Super User

Super User

Selfies labore, leggings cupidatat sunt taxidermy umami fanny pack typewriter hoodie art party voluptate. Listicle meditation paleo, drinking vinegar sint direct trade.

อะโดบีส่ง Adobe Advertising Cloud ช่วยนักการตลาดขับเคลื่อนแคมเปญโฆษณาผ่านหลากหลายช่องทาง จับมือ Roku พร้อมผนวกรวมระบบ Adobe Analytics และเทคโนโลยีการค้นหาขั้นสูง ยกระดับประสบการณ์ด้านโฆษณา

จากงาน Adobe Summit 2019 ที่ผ่านมา อะโดบี (Nasdaq:ADBE) ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท โรคุ (Roku) (Nasdaq:ROKU) เพื่อช่วยให้ลูกค้าของอะโดบีสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคจำนวนมากที่หันไปใช้บริการทีวีผ่านอินเทอร์เน็ต (over-the-top - OTT) ได้อย่างตรงจุด  นักการตลาดที่ใช้ Adobe Advertising Cloud, Adobe Audience Manager และ Adobe Analytics จะสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายบนแพลตฟอร์ม Roku ได้โดยตรง โดยสามารถซื้อพื้นที่โฆษณาและเข้าถึงคลังโฆษณาของ Roku ได้อย่างไร้รอยต่อ จึงช่วยปรับปรุงแคมเปญ จัดการความถี่ในการแสดงโฆษณา และตรวจวัดความสำเร็จบนแพลตฟอร์ม OTT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายคีธ เอดี้ รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Adobe Advertising Cloud ของอะโดบี กล่าวว่า “Adobe Advertising Cloud มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึก ความน่าเชื่อถือ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และคลังเก็บทรัพยากร (โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทีวี) ช่วยให้บริษัทผู้โฆษณาสามารถนำเสนอประสบการณ์ด้านโฆษณาที่มีการเชื่อมโยงถึงกันให้แก่ผู้บริโภคในปัจจุบันซึ่งมีความรู้เพิ่มมากขึ้น ความร่วมมือกับ Roku ในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของอะโดบีจัดการแคมเปญบนแพลตฟอร์มทีวีสตรีมมิ่งชั้นนำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

นายสก็อต โรเซนเบิร์ก ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจแพลตฟอร์มของ Roku กล่าวว่า “ด้วยแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไปสู่สตรีมมิ่ง นักการตลาดจึงมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นในการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างตรงกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางทีวี  Roku มีสัมพันธภาพโดยตรงกับผู้บริโภค และมีความสามารถด้านโฆษณาที่ก้าวล้ำที่สุดในแวดวง OTT  ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของอะโดบีสามารถเรียกใช้งานข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อ และเข้าถึงลูกค้าที่เปลี่ยนย้ายการรับชมทีวีไปยังอุปกรณ์ของ Roku”

ปรับปรุงการเจาะกลุ่มเป้าหมาย ความน่าเชื่อถือ และข้อมูลเชิงลึก

ขณะที่เส้นแบ่งระหว่างเทคโนโลยีด้านโฆษณาและการตลาดเริ่มเลือนราง นักการตลาดก็ต้องการที่จะเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการลงโฆษณาตามสื่อต่างๆ เพื่อนำเอาข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุงแคมเปญด้านการตลาด

Advertising Analytics ช่วยให้บริษัทที่ลงโฆษณาสามารถตรวจสอบติดตามยอดการคลิกผ่านและการดูครั้งล่าสุดที่นำไปสู่การซื้อใน Adobe Analytics โดยบริษัทที่ใช้ทั้ง Adobe Advertising Cloud และ Adobe Analytics จะสามารถดูว่าค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาของตนเองนำไปสู่การดำเนินการบนเว็บไซต์อย่างไรบ้าง รวมไปถึงการผลักดันเป้าหมายทางธุรกิจที่สำคัญ เช่น การสร้างรายได้ เป็นต้น  นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถส่งข้อมูลจาก Adobe Analytics ไปยัง Adobe Advertising Cloud เพื่อใช้ในการรายงานและการปรับปรุงประสิทธิภาพ  คุณประโยชน์เหล่านี้จะช่วยปรับปรุงการรายงานและการกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโฆษณาในการกระตุ้นการดำเนินการบางอย่างบนเว็บไซต์ รวมถึงการปรับแต่งแคมเปญ และเพิ่มความสะดวกในการแบ่งเซ็กเมนต์ของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า โดยครอบคลุมโซลูชั่นต่างๆ บน Adobe Experience Cloud

ในปีนี้ อะโดบียังได้ทำการปรับปรุงที่สำคัญสำหรับ Adobe Advertising Cloud Search โดยขยายขีดความสามารถและคุณประโยชน์ของฟีเจอร์ Performance Optimization ที่ขับเคลื่อนด้วย Adobe Sensei ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ของอะโดบี

เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพ (Optimization) ซึ่งดำเนินการโดยเสิร์ชเอนจิ้นสำคัญๆ นักการตลาดจึงพยายามผลักดันประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับการลงทุนด้านการทำตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาโซลูชั่น Adobe Advertising Cloud Search แก้ไขปัญหาท้าทายของผู้ลงโฆษณา ด้วยอัพเดตล่าสุดในส่วนของ Performance Optimization สำหรับ Adobe Advertising Cloud Search ซึ่งผสานรวมหลากหลายกลยุทธ์การประมูลคำค้นหาบนเสิร์ชเอนจิ้น

