Super User

Super User

Selfies labore, leggings cupidatat sunt taxidermy umami fanny pack typewriter hoodie art party voluptate. Listicle meditation paleo, drinking vinegar sint direct trade.

TOG ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เสริมแกร่งธุรกิจ

TOG ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เสริมแกร่งธุรกิจ เตรียมแผนขยายฐานลูกค้าใหม่สหรัฐฯ-ยุโรป หวังยอดขายเติบโตร้อยละ 7-10 ภายใน 3 ปี จากปริมาณคำสั้งซื้อเลนส์สายตาเฉพาะบุคคลและเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม

นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG เปิดเผยถึงผลการดำเนินการประจำปี 2561 โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 1,841.57 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.92 โดยมีกำไรสุทธิ 146.03 ล้านบาท (ด้วยอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 7.62) ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 20.40 จากรายได้จากการขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น

บริษัทฯ ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่โดยเพิ่มตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง 4 ตำแหน่ง ได้แก่ Chief Commercial Officer (CCO), Chief Operating Officer (COO), Chief Administrative Officer (CAO) และ Chief Financial Officer (CFO) เพื่อช่วยส่งเสริมศักยภาพการบริหารงานและสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั่วโลกโดยเน้นภูมิภาคสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป  

นอกจากนี้บริษัทยังประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงใน 4 ตำแหน่งดังกล่าวดังนี้

          1) Mr. Lindsay Brown ในตำแหน่ง Chief Commercial Officer (CCO) รับผิดชอบการขาย การตลาดและพัฒนาธุรกิจทั่วโลก Mr. Lindsay Brown มีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่ง General Manager EMEA ที่บริษัท Transitions Optical และ General Manager Global Key Accounts & Sales Director EMEA ที่ Hoya Vision Care

          2) นายชัยวัฒน์ จิตติคุณ ในตำแหน่ง Chief Operating Officer (COO) รับผิดชอบการผลิตและการบริหารซัพพลายเชน นายชัยวัฒน์ จิตติคุณ เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงหลากหลายตำแหน่งทั้งด้านการผลิต วิศวกรรม งานวิจัยและพัฒนาที่ HOYA LENS THAILAND

          3) นางสาวจิรสุดา สำเภาทอง ในตำแหน่ง Chief Financial Officer (CFO) รับผิดชอบการเงินและบัญชี นางสาวจิรสุดา สำเภาทอง มีประสบการณ์ทำงานในสายงานบัญชีและการเงินในธุรกิจการผลิตในหลากหลายอุตสาหกรรม เคยดำรงตำแหน่ง Vice President – Account & Finance ที่บริษัท ล่ำสูง จำกัด (มหาชน) ก่อนร่วมงานกับ TOG

          4) นางอมลรัตน์ ประจักษ์ธรรม ในตำแหน่ง Chief Administrative Officer (CAO) รับผิดชอบการบริการลูกค้า งานทรัพยากรบุคคล การจัดซื้อ ธุรการ การพัฒนาความยั่งยืน และธุรกิจผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทั้งหมด นางอมลรัตน์ ประจักษ์ธรรม มีประสบการณ์ในธุรกิจเลนส์แว่นตา เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารการขายและการตลาด การบริหารซัพพลายเชนที่ TOG ก่อนรับตำแหน่ง CAO

บริษัทฯ วางแผนกลยุทธ์การขายและการตลาดโดยจะยกระดับการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ ความง่ายในทำธุรกิจกับคู่ค้า การตอบสนองที่เร็ว และพอร์ตโฟลิโอของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย  ซึ่งจะทำให้บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลก นอกเหนือจากการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก  เน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สุดยอดเทคโนโลยีเลนส์โปรเกรซีฟ “ZENITH” (ซีนิธ)  สำหรับผู้ที่มีปัญหาค่าสายตาสูงและซับซ้อน และเลนส์ป้องกันคลื่นแสงอันตรายและแสงสีฟ้า “BLULOC” (บลูล็อค) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการดูดซับคลื่นแสงในเนื้อวัสดุ เพิ่มเติ่มจากเลนส์พลาสติกมูลค่าเพิ่ม (Value-added Lenses) ให้แก่กลุ่มลูกค้าใหม่ภูมิภาคยุโรปและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงและกำลังเป็นที่นิยมในตลาดปัจจุบัน

นอกจากนี้บริษัทฯ เตรียมพิจารณาแผนขยายสายการผลิต RX AUTOMATION  เฟสที่ 2 ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เพื่อรองรับปริมาณคำสั่งซื้อเลนส์สายตาเฉพาะบุคคลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากกลุ่มลูกค้าในสหภาพยุโรป ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

 

เกี่ยวกับ TOG

TOG หรือ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2534 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 475 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตารายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และผู้นำในฐานะผู้ผลิตเลนส์อิสระในระดับสากล  โดย TOG เป็นบริษัทแห่งแรกของไทยที่ดำเนินธุรกิจการผลิตเลนส์สายตาเพื่อจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ค้าส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศมากกว่า 95% ได้แก่ ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา และเอเชียแปซิฟิค ตามลำดับ และในประเทศน้อยกว่า 5% โดยผลิตตามคำสั่งซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า (Original Equipment Manufacturer หรือ OEM) นอกจากนี้ บริษัทฯยังจำหน่ายเลนส์สายตาภายใต้เครื่องหมายการค้า “TOG”, “Excelite®”, “ONE”, “DISCOVERY”, “FREEDOM”, “MAXIMA”, “SHADE”, “ZAPHIRE”, “BLULOC” และ “ZENITH”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ประกอบธุรกิจในผลิตภัณฑ์และบริการ 4 ประเภท ได้แก่ เลนส์สายตาพลาสติก (Organic Lens), เลนส์สายตากระจก (Mineral Lens), เลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษ และบริการอื่นๆ ได้แก่ บริการตัดประกอบ (Glazing) ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเลนส์สายตาพลาสติก, การให้บริการเคลือบเคมีผิวแข็ง, การเคลือบเคมีตัดแสงสะท้อน, บริการตัดประกอบเลนส์เข้ากรอบแว่น รวมไปถึงสินค้าซื้อมาเพื่อจำหน่ายต่อ เป็นต้น

 

____________________

 

TOG Reorganized Its Management Structure to Elevate the Business to the Next Level

TOG reorganized its management structure to enhance the business growth. The Company and its Subsidiaries are preparing the plan to extend the customer base focusing on the United States and the European Union markets. The Company anticipates 7-10% sales growth within 3 years from the volume of prescription lenses (Rx Lenses) and value-added lenses.

