Audi มอบรางวัลใหญ่ รถยนต์ออดี้ (Audi) รุ่น Q2 ในรายการ Let’s Celebrate 2019 ‘Together’

อนุชา โอเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มอบรางวัลใหญ่ รถยนต์ออดี้ (Audi) รุ่น Q2 สี Quantum Grey มูลค่า 1,999,000 บาท ให้กับ นิตยาภา โตสงวน ลูกค้าผู้โชคดีจากการช้อปฯ ในรายการ Let’s Celebrate 2019 ‘Together’ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 61 -  17 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา

เอ็มจี ประกาศความสำเร็จในปีที่ 5 ด้วยยอดขาย 50,000 คัน “ขอบคุณ” คนไทยที่ให้การตอบรับรถยนต์เอ็มจีเป็นอย่างดี

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี เผยภาพรวมของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมและสมรรถนะ พร้อมโชว์รูมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และบริการหลังการขายที่เหนือกว่า ทำให้บริษัทฯ สามารถมียอดขายรถยนต์รวมที่ 50,000 คัน ได้ในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปีของการดำเนินงานในประเทศไทย มั่นใจปีนี้ตลาดรถยนต์เติบโต 5 ถึง 10 %   

มร.จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยถึงความสำเร็จของการดำเนินงานของเอ็มจีในประเทศไทยว่า “เอ็มจีต้องขอขอบคุณคนไทยที่ให้การต้อนรับผลิตภัณฑ์ของเอ็มจีเป็นอย่างดี รวมทั้งขอบคุณภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ให้การสนับสนุนการดำเนินของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา จนกล่าวได้ว่าวันนี้เอ็มจีได้เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดเมืองไทยซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญของเรา ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสานต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายซึ่งจะมาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัย การบริการที่เหนือมาตรฐาน ตลอดจนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าของเอ็มจี และสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

สำหรับเอ็มจีเริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2556 โดยเริ่มจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีรุ่นแรกในเดือนกรกฎาคม ปี 2557 และได้แนะนำรถยนต์ที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์อันทันสมัยสู่ตลาดเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่มีการติดตั้งซันรูฟ (Sunroof) ในรถยนต์ขนาดเล็ก และแนะนำระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งเป็นระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรกและระบบเดียวในโลกที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทย  พร้อมกับการพัฒนางานด้านบริการเพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ในขณะที่การดำเนินงานด้านการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายก็เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปัจจุบันเอ็มจีมีโชว์รูมกว่า 100 แห่งครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ

ในปี 2561 ที่ผ่านมา เอ็มจีมียอดขาย 23,740 คัน เติบโตขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับปี 2560  ทั้งนี้ในต้นปี 2562 นี้ บริษัทฯ จะมียอดขายรถยนต์ในประเทศครบ 50,000 คัน ในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปีของการดำเนินงาน นับตั้งแต่การขายรถยนต์คันแรกทั้งนี้การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของเอ็มจีในประเทศไทยและแนวทางการบริหารงานที่เป็นเอกลักษณ์ จนสร้างการตอบรับจากลูกค้าชาวไทยได้เป็นอย่างดี 

5 ปี 5 โมเดลยอดนิยม

ในเดือนกรกฎาคมปี 2557 เอ็มจีได้เริ่มจำหน่ายรถยนต์คันแรกคือ MG 6 รถยนต์นั่งในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ (C-Segment) ดีไซน์สปอร์ต ซึ่งโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ และความปลอดภัย จากนั้นในช่วงเดือนเมษายน 2558 ได้มีการแนะนำรถยนต์ MG 3 ที่มาพร้อมรูปลักษณ์และสีสันที่โดดเด่นพร้อมการติดตั้งซันรูฟ (Sunroof) ในรถยนต์ขนาดเล็กเป็นครั้งแรกของตลาดเมืองไทย ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เอ็มจีได้แนะนำรถยนต์ MG 6 ใหม่ ที่มีการเพิ่มฟังก์ชั่นที่เหนือระดับพร้อมติดตั้งเทคโนโลยี inkaNet และรถยนต์ MG 5 รถยนต์ในกลุ่มซับคอมแพ็คคาร์แบบ 4 ประตู สไตล์คูเป้ ที่ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่เทียบเท่ารถคอมแพ็คคาร์ ในปี 2559 ได้เปิดตัวรถยนต์ MG GS รถสปอร์ต SUV ที่มีสมรรถนะสูงรุ่นหนึ่ง ในปี 2560 แนะนำรถยนต์ MG ZS  สมาร์ทเอสยูวีที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และล่าสุดในกลางปี 2561 ที่ผ่าน ได้มีการแนะนำ MG3 ใหม่ ซึ่งมาพร้อมระบบ i-SMART  และระบบความปลอดภัยครบครันซึ่งให้ความสนุกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้รถด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ

