Super User

Super User

Selfies labore, leggings cupidatat sunt taxidermy umami fanny pack typewriter hoodie art party voluptate. Listicle meditation paleo, drinking vinegar sint direct trade.

ปัจจุบัน  การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ อีอีซี มีความเป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างต่อเนื่อง โดย 5 โครงการสำคัญได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ครบทุกโครงการแล้ว มูลค่าเงินลงทุนรวมอยู่ที่ 652,559 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนภาครัฐ 209,916 ล้านบาท และภาคเอกชน 442,643 ล้านบาท ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ 819,662 ล้านบาท ไม่นับรวมการจ้างงาน

ส่วนผลตอบแทนทางการเงินโครงการอยู่ที่ 559,715 ล้านบาท แบ่งเป็น ภาครัฐ 446,960 ล้านบาท ภาคเอกชน 112,755 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าทั้ง 5 โครงการจะได้เอกชนผู้รับผิดชอบโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และจะแล้วเสร็จประมาณปี 2566

สำหรับรายละเอียดของ 5 โครงการดังกล่าวประกอบด้วย 1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ในรูปแบบ PPP Net Cost  มูลค่าการลงทุน 119,425.75 ล้านบาท โดยภาครัฐลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และภาคเอกชนลงทุนค่าโยธา ค่าระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า ค่าพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟฟ้าและบริการผู้โดยสาร และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งดำเนินงานบริหารและซ่อมบำรุง

2. โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก เงินลงทุนรวม 290,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ภาครัฐ 17,768 ล้านบาท ภาคเอกชน 272,232 ล้านบาท ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 189,999 ล้านบาท ไม่นับรวมการจ้างงาน 15,640 ตำแหน่งต่อปี ผลตอบแทนโครงการ 193,612 ล้านบาท ภาครัฐ 119,353 ล้านบาท ภาคเอกชน 74,259 ล้านบาท

3. โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งเป็นการย้ายศูนย์ซ่อมของการบินไทย ออกจากที่เดิม เพื่อก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และอาคารผู้โดยสารใหม่ โดยใช้เป็นโอกาสในการลงทุนให้ศูนย์ซ่อมใหม่ ให้มีขนาดใหญ่และทันสมัยมากขึ้นเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมอากาศยานของประเทศ เงินลงทุนรวม 10,588 ล้านบาท ภาครัฐ 6,333 ล้านบาท ภาคเอกชน 4,255 ล้านบาท ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 22,100 ล้านบาท ไม่นับรวมการจ้างงานเทคโนโลยีขั้นสูง ประมาณ 80,000 ล้านบาทและการเพิ่มรายได้จากบริการสายการบินต่างประเทศ ประมาณ 200,000 ล้านบาท ผลตอบแทนโครงการ 38,872 ล้านบาท ภาครัฐ 36,000 ล้านบาท ภาคเอกชน 2,872 ล้านบาท

4. โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 โดยเป็นโครงการที่สำคัญมากเพราะเป็นประตูส่งออกของประเทศ หากไม่เร่งดาเนินการจะทำให้ท่าเรือเดิมเต็มความจุ ซึ่งเป็นข้อจำกัดการส่งออก จึงต้องขยายท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นท่าเรือระดับภูมิภาค เงินลงทุนโครงการท่าเรือ F รวม 84,361 ล้านบาท ภาครัฐ 53,490 ล้านบาท ภาคเอกชน 30,871 ล้านบาท ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 180,000 ล้านบาท ไม่นับรวมการจ้างงาน ผลตอบแทนโครงการ 76,078 ล้านบาท ภาครัฐ 73,358 ล้านบาท ภาคเอกชน 2,720 ล้านบาท นอกจากนี้ ในอนาคตจะเปิดท่าเรือ E โดยเอกชนจะลงทุนเพิ่มอีก 29,686 ล้านบาท ส่วนภาครัฐไม่ต้องลงทุนเพิ่ม รวมเงินลงทุนทั้งหมดของท่าเรือ F และ E ประมาณ 114,047 ล้านบาท

5. โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 เป็นการขยายท่าเรือมาบตาพุดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ เงินลงทุนโครงการท่าเรือก๊าซ 47,900 ล้านบาท ภาครัฐ 12,900 ล้านบาท ภาคเอกชน 35,000 ล้านบาท ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 85,300 ล้านบาท ไม่นับรวมการจ้างงาน ผลตอบแทนโครงการ 47,357 ล้านบาท ภาครัฐ 34,221 ล้านบาท ภาคเอกชน 13,136 ล้านบาท และในอนาคตจะเปิดท่าเรือสินค้าเหลวและพื้นที่คลังสินค้าโดยเอกชนจะลงทุนเพิ่มอีก 7,500 ล้านบาท โดยภาครัฐไม่ต้องลงทุนเพิ่มแล้ว รวมเงินลงทุนทั้งหมด ท่าเรือก๊าซ ท่าเรือสินค้าเหลว และพื้นที่คลังสินค้า ประมาณ 55,400 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor)  หรือ อีอีซี เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ Eastern Seaboard ซึ่งดำเนินมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเพื่อรองรับการขับเคลื่อน เศรษฐกิจอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณจุติเสฎฐ์ สุดประเสริฐ ผู้อำนวยการ บริษัท ดับบลิวเอ็ม ซิมูเลเตอร์ จำกัด โดยเผยแผนธุรกิจปี 2562 เดินหน้าพัฒนาระบบจำลองทั้งทางอากาศและการขับขี่บนท้องถนนอย่างปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น พร้อมชูหลักการทำงานและบริหารงานภายใต้ 3 นโยบายสำคัญ

ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ ร่วมสร้างสีสันส่งต่อสุขภาพดี ในงาน ‘Jingle Bells Run 2018’

บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้นำในการผลิตและจำหน่ายนมจากถั่วอัลมอนด์ระดับพรีเมียม ยอดขายอันดับ 1 แบรนด์ 137 ดีกรี ร่วมส่งเสริมสุขภาพในกิจกรรม ‘Jingle Bells Run 2018 : วิ่งนี้เพื่อน้องผู้ประสบภัยหนาว’ โดยแจกนม นมอัลมอนด์ นมวอลนัล และนมพิสตาชิโอ ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ให้เหล่าสนักวิ่ง ได้อิ่มอร่อยแบบสุขภาพดี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี่ ณ สวนวชิรเบญทัศ(สวนรถไฟ) สนใจติดตามรายละเอียดกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/137degrees

Airbiquity จับมือ Teraki ให้บริการซอฟต์แวร์และการจัดการข้อมูลแบบ OTA พร้อมด้วยเทคโนโลยี Edge Data Processing แก่ผู้ผลิตยานยนต์

ซีแอตเทิล, Airbiquity® ผู้นำระดับโลกด้านบริการสำหรับยานยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (connected vehicle) และ Teraki ผู้นำด้านเทคโนโลยี AI และ Edge Processing ประกาศรวม OTAmaticTM ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์และการบริหารจัดการข้อมูลแบบ over-the-air (OTA) ของ Airbiquity เข้ากับระบบวิเคราะห์ข้อมูลก่อนประมวลผลของ Teraki เพื่อมอบโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำ สำหรับการจัดการรถยนต์อัจฉริยะให้แก่บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ 

ทั้งนี้ การที่จะทำให้ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS), ระบบเชื่อมต่อรถยนต์กับทุกสรรพสิ่งผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ vehicle-to-everything (V2X) และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติทำงานได้นั้น บรรดารถยนต์ connected vehicle จะต้องอาศัยซอฟต์แวร์ ระบบควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ECUs) เซ็นเซอร์ ไมโครโปรเซสเซอร์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) นอกจากนี้ การอัพเดทซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการยานยนต์ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ประกอบกับการจัดการข้อมูลสำหรับรถยนต์นับล้านคันพร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกันนั้น ทำให้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ต้องการโซลูชั่น OTA ที่มีความปลอดภัยและความยืดหยุ่นสูง และต้องมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถอัพเกรดได้ อีกทั้งยังต้องมีความยืดหยุ่นในการรักษาสมดุลระหว่างระบบคลาวด์และระบบประมวลข้อมูลในรถ

โซลูชั่นของ Airbiquity และ Teraki จะทำงานควบคู่กัน เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตยานยนต์สามารถวิเคราะห์จัดการข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นในรถหรือผ่านคลาวด์ เทคโนโลยีวิเคราะห์จัดการข้อมูลก่อนประมวลผลของ Teraki จะทำให้ผู้ที่ใช้งาน OTAmatic สามารถประมวล จัดเก็บ และส่งข้อมูลได้มากขึ้นกว่าเดิม 10 เท่า เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่น ๆ ทั้งยังสามารถวิเคราะห์จัดการข้อมูลได้อย่างแม่นยำในระดับสูงสุด โดยการผนึกกำลังกันครั้งนี้จะช่วยยกระดับความพึงพอใจให้กับผู้ที่ใช้รถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รถยนต์ไร้คนขับ และผู้ใช้บริการคมนาคมขนส่งรูปแบบใหม่ ๆ พร้อมด้วยการสนับสนุนกรณีการใช้งานในอนาคตอย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยานยนต์

“OTAmatic เป็นโซลูชั่นทรงประสิทธิภาพที่ทำให้การบริการ OTA ต่าง ๆ สามารถเป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงการอัพเดทซอฟต์แวร์ และการรวบรวมข้อมูล โดยมาพร้อมกับความสามารถในการส่งมอบ เอดจ์ อนาไลติกส์ โมดูล (edge analytics module) ใหม่ ๆ จากระยะไกลให้กับรถยนต์” Keefe Leung ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ Airbiquity กล่าว “Teraki เป็นผู้จัดหาอนาไลติกส์ โมดูลที่ไม่เหมือนใครให้กับระบบ OTAmatic โดยเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล และลดปริมาณข้อมูล ควบคู่ไปกับการส่งมอบเอดจ์ อัลกอริทึม สำหรับกรณีการใช้งานยานยนต์ล้ำสมัยหลายรูปแบบ”

“เรามองว่า การรวมอนาไลติกส์โมดูลของ Teraki เข้ากับระบบ OTAmatic ของ Airbiquity เป็นความสำเร็จอีกขั้นสำหรับบริษัทของเรา” Daniel Richard ซีอีโอของ Teraki กล่าว “ขณะนี้ลูกค้าสามารถเห็นแล้วว่า ซอฟต์แวร์ edge data analytics ของเราสามารถนำไปติดตั้ง อัพเดท และจัดการได้ในปริมาณมาก สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าลูกค้าสามารถนำเอาเทคโนโลยีของ Teraki ไปติดตั้งได้อย่างดาย เพื่อให้สามารถใช้งานข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างคุ้มค่าและมีความแม่นยำสูง อาทิ การคาดคะเนอัตราการเสื่อมของเครื่องจักร การตรวจขนาดและระดับของแรงปะทะ รวมถึงการใช้งานเทคโนโลยี AI รูปแบบใหม่ ๆ ในตลาดยานยนต์”