Torn Pracharktam, Chief Executive Officer of Thai Optical Group Public Company Limited or TOG, revealed that sales and service revenue for 2018 were 1,841.57 million Baht, being 1.92% lower than those of the previous year. Net profits were 146.03 million Baht with 7.62% net profit margin, or 20.40% decline from 2017 due to decreased of sales, increased of selling and administrative.

The Company reorganized its management structure by the appointment of 4 senior management positions namely Chief Commercial Officer (CCO), Chief Operating Officer (COO), Chief Administrative Officer (CAO), and Chief Financial Officer (CFO). The new management team’s goal is to help advance business management potential and to create competitive advantages supporting the new customer base expansion, which focuses on the United States and the European Union markets.

The company appointed 4 senior management positions as follows;

          1) Mr. Lindsay Brown as Chief Commercial Officer (CCO), who oversees sales, marketing and business development globally.  Prior to joining TOG, Mr. Brown was General Manager EMEA at Transitions Optical and General Manager Global Key Accounts & Sales Director EMEA at Hoya Vision Care.

          2) Mr. Chaiwat Chittikun as Chief Operating Officer (COO), who oversees manufacturing and operations including supply chain management.  Mr. Chittikun held several senior management positions at HOYA LENS THAILAND in various areas including manufacturing, engineering, and research & development.

          3) Ms. Jirasuda Sumpaotong as Chief Financial Officer (CFO), who oversees accounting and finance. Ms. Sumpaotong has strong expertise in accounting and finance in various manufacturing industries. Prior to joining TOG, she was Vice President of Account & Finance at Lam Soon (Thailand) Public Company Limited.

          4) Mrs. Amolrat Pracharktam as Chief Administrative Officer (CAO), who oversees customer service, human resources, procurement, corporate affairs, sustainability development and subsidiaries/affiliates. Previously, Mrs. Pracharktam has in-depth experience in the optical industry in business development, sales and marketing, and was Vice President of Supply Chain Management before being appointed as CAO.

The company outlined sales and marketing strategies by enhancing customer service excellence, ease of doing business with partners, quick response and a wide range of product portfolio offering.  These will enable the company to gain  competitive advantages in the global market, in addition to price competitiveness, new product offerings “Zenith” – progressive lens with the superlative patented technology "ZENITH" and “BLULOC" - 95% blue light reduction lens which is based on en-masse light absorption technology. The new offerings are anticipated to attract to new customers in the European and US regions as the products are high-value and high-margin, and are currently in the strong upward trend in these markets.

The company is considering the expansion plan of RX AUTOMATION Phase 2 in the second quarter of this year in order to support the volume of prescription lens orders which are expected to continuing increase from the customers in Australia and New Zealand.

 

About TOG

Thai Optical Group Public Company Limited (the Company) or TOG was established in 1991. TOG is Thailand’s largest manufacturer and distributor of ophthalmic lenses and one of the leading independent global manufacturers.  In addition to being the first Thai company to manufacture lenses for domestic and international original equipment manufacturers (OEMs), it markets the products under its own brand “TOG”, “Excelite™”, “ONE”, “DISCOVERY”, “FREEDOM”, “MAXIMA”, “SHADE”, “ZAPHIRE”, “BLULOC” and “ZENITH”. 

The company’s core business comprises of four units: organic lens, mineral lens, prescription lens, and other products and services – including glass mold manufacturing for plastic lenses, hard coating, multi-coating, glazing service, and trading.  The Company, with a registered capital of 475 million Baht, is a publicly listed company on the Stock Exchange of Thailand, using “TOG” as a trading ticker symbol.

บริติช เคานซิล แนะหนทางให้น้องๆ พิชิตเป้าหมายในอนาคตด้วย คอร์สเรียนภาษาอังกฤษ Secondary IELTS

หลักสูตรเตรียมสอบ IELTS ใหม่ล่าสุด ที่พัฒนาสำหรับนักเรียนมัธยมปลายโดยเฉพาะ

บริติช เคานซิล องค์กรนานาชาติเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา ศิลปะ และวัฒนธรรมแห่งสหราชอาณาจักร เปิดตัว Secondary IELTS คอร์สเรียนใหม่ล่าสุด สำหรับเตรียมความพร้อมเพื่อทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ โดยหลักสูตรนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การสอนนักเรียนกว่า 500,000 คนทั่วโลก และนำมาเพิ่มเติมทักษะเฉพาะที่นักเรียนในประเทศไทยต้องการเป็นพิเศษ

หลักสูตรเตรียมสอบ IELTS รูปแบบใหม่นี้มุ่งเน้นการสร้างทักษะรอบด้านและการฝึกฝนการทำข้อสอบ ผ่านบทเรียนที่ง่ายต่อความเข้าใจและการจดจำ บรรยากาศการเรียนสนุกสนาน และเป็นกันเอง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมหลากหลาย ในขณะเดียวกัน หลักสูตรนี้ยังนำเสนอบทเรียนภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ เช่นการทดลองสวมบทบาทในอาชีพต่างๆ เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ควบคู่ไปกับการเพิ่มพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้สามารถเพิ่มคะแนนสอบ IELTS ได้อย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้ บริติช เคานซิล ยังเน้นเนื้อหาในหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่เรื่องการศึกษา การช้อปปิ้งออนไลน์ อาชีพ และอาชญากรรม เพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการให้คะแนนด้านการพูดและการเขียน โดยการเรียนในหลักสูตรนี้จะใช้ระยะเวลาเรียนตลอดหลักสูตรทั้งหมด 40 ชั่วโมง 

การเรียนแต่ละระดับจะครอบคลุมตัวอย่างข้อสอบในหัวข้อต่างๆ โดยนักเรียนจะฝึกฝนกลยุทธ์เชิงลึกเพื่อพัฒนา ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันอาจารย์ผู้สอนยังสามารถช่วยประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนและแนะแนวทางเพื่อการพัฒนาได้อย่างตรงจุดอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์ส Secondary IELTS สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.britishcouncil.or.th/Secondary-IELTS หรือ สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-657 5678 

137 ดีกรี ชวนร่วมสนุกกับกิจกรรม ‘137degreeslovestory’ ลุ้นรับหมอนคู่สุดเก๋ รับวาเลนไทน์

บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้นำตลาดในการผลิตและจำหน่ายนมจากถั่วอัลมอนด์ระดับพรีเมียม ยอดขายอันดับ 1 แบรนด์ 137 ดีกรี ชวนร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ‘137degreeslovestory’ โพสรูปคู่ กับคนที่คุณรักโดยไม่จำกัดรูปแบบ พร้อมนม 137 ดีกรี ลุ้นรับหมอนคู่ 137 ดีกรี สุดน่ารักไม่ซ้ำใคร จำนวน 3 รางวัล เพียงทำตามกติกาง่ายๆ ดังนี้

  1. แชร์โพสต์นี้ใน FB Fanpage : 137 Degrees พร้อมเปิดสาธารณะ (public)

  2. ถ่ายรูปสุดชิคกับคนที่คุณรัก และนม 137 ดีกรี พร้อมแคปชั่นสุดครีเอท

  3. ติดแฮชแท็ก #137degreeslovestory #137degreesclub

  4. ตั้งค่าโปรไฟล์เป็นสาธารณะ และแท็กใน Official account ของ 137 ดีกรี ที่ FB : @137degrees และ IG : @137degreesclub

ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 ก.พ.62 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีทาง FB Fanpage : 137 Degrees ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/137degrees

5 เคล็ดลับจ่ายตลาดอย่างคนเฮลท์ตี้ พิชิตเป้าหมายสุขภาพดีแบบง่าย ๆ

โดย ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการศึกษาและการฝึกอบรมโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น นักกำหนดอาหารและผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการกีฬาที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองด้านโรคอ้วนและการดูแลจัดการน้ำหนัก เลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพร่างกายเป็นประจำทุกวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงอาหารที่จะรับประทานเพียงเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันก็สร้างคุณประโยชน์ให้กับร่างกายได้มหาศาล

หลังวันหยุดปีใหม่และเทศกาลตรุษจีนผ่านพ้นไป ทุกคนต่างก็กลับเข้าสู่โหมดกิจวัตรประจำวันตามปกติกันอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เริ่มต้นทำตามปณิธานปีใหม่หรือ New Year’s resolutions ที่ตั้งเป้าไว้อย่างจริงจังเสียที และถ้าการ “เลือกรับประทานอาหารให้ดีขึ้น” เป็นหนึ่งในปณิธานที่คุณตั้งใจจะทำให้ได้ในปีนี้ล่ะก็ ก็ได้เวลาที่เราต้องทำตามเป้าหมายให้สำเร็จกันแล้ว ก่อนจะกลับไปสู่วงจรพฤติกรรมการกินทำร้ายสุขภาพแบบเดิม

แต่แทนที่เราจะใช้วิธีแบบสุดโต่งด้วยการยกเครื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเสียใหม่หมด ก็เห็นทีจะไม่ได้ผลนัก เพราะวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับคุณคือ ให้เริ่มจากขั้นตอนง่าย ๆ ที่สามารถทำได้จริงเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารในแต่ละวันของคุณให้ดีขึ้น และหนทางสู่การรับประทานอาหารฉบับเฮลท์ตี้ ก็ควรเริ่มตั้งแต่ที่ตลาดสด ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายวัตถุดิบเครื่องปรุงสำหรับทำอาหาร เป็นอันดับแรก

สำรวจตัวเองว่าเป็นนักจ่ายตลาดประเภทไหน

เมื่อพูดถึงเรื่องจ่ายตลาด แต่ละคนก็มีสไตล์และพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป บางคนชอบจ่ายตลาดแบบเดิม ๆ เช่นเลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบที่ซ้ำ ๆ เพื่อปรุงเมนูเหมือนกันแทบทุกสัปดาห์

ในขณะที่บางคนจะวางแผนเมนูอาหารไว้ล่วงหน้าและเลือกซื้อเฉพาะอาหารและวัตถุดิบที่จดมาอย่างละเอียดเท่านั้น หรือบางคนก็ชอบแวะไปเดินดูของในตลาดหรือเข้าซูเปอร์เกือบทุกวัน แต่ไม่ว่าคุณจะชอบจ่ายตลาดแบบไหน เราขอแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆ ต่อไปนี้เพื่อผลตอบแทนเป็นคุณค่าโภชนาการที่ดีแก่ร่างกายของเราในระยะยาว

5 เคล็ดลับจ่ายตลาดอย่างชาญฉลาดแถมสุขภาพดี

  1. อ่านฉลากโภชนาการให้ครบถ้วน

ฉลากโภชนาการที่อยู่บนผลิตภัณฑ์นั้น ถือเป็นตัวช่วยชั้นดีที่คุณสามารถใช้เลือกอาหารที่อุดมไปด้วยโภชนาการต่าง ๆ ได้ง่าย รวมทั้งใช้เปรียบเทียบสินค้าที่แตกต่างกันด้วย โดยใช้วิธีพิจารณาส่วนประกอบและคุณค่าโภชนาการต่าง ๆ อาทิ ปริมาณแคลอรี่ ไขมัน โปรตีน และน้ำตาลในแต่ละผลิตภัณฑ์ เพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ และแม้ว่าการทำความเข้าใจฉลากโภชนาการอาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเราสนใจหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับศัพท์เฉพาะที่ปรากฏบนฉลากโภชนาการอีกสักหน่อย ก็จะช่วยให้คุณรับรู้ข้อมูลโภชนาการที่ถูกต้องจากผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกซื้อมารับประทาน 

  1. เลือกซื้ออาหารและวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพร่างกายเป็นประจำทุกวัน

ลองเปลี่ยนเมนูประจำของคุณให้เป็นเวอร์ชั่นไขมันน้อยลงดูบ้าง เช่นเปลี่ยนชนิดน้ำสลัด เนยหรือแยมทาขนมปัง ผลิตภัณฑ์จากนม หรือแม้กระทั่งขนมหวาน ก็จะช่วยลดปริมาณแคลอรี่ลงไปได้มาก เพราะนม 1 แก้วปกติคิดเป็น 150 แคลอรี่และมีไขมัน 7 กรัม ในขณะที่นมปราศจากไขมันคิดเป็น 90 แคลอรี่และไม่มีไขมัน