จากวิสัยทัศน์หลักของเอสเอไอซี คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจี ในการพัฒนารถยนต์แห่งอนาคตเพื่อให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ในทุกมิติ ด้วยการกำหนดแกนหลัก  4 ประการ กล่าวคือความเป็นอัจฉริยะ (Intelligent) การเชื่อมต่อเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเข้ากับระบบภายในรถยนต์ (Internet) การใช้พลังงานทางเลือก (New Energy) และเป็นทรัพยากรที่สามารถใช้ร่วมกันได้ (Sharing) เอ็มจีจึงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้รถและผลักดันเทคโนโลยีดังกล่าวสำหรับยานยนต์ในประเทศไทย

โดยในปี 2558 เอ็มจีได้มีการแนะนำนวัตกรรมการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์เอ็มจีในแบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ภายใต้ชื่อ inkaNet จากนั้นในปี 2559 เอ็มจีได้แนะนำระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าคนไทยในฐานะระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรกและระบบเดียวในโลก ที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทยและยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่  โดยเทคโนโลยี i-SMART ถูกนำมาใช้งานครั้งแรกในรถยนต์รุ่น MG ZS  ก่อนจะมีการติดตั้งใน MG3 ใหม่ และได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้รถทั้งสองรุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าคนไทยและทำให้ยอดขายโดยรวมของเอ็มจีเติบโตขึ้นเท่าตัว 

บริการที่ครอบคลุมและเหนือระดับ

เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอ็มจีได้เปิดบริการหลังการขายเพื่อการดูแลลูกค้าที่ครบวงจรภายใต้ชื่อ “แพสชั่น เซอร์วิส”(Passion Service) ซึ่งได้แก่ การรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร การบริการเช็คระยะและตรวจสอบสภาพรถนอกสถานที่ (Mobile Services) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) บริการศูนยลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีบริการรถสำรองใช้ระหว่างรอซ่อม เพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้ลูกค้าเอ็มจี พร้อมโครงการรถมือสองคุณภาพเยี่ยม แอพพรูฟ เซอร์ติฟายด์ยูส คาร์ บาย เอ็มจี (APPROVED Certified Used Car by MG) เพื่อสร้างความมั่นใจและพึงพอใจสูงสุดใหญ่แก่ลูกค้าที่ใช้รถยนต์เอ็มจี

ขยายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานที่ครอบคลุม ให้ผู้ใช้เอ็มจีอุ่นใจในการรับบริการทั่วประเทศ

การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานที่ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศคือหนึ่งในปณิธานของเอ็มจีในการสร้างการบริการที่เหนือกว่าให้แก่ลูกค้าเอ็มจีทุกท่านที่ผ่านมา เอ็มจีได้มีการขยายการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการไปทั่วประเทศแล้วกว่า 100 แห่ง และในปีพ.ศ. 2562 นี้ เอ็มจีตั้งเป้าที่จะขยายเพิ่มเป็น 140 แห่ง พร้อมการพัฒนาและยกระดับงานด้านการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าของเอ็มจีว่าจะได้รับบริการที่เหนือกว่าและได้มาตรฐานในทุกโชว์รูม  

ทุ่มงบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทเปิดโรงงานผลิตในประเทศ

จากความเชื่อมั่นในศักยภาพและเศรษฐกิจของประเทศไทย ผนวกกับความมุ่งมั่นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้ก้าวหน้า  ในปี พ.ศ. 2560 เอ็มจีได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ด้วยงบการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทภายในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์น ซีบอร์ด แห่งที่ 2 จังหวัดชลบุรี โดยโรงงานแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 437 ไร่ นี้สามารถผลิตรถยนต์ได้สูงถึง 100,000 คันต่อปี เนื่องจากมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย  มีการติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก อีกทั้งเป็นโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้คือฐานการผลิตรถยนต์เอ็มจีพวงมาลัยขวาสำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศไทย ภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก

เชื่อตลาดปี 2562 เติบโต 5 ถึง10%

เอ็มจีมั่นใจว่าตลาดอุตสาหกรรมรถยนต์ในปีพ.ศ. 2562 จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้บริษัทฯ ประมาณการณ์ว่าตลาดรถยนต์รถยนต์ไทยจะมีการเติบโตที่ราว 5 ถึง 10% และตั้งเป้ายอดขายรวมของบริษัทฯ ไว้ที่ 50,000 คัน โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และเตรียมแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีนวัตกรรมยานยนต์ที่ทันสมัยอีกหลายรุ่นเพื่อขยายฐานลูกค้าเอ็มจี รวมไปถึงการยกระดับงานด้านการบริการ พร้อมจัดกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขายรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

แทรกเตอร์ยันม่าร์ รุ่น YM สุดยอดของนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร

ยันม่าร์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรกลทางการเกษตรได้เปิดตัวแทรกเตอร์รุ่น YM ที่ตอบสนองการทำงานของเกษตรกรได้อย่างยอดเยี่ยม เครื่องยนต์ทรงพลังทำงานง่ายทั้งงานนาและงานไร่ พร้อมด้วยระบบ SMARTASSIST Remote (SA-R) หรือระบบควบคุมทางไกลอัจฉริยะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยประสิทธิภาพยอดเยี่ยมมีความแม่นยำ, พร้อมเครื่องยนต์ทรงพลังให้กำลังขับเคลื่อนสูง ประหยัดน้ำมัน, ระบบเกียร์ซิงโครเมชปรับระดับความเร็วได้ตามความต้องการของการใช้งาน เบาะนั่งขับและที่พักเท้าที่กว้างขวาง ออกแบบมาให้รู้สึกสบายในขณะขับขี่ทำให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัวแทรกเตอร์ยันม่าร์รุ่น YM ในครั้งนี้ นับว่าเป็นการเปิดตัวแทรกเตอร์รุ่น YM ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย โดยคาดว่าแทรกเตอร์รุ่น YM นี้ จะสามารถครองตลาดได้ในทั้งปีนี้ และปีต่อ ๆ ไปอย่างแน่นอน

“แทรกเตอร์ยันม่าร์ รุ่น YM จะช่วยเกษตรกรประหยัดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มความสะดวกและง่ายในการติดตามผลขการทำงาน ผ่านระบบ SA-R ที่จะช่วยในการประเมินการทำงานของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเทคโนโลยีนี้เหมาะกับยุคดิจิทัลที่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้  ซึ่งการเปิดตัวแทรกเตอร์ รุ่น YM สู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่การเกษตรของยันม่าร์ในยุคศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเกษตร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ส่งผ่านคุณค่าทางการเกษตร สู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน” มร.ฮิโรอากิ คิตาโอกะ ประธานบริษัทยันม่าร์ อะกรีบิสเนส คอร์เปอเรชั่น กล่าว

แทรกเตอร์รุ่น YM

แทรกเตอร์ยันม่าร์รุ่น YM357A (กำลังเครื่องยนต์ : 57 แรงม้า)  เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรใหม่ล่าสุด ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระการทำงานของเกษตรกร และสร้างคุณค่าด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรทั่วทุกภูมิภาค

เกษตรกรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักทำการเกษตรในสภาพพื้นดินหลากหลายรูปแบบ อาทิ ปลูกข้าว ปลูกพืชไร่และพืชสวนในสภาพพื้นดินต่าง ๆ ทำไร่ข้าวโพด อ้อย และพืชผลอื่น ๆ โดยพื้นที่การเกษตรเหล่านี้ต้องการแทรกเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ น้ำหนักเบา และมีกำลังเครื่องยนต์ที่เกษตรกรมั่นใจ ซึ่งเครื่องยนต์ต้องมีกำลังแรงม้าอยู่ระหว่าง 50-60 แรงม้า เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ซึ่งแทรกเตอร์รุ่น YM นี้ถูกออกแบบมาให้มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ตอบสนองความต้องการด้านการเกษตรอย่างแท้จริง พร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงามดึงดูดใจ ซึ่งถูกออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง มร.เคน โอคุยะมะ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการและกรรมการบริหารบริษัทยันม่าร์ โฮลดิ้ง อีกด้วย

แทรกเตอร์รุ่นใหม่ YM นี้ นับว่าเป็นทางเลือกของเกษตรกร เพราะสามารถตอบสนองทุกความต้องการด้านการเกษตร ทำงานได้คล่องแคล่วทั้งงานนา งานไร่ โดดเด่นด้วยกำลังฉุดลากอันทรงพลัง และเทคโนโลยีที่ช่วยระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