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Airbiquity และ OTAmatic ได้ที่ www.airbiquity.com และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Teraki ได้ที่ www.teraki.com

 

เกี่ยวกับ Airbiquity

Airbiquity คือผู้นำระดับโลกด้านบริการสำหรับยานยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (connected vehicle) และเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาเทคโนโลยีเทเลเมติกส์สำหรับรถยนต์ ในฐานะที่เป็นแนวหน้าด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับรถยนต์ Airbiquity ได้สร้างสรรค์แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับให้บริการรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่ทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมอย่าง Choreo(TM) อีกทั้งยังสนับสนุนกรณีการใช้งานชั้นนำทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงซอฟต์แวร์และการจัดการข้อมูลแบบ Over-the-Air (OTA) ความร่วมมือกับ Airbiquity ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์สามารถนำเสนอบริการการเชื่อมต่อในรถยนต์ที่มีความยืดหยุ่น บริหารจัดการได้ง่าย และปลอดภัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Airbiquity ได้ที่ www.airbiquity.com หรือพูดคุยกับเราผ่านทาง @Airbiquity ทั้งนี้ Airbiquity เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Airbiquity Inc.

 

เกี่ยวกับ Teraki

Teraki นำเสนอซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูล edge ที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ ที่มีมูลค่าสูงถึง 3.95 แสนล้านดอลลาร์ ซอฟต์แวร์ประมวลผลสัญญาณอัจฉริยะ Intelligent Signal Processing ที่ทำงานด้วย AI ของบริษัท ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านการเรียนรู้ สื่อสาร และทำให้ชิปประมวลผลในรถยนต์มีความสามารถเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ช่วยให้สามารถใช้งาน AI ที่มีความแม่นยำสูงได้ทั้งในขนาดและสภาพแวดล้อมแบบฝังตัว การเพิ่มประสิทธิภาพเหล่านี้เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมยานยนต์สามารถพัฒนาแนวทางการทำงานใหม่ ๆ ที่เป็นนวัตกรรมและมีความคุ้มค่า จากการใช้งานข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มาจากเซ็นเซอร์ภายในรถและอุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ (ECUs, MCUs, TCUs) เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของรถ และทำให้รถสามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระ โดยมีต้นทุนในการดำเนินงานน้อยลง Teraki ผ่านกระบวนการตรวจสอบก่อนการผลิตหลายรายการจากบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการผสมผสานไมโครคอนโทรลเลอร์หลากหลาย Teraki เป็นบริษัทเอกชนที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Paladin Capital Group, GPS Ventures GmbH และ Deutsche Telekom hub:raum โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเบอร์ลิน

 

____________________

 

Airbiquity Partners with Teraki to Provide Over-the-Air Software and Data Management with Edge Data Processing

SEATTLE, Airbiquity®, a global leader in connected vehicle services, and Teraki, a technology leader in AI and edge processing, today announced the integration of Airbiquity's OTAmaticTM over-the-air (OTA) software and data management offering with Teraki's pre-processing data analytics capabilities providing automakers with an efficient and accurate solution for managing connected vehicles.

In order to power advanced driver assistance systems (ADAS), vehicle-to-everything (V2X) integrations, and autonomous driving systems, connected vehicles are reliant on software, electronic control units (ECUs), sensors, microprocessors, and data analytics. Combined with the rising complexity of executing software update and data management campaigns for millions of vehicles simultaneously, automakers need a secure and highly scalable OTA solution with dynamically upgradable data analytics and the flexibility to balance cloud and in-vehicle data processing.

Airbiquity's and Teraki's solutions work in tandem to provide automakers the flexibility to conduct real-time data analytics in the vehicle or in the cloud. Through Teraki's embedded pre-processing data analytics technology, OTAmatic users can process, store, and send 10 times more data compared with other technologies while achieving the highest accuracy levels in data analytics. Along with supporting a wide range of future use cases to increase vehicle performance and safety, this integration boosts consumer satisfaction with connected vehicles, autonomous vehicles, and new mobility services.

"OTAmatic is a powerful solution that enables comprehensive OTA services, including both software updates and dynamic data collection with the ability to remotely deliver new edge analytics modules to the vehicle," said Keefe Leung, Airbiquity Director of Product Management. "Teraki provides a unique analytic module to the OTAmatic ecosystem that simultaneously increases data accuracy while reducing data volumes along with delivering edge algorithms for many advanced automotive use cases."

"We see this integration of Teraki edge data analytics modules with Airbiquity's OTAmatic ecosystem as yet another milestone for our company," said Daniel Richart, CEO of Teraki. "Our customers can now see how our edge data analytics software can be installed, updated, and managed at high volumes. This proves that customers can easily deploy Teraki technology to power cost-effective, highly-accurate, and data-intensive applications such as predictive maintenance and crash detection—at scale—as well as other new AI-based models in the automotive market."

To learn more about Airbiquity and OTAmatic, visit www.airbiquity.com. To learn more about Teraki, visit www.teraki.com.

 

About Airbiquity
Airbiquity® is a global leader in connected vehicle services and pioneer in the development and engineering of automotive telematics technology. At the forefront of automotive innovation, Airbiquity operates the industry's most advanced cloud-based connected vehicle service delivery platform, Choreo™, and supports all leading use cases including over-the-air (OTA) software update and data management. Working with Airbiquity, automakers and automotive suppliers have deployed highly scalable, manageable, and secure connected vehicle service programs meeting the needs of their customers in over 60 countries around the world. Learn more about Airbiquity at www.airbiquity.com or join the conversation @Airbiquity. Airbiquity is a trademark of Airbiquity Inc.