Performance Optimization จะประเมินผลลัพธ์ด้านการทำตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา และกระจายการลงทุนในสื่อสำหรับแคมเปญต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีการประมูลที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อปรับปรุงผลตอบแทนการลงทุนโดยอัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่โซลูชั่นซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรมนี้นำเสนอแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการประมูลคำค้นหาบนเสิร์ชเอนจิ้นต่างๆ รวมถึงกลยุทธ์การเสนอราคาประมูล

ลิงค์ข้อมูลที่มีประโยชน์

 

เกี่ยวกับ Adobe Advertising Cloud

Adobe Advertising Cloud เป็นแพลตฟอร์มอิสระแบบครบวงจรแรกสุดในแวดวงอุตสาหกรรมสำหรับการจัดการโฆษณาผ่านทีวีและรูปแบบดิจิทัล ด้วยการมุ่งเน้นความปลอดภัยของแบรนด์ การปรับปรุงความโปร่งใส และการใช้ประโยชน์จาก Adobe Creative Cloud และ Adobe Experience Cloud อย่างเต็มศักยภาพ แพลตฟอร์มของเราช่วยให้บริษัทผู้ลงโฆษณาควบคุมยอดใช้จ่ายด้านโฆษณาได้ดียิ่งขึ้น และบรรลุเป้าหมายทางด้านธุรกิจ  ปัจจุบัน แพลตฟอร์มดังกล่าวจัดการแคมเปญโฆษณาให้กับลูกค้าระดับโลกกว่า 1,000 ราย รวมถึง Allstate, Ford, Johnson & Johnson, Kraft, Liberty Mutual, L’Oréal, MGM, Nickelodeon และ Southwest Airlines  อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Adobe Advertising Cloud

เกี่ยวกับอะโดบี

อะโดบีเปลี่ยนโลกผ่านประสบการณ์ด้านดิจิทัล รายละเอียดเพิ่มเติม www.adobe.com.

กลุ่มโรงแรมอนันตรา ร่วมกับ วิศรุต อังคทะวานิช เชิญชมนิทรรศการภาพถ่าย ‘ปลากัดไทย ความงามแห่งสยาม’

กลุ่มโรงแรมอนันตรา นำโดย มร. วิลเลี่ยม อี. ไฮเน็ค (ที่ 3 จากขวา) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิศรุต อังคทะวานิช (ที่ 3 จากซ้าย) ช่างภาพชื่อดังผู้ถ่ายทอดความงดงามของปลากัดไทยจนโด่งดังไปทั่วโลก ร่วมพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่าย “ปลากัดไทย ความงามแห่งสยาม” เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ “ปลากัด” ได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติให้เป็น สัตว์น้ำประจำชาติ ซึ่ง นิทรรศการภาพถ่ายดังกล่าว จะจัดแสดงตั้งแต่ วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2562 ณ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ และ ย้ายไปจัดแสเงที่ อนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2562 ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ภาพจากซ้ายไปขวา

  1. เจย์ สเปนเซอร์
  2. มร. โทมัส บี. ไมเออร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ (เอเชีย) ไมเนอร์ โฮเทลส์
  3. วิศรุต อังคทะวานิช ช่างภาพเจ้าของผลงานภาพถ่ายปลากัด
  4. มร. วิลเลียม อี. ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
  5. มร. โมฮัมเมด วาซีร์ รองผู้จัดการใหญ่ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ
  6. มร. อจินย่า ซาวดังการ์ หัวหน้าเชฟเพสทรี โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ฉลองครบ 5 ปี ดึง 5 พันธมิตรระดับเวิลด์คลาส ร่วมสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกที่แตกต่าง ผ่านแรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด

พร้อมเปิดตัว คอร์ปอเรท แคมเปญ สุดสร้างสรรค์แห่งปี 2019 ครั้งแรกของวงการค้าปลีกไทยในรูปแบบ แอนิเมชัน วิดีโอ อัดแน่นด้วยกิจกรรมการตลาด และโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย ดึงดูดและครองใจนักช้อปทั่วโลกตลอดปีนี้

นับเป็นเวลา 5 ปี แห่งความสำเร็จของ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่ครองความเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตในรูปแบบที่หลากหลาย สร้างแรงบันดาลใจด้านศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์เหนือระดับครบวงจรใจกลางเมือง มาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะ The retail beacon of Bangkok ที่ครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว จนสามารถก้าวขึ้นชั้นเวิลด์ คลาส เดสทิเนชั่น (World Class Destination) ได้อย่างภาคภูมิ

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากนโยบายการตลาดที่ชัดเจน นั่นคือ “ดีที่สุด เหนือความคาดหมาย แตกต่าง และตรงใจลูกค้า” ทำให้สามารถตอบสนองทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้า สะท้อนคอนเซ็ปต์ “One Life Infinite Possibilities” ชีวิตหนึ่ง...ทุกสิ่งเป็นไปได้ อย่างไร้ขีดจำกัด

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี 

บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี บอกถึง Key Success ว่า “เป็นเวลา 5 ปีเต็ม ที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เติบโตอย่างมั่นคง และประสบความสำเร็จมาจนทุกวันนี้ เป็นเพราะได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้า พันธมิตรการค้า และลูกค้าเสมอมา พร้อมได้สร้างปรากฏการณ์และมาตรฐานใหม่ของไลฟ์สไตล์แห่งการช้อปปิ้งในระดับเวิลด์ คลาส ย่านเพลินจิต หนึ่งในทำเลที่มีศักยภาพสูงในกรุงเทพฯ”

ปัจจุบัน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีปริมาณลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเฉลี่ยราว 30,000 คนต่อวัน ถือว่าเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2014 ที่เริ่มเปิดให้บริการได้มากถึง 195% แบ่งเป็นลูกค้าชาวไทยประมาณ 70% และชาวต่างชาติ 30% ทั้งกลุ่มครอบครัว ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย นักท่องเที่ยว และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งส่งผลให้ปีนี้ร้านค้าภายในศูนย์ฯ มียอดขายรวมเพิ่มขึ้น 213%