ฟังก์ชั่นการทำงานเด่นของแทรกเตอร์รุ่น YM

ระบบ SMARTASSIST Remote

ระบบควบคุมทางไกลอัจฉริยะ SMARTASSIST Remote (SA-R) ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลการปฏิบัติงานของแทรกเตอร์ในพื้นที่ผ่านสมาร์ทโฟน โดยระบบ SA-R จะสามารถบอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ในการทำงานของแทรกเตอร์ได้ รวมทั้งแจ้งเตือนการทำงานนอกเหนือพื้นที่ที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกษตรกรวางแผนจัดการได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด  ช่วยแบ่งเบาภาระ โดยระบบ SA-R นี้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ติดตั้งในแทรกเตอร์ YM 357A

เครื่องยนต์อันทรงพลัง และประหยัดพลังงาน

แทรกเตอร์ยันม่าร์รุ่น YM ติดตั้งเครื่องยนต์กำลังสูงทำงานได้เต็มพลัง เต็มแรง ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล TNV Direct Injection ประหยัดน้ำมัน ลดค่าใช้จ่าย ใช้น้ำมันทุกหยดได้อย่างคุ้มค่า ทนทานด้วยนวัตกรรมการผลิตที่ล้ำสมัยจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดการสึกหรอ :

  • ปั๊มหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Mono – plunger ปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แรงดันสูงสม่ำเสมอ
  • เครื่องยนต์เผาไหม้หมดจด เครื่องเดินเรียบ ลดการสั่นสะเทือน
  • กรองอากาศสองชั้น ช่วยลดการสึกหรอของลูกสูบ

 ระบบเกียร์ ที่เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย

เกียร์หลักแบบซินโครเมช 8 เกียร์เดินหน้า 8 เกียร์ถอยหลัง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ความเร็วให้เหมาะกับการใช้งาน การเปลี่ยนเกียร์ในทุกๆจังหวะจะทำงานสัมพันธ์กันเพื่อให้ได้กำลังแรงบิดมากที่สุดช่วยให้ปฏิบัติงานได้เร็ว ประหยัดน้ำมัน และเพิ่มผลกำไรให้กับเกษตรกร

ใช้งานได้หลากหลาย

แทรกเตอร์ YM เหมาะสำหรับงานนา งานไร่ และการฉุดลากที่ต้องการกำลังสูง ความสูงของตัวรถที่เหมาะสม คือหัวใจหลักที่ทำให้สามารถทำงานได้ดีเยี่ยมในพื้นที่ดินหล่ม หรือเคลื่อนที่คร่อมต้นพืชได้โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย รัศมีวงเลี้ยวแคบหมุนเลี้ยวล้อได้แคบสุดเพียง 55 องศา คล่องตัวและควบคุมง่ายแม้ในพื้นที่ปลายแปลง นับว่าดีที่สุดในแทรกเตอร์ระดับเดียวกัน

แทรกเตอร์รุ่น YM ยังใช้งานได้อเนกประสงค์สามารถต่อพ่วงได้หลายรูปแบบการใช้งาน ทั้งยังสามารถต่อเข้ากับจอบหมุนที่ออกแบบใหม่ล่าสุด ทำงานได้ดีที่สุดในความเร็วรอบสูง ลดปัญหาดินติดใบจอบหมุนเพื่อประหยัดพลังงาน

เบาะนั่งสบาย รองรับการสั่นสะเทือน

ห้องโดยสารแบบพื้นเรียบ ที่วางเท้ากว้างขวาง เบาะนั่งถูกติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมปรับได้หลายระดับโอบกระชับเข้ากับสรีระของผู้ขับขี่ ช่วยให้ปฏิบัติงานได้สบายคลายความเมื่อยล้า และสามารถหยุดการทำงานหรือเข้าเกียร์พีทีโอได้สะดวกเพียงกดปุ่มครั้งเดียวโดยไม่ต้องหยุดการทำงาน

ข้อมูลจำเพาะ

หมายเหตุ : ข้อมูลทางเทคนิคเป็นตัวเลขประมาณการ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

ทรกเตอร์ยันม่าร์รุ่น YM มีแผนการวางจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในต้นปี 2562 และจะทยอยวางจำหน่ายทั่วโลกในปีถัดไป

 

เกี่ยวกับ YANMAR S.P.