 

About Teraki
Teraki provides breakthrough edge data processing software to meet the exploding data demands of the $395 billion automotive electronics industry. The company's AI-based Intelligent Signal Processing software delivers a more than 10X increase in automotive chip, communications and learning performance. This makes highly accurate AI applications possible at scale and in embedded environments. These leaps in performance enable the automotive industry to develop new, innovative and cost-effective ways to use the vast amount of data generated by in-vehicle sensors and control units (ECUs, MCUs, TCUs) to improve vehicle safety and autonomy at lower operational costs. Teraki has completed several pre-production validations by premium automotive manufacturers, as well as successful integrations on a variety of microcontrollers. Headquartered in Berlin, Teraki is privately held and funded with investments from Paladin Capital Group, GPS Ventures GmbH and Deutsche Telekom hub:raum.

 

Airbiquity ผนึกกำลัง NXP Semiconductors ผนวกรวมซอฟต์แวร์และการบริหารจัดการข้อมูลแบบ Over-the-Air เข้ากับระบบประมวลผลเครือข่ายยานยนต์

ซีแอตเทิล, Airbiquity® ผู้นำระดับโลกด้านบริการสำหรับยานยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (connected vehicle) และ NXP Semiconductors ประกาศในวันนี้ถึงการผนวกรวม OTAmatic™ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์และการบริหารจัดการข้อมูลแบบ Over-the-Air (OTA) ของ Airbiquity เข้ากับบอร์ดพัฒนา Vehicle Network Processing (VNP) Evaluation Board (EVB) ของ NXP

ยานยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และระบบยานยนต์ไร้คนขับ ต่างต้องอาศัยซอฟต์แวร์ หน่วยควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) เซ็นเซอร์ และไมโครโปรเซสเซอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ การอัพเดทซอฟต์แวร์สำหรับการจัดการยานยนต์ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ประกอบกับการเก็บรวบรวมข้อมูลรถยนต์หลายล้านคันทั่วโลก ทำให้รถยนต์เหล่านี้จำเป็นต้องมีระบบประมวลผลเครือข่ายยานยนต์ประสิทธิภาพสูง ที่มีซอฟต์แวร์ OTA อันทรงพลังและโซลูชันการบริหารจัดการข้อมูลรองรับ

การผนึกกำลังกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างบริการ OTA บนระบบคลาวด์ของ Airbiquity และแพลตฟอร์ม VNP รุ่นใหม่ของ NXP ที่ช่วยจัดการ ECU จำนวนมากสำหรับการอัพเดทซอฟต์แวร์หลากหลายรูปแบบ และกรณีการใช้งาน OTA รูปแบบต่าง ๆ ของผู้ผลิตยานยนต์และซัพพลายเออร์ด้านยานยนต์ การผนวกรวมเทคโนโลยีในแวดวงยานยนต์ครั้งนี้จะเป็นเสมือนแนวทางเบื้องต้นของ ECU/OTA ที่นำไปสู่การอัพเดทซอฟต์แวร์และการเก็บรวบรวมข้อมูล ECU จำนวนมากที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

"บอร์ดพัฒนา NXP Vehicle Network Processing Evaluation จะช่วยปลดล็อคข้อมูลยานยนต์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ผลิตยานยนต์มีกระแสรายได้ใหม่ ๆ และลดต้นทุน" Brian Carlson ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อและความปลอดภัยยานยนต์ บริษัท NXP กล่าว "ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ผลิตยานยนต์จะมีแพลตฟอร์มในระดับยานยนต์ที่มีการประมวลผลแอปพลิเคชัน และการประมวลผลเครือข่ายยานยนต์แบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งความเร็วอีเธอร์เน็ตในระดับกิกะบิต เพื่อปฏิวัติแนวทางการให้บริการยานยนต์ยุคใหม่”

"โซลูชัน OTAmatic ของ Airbiquity มีการอัพเดทซอฟต์แวร์แบบ Over-the-Air ชั้นนำในภาคอุตสาหกรรม และให้บริการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สามารถปรับเปลี่ยนและปรับขนาดตามความต้องการ ที่เฉพาะเจาะจงของผู้ผลิตยานยนต์แต่ละรายได้อย่างปลอดภัย" Keefe Leung ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ Airbiquity กล่าว "การเป็นพันธมิตรกับ NXP เพื่อผนวกรวม OTAmatic บนแพลตฟอร์ม VNP ถือเป็นการเติมเต็มที่ลงตัว ด้วยฮาร์ดแวร์ที่ครอบคลุมสำหรับการออกแบบยานยนต์ทั้งในวันนี้และวันหน้า โซลูชันแบบ OTA ที่ได้ผนวกรวมและมีการตรวจสอบก่อนล่วงหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับลูกค้า และเป็นแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับการพัฒนาบริการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต"

ทั้งนี้ Airbiquity และ NXP Semiconductors จะสาธิตการผนวกรวมเทคโนโลยีและโซลูชัน OTA ร่วมกันในงาน CES 2019 ที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา ณ พื้นที่จัดแสดงของ NXP Semiconductors ที่บูธ #CP-18 ใน CES Central Plaza

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Airbiquity และ OTAmatic ได้ที่ www.airbiquity.com และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NXP Semiconductors และแพลตฟอร์ม VNP EVB ได้ที่ www.nxp.com/vnp

 