ประกอบกับในปีนี้ ยังได้เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็น แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ให้ความไว้วางใจเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นสถานที่สำหรับเปิดแฟล็กชิฟสโตร์แห่งแรกในเมืองไทย อาทิ Missoni แบรนด์แฟชั่นหรูจากอิตาลี การเปิดสาขาใหม่ของ Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น รวมถึง ป๊อบอัพสโตร์อย่าง Chloé, Jim Thompson อีกทั้งยังมีการปรับโฉมร้านด้วยดีไซน์ใหม่ที่แรก ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี อาทิ Giuseppe Zanotti Design ตลอดจนแบรนด์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษอย่าง Burberry ที่กำลังจะเปิดตัวบูติกด้วยรูปโฉมที่มี Façade กับคอนเซ็ปต์ใหม่เป็นที่แรกในประเทศไทย ในช่วงปลายปีนี้ มากไปกว่านั้น ยังมีร้านอาหารและไอศกรีมชื่อดัง อาทิ EASY! Buddy, El Gaucho, Ampersand Gelato ที่จะพร้อมเสิร์ฟความอร่อยในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

ด้วยความตั้งใจในการมอบสิ่งที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทำให้ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัล เอ็มบาสซี มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ส่งผลให้ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี การันตีความสำเร็จด้วยการคว้า 15 รางวัลใหญ่บนเวทีโลก โดยล่าสุด OPEN HOUSE Co-living space หนึ่งในพื้นที่หลักของศูนย์การค้าฯ ยังคว้ารางวัลชนะเลิศ 2019 ICSC Global Award VIVA (Vision-Innovation-Value-Achievement) Retail Overall Winner รางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดแห่งวงการค้าปลีกระดับโลก จากเวที International Council of Shopping Centers ถือเป็นหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้

และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่สนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด อีกทั้งยังเป็นวาระฉลองครบ 5 ปี แห่งความสำเร็จ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จึงทุ่มงบมากกว่า 120 ล้านบาท ผนึกกำลัง 5 พันธมิตรระดับโลก และร้านค้าแบรนด์ชั้นนำภายในศูนย์ฯ ร่วมฉลองในโอกาสพิเศษนี้ พร้อมเปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี 2019 และยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากมาย ตลอดจนโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

สำหรับ 5 พันธมิตรระดับเวิลด์คลาสทั้งในและต่างประเทศ ที่จะมาร่วมสร้างปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่อย่างที่ยังไม่เคยมีศูนย์การค้าใดเคยทำมาก่อน เริ่มต้นด้วยในเดือนพฤษภาคมนี้ กับเวิลด์คลาสอินเทอร์แอ็คทีฟ อินสตอล-เลชั่น ในชื่อ TILTING FORESTผลงานการสร้างสรรค์ของ สนาร์คิเทคเจอร์ (Snarkitecture) สตูดิโอออกแบบยักษ์ใหญ่จากมหานครนิวยอร์ก เพื่อร่วมฉลองในโอกาสพิเศษนี้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์และรับแรงบันดาลใจที่แสนพิเศษ จากประติมากรรมแบบอินเทอร์แอ็คทีฟ ในสไตล์เฉพาะตัวของ Snarkitecture ที่จะเปลี่ยนพื้นที่บริเวณชั้น G ภายในเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นป่าแห่งจินตนาการ สร้างประสบการณ์ร่วมของผู้ชมไปกับผลงาน Art Installation อันน่าตื่นตาตื่นใจที่ถือเป็นครั้งแรกในโลก นอกจากนี้ยังมีสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

ในส่วนของบิ๊กโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองครบ 5 ปี เรียกได้ว่าร้อนแรงสะกดใจนักช้อป พิเศษสำหรับลูกค้า Top Spender 3 ท่าน รับไมล์สะสมรอยัล ออร์คิด พลัส จากการบินไทย รวม 1 ล้านไมล์ (เฉพาะผู้มียอดช้อปสะสม 3 ล้านบาทขึ้นไป ตลอดรายการ) พร้อมรับสิทธิพิเศษ เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข อาทิ สมาชิก The Embassy Club สมาชิก Central Bangkok Privilege และลูกค้าทั่วไป  รับฟรีบัตรกำนัลจาก Central Embassy รวมสูงสุด 10,400 บาท / 9,200 บาท / 8,000 บาท ตามลำดับ พิเศษสุดเมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพฯ รับเพิ่มบัตรกำนัลจาก Central Embassy รวมสูงสุด 3,600 บาท และ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง จากสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค จำกัด 4 ใบต่อท่าน รวมสูงสุด 32,000 บาท  นอกจากนี้ พิเศษสุดเฉพาะวันที่ 2 พ.ค.62 วันเดียวเท่านั้น สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก The Embassy Club รับเพิ่มบัตรกำนัลจาก Central Embassy รวมสูงสุด 20,000 บาท และ Top Spender of The Day  ที่มียอดช้อปขั้นต่ำ 1 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับคะแนนพิเศษ 500,000 คะแนน The 1 จำนวน 1 รางวัล และสำหรับสมาชิกใหม่ Central Bangkok Privilege รับฟรี Selection of French Toast จากร้าน Kay’s Boutique Café อีกทั้งข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. - 2 มิ.ย. 62