ลองหันมารับประทานเนื้ออกไก่แทนเนื้อวัวหรือเนื้อหมูก็จะลดปริมาณแคลอรี่และไขมันลงไปได้เช่นกัน และถ้าหันมาซื้อโยเกิร์ตรสธรรมดาและเติมผลไม้และสิ่งให้ความหวานที่เราเลือกเองลงไปแทนที่จะซื้อโยเกิร์ตผลไม้สำเร็จรูป ร่างกายก็จะได้รับจำนวนแคลอรี่และน้ำตาลที่น้อยลงด้วย

เลือกรับประทานโปรตีนจากพืชให้มากขึ้น และเลือกโฮลเกรนแทนธัญพืชขัดสีทั้งหลาย ลองรับประทานข้าวกล้อง ขนมปังและขนมปังกรอบโฮลวีต ควีนัว และข้าวโอ๊ต แทนผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลี 

  1. ลองใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล

วัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาลมักจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าและราคาถูกกว่าวัตถุดิบนอกฤดูกาลเป็นไหน ๆ ยิ่งถ้าคุณอยู่ใกล้กับสวนหรือฟาร์มเกษตร วัตถุดิบก็จะยิ่งสดสะอาดกว่าในตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตหลายเท่า เพราะพืชผักก็คงไม่เฉาไวและยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และเราอาจจะได้เลือกสรรผักผลไม้ที่หลากหลายมากกว่าด้วย ซึ่งจะช่วยคุณได้มากกับเคล็ดลับถัดไป... 

  1. ลองชิมผักผลไม้ใหม่ ๆ สัปดาห์ละครั้ง

ในกรณีที่คุณไม่พร้อมจะเปลี่ยนเมนูใหม่ทั้งจาน ก็อาจจะค่อย ๆ เริ่มจากเมนูที่ใกล้เคียงหรือคล้ายคลึงกับเมนูเดิมก่อนก็ได้ อย่างผักและผลไม้ที่ล้วนแต่มีสารพฤกษเคมี หรือ ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน ดังนั้นการรับประทานให้หลากหลายจึงจำเป็นเพื่อการดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ถ้าชามสลัดของคุณมักมีแต่ผักกาดแก้ว ลองเปลี่ยนมาเป็นผักกรีนคอส โรเมน (Cos Romaine Lettuce) หรือเบบี้สปิแนช (Baby Spinach) ดูบ้างก็น่าสนใจไม่น้อย และแนะนำให้ลองรับประทานผลไม้ใหม่ ๆ ก็ช่วยให้คุณได้รับคุณค่าด้านโภชนาการที่หลากหลายมากขึ้น 

  1. เพิ่มปลาลงไปในมื้ออาหาร

ปลาทูน่าและแซลม่อนกระป๋องคือปลาที่จับตามธรรมชาติและเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ชั้นยอด ซึ่งหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง คราวหน้าลองใส่เนื้อปลาแซลม่อนกระป๋องลงไปในจานผักสลัดดู คุณก็จะได้เมนูใหม่ที่ทำง่าย ดีต่อสุขภาพ แถมไม่หนักท้อง 

ทีนี้เมื่อคุณมีแต่วัตถุดิบเฮลท์ตี้อยู่ที่บ้าน ก็จะสามารถเริ่มคิดต่อได้แล้วว่าจะปรับเปลี่ยนเมนูอาหารให้ดีต่อสุขภาพได้อย่างไร ขั้นตอนต่อไปสู่การรับประทานอาหารให้ดีขึ้นคือเปลี่ยนแปลงวิธีการปรุงอาหารแบบง่าย ๆ ในครัวของคุณเองเพื่อให้คุณบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพที่ตั้งใจไว้เพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างสดใสกระฉับกระเฉงและยืนยาว

 

กดไลค์เราที่เฟซบุ๊ค พร้อมอีกหลากหลายเคล็ดลับดี ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง ได้ที่

www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial

และค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ได้ที่ www.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

ช่องซีหนัง ทุ่มทุนพันล้านบาท คัดสุดยอด “ซีรีส์-ภาพยนตร์อินเดีย” เพื่อคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง

ช่องซีหนัง ทุ่มเงินลงทุนเต็มกำลัง เพื่อคัดสรรคอนเทนต์คุณภาพ ทั้งซีรีส์สุดฮอต รายการวาไรตี้ที่หลากหลาย และภาพยนตร์ดังมากมาย จากประเทศอินเดียส่งตรงถึงเมืองไทย มาสร้างความบันเทิงแบบครบรสตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึงทุกแพลตฟอร์ม ให้ชาวไทยได้นั่งเฝ้าหน้าจอรอชมความสนุกกันอย่างจุใจ 

วิกรัม ลาด ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยบริษัท ซี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้เผยกลยุทธ์ปี พ.ศ. 2562 ว่า “ตอนนี้ช่องซีหนังเปิดตัวในไทยปีที่ 3 แล้ว จากประสบการณ์และกระแสตอบรับของผู้ชมชาวไทย ทำให้เรารู้ว่าควรเพิ่มความบันเทิงให้แก่ผู้ชมชาวไทยมากกว่าเดิมด้วย ซีรีส์ที่สดใหม่ และตื่นตาตื่นใจ ในด้านความสมจริง ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์ดราม่า ประวัติศาสตร์ อภินิหาร โดยรวมไปถึงการเสริมทัพความบันเทิงด้วยภาพยนตร์บอลลีวูด ที่การันตีด้วยรางวัลคุณภาพและทำรายได้กว่า 500 ล้านบาทขึ้นไป ที่บริษัทฯ ต้นสังกัดจากประเทศอินเดียได้ทุ่มทุนกว่าพันล้านบาทสำหรับสร้างสรรค์เนื้อหาทั้งหมดที่นำมาออกอากาศทางช่องซีหนัง และยังมีงบในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมทั้งในส่วนของงบประมาณด้านการตลาด งบด้านการขยายช่องทางรับชมช่อง ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วอีก 50%”