เกี่ยวกับ Airbiquity

Airbiquity คือผู้นำระดับโลกด้านบริการสำหรับยานยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (connected vehicle) และเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาเทคโนโลยีเทเลเมติกส์สำหรับรถยนต์ ในฐานะที่เป็นแนวหน้าด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับรถยนต์ Airbiquity ได้สร้างสรรค์แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับให้บริการรถยนต์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ที่ทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมอย่าง Choreo(TM) อีกทั้งยังสนับสนุนกรณีการใช้งานชั้นนำทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงซอฟต์แวร์และการจัดการข้อมูลแบบ Over-the-Air (OTA) ความร่วมมือกับ Airbiquity ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์สามารถนำเสนอบริการการเชื่อมต่อในรถยนต์ที่มีความยืดหยุ่น บริหารจัดการได้ง่าย และปลอดภัย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Airbiquity ได้ที่ www.airbiquity.com หรือพูดคุยกับเราผ่านทาง @Airbiquity ทั้งนี้ Airbiquity เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Airbiquity Inc.

 

____________________

 

Airbiquity Joins Forces with NXP Semiconductors for Over-the-Air Software and Data Management with Vehicle Network Processors

SEATTLE,  Airbiquity®, a global leader in connected vehicle services, and NXP Semiconductors today announced the integration of Airbiquity's OTAmatic™ over-the-air (OTA) software and data management offering with NXP's Vehicle Network Processing (VNP) Evaluation Board (EVB).

Connected vehicles and autonomous vehicle systems demand an increasing reliance on software, electronic control units (ECUs), and sophisticated microprocessors. Coupled with the rising intricacy and complexity of managing software updates and data collection for millions of vehicles around the world, these vehicles require a combination of high-performance vehicle network processors backed by a robust OTA software and data management solution.

This integration highlights the interoperability between Airbiquity's cloud-based OTA service delivery capability and NXP's next-generation VNP platform managing multiple ECUs for a variety of software update campaign scenarios and automaker and automotive supplier OTA use cases. Together, the automotive-grade technologies will serve as a primary ECU/OTA gateway for efficient, secure, and highly-scalable multi-ECU software updates and data collection.

"The NXP Vehicle Network Processing Evaluation Board unlocks connected vehicle data to enable new revenue streams and reduce costs for automakers," said Brian Carlson, Director of Product Line Management for Automotive Connectivity and Security at NXP.  "Finally, automakers have an automotive-grade platform that brings together applications processing and real-time vehicle network processing with Gigabit Ethernet acceleration to revolutionize gateways for a new era of vehicle services."

"Airbiquity's OTAmatic solution securely delivers industry-leading over-the air software update and data collection services that adapt and scale to the unique needs of each automaker," said Keefe Leung, Director of Product Management for Airbiquity. "Partnering with NXP to integrate OTAmatic on their VNP platform is a natural complement with its extensive hardware support for both current and future automotive architectures.  The pre-validated, integrated OTA solution reduces risk for customers and serves as a powerful innovation platform for developing enhanced services for the future."

Airbiquity and NXP Semiconductors will be demonstrating its joint technology integration and OTA solution during CES 2019 in Las Vegas, Nevada at the NXP Semiconductors exhibit located at #CP-18 in the CES Central Plaza.

To learn more about Airbiquity and OTAmatic, visit www.airbiquity.com. To learn more about NXP Semiconductors and the VNP EVB platform, visit www.nxp.com/vnp.

 

About Airbiquity
Airbiquity® is a global leader in connected vehicle services and pioneer in the development and engineering of automotive telematics technology. At the forefront of automotive innovation, Airbiquity operates the industry's most advanced cloud-based connected vehicle service delivery platform, Choreo™, and supports all leading use cases including over-the-air (OTA) software update and data management. Working with Airbiquity, automakers and automotive suppliers have deployed highly scalable, manageable, and secure connected vehicle service programs meeting the needs of their customers in over 60 countries around the world. Learn more about Airbiquity at www.airbiquity.com or join the conversation @Airbiquity. Airbiquity is a trademark of Airbiquity Inc.

“AECS ” หุ้นไทยจับตาปัจจัยต่างประเทศ ให้กรอบดัชนี 1,548-1,606 จุด แนะลงทุนหุ้นเป้าหมายกองทุนมีปันผลต่อเนื่อง

บล.เออีซี ประเมินหุ้นไทยจับตาปัจจัยต่างประเทศทั้ง เฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย และราคาน้ำมันพันผวน ให้กรอบดัชนี 1,548-1,606 จุด พร้อมลุ้นสถานการณ์ชัตดาวน์หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐ และการ BREXIT ของอังกฤษส่อวุ่น แนะนำกลยุทธ์ลงทุนหุ้นกองทุนให้ความสนใจ และมีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ชู PLANB-VGI -MACO -ROBINS -CPN –AMATA-WHA

บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AECS เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับปัจจัยหนุนในช่วงสั้นเช่นเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ จากปัจจัยบวก Fed ได้เปิดเผยมุมมองต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่มีลักษณะ Dovish มากขึ้น โดยจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และปรับแผนลดขนาดงบดุลให้ยืดหยุ่นมากขึ้น หลังเห็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐฯ บวกกับราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวเล็กน้อย จากความคาดหวังต่อกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC ที่จะลดลงตามข้อตกลง แต่ภาพระยะกลาง-ยาว คาดว่าตลาดมีโอกาสผันผวนสูง