พร้อมกันนี้ ร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์การค้าฯ ไม่ว่าจะเป็น เหล่าแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ Givenchy ยังได้ร่วมจัดกิจกรรมพิเศษภายในร้าน ร่วมด้วยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ Exhibit, Niche Nation, Seek จะนำเสนอสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษ ตลอดจนร้านอาหารชั้นนำ อาทิ Another Hound, Ippudo, Peppina, Water Library ได้เตรียมเมนูพิเศษ โปรโมชั่น และกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เพื่อร่วมฉลองในโอกาสพิเศษนี้

และเตรียมพบกับการเปิดตัว คอร์ปอเรท แคมเปญ สุดครีเอทแห่งปี 2019 ครั้งแรกของวงการค้าปลีกในรูปแบบ แอนิเมชัน วิดีโอ ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้  ซึ่งทุกปีเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จะมีแคมเปญใหญ่ออกมาให้ได้เห็นกัน โดยในปีนี้เป็นการฉลองครบ 5 ปี ก็จะยิ่งพิเศษมากขึ้นกว่าเดิม สะท้อนแนวคิด Let Life Inspire You ที่ต้องการสื่อสารถึงแรงบันดาลใจจากสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรานั้น แค่เราเปิดใจและเปลี่ยนมุมมองความคิดที่เราอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ก็จะสามารถเปลี่ยนมาเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ เช่นเดียวกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สถานที่แห่งแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งสินค้าแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ อาหาร ดนตรี ศิลปะ และดีไซน์ รวมถึงการบริการระดับเวิลด์คลาสที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม อย่างที่ไม่เคยมีศูนย์การค้าใดเคยทำมาก่อน

“อยากให้ทุกคนเตรียมพบกับสิ่งที่เราตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาในวาระครบ 5 ปีนี้ เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างความประทับใจให้ทุกคนอย่างแน่นอนบรม กล่าวทิ้งท้าย

.. ร่วมค้นหาแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตลอดปี 2019  และติดตามข่าวสาร ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/centralembassy และwww.facebook.com/centraldepartmentstore สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2119-7777 ต่อ 2001

 

 #5thAnniversary #CentralEmbassy  #LetLifeInspireYou

 

...............................

 

Endless inspirations await as Central Embassy celebrates its 5th anniversary with an extraordinary plethora of events and moments to embrace

With the launch of the ultimate campaign of 2019, to rock the retail industry in Thailand, with animated videos, marketing activities and special promotions to win the hearts of shoppers throughout the year

Bangkok, 10th April, 2019: It has been five successful years for Central Embassy; Bangkok's iconic art, fashion and lifestyle destination that has constantly inspired Bangkokians as ‘the retail beacon of Bangkok’. Over the last five years, Central Embassy has won the hearts of Thai and international customers, who have distinctive lifestyles to proudly become a world-class shopping destination.

The success is due to its clear-cut marketing strategy, which offers ‘the best, the unexpected, the different and the right things’ to respond to every need, reflecting the ‘One Life. Infinite Possibilities.’ concept.

“It has been five full years that Central Embassy has grown steadily and continued to succeed. We have earned trust from our customers and partners, and have constantly introduced new phenomena and standards of world-class lifestyle and shopping in Phloen Chit, which is one of the highest-potential areas of Bangkok,” said Barom Bhicharnchitr, Managing Director of Central Embassy.

Currently, Central Embassy welcomes around 30,000 visitors each day, a 195% increase from 2014, when it first opened. Among those, 70% are Thai and 30% foreigners, with families, expats and tourists through to youngsters visiting. This year, the shops at Central Embassy have seen a 213% sales growth.

For 2019, Central Embassy will add more diversity to its luxury category products and services. Many world-class brands have trusted Central Embassy as the location for their first flagship stores in Thailand, such as Italian luxury brand Missoni and Uniqlo from Japan. There are also pop-up stores from Chloé and Jim Thompson. Some brands launch their new design concepts at their Central Embassy stores first, such as Giuseppe Zanotti Design and British fashion brand Burberry, who will be introducing their new boutique with a conceptual façade for the first time in Thailand. Additionally, new eateries such as EASY! Buddy, El Gaucho and Ampersand Gelato will open in the second quarter of this year.

Committed to offering the best of the best to its customers, Central Embassy has constantly continued to improve itself. As a result, Central Embassy has been honoured with 15 prestigious international accolades, including the 2019 ICSC Global Award VIVA (Vision-Innovation-Value-Achievement) Retail Overall Winner for the OPEN HOUSE Co-Living Space, from the International Council of Shopping Centers, making Central Embassy the only
Asia-Pacific retailer to receive this honour in 2019.

To express its appreciation for its customers’ trust and support, and to celebrate its 5th anniversary, Central Embassy will invest more than 120 million Baht, joining forces with five global partners, as well as brands within Central Embassy; to introduce the biggest campaign of 2019 and many marketing activities and promotions throughout the year.

In May, Level G of Central Embassy will be transformed into a forest of imagination to immerse visitors in the world-class art installation ‘TILTING FOREST, by New York-based design studio Snarkitecture. Visitors are invited to enjoy this special experience and get inspired by Snarkitecture’s signature design, which will debut here for the first time in the world. There will also be special collection products exclusively available here.

There will be irresistible promotions with special prizes. Three top spenders will receive 1 million Royal Orchid Plus miles from THAI Airways (only for over 3 million Baht spending), double privileges will be offered by Central Embassy and Bangkok Bank credit card, such as 10,400 Baht / 9,200 Baht / 8,000 Baht in Central Embassy vouchers, up to 3,600 Baht vouchers when purchase with Bangkok Bank credit card and return flights to Hong Kong courtesy of Cathay Pacific (4 prizes). For The Embassy Club members, there are up to 20,000 Baht in Central Embassy vouchers and the Top Spender of the Day who spends at least a million baht will receive 500,000 The 1 points on 2nd May, 2019. Plus, Central Bangkok Privilege new members will receive a Selection of French Toast from Kay’s Boutique café.There are also special offers from participating credit cards from 2nd May – 2nd June, 2019. 