“จุดแข็งของซีหนัง ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือของ บริษัท ซี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด บริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ในด้านภาพยนตร์ ทีวีและบันเทิงของเดีย เราสามารถคัดสรรซีรีส์ หรือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเป็นสากลมากขึ้น มีความทันสมัย ไม่เคยออกอากาศที่ไหนมาก่อน และเลือกเรื่องที่มีจุดร่วมระหว่างไทยและอินเดีย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงคอนเทนต์อินเดียได้ง่ายขึ้น รวมถึงปีนี้เรายังนำภาพยนตร์บอลลีวูดชั้นนำที่การันตีด้วยรางวัลต่างๆ และรายได้กว่า 500 ล้านบาทขึ้นไปมาให้ได้รับชมอย่างจุใจทุกค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 21.50 น. โดยภาพยนตร์ที่ทุกท่านได้รับชมในแต่ละเดือน จะไม่มีการรีรัน ซึ่งหากพลาดจะเสียดายเป็นอย่างยิ่ง และยังคงมีซีรีส์ใหม่ อย่างเช่นซีรีส์เรื่อง “ราการ์ฟ พยัคฆ์ร้ายยอดสายลับ” ซึ่งเป็นแนวสืบสวนสอบสวน ในแบบที่คนไทยไม่เคยเห็นซีรีส์อินเดียแบบนี้ในไทยมาก่อน  รวมถึงซีรีส์ที่ออกอากาศช่วงไพร์มไทม์ตั้งแต่เวลา 18.50 น. เป็นต้นไป เราพยายามคัดเลือกเนื้อหาที่ทันสมัยขึ้น และหากเป็นแนวแฟนตาซีก็จะเลือกคอนเทนต์ที่มีความน่าสนใจ น่าตื่นตา และมีเรื่องราวที่คนไทยคุ้นเคย รวมไปถึงการปรับให้เนื้อหากระชับขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มคนไทยที่ชอบอะไรรวดเร็ว ไม่ยืดเยื้อ เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยได้รับความบันเทิงอย่างเต็มอิ่ม”

“ในปีที่ผ่านมาเรามีการร่วมมือกับบริษัทฯ และแพลตฟอร์มหลายๆ ค่าย รวมทั้งขยายช่องทางการรับชมเพิ่มขึ้นอีกมากมายทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ True ID, 3BB, AIS Play และ AIS Play Box รวมทั้งเคเบิ้ลทั่วประเทศ ที่ขณะนี้เราครอบคลุมกว่า 90% ซึ่งเรามั่นใจมากว่าจำนวนผู้ชมจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปีนี้ ตอนนี้เราแบ่งเป็นซีรีส์ 60%, ภาพยนตร์ 30%, และวาไรตี้ 10% ส่วนปีนี้เราจะเน้นหนักเพิ่มเติมไปที่อีเว้นท์ต่างๆ อาทิ บอลลีวูดฟิล์มเฟสติวัล ที่จัดเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยได้ทราบถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดในช่องซีหนัง ปีนี้เราจะทำการตลาดเชิงรุกให้มากขึ้น และเน้นไปที่คอนเทนต์เป็นหลัก โดยจะนำคอนเทนต์ที่น่าสนใจมากขึ้นมาให้ผู้ชมชาวไทยได้รับชม รวมถึงการเสริมทัพด้วยภาพยนตร์บอลลีวูดชั้นนำที่การันตีด้วยรางวัลต่างๆ และทำรายได้กว่า 500 ล้านบาทขึ้นไปมาให้ผู้ชม”

ติดตามชมความบันเทิงได้ 24 ชั่วโมง ที่ ช่องซีหนัง สามารถรับชมได้ผ่านกล่อง PSI ช่อง 100, Big 4 ช่อง 100, GMMz ช่อง 100, DTV ช่อง 100, Sunbox ช่อง 46, AIS Play, AIS Playbox, Primitime, Good TV, 3BB, และเคเบิ้ลทั่วประเทศ  หรือติดตามข่าวสารได้ที่  www.facebook.com/ZeeNungChannel

เปิดสังเวียนการแข่งขันชกมวยการกุศลชิงแชมป์  WBC Asia “ศึก M -150 พลังกำปั้นสะท้านโลก”

สำนักงานที่ปรึกษากองทัพอากาศ และตลาดยิ่งเจริญ ร่วมกับบริษัท นครหลวงโปรโมชั่น จำกัด พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ชุมชนย่านสะพานใหม่ เปิดการแข่งขันชกมวยการกุศล ชิงแชมป์ WBC Asia “ศึก M -150 พลังกำปั้นสะท้านโลก” เพื่อนำรายได้สาธารณกุศลส่วนหนึ่งมอบให้โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) กรมแพทย์ทหารอากาศ สนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ อีกทั้งรายได้ส่วนหนึ่ง แบ่งปันช่วยเหลือโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโรงเรียนการกุศลเฉพาะทางสำหรับนักเรียนตาบอดและพิการซ้ำซ้อนอีกด้วย โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมชมการชกมวยจำนวนมากโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และขอเชิญชวนผู้มีจิตร่วมศรัทธาบริจาคได้ที่ “กองทุนสนับสนุนการให้บริการ รพ.ทอ. (สีกัน) ธนาคารทหารไทย เลขบัญชี 049-7-11141-9  เมื่อเร็วๆนี้ ณ  เวทีมวยชั่วคราว ลานจอดรถที่ 3 ตลาดยิ่งเจริญสะพานใหม่ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ภูมิสยามฯ ตอบแทนลูกค้า มอบสิทธิประโยชน์ผ่านบัตร B card

บริษัท ภูมิสยาม ซัพพลาย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสาเข็มสปันไมโครไพล์ มาตรฐาน มอก. เทคโนโลยีการผลิตจากประเทศเยอรมัน เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการตอกเสาเข็มสปันไมโครไพล์ ยกระดับสิทธิประโยชน์การให้บริการ แนะนำบัตร B CARD บัตรสมนาคุณตอบแทนลูกค้าในทุกการชำระทั้งสินค้าและบริการ สามารถสะสมแต้มในทุกการชำระได้นานถึง 3 ปีนับจากวันที่สมัคร เพื่อมอบประสบการณ์การใช้จ่ายที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า

ดี เวล แกรนด์ แอสเสท เชื่ออสังหาฯปีหมูกทม. และปริมณฑลยังไปได้ ชูกลยุทธ์บูทีค ดีเวลลอปเปอร์-พัฒนาโครงการดีไซน์แตกต่างอย่างมีสไตล์
ฉลอง ARNA EKAMAI คว้ารางวัลอินเตอร์ จองบ้านได้รถ Porsche Macan มูลค่า 5 ล้าน 2-3 มี.ค.นี้!!