ส่วนปัยจัยกดดันที่มีผลต่อการลงทุนในช่วงนี้ มาจากภาวะการชะลอตัวของภาคการผลิตในสหรัฐฯ - จีน ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าจะยังคงถูกสะท้อนออกมาซึ่งสะท้อนออกมาผ่านตัวเลขเศรษฐกิจ หลายตัวที่แย่กว่าที่ตลาดคาด ซึ่งแม้ในวันที่ 7 มกราคม จะมีการประชุมร่วมกันในระดับ Mid Level แต่คาดยังไม่เห็นพัฒนาการเชิงบวกมากนัก และภาวะปิดหน่วยงานสหรัฐฯ ที่เริ่มกินเวลามากขึ้นเรื่อยๆ จะเริ่มส่งผลต่อการบริโภคในประเทศ ซึ่งล่าสุดนายโดนัลด์ ทรัมป์ และวุฒิสภาฯ ยังไม่สามารถได้ข้อสรุปร่วมกันต่อประเด็นงบสร้างกำแพงชายแดนเม็กซิโกได้ ทำให้คาดปัญหาดังกล่าวมีโอกาสยืดเยื้อออกไปอีกระยะหนึ่ง

นอกจานี้ยังมีความเสี่ยงจาก No-Deal BREXIT สูงขึ้น หลังความขัดแย้งภายในรัฐบาลอังกฤษยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ฝ่ายค้าน ไม่ยอมสนับสนุนร่าง BREXIT ซึ่งหากการประชุมในวันที่ 14 มกราคม ยังไม่เห็นความคืบหน้ามากขึ้น จะทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าอังกฤษอาจต้องออกจาก EU แบบไร้ข้อตกลง ซึ่งจะสร้างผลกระทบให้กับเศรษฐกิจอังกฤษ และ EU

ดังนั้นจึงคงมุมมองระมัดระวังต่อปัจจัยจากต่างประเทศ และคาดว่าในช่วงสั้นกระแส Fund Flow จะยังไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่าสินทรัพย์เสี่ยง เพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว โดยคาดว่า SET Index Sideway ในกรอบแนวรับ-แนวต้านที่ 1,551-1,597 จุด (Fwd PE Valuation ปีนี้ 13.4 เท่าถึง 13.6 เท่า ) โดยอิงจากปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งมีทั้งตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในไทย และต่างประเทศ อาทิ จีน ยุโรป สหรัฐฯ ที่ยังคงชะลอตัว บวกกับปัญหา Government Shutdown ของสหรัฐฯ และประเด็น

Trade Wars ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ยังไม่คลี่คลาย ดังนั้นในช่วงนี้ยังคงแนะนำทยอยสะสม 3 กลุ่มหุ้น Domestic Play + โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่ากองทุนให้ความสนใจ และมีการจ่ายเงินปันผลจากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ ดังนี้ กลุ่มสื่อ PLANB, VGI และ MACO  2. กลุ่มค้าปลีก  ROBINS และ CPN  3. กลุ่มนิคม AMATA และ WHA

 

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ จัดแคมเปญ “The Mall Kids’ Funtasia 2019” ฉลองเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ฉลองเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ จัดแคมเปญ The Mall Kids’ Funtasia 2019” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เมืองมหัศจรรย์ ของขวัญมีชีวิต” แจกของขวัญให้เด็กๆกว่า 2019 ชิ้น ชวนผู้ปกครองพาลูกๆหลานๆ มาร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป เล่นเกมส์ลุ้นของรางวัลมากมาย พบส่วนลดสินค้าเด็กสูงสุด 50% และหลากหลายกิจกรรมที่ขนมาให้ร่วมสนุกเฮฮาไปทั้งครอบครัว พบโปรโมชั่นสุดพิเศษภายในงาน

สำหรับลูกค้า สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน จัดงาน “Fantasia Lagoon Kid’s Day wetXtream 2019เนรมิตความสุขทุกมิติบนสวนน้ำลอยฟ้า มอบโปรโมชั่นต้อนรับวันเด็ก วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2562 คุณหนูๆ เข้าสวนน้ำฟรี 200 ท่านแรก/สาขา เท่านั้นยังไม่พอ!! รับฟรี! แก้วน้ำคริสตัล 1 ใบ เมื่อซื้อบัตรเข้าสวนน้ำในราคาปกติ ครบ 600 บาท หรือซื้อคูปองอาหารหรือเครื่องดื่ม ภายในสวนน้ำฯ มูลค่า 150 บาท และรับฟรี! แก้วน้ำคริสตัล 2 ใบ เมื่อซื้อบัตรเข้าสวนน้ำฯ ในราคาปกติ ครบ 1,000 บาท สนุกสุดขีดในช่วงเทศกาลวันเด็ก และตลอดเดือนมกราคมไปกับเครื่องเล่นสวนน้ำลอยฟ้า ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2562 ที่ สวนน้ำแฟนตาเซีย ลากูน เดอะมอลล์ บางแค, บางกะปิ และโคราช

มาร่วมเติมเต็มโลกจินตนาการของเด็กๆ ในงาน “The Mall Kids’ Funtasia 2019” พร้อมสนุกสุดมันส์ และเรียนรู้ไปกับสัตว์นานาชนิด, กิจกรรมเวิร์คช็อป และเกมส์ต่างๆมากมาย ฟรี! ตลอดงาน งานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10-16 มกราคม 2562 ที่ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา (ยกเว้นสาขารามคำแหง)