At the same time, shops inside Central Embassy will join this special celebration. International brands such as Givenchy, Exhibit, Niche Nation and Seek will present special collections, while Another Hound, Ippudo, Peppina and Water Library will have special menus, promotions and activities to add to this special occasion. 

Each year, Central Embassy has a campaign to enthuse customers, and to mark its 5th anniversary this year, the campaign is more special than ever. With the concept ‘Let Life Inspire You, reflecting how inspirations are all around when we open up to true selves and change our perceptions. These muses can bring happiness to life, and Central Embassy brings endless inspirations and ideas, from fashion and lifestyle, to music and art & design, as well as world-class services. 

“I want everyone to experience all the wonderful things we have prepared to celebrate our 5th anniversary. We are confident that they will certainly impress you.” said Barom.

Discover new inspirations and ideas at Central Embassy throughout 2019, and get the latest updates on news, promotions and activities at  www.facebook.com/centralembassy & www.facebook.com/centraldepartmentstore.  For more information, call 0-2119-7777 ext 2001.

 

#5thAnniversary #CentralEmbassy #LetLifeInspireYou

อิตัลไทยวิศวกรรมร่วมในงานเสวนา "Contractor Safety Management Partnership Forum"

นายสกล เหล่าสุวรรณ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด ร่วมเสวนาในงาน Contractor Safety Management Partnership Forum” ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด เพื่อให้บริษัทคู่ธุรกิจได้รับฟังแนวทางการดำเนินการและวิธีการจัดการทางด้านความปลอดภัยให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในองค์กร อีกทั้งยังเล็งเห็นว่าบริษัทคู่ธุรกิจจะเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุม Auditorium อาคารสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม อาร์ ไอ แอล จ.ระยอง เมื่อเร็วๆนี้

30 ปี แม็คโคร เดินหน้าประกาศแผนธุรกิจ ย้ำที่หนึ่งธุรกิจค้าส่งครบวงจร เผยเป้าหมายหลัก 6 ประการ ก้าวสู่ “แม็คโคร 4.0” ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

แม็คโคร ก้าวสู่ปีที่ 30 อย่างผงาด โชว์ตัวเลขผลประกอบการปี 2561 เติบโต 3.3% เดินหน้าสู่ แม็คโคร 4.0 คู่คิด...เพื่อชีวิตที่ดีกว่า เน้นยกระดับคุณภาพโชห่วย สู่ความเป็นเลิศ ผสานธุรกิจแบบไร้รอยต่อ เชื่อมออฟไลน์-ออนไลน์  รับแนวโน้มผู้บริโภคยุคดิจิทัล พร้อมประกาศเป้าหมายหลักในการทำธุรกิจ 6 ประการ (Six Goals) แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ภายใต้แนวคิด “เคียงข้าง สร้างสรรค์ มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน”

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของกลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร ศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคคุณภาพแบบขายส่ง ในระบบสมาชิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับสู่ “แม็คโคร 4.0 คู่คิด...เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ภายใต้แนวคิด “เคียงข้าง สร้างสรรค์ มุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน” มุ่งเป็นที่หนึ่ง เรื่องการจัดหาสินค้า เพื่อผู้ประกอบการแบบครบวงจร โดยคัดสรรสินค้าที่หลากหลาย ครบครัน มีคุณภาพดี ในราคาที่คุ้มค่า ตอกย้ำเป้าหมายที่จะเป็นคู่คิดทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

ตลอด 30 ปี แม็คโครได้ยึดหลักในการดำเนินธุรกิจที่จะต้องเติบโตควบคู่กับชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยเน้นขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ผ่านเป้าหมายหลักในการทำธุรกิจ 6 ประการ  (Six Goals) ได้แก่  

     1) การเป็นแหล่งอ้างอิงด้านอาหารปลอดภัย ใส่ใจเรื่องคุณภาพอาหารและความปลอดภัยโดยมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้า ผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหาร และผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และพร้อมจะจับจ่ายเพื่อบริโภคอาหารปลอดภัยได้มาตรฐานสากล ตามที่แต่ละประเทศกำหนดไว้

     2) ส่งเสริมการคัดสรรผลิตภัณฑ์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ จึงมุ่งทำงานกับผู้ผลิตหรือคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

     3) ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมุ่งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งดำเนินการให้ทุกระบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

     4) เป็นที่รักในท้องถิ่น แม็คโครปรารถนาจะเป็นที่รักและสร้างสรรค์ประโยชน์ให้เกิดกับชุมชนอย่างน้อยในแต่ละพื้นที่ที่แม็คโครตั้งสาขาอยู่ อาทิ การจ้างงานในท้องถิ่น การให้ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจค้าปลีกแก่ผู้ประกอบการร้านโชห่วย รวมถึงเด็กและเยาวชนที่เป็นโชห่วยรุ่นเยาว์ ให้นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ปรับปรุงร้านค้าปลีกในท้องถิ่นให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน

     5) สร้างความเจริญเติบโตทางธุรกิจให้กับลูกค้า โดยมุ่งศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นช่องทางใหม่ในการทำธุรกิจ เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทำธุรกิจง่ายขึ้น สะดวกขึ้น มีผลกำไรมากขึ้น และมีการเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกการแข่งขันยุคใหม่ ส่งผลให้ลูกค้าผู้ประกอบการพึงพอใจและเป็นลูกค้าสมาชิกของแม็คโครในระยะยาว