ดี เวล แกรนด์ แอสเสท ชี้อสังหาฯปี 62 หลายปัจจัยส่งให้ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์ข้อมูลแม่นยำขึ้น ชี้กทม. ปริมณฑลและเมืองใหญ่ยังเติบโต เปิดกลยุทธ์รุกตลาดปีหมูตอกย้ำภาพบูทีค ดีเวล ลอปเปอร์ พัฒนาโครงการดีไซน์เอกลักษณ์ จับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่สไตล์เฉพาะตัว เตรียมเปิดตัว 4 โครงการ  รวมมูลค่า 1,000 ล้านบาท  ต่อยอดฉลองความสำเร็จโครงการ ARNA EKAMAI บ้านเดี่ยว 3 - 4 ชั้น ระดับ Super Luxury คว้ารางวัล “International Property Award 2018” ประเภท Best Residential Property Asia  Pacific จัดงาน Masterpiece showcase จองบ้านได้รถ Porsche Macan มูลค่า 5 ล้านบาท 2-3 มี.ค.นี้ !!  

นายถวนันท์ ธเนศเดชสุนทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เวล แกรนด์ แอสเสท จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2562 อ้างอิงจากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ กรุงเทพฯและ ปริมณฑล รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญยังคงมีการเติบโต โดยในส่วนความต้องการที่อยู่อาศัยแนวสูงเติบโตในเขตใจกลางเมืองตามแนวรถไฟฟ้า มาจากกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงบน รวมถึงกำลังซื้อของชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ที่ชื่นชอบโครงการย่านสุขุมวิทและรัชดา ส่วนโครงการแนวราบ มีการขยายตัวในเขตชานเมือง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตัวเมืองของจังหวัดท่องเที่ยวหลักในภาคใต้ นอกจากนี้ พบว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเริ่มหันมาทำโครงการที่สร้างรายได้ประจำ เช่น อพาร์ทเม้นท์ โครงการ Mixed Use หรือ อาคารเชิงพาณิชย์แทนการทำโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว เพื่อใช้ประโยชน์จากที่ดินราคาสูงให้คุ้มค่ามากขึ้น

อย่างไรก็ดีมีหลายปัจจัยจากทั้งในและนอกประเทศ ที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องติดตามสถานการณ์และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแม่นยำ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติออกมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กำหนดเพดานสินเชื่อตามมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV)  แนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ย ไปจนถึงการเลือกตั้งภายในประเทศ เป็นต้น สำหรับบริษัท ดี เวล แกรนด์ แอสเสท จำกัด ในฐานะบูทีค ดีเวลลอปเปอร์ ยังคงยึดกลยุทธ์พัฒนาโครงการ ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว รองรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ นิยมแบบฉบับของตัวเอง ชอบความแตกต่างไม่ซ้ำแบบใคร โดยโครงการที่จะเปิดในปีนี้ ประกอบด้วย โครงการ AIRES Rama 9, AIRES Ratchada 19, AIRES Ramkhamhaeng, โครงการย่านบางนา รวม 4 โครงการ มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท และบริษัทเตรียมจัดงาน The Masterpiece Showcase ในวันที่ 2-3 มี.ค.นี้ เพื่อฉลองให้กับโครงการ ARNA EKAMA I (อาณา เอกมัย)  

บ้านเดี่ยว 3 - 4 ชั้น ระดับ Super Luxury ที่คว้ารางวัล “International Property Award 2018” ประเภท Best Residential Property Asia Pacific โดยมีการนำ Masterpiece รถ Porsche Macan โมเดลใหม่ล่าสุด ปี 2562 มูลค่า 5 ล้านบาท มาโชว์ในงาน ณ ที่ตั้งโครงการให้ได้สัมผัสรถจริง โดยหากลูกค้าจองบ้านภายในวันงานก็จะได้รถรุ่นนี้ไปขับเลย

“กลยุทธ์ของดี เวล แกรนด์ แอสเสท คาแรคเตอร์ของเราคือ บูทีค ดีเวลลอปเปอร์ หมายถึงดีเวลลอปเปอร์มืออาชีพ  ที่มีจุดยืนการพัฒนาโครงการด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีรสนิยมชอบความแตกต่างไม่ซ้ำแบบใคร ซึ่งกลุ่มเป้าหมายก็สะท้อนจากคาแรกเตอร์ของดีเวลฯนั่นเอง โครงการที่จะเปิดในปีนี้ ประกอบด้วย โครงการ AIRES Rama 9, AIRES Ratchada 19, AIRES Ramkhamhaeng, โครงการย่านบางนา รวม 4 โครงการ มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท ซึ่งเรามีความมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากฐานลูกค้าของเรา โดยจะเห็นได้จากการที่โครงการอาณา เอกมัย ได้รับรางวัล International Property Award 2018” ประเภท Best Residential Property Asia Pacific เป็นความภูมิใจของทีมงานในฐานะคนที่ตั้งใจทำงาน เราจึงจัดงาน The Masterpiece Showcase เพื่อฉลองความสำเร็จ โดยผู้ที่จองบ้านจะได้รถ Porsche Macan มูลค่า 5 ล้านบาท รุ่นใหม่ล่าสุด ปี 2562 เป็นรถยนต์ SUV คอมแพครูปลักษณ์ใหม่ที่มีระบบสื่อสารและอุปกรณ์เสริมที่อำนวยความสะดวก เหมาะสำหรับเจ้าของบ้านอาณา เอกมัย แน่นอน” นายถวนันท์ กล่าว

โครงการ ARNA EKAMAI บ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบแห่งการพักอาศัยบนทำเลใจกลางเมือง ออกแบบอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียม ทำเลที่ตั้งโครงการเชื่อมต่อโซนธุรกิจและสุดยอดย่านไลฟ์สไตล์คนเมือง ถนนสายสำคัญ สามารถเข้า-ออกหลายทาง โดยเชื่อมต่อทั้งสุขุมวิท-เอกมัย-ทองหล่อ รวมถึงโครงข่ายทางด่วนและรถไฟฟ้า บนขนาดพื้นที่เกือบ 2 ไร่ ราคา 32-55 ล้านบาท สำหรับที่สุดแห่งเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 11 ครอบครัว ที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยมากสุดถึง 420 ตร.ม. ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องการขยับขยายที่พักอาศัย  จากคอนโดสู่บ้านเดี่ยว โดยมี 3 type ให้เลือก แบบ A ที่ดินขนาด 36 - 39 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 360 ตร.ม. จำนวน 4 หลัง, แบบ B ที่ดินขนาด 45 - 51 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 407 ตร.ม. จำนวน 2 หลัง และแบบ C ที่ดินขนาด 57 - 69 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 400 ตร.ม. จำนวน 5 หลัง เป็นบ้านขนาด 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำทั้งหมด, 2 ห้องครัว ทั้งครัวไทยและครัวฝรั่ง, มีห้องแม่บ้าน 1 - 2 ห้อง, ลิฟท์ส่วนตัว, สวนส่วนตัว จอดรถ 3 - 4 คัน เป็นโครงการที่ได้รับรางวัลการันตีมากมาย รวมแล้วถึง 5 รางวัล ทุกรางวัล ล้วนการันตีในความสำเร็จและสร้างความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี โครงการจะจัดงาน The Masterpiece Showcase ในวันที่ 2-3 มีนาคมนี้ ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 061-662-6565 หรือ www.arna-ekamai.com 