KIDS DAY 2019 @CentralPlaza Lampang

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ชวนเด็กๆ มาสร้างสุข สุดมหัศจรรย์ ในงาน “Kid’s Day 2019 : สมาร์ทคิดส์ สมาร์ททำ” มาค้นหาพลัง พรสวรรค์ และความสามารถในด้านต่างๆ ผ่านกิจกรรมสุดสนุกมากมาย อาทิ เกมส์สร้างปัญญา, เกมส์ตอบคำถาม, เกมส์ทายภาพ, ชมแฟชั่นโชว์ ดิจิทัล สุดน่ารัก พร้อมสนุกกับเครื่องเล่นมากมาย และรับของแจกกว่า 2019 ชิ้น ระหว่างวันที่ 12-13 ม.ค. 62  ณ ลานรถม้า ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง สนุกฟรีตลอดงาน

สอบถามรายละเอียดกิจกรรมความสนุกเพิ่มเติมที่ เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 หรือ FB,IG, Line : CentralPlaza Lampang หรือโทร.0-54-010-555 ต่อ 0

#KIDSDAY2019 #DISCOVERYOURSUPERPOWER #สมาร์ทคิดส์สมาร์ททำ

#วันเด็กที่เซ็นทรัลพลาซา_ลำปาง #CentralPlazaLampang

AIS จับมือ Viu เปิดตัวแคมเปญ “ลุ้นฟินอินเกาหลี” พาผู้โชคดีบินไปใกล้ชิดศิลปินดัง

สุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ หัวหน้าฝ่ายงานบริหารผลิตภัณฑ์กลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส พร้อมด้วย นายธวัตวงศ์ ศิลมานนท์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท บริษัท พีซีซีดับเบิลยู โอทีที (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการรับชมความบันเทิงและรายการฮิตทั่วเอเชียแบบถูกลิขสิทธิ์ภายใต้แบรนด์ Viu (วิว) จับมือเปิดตัวแคมเปญ “ลุ้นฟินอินเกาหลี” ให้ลูกค้าเอไอเอสที่ใช้บริการแพ็กเกจ Viu PREMIUM หรือ เหมา เหมา Viu ทั้งลูกค้าสมัครใหม่และลูกค้าปัจจุบันที่ใช้งานต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 5 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2561 รับสิทธิ์ลุ้นบินลัดฟ้าร่วมทริปตามรอยซีรีส์เกาหลี กับแพ็กเกจทัวร์ประเทศเกาหลีใต้ 5 วัน 3 คืน (เดินทางระหว่างวันที่ 30 ม.ค.- 3 ก.พ.62) จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 750,000 บาท พร้อมโอกาสใกล้ชิดศิลปินดังอย่าง เดอะ บอยซ์ (The Boyz) แบบเอ็กซ์คลูซีฟใน I’m Celuv Open Studio ที่เซเลิฟ ทีวี (CelUv TV) อีกด้วย โดยยอดค่าใช้บริการทุกๆ 5 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นได้ทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียน ประกาศรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 18 ม.ค.62 ทาง www.ais.co.th/aisplay/viu/luckydraw

ช.การช่าง ร่วมงานมอบรางวัล “ต้นแบบสัมมาชีพ” ประจำปี 2561

บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณรินรดา ตั้งตรงคิด ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน ได้รับเกียรติเชิญร่วมงานมอบรางวัล “ต้นแบบสัมมาชีพ” ประจำปี 2561 โดยมี นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการการจัดงาน มอบโล่เพื่อเป็นของที่ระลึก ณ โรงแรม เซ็นทราราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆนี้

ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เตรียมเปิดแบรนด์โรงแรมอาศัยแห่งแรกในย่างกุ้ง ประเทศพม่า

โรงแรมอาศัย ย่านขิ่น เตรียมเปิดให้บริการพร้อมต้อนรับนักเดินทางชาวมิลเลเนียลที่อยากสัมผัส ประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบคนท้องถิ่น ในปี 2563

ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ได้ลงนามเซ็นสัญญากับกลุ่มบริษัท ริช มัณฑะเลย์ จำกัด เพื่อบริหาร อาศัย ย่านขิ่น โรงแรมภายใต้แบรนด์อาศัยแห่งแรก ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ใหม่ในราคาที่จับต้องได้ของดุสิต

โรงแรมอาศัย ย่านขิ่น ตั้งอยู่ในย่านขิ่น ทาวน์ชิป ในภาคกลางตอนเหนือของย่างกุ้ง โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 25 นาทีจากสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง โรงแรมแห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวยุคมิลเลเนียล ได้มีโอกาสสัมผัสกับวิถีชีวิตท้องถิ่นที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติใจกลางเมืองที่เจริญรุ่งเรือง ประกอบด้วยห้องพักที่ตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัยขนาดกะทัดรัดรวม 111 ห้อง (ขนาดตั้งแต่ 15-22 ตารางเมตร) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับมาตรฐาน เช่น เตียงนอนคุณภาพสูง และฝักบัวอาบน้ำแรงดันสูง พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สำหรับพักผ่อนหรือทำงานได้อย่างเต็มที่ มีร้านอาหารที่รังสรรเมนูโดยเชฟชื่อดังในท้องถิ่น รวมถึงห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ครบครัน และร้านค้า 2 แห่งที่เน้นสินค้าและผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น

สโลแกนของแบรนด์อาศัยคือ การอยู่อย่างคนท้องถิ่น หรือ Live Local แขกที่มาพักที่โรงแรมสามารถเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น ตลาดย่านขิ่น, วัดฝูซาน, ร้านอาหารที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันคึกคักบนถนนนิวยูนิเวอร์ซิตี้, ห้างเมียนมาร์พลาซ่า ศูนย์การค้าแห่งแรกของย่างกุ้งซึ่งอยู่ติดกับโรงแรมอาศัย ย่านขิ่น นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงอย่างเจดีย์ชเวดากอง, ทะเลสาบกันดอจี, และสวนสัตว์ย่างกุ้งที่เดินทางโดยรถยนต์เพียง 20 นาทีเท่านั้น