     6) เป็นงค์กรที่คนทุกรุ่นอยากเข้ามาร่วมงาน เพื่อให้แม็คโครเป็นองค์กรที่น่าทำงานของพนักงานในทุกช่วงวัย จึงมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี พร้อมที่จะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

จากแนวทางธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของแม็คโครให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง และมีส่วนช่วยให้คู่ค้า ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาปรับใช้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) มาใช้วิเคราะห์ลูกค้าในระบบที่มีกว่า 3 ล้านราย ตลอดจนนำเสนอโปรโมชั่นข้อมูลความรู้และสิทธิประโยชน์ผ่าน เว็บไซต์ Makroclick.com  โชห่วยไทย.com แม็คโครแอพพลิเคชั่น  และแม็คโคร Line Official  อีกด้วย

“ปัจจุบันแม็คโครมีสาขาทั้งหมด 129 สาขา แบ่งเป็น ศูนย์จำหน่ายสินค้าแม็คโคร รูปแบบคลาสสิค 79 สาขา แม็คโครฟูดเซอร์วิส 25 สาขา อีโค พลัส 13 สาขา แม็คโคร ฟูดช้อป 5 สาขา และสยามโฟรเซ่น 7 สาขา และขยายฐานธุรกิจสู่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียอีก 8 ประเทศ”  นางสุชาดา กล่าวเสริม

สำหรับผลประกอบการของแม็คโครในปี 2561 เติบโตขึ้นจากปี 2560 กว่า 3.3% จากปัจจัยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2561 รวมถึงภาคการท่องเที่ยวมีการเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจแก่ภาคธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง และในปีนี้เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 30 ปี แม็คโครเดินหน้าขยายสาขาในรูปแบบของฟูดเซอร์วิสต่อเนื่อง รวมทั้งเปิดแม็คโคร ดิจิทัล สโตร์ ที่ลาดกระบังเป็นสาขาแรก และมีแผนจัดกิจกรรม บิสสิเนสแมชชิ่ง สำหรับ SMEs ครั้งแรก ตลอดจนเดินหน้าการเป็นผู้นำลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟมผ่านโครงการ Say Hi to Bio Say No to Foam และสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคม เตรียมจัดกิจกรรมแม็คโคร รัน ฟอร์ ฟันด์ โดยรายได้มอบให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโครงการโชห่วยรุ่นเยาว์ เพื่ออาหารกลางวันที่ยั่งยืน เป็นต้น

แม็คโคร มีเป้าหมายที่จะเป็น “คู่คิดธุรกิจ” ของลูกค้า ผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ตลอดจนนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการมอบคุณค่าให้แก่สังคม ซึ่งนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของคู่ค้า ลูกค้า คนในชุมชน และพนักงานอย่างยั่งยืน สมกับเจตนารมณ์ “คู่คิด...เพื่อชีวิตที่ดีกว่า”  

 

.............................

 

Makro Celebrates 30th Anniversary as Thailand’s No.1 Food Solution Provider

Move Toward “Makro 4.0” through 6 Strategic Goals for Economic Sustainability

Stepping into its 30th year of operation, Makro revealed the financial highlights of 2018 with an increase of 3.3% in revenue and its determination to strive for Makro 4.0 era which not only focuses on being a trusted partner for professional customers, but also on enhancing people’s lives. To best serve customers in the digital age, Makro aims to modernize its organization by connecting its online and offline channels, along with promoting its 6 key goals in business operation under the concept “The Creative Companionship towards Sustainability.”

Mrs. Suchada Ithijarukul, Group Chief Executive Officer, Siam Makro Public Company Limited, disclosed, “On the occasion of the 30th Anniversary of Siam Makro Group, the largest wholesale membership distributor in Thailand, the Company aims to establish itself as “Makro 4.0 Enhancing People’s Lives” under the new concept of “The Creative Companionship towards Sustainability”. Nonetheless, Makro still upholds our vision to be number one food solution provider for professional customers by offering a full assortments of quality products at low prices – affirming our position as a trusted partner for our customers nationwide.”

Throughout 30 years of operation, Makro has achieved business successes by adopting technology, creativity, and innovation; while also ensured mutual growth of the community, the society, and the country through 6 Strategic Goals, namely:

     1) Be Point of Reference for Food Safety – Makro places a great deal of emphasis on food safety. We strive to meet the demands of our food-business-operator customers, as well as modern-day consumers who value their health and well-being and willingly spend their money on safe foods per the regulations of their country.

     2) Strengthen Sustainable and Ethical Sourcing – As Makro continues to value the ability to trace products back to their sources, we are committed to working only with lawful producers and suppliers. In addition, we always take the sustainability of our environment into consideration to make sure of mutual growth.

     3) Reduce Environmental Impact – Because Makro is keenly aware of the value of the environment and natural resources, we are committed to expending natural resources and energy in the most efficient manner possible for the utmost benefit, including our efforts to ensure that all of our processes are environmentally friendly.

     4) Local Love – Makro hopes to be loved by the local communities that surround our stores. To this end, we strive to be beneficial to them, whether by creating jobs locally, providing retail management education to small local retailers and equipping youths with retail-management knowledge that helps them better their local stores.

     5) Make Our Customers Prosper – Makro committedly studies potential technologies and develops them into business channels to facilitate our customers’ business processes, increase their profits and foster sustainable growth in the new era of competition. These efforts will bring about satisfaction among our customers, ensuring their loyalty in the long run.

     6) Be Employer of Choice – Makro strives to be one of the top 5 organizations that people, especially new graduates, want to work with. Additionally, we have begun conducting an engagement survey among our existing personnel, the results of which will be used to transform Makro into an organization for all ages.

