cafe สุดชิค! มากมาย อาทิ เดอะ มอลล์ รามคำแหง, เดอะมอลล์บางกะปิ, บิ๊กซี, เดอะไนท์ พระราม 9 และ ฟู๊ดส์แลนด์ รามคำแหง เป็นต้น

นายชัยรัตน์ ยังกล่าวด้วยว่า “โครงการ Monté (มอนเต้) พระราม 9”  ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบ Function ให้ลักษณะเป็นห้องหน้ากว้าง โดดเด่นด้วยครัวไทยแยกสัดส่วนใช้งานได้จริง ขายแบบ  Fully Furnished  ตอบโจทย์การใช้ชีวิต พร้อมกับ Facilities ที่จัดเต็ม อาทิ Relaxing Swimming Pool & Greenery Garden ,The GYM & Multi-Purpose Area , Duplex Lobby Lounge & Co-Working Space, Private Lobby Lounge , Private Meeting Area & Mini Theater  ,Fitness , Sky Garden และ Carwash zone ฯลฯ

ด้วยศักยภาพของทำเลและโปรดักส์ดีไซน์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด รวมถึงส่วนกลางจัดเต็มเพื่อในวันนี้และความยั่งยืนในอนาคต เรียกได้ว่า รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์ทั้งคนสายชิลล์และคนที่เน้นกิจกรรม พร้อมเปิดให้จองและชมห้องตัวอย่างได้ทุกวัน  ณ สำนักงานขาย โครงการ Monté (มอนเต้) พระราม 9  เปิดรอบVIP Day วันที่ 30 มีนาคม 2562 รับส่วนลด 200,000 บาท

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าชมห้องตัวอย่าง ที่http://www.cg.co.th/monterama9 โทร. : 099-164-6888 หรือ Line ID : @MonteRama9

Page 4 of 158