แบรนด์อาศัยมี 4 ปัจจัยหลักสำคัญคือ Thoughtful Essentials การออกแบบพื้นที่ใช้สอยด้วยความใส่ใจในรายละเอียด Common Areas การจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางภายในโรงแรมสำหรับให้ผู้คนมาพบปะแลกเปลี่ยนไอเดียและประสบการณ์ Locally-inspired การออกแบบที่ผสานเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวในท้องถิ่นของแต่ละที่ และ Connected Community การเชื่อมโยงวัฒนธรรมที่แตกต่างของนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้

นายศิรเดช โทณวณิก กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาศัย โฮลดิ้ง จำกัด ในเครือดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มบริษัท ริช มัณฑะเลย์ จำกัด และได้เปิดตัวแบรนด์อาศัยในย่านที่น่าสนใจนี้ แบรนด์อาศัยเป็นการนำแรงบันดาลใจจากการอยู่ร่วมกับชุมชนและการสร้างความยั่งยืน มาออกแบบเป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์ของกลุ่มนักเดินทางยุคมิลเลเนียล ที่ต้องการสัมผัสและเข้าถึงการเที่ยวแบบคนท้องที่ ซึ่งจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในท้องถิ่นนั้นๆ โดยโรงแรมอาศัย ย่านขิ่น จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับแนวคิดที่กล่าวมา” 

นายทูรา โอ กรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท ริช มัณฑะเลย์ จำกัด กล่าวว่า "การผสมผสานกันระหว่างรสชาติอาหารและเครื่องดื่มในแบบท้องถิ่น กับการออกแบบและบริการในระดับสากล จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสความเป็นพม่าได้อย่างแท้จริง เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ทำงานร่วมกับบริษัทที่มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถืออย่างดุสิต และการที่ได้เป็นแบรนด์โรงแรมที่มีคอนเซ็ปต์น่าสนใจแบบนี้เป็นแห่งแรกในประเทศ ก็ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมของบริษัทได้อีกด้วย"

นอกจากโรงแรมอาศัย ย่านขิ่นแล้ว ยังมีโรงแรมอีก 4 แห่งที่กำลังดำเนินการ เช่น เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ (ในเมืองลาปู-ลาปู และออสล็อบ) และที่ย่านสาทร กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีแผนจะเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 10 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และญี่ปุ่น อีกด้วย

 

____________________

Dusit International signs to manage first ASAI-branded hotel in Yangon, Myanmar

Slated to open in 2020 in Yankin Township, the hotel will link curious, millennial-minded travellers with authentic local experiences

Bangkok, 4 January 2019 – Dusit International, one of Thailand’s leading hotel and property development companies, has signed a hotel management agreement with Rich Mandalay Group of Co.,Ltd. to operate ASAI Yankin, one of the first properties to be signed under ASAI Hotels, Dusit’s new affordable lifestyle brand.

Located in Yankin Township in the northern central part of Yangon, approximately 25 minutes by car from Yangon International Airport, ASAI Yankin is designed to give millennial-minded travellers the opportunity to experience the city like a local, putting them in the heart of a vibrant neighbourhood renowned for its multi-ethnic character and thriving shopping scene.

Reflecting the four key pillars of ASAI Hotels – Thoughtful Essentials, Common Areas, Locally Inspired, and Connected Community – ASAI Yankin will comprise 111 compact rooms (between 15 to 22 sq m) whose contemporary design will emphasize key features such as superior quality beds and high pressure rain showers. A large mixed-use space, meanwhile, will include a modern and efficient work space, a leisure area, and a restaurant concept curated by local chefs. The hotel will also offer a fully equipped gym, and two retail floors highlighting local brands and products.

Following ASAI’s official slogan, Live Local, the hotel will put guests within easy reach of nearby attractions such as Yankin Market, Fushan temple, and the lively restaurant scene of New University Road. Myanmar Plaza, Yangon's first international retail shopping center, is located right next to the hotel, and renowned attractions such as Shwedagon Pagoda, Kandawgyi Lake, and Yangon Zoological Gardens are only 20 minutes away be car.

“Inspired by community, and driven by sustainability, ASAI is designed to link millennial-minded travellers with authentic local experiences while having a positive impact, environmentally and socially,” said Mr Siradej Donavanik, Managing Director of Asai Holdings Co., Ltd., Dusit International. “ASAI Yankin will be a fine showcase of these values, and we are delighted to partner with Rich Mandalay Group of Co.,Ltd to introduce the brand in this fascinating destination.”

Mr Thura Oo, Director, Rich Mandalay Group of Co.,Ltd., said, “Combining international quality with a local flavour, from the food and drink, to the design and service, ASAI Yankin will give travellers a taste of the real Myanmar, and we’re delighted to work with a company as renowned and respected as Dusit, and also be the first property in the country to carry this exciting brand which reflects our own company’s values.”

Alongside ASAI Yankin, four more ASAI properties are already confirmed in the pipeline. This includes three ASAI Hotels in Cebu, Philippines (in Lapu-Lapu, Oslob, and the city centre); and a flagship ASAI hotel in Bangkok, Thailand, in the city’s stylish Sathorn district.

ASAI Hotels’ management team hopes to secure 10 more properties in the pipeline by the end of the year across Southeast Asia and Japan. This includes owned and joint venture properties as well as properties under Hotel Management Agreements.