These strategies have been crucial to the successes and prosperity Makro has achieved over the years; and also contributed to its stakeholders’ better quality of lives. Furthermore, the Company has integrated technology and innovation into its organization in order to efficiently serve the needs of customers in the digital era. The Company leveraged Big Data to analyze its extensive customer base of more than 3 million customers, and to develop products and services that appropriately respond to their unique needs through various online channels, including Makroclick.com, Shohuaythai.com, Makro Application, and Makro Line Official.

“In Thailand, there are currently 129 Makro stores in total. These can be divided to 79 Makro Classic stores, 25 Makro Foodservice stores, 13 Eco Plus stores, 5 Makro Food shops, and 7 Siam Frozen shops. The Company has also branched out overseas to 8 countries in Asia,” said Mrs. Suchada.

Makro’s total revenues in the fiscal year 2018 attained an increase of 3.3% compared to the previous year due to a sustained growth of Thai economy in the first quarter of 2018, as well as the growth of tourism sector which saw the higher number of international tourist arrivals. Both factors helped generate more business opportunities for the wholesale and retail industry. This year, to celebrate its 30th anniversary, Makro continues to expand its wings by opening additional Makro Food Service stores and the very first Makro Digital Store in Lat Krabang.  In addition, the Company is planning to carry out various projects and activities, including Business Matching with SMEs suppliers; “Say Hi to Bio Say No to Foam” Project to promote the use of eco-friendly packaging; Makro Charity Run for Border Patrol Police Schools and Young Shohuay for Sustainable Lunch Project.

Makro is determined to become a trusted partner for our professional customers by providing the best wholesale solutions and the best value for money, while also giving back to the society and sustainably enhancing the quality of lives for our stakeholders which include our partners, customers, local communities, and employees; thus, staying true to our core intention of “Enhancing People’s Lives”.

มอนเดลีซ ประเทศไทย พร้อมเติบโตในตลาด E-Commerce เต็มตัว เดินหน้าจับมือผู้นำในแพลตฟอร์มออนไลน์ ตอบสนองความต้องการลูกค้าในยุคปัจจุบัน

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านสินค้าขนมและของว่าง จับมือเป็นพันธมิตรทางการค้ากับผู้นำในธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada (ลาซาด้า) และ Shopee (ช้อปปี้) เปิดตัวร้านค้าออนไลน์ของมอนเดลีซเป็นที่เรียบร้อยในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา พร้อมขยายช่องทางการขายเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายในการจับจ่ายสินค้ามากยิ่งขึ้น และตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรที่พร้อมจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคเป็นสำคัญ  

คุณพจมาศ อัศวธีระเสถียร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายช่องทางโมเดิร์นเทรด บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบันช่องทางออนไลน์มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย อีกทั้งตลาดอีคอมเมิร์ซมีทิศทางการเติบโตที่ต่อเนื่อง เราจึงมองว่าการเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซของมอนเดลีซจะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค นอกจากนี้เรายังมุ่งเน้นการทำการตลาดแบบออนไลน์มากขึ้น ทั้งการจัดแคมเปญโปรโมชั่น และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อลดรอยต่อของช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ให้เป็น Seamless มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะได้การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค”

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น จึงทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงร้อยละ 11.7 ในช่วงปี 2012 – 2017 โดยในกลุ่มสินค้าขนม และบิสกิต มีอัตราการเติบโตในช่องทางออนไลน์สูงถึงร้อยละ 17.8 และในกลุ่มลูกอมเติบโตถึงร้อยละ 20.1 นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นอีกถึงร้อยละ 8.5 ตั้งแต่ปี 2017 – 2022* จากสถิติดังกล่าว มอนเดลีซ จึงเล็งเห็นช่องทางเดินหน้ารุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ส่งสินค้านับร้อยรายการ หลากหลายประเภทสินค้า อาทิ ลูกอมฮอลล์ ลูกอมคลอเร็ท หมากฝรั่งเดนทีน คุกกี้โอรีโอ คุกกี้ชิพส์อะฮอย คุกกี้ลู แครกเกอร์ริทส์ ฯลฯ วางจำหน่ายแล้วที่ลาซาด้า และช้อปปี้

คุณพจมาศ กล่าวเสริมว่า “เพื่อเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์องค์กรในการเป็นผู้นำด้านขนมและของว่าง ในอนาคตมอนเดลีซยังมีแผนจะขยายช่องทางการขายออนไลน์อย่างต่อเนื่องในร้านค้าออนไลน์ และผู้นำค้าปลีกที่มีช่องทางการขายออนไลน์อื่นๆ อาทิ เจดี เซ็นทรัล (JD Central) เพื่อเป็นการเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและมั่นคงเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ”

พิเศษสุดในช่วงแรกของการเปิดร้านค้าออนไลน์ มอนเดลีซได้จัดโปรโมชั่นฉลองช่วงเปิดร้านมาให้ลูกค้าได้ช้อปกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าลดราคาพิเศษสูงสุดถึง 50% พร้อมรับคูปองเงินสดเพิ่มเติม และสินค้าแถมฟรีอีกมากมาย สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมสุดสนุกและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ จากร้านค้าออนไลน์มอนเดลีซได้ที่  www.lazada.co.th/shop/mondelez-official-store  และ https://shopee.co.th/mondelez_officialstore

 