บริษัท ดี เวล แกรนด์ แอสเสท จำกัด – บูทีค ดีเวลลปเปอร์ มีผลงานการพัฒนาโครงการที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายโครงการ อาทิ “ดี 65” สุขุมวิท 65, “ดี 25 ทองหล่อ 25”, “ดีเมโมเรีย” พหลโยธิน ซอย 8, “ดีมูระ” พหลฯ-เกษตร , “อาณา เอกมัย” บ้านเดี่ยว 3 - 4 ชั้น ระดับ Super Luxury และโครงการ “AIRES” ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ระดับ Luxury

เอมิเรตส์ เปิดเส้นทางบินตรงทุกวันระหว่างพนมเปญ กรุงเทพฯ และดูไบ

  • เส้นทางบินใหม่นี้ มุ่งตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของผู้โดยสาร และมอบประสบการณ์การเดินทางอันราบรื่นจากเมืองหลวงของประเทศกัมพูชาสู่ไทย
  • บริการเที่ยวบินตรงทุกวันระหว่างกรุงเทพฯและพนมเปญ เพิ่มการเชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทาง ทั่วโลกผ่านเส้นทางการบินของเอมิเรตส์ และเที่ยวบินโค้ดแชร์ผ่านพันธมิตรต่างๆ  

เอมิเรตส์เตรียมขยายเครือข่ายการให้บริการด้วยการเปิดให้บริการเที่ยวบินรายวันระหว่างพนมเปญและกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป โดยเส้นทางการบินระหว่างดูไบสู่พนมเปญ ผ่านทางกรุงเทพฯนี้ จะทำให้นักเดินทางจากประเทศกัมพูชาและไทยมีตัวเลือกการเดินทางเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเชื่อมต่อนักเดินทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปยังจุดหมายปลายทางในเครือข่ายทั่วโลกของเอมิเรตส์ที่มีอยู่กว่า 150 แห่ง ใน 85 ประเทศ

เส้นทางการบินนี้ให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 โดยเที่ยวบิน EK370 จะออกเดินทางจากดูไบทุกวันเวลา 08.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 18.15 น. ต่อจากนั้น เที่ยวบินเดียวกันนี้จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 20.00 น. และเดินทางถึงพนมเปญเวลา 21.25 น. สำหรับเที่ยวบินขากลับ EK371 จะออกเดินทางจากพนมเปญ เวลา 23.20 น. และเดินทางถึงกรุงเทพฯ เวลา 00.40 น. ในวันถัดไป และจะออกเดินทางอีกครั้งด้วยเที่ยวบินเดียวกันจากกรุงเทพฯ ในเวลา 02.25 น. และเดินทางถึงดูไบเวลา 05.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สายการบินเอมิเรตส์เปิดให้บริการเที่ยวบินสู่พนมเปญ ประเทศกัมพูชาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 และได้ให้บริการผู้โดยสารไปแล้วกว่า 100,000 คนบนเส้นทางนี้ ในฐานะเมืองที่ใหญ่และพัฒนารวดเร็วที่สุดของกัมพูชา พนมเปญถือเป็นเมืองที่มีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างยิ่ง ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สายการบินเอมิเรตส์ยังมีบริการขนส่งสินค้าในเส้นทางเดียวกันในทุกวัน เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กัมพูชา และประเทศไทย

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เปิดให้บริการเส้นทางการบินสู่อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพิ่มตัวเลือกให้แก่นักเดินทางในประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งผู้โดยสารจะไม่เพียงแต่เชื่อมโยงโดยตรงผ่านบริการบินตรงทุกวันของเรา แต่ยังสามารถเข้าถึงเส้นทางบินภายในประเทศของทั้งสองประเทศผ่านพันธมิตรสายการบินร่วมของเอมิเรตส์อย่างสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เจ็ทสตาร์ แปซิฟิก และ เจ็ทสตาร์ เอเชีย” นายแอดนาน คาซิม รองประธานอาวุโส ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ด้าน Revenue Optimisation & Aeropolitical Affairs กล่าว

“สายการบินเอมิเรตส์เชื่อมโยงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับประเทศกัมพูชาอย่างภาคภูมิใจตั้งแต่ปี 2560 และเราหวังว่าจะสานต่อความสำเร็จของเส้นทางนี้ด้วยการเชื่อมต่อผ่านกรุงเทพฯ ซึ่งบริการเที่ยวบินเส้นทางใหม่นี้ได้ช่วยเพิ่มทางเลือกและความยืดหยุ่นที่มากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศและประเทศไทยซึ่งต้องการเดินทางมายังกัมพูชา โดยเรามุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วยการเชื่อมโยงทางอากาศที่สนับสนุนการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าอีกด้วย” นายแอดนาน กล่าวเสริม

เมืองพนมเปญ ถือเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา และมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงขึ้นในอัตราเลขสองหลักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับการพัฒนาสถานประกอบการเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่าง โรงแรม ร้านอาหาร หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเฟื่องฟูเป็นอย่างมากภายในตัวเมือง โดยพนมเปญมีจำนวนประชากร อยู่ที่ 1.5 ล้านคน ซึ่งในปี 2560 ที่ผ่านมา สนามบินนานาชาติพนมเปญได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากกว่า 1.4 ล้านคน ซึ่งสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 21% เมื่อเทียบจากปีก่อน พนมเปญถือเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศกัมพูชา โดยมีนักท่องเที่ยวมาเยือนพนมเปญกว่า 25% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 5.6 ล้านคนที่มาเยือนกัมพูชาในปี 2560 โดยในปีเดียวกันนี้ มีนักท่องเที่ยวจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยกว่า 2.1 ล้านคนที่ได้เดินทางมาเยือนประเทศกัมพูชา