เกี่ยวกับมอนเดลีซ  ประเทศไทย

บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล อิงค์ ซึ่งจำหน่ายสินค้าในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก เรามีพันธกิจหลักในการส่งเสริมการบริโภคของว่างอย่างเหมาะสม โดยเราเป็นผู้นำด้านขนมและของว่างในประเทศไทยด้วยแบรนด์ดังมากมาย อาทิ ลูกอมฮอลล์ หมากฝรั่งเดนทีน ลูกอมคลอเร็ท คุ้กกี้โอรีโอ คุ้กกี้ชิพส์อะฮอย คุ้กกี้ลู แคร็กเกอร์ริทส์ ช็อกโกแลตแคดเบอรี ช็อกโกแลตทอปเบอโรน และชีสฟิลาเดลเฟีย  สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล ได้ที่ www.mondelezinternational.com หรือกดติดตามทวิตเตอร์ www.twitter.com/MDLZ

พฤกษาร่วมกับกรมการแพทย์ โชว์นวัตกรรมห้องตัวอย่างสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อการเรียนรู้ที่ รพ.เลิดสิน

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดองค์กร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และนายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมทำพิธีเปิดห้องสอนแสดง “ โครงการรู้ทัน...กันหักซ้ำ” ที่โรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งเป็นห้องตัวอย่างสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และมีนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ รวมถึงมีการให้ความรู้ในการเตรียมพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุหลังรับการฟื้นฟูจากโรงพยาบาลเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติที่บ้าน 

ห้องตัวอย่างดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่างพฤกษา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย และกรมการแพทย์ ที่มีการลงนาม MOU ในการร่วมกันพัฒนานวัตกรรมบ้านผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยพฤกษา “ใส่ใจ” ในคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะประชากรวัยสูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่สนใจสามารถชมห้องตัวอย่างได้ที่ชั้น 17 อาคารกาญจนาภิเษก โรงพยาบาลเลิดสิน

“SYS” โชว์ 2 นวัตกรรม “SYS PRIMERBOND” และ “Solar Carport” เปิดตัวครั้งแรกในงานสถาปนิก’ 62

SYS พัฒนา 2 นวัตกรรมล่าสุด “SYS PRIMERBOND” เหล็กพร้อมระบบป้องกันสนิม และ “Solar Carport” ที่จอดรถโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปพร้อมระบบแผงโซลาร์เซลล์ ที่ทำให้การก่อสร้างเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการที่มีความหลากหลาย โดยจะนำไปเปิดตัวให้ผู้สนใจชมเป็นครั้งแรกในงานสถาปนิก’ 62

นายเจษฎา ปลั่งมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ กล่าวว่า หลังจากที่ SYS ได้เปิดตัว Steel Solution by SYS ซึ่งให้บริการงานโครงสร้างเหล็กครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการใช้งานโครงสร้างเหล็กที่ได้มาตรฐาน และเพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างในประเทศด้วยโครงสร้างเหล็กแล้วนั้น Steel Solution ก็ได้เดินหน้าพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การก่อสร้างเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว และตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยล่าสุด Steel Solution ได้มีการพัฒนาสินค้า ได้แก่ SYS PRIMERBOND ซึ่งเป็นเหล็ก SYS พร้อมระบบป้องกันสนิมที่ได้มาตรฐานระดับสากล ที่จะช่วยเพิ่มอายุการใช้งาน ลดขั้นตอนการทำงาน และช่วยไม่ให้งบประมาณบานปลาย นอกจากนี้ ยังได้พัฒนา Solar Carport ที่จอดรถโครงสร้างเหล็กสำเร็จรูปพร้อมระบบแผงโซลาร์เซลล์ ที่มีความแข็งแรงด้วยโครงสร้างเหล็ก SYS ติดตั้งรวดเร็ว และยังเปลี่ยนที่จอดรถให้เป็นเงินที่สามารถคืนทุนได้ใน 7 ปี

ผู้สนใจสามารถชมดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานของ SYS PRIMERBOND และ Solar Carport รวมทั้งสินค้าและบริการอื่น ๆ จาก SYS และ Steel Solution ได้ที่บูธเลขที่ D201-1 (grid line J14) ในงานสถาปนิก’ 62 ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2562  ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.syssteel.com

บลจ.ทาลิส จัดสัมมนาให้ความรู้ลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ขวา) และ นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (ซ้าย) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด จัดงานสัมมนาให้กับลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลในหัวข้อ “แนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนหลังการเลือกตั้ง” โดยได้รับเกียรติจาก นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) (กลาง) ร่วมเสวนาให้ข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกในปีที่ผ่านมาและปี 2562 พร้อมพูดคุยถึงสถานการณ์ ทิศทางการลงทุนทั้งในตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นต่างประเทศ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้

บียอน WIN4 ร้อนแรงรับซัมเมอร์

บริษัท พี.ที.อี. อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนคุณภาพแบรนด์คนไทย ในราคาจับต้องได้ แนะนำสมาร์ทโฟนอัจฉริยะ แบรนด์บียอน รุ่น WIN4 (Beyond win4) ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับสมาร์ทโฟนตัวท็อป มาพร้อมดีไซน์ไร้ขอบโฉมใหม่ เงางาม ด้วยฝาหลัง 2 เฉดสี สวยงามร้อนแรงรับซัมเมอร์พร้อมให้เลือกถึง 4 โทน ตอบสนองการใช้งานแบบลื่นไหล ไม่ติดขัด หน้าจอ Screen size IPS 5.45ขนาด 5.45 นิ้ว กล้องหน้า 5.0 MP กล้องหลัง 8.0 MP ใส่ได้ 2 ซิม RAM 1 GB / ROM 8 GB ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 8.1 (Oreo) ความจุแบตเตอรี่ 2,650 mAh ราคาเบาๆ เพียง 1,990 บาท สามารถหาซื้อบียอนสมาร์ทโฟนคุณภาพได้ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 063-565-6463, Line ID: varin.pte, https://www.facebook.com/BeyondPhone, www.beyond-phone.com

Page 5 of 183