นอกจากนี้ เอมิเรตส์ยังให้บริการ เอมิเรตส์ สกายคาร์โก้ ซึ่งเปิดให้บริการในประเทศกัมพูชามาตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 และได้มีการส่งออกสินค้ากว่า 5,000 ตันในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สินค้าหลักที่ส่งออกผ่านประเทศกัมพูชาประกอบไปด้วย เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา และ รองเท้า โดยการส่งออกของประเทศกัมพูชามีการเติบโตในอัตราเลขสองหลักในทุกปี ซึ่งสายการบินเอมิเรตส์ มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเติบโตทางการค้าผ่านบริการขนส่งทางอากาศที่มีประสิทธิภาพและผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการ

สายการบินเอมิเรตส์ พร้อมด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบินอย่างสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เจ็ทสตาร์ แปซิฟิก และ เจ็ทสตาร์ เอเชีย จะช่วยยกระดับการเชื่อมต่อและการจัดการแผนการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางภายในประเทศของกัมพูชา ประเทศไทย และประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเที่ยวบินรายวันระหว่างดูไบและพนมเปญ ผ่านทางกรุงเทพฯ นี้ จะเสริมบริการเที่ยวบินตรง 5 เที่ยวบินต่อวันจากกรุงเทพฯ สู่ดูไบ และผู้โดยสารที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ยังสามารถเดินทางตรงไปยัง ฮ่องกง ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ได้ นอกจากนี้ สายการบินยังให้บริการเส้นทางการบินระหว่างภูเก็ตและดูไบ ถึง 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในช่วงฤดูหนาว ( 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในฤดูร้อน)

ผู้โดยสารบนเที่ยวบินของสายการบินเอมิเรตส์ ยังสามารถแชร์ประสบการณ์เดินทางบนเครื่องบินผ่านการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ตลอดการเดินทางด้วย Wi-Fi บนเครื่องฟรีถึง 20MB และยังสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารนานาชาติเลิศรสและบริการเครื่องดื่มที่หลากหลายพร้อมไวน์และสปิริตคุณภาพระดับพรีเมียม สำหรับชั้นธุรกิจ ผู้โดยสารสามารถผ่อนคลายไปกับประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่า ด้วยที่นั่งที่ถูกออกแบบมาให้รับเข้ากับสรีระได้เป็นอย่างดี และระบบความบันเทิงบนเที่ยวบิน ice ที่ได้รับรางวัลการันตีระดับโลก โดยมีช่องรายการทีวี และภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดให้เลือกสูงสุดถึง 4,000 ช่องในหลากหลายภาษา สำหรับการสำรองที่นั่งและข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่ www.emirates.com

ออเนอร์ ประกาศผู้ชนะแคมเปญ ‘Fashion For The Brave’ พร้อมแจกรางวัลใหญ่สุดพิเศษ มอบ HONOR 10 Lite

เมื่อเร็วๆนี้ ออเนอร์ได้ประกาศผู้ชนะจากแคมเปญ ‘Fashion For The Brave’ นำทีมโดย เบียร์-ภัสรนันท์ และ กลอย-ประวีวรรณ เฟ้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในด้านแฟชั่นที่มาร่วมแต่งตัวให้ตรงตามคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟน ออเนอร์ โดยผู้ชนะในแคมเปญนี้ ได้แก่ ผู้ที่แต่งตัวตรงตามคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟน HONOR 8X สีแดง ทั้งนี้ออเนอร์ยังแจกรางวัลใหญ่สุดพิเศษ HONOR 10 Lite ให้แก่แฟนๆทางบ้านที่มาร่วมโหวตเลือกผู้ชนะของแคมเปญนี้อีกด้วย

ด้วยดีไซน์การแต่งตัวแนวสปอร์ตตี้เกิร์ลที่แฝงไปด้วยสไตล์ความสนุกแบบไม่เหมือนใครของผู้เข้าแข่งขันท่านนี้ ทำให้แฟนๆออเนอร์ เทใจกระหน่ำไลค์ให้จนได้กลายเป็นผู้ชนะภายในแคมเปญ โดยแรงบันดาลใจของลุคนี้มาจากคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟน HONOR 8X สีแดง ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวแบบไล่เฉดสี 2 ระดับ ประกอบกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ครบครันทุกฟังก์ชั่นการใช้งานภายในเครื่องเดียว

ไม่เพียงแต่ผู้เข้าแข่งขันในแคมเปญเท่านั้น ออเนอร์ยังแจกรางวัลใหญ่สุดพิเศษ HONOR 10 Lite เซลฟี่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากออเนอร์ที่กล้องหน้ามาพร้อมกับเทคโนโลยี AI ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ให้กับแฟนๆทางบ้านที่มาร่วมสนุกกับแคมเปญโหวตเลือกผู้ชนะผ่านทางเพจ HONOR Thailand เป็นที่เรียบร้อย

HONOR 10 Lite

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดทข้อมูลข่าวสารและผลิตภัณฑ์ของออเนอร์ได้ที่เว็บไซต์ www.hihonor.com/th หรือ ติดตามได้ที่: https://www.facebook.com/HonorThai/

 

เกี่ยวกับ ออเนอร์

Honor คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ด้วยสโลแกน “For The Brave” แบรนด์ Honor ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนที่มีวิถีแบบดิจิทัลผ่านผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น สร้างความจูงใจและการกระทำ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ ก้าวไปให้บรรลุความฝันได้ ด้วยแนวทางดังกล่าว Honor สร้างความโดดเด่นด้วยการแสดงให้เห็นการก้าวออกนอกกรอบ อย่างกล้าหาญของตัวเอง ทำสิ่งที่ในแตกต่าง และดึงเอาขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ เพื่อการนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ล่าสุด นำเสนอให้กับลูกค้าของเรา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.hihonor.com/th หรือ ติดตามได้ที่:

https://www.facebook.com/HonorThai/  

https://twitter.com/honorthailand  

https://www.instagram.com/honorthailand/  

https://www.youtube.com/channel/UC6gEmqtN42jVSkB2DLnpCVQ

Page 5 of 126