บริษัท YANMAR S.P. เริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทยด้วยการจำหน่ายเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็ก ในปี พ.ศ. 2521 จวบจนปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจประกอบและจัดจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ เครื่องยนต์ดีเซลอเนกประสงค์ขนาดเล็ก รถไถเดินตาม แทรกเตอร์ รถดำนา รถเกี่ยวนวด รถตัดอ้อย และอุปกรณ์ต่อพ่วงรวมทั้งเครื่องจักรสำหรับภาคอุตสาหกรรม อาทิ รถขุดขนาดเล็ก โดยมีผู้แทนจำหน่ายพร้อมศูนย์บริการทั่วประเทศ และมีบริษัทในเครือให้บริการสินเชื่อด้านการเกษตร คือบริษัท YANMAR CAPITAL (THAILAND) จำกัด

เกี่ยวกับบริษัท ยันม่าร์ จำกัด

ยันม่าร์ก่อตั้งขึ้นที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2455 เป็นบริษัทแรกที่ประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลขนาดเล็กในปี พ. ศ. 2476 ในขณะนั้นมีการจำหน่ายเครื่องยนต์ดีเซลเป็นสินค้าหลัก และต่อมาจึงได้ขยายรูปแบบของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องโดยการเพิ่มคุณภาพการบริการและพัฒนาความเชี่ยวชาญในฐานะผู้ผลิตเครื่องมืออุตสาหกรรมแบบครบวงจร รวมทั้งเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์การเกษตร อุปกรณ์ก่อสร้าง ระบบพลังงาน เครื่องยนต์เดินเรือและการประมง เครื่องจักรกลและชิ้นส่วนซึ่งได้ขยายธุรกิจไปทั่วโลกครอบคลุมทั้งเจ็ดทวีป

การดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นภาคพื้นดิน ทางทะเล หรือในเมืองใหญ่ พันธกิจหลักในการดำเนินธุรกิจยันม่าร์ คือ การมุ่งเน้นไปที่ความท้าทายกับสิ่งที่ต้องเผชิญในเรื่องของ อาหาร พลังงาน เพื่อทำชีวิตของผู้คนให้สมบูรณ์สำหรับวันพรุ่งนี้และต่อๆไปของเราทุกคน จึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของยันม่าร์ในการมอบ“ อนาคตที่ยั่งยืน” ให้กับเรา

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://www.yanmar.com/global/

เปิดเวทีรับสมัคร Miss Motor Show 2019 เฟ้นหาผู้หญิงยุคใหม่ สวยเก่ง มีไหวพริบ

ถึงเวลาทำตามฝันและแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอีกครั้ง กับการประกวดครั้งยิ่งใหญ่แห่งวงการยนตรกรรมไทย Miss Motor Show 2019” เวทีของผู้หญิงยุคใหม่ สวยด้วยความสามารถ และปฏิภาณไหวพริบ พร้อมเข้าร่วมงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 40 จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ขอเชิญสาวมั่น บุคลิกภาพดี กล้าแสดงออก อายุ 16 – 23 ปี มีความสูง 165 เซนติเมตรขึ้นไป ร่วมชิงตำแหน่งอันทรงเกียรติ พร้อมมงกุฎ สายสะพาย ถ้วยเกียรติยศ รถยนต์ฟอร์ด เงินรางวัล 100,000 บาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ผู้สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเองที่จุดรับสมัครในมหาวิทยาลัยชั้นนำ, เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ และ Blu-O สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม - 24 กุมภาพันธ์ 2562  

สำหรับรอบคัดเลือกการประกวดมิสมอเตอร์โชว์ 2019 จะจัดขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และรอบตัดสิน ในวันที่ 6 มีนาคม 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที www.missmotorshowthailand.com, Facebook : Miss Motor Show Thailand หรือ ID Line: @missmotorshow 

เอ็มจี คว้า 3 รางวัล จากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35”

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ “เอ็มจี” โดย คุณชาญ จองพิศาล รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด รับมอบรางวัลจากการเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 จาก คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน ซึ่งในปีนี้เอ็มจีได้รับรางวัลทั้งสิ้น 3 รางวัล ได้แก่รางวัล บูธรถยนต์ที่ออกแบบและตกแต่งได้งดงามที่สุด พร้อม รางวัลบูธที่ออกแบบและตกแต่งได้สร้างสรรค์ จากการออกแบบบูธภายใต้แนวคิด MG  Digitalize โดยการนำระบบดิจิตอลมาช่วยนำเสนอความล้ำหน้าของรถยนต์ MG เพื่อตอกย้ำจุดยืนความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมอัจฉริยะของบริษัทฯ และ รางวัลบริษัทที่นำรถแนวคิดมาจัดแสดง จากการนำรถยนต์ต้นแบบเอ็มจี อี-โมชั่นที่สะท้อนแนวทางยานยนต์ในอนาคตของบริษัทที่มุ่งสู่ความเป็นอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น  พร้อมการเชื่อมต่อเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเข้ากับระบบภายในรถยนต์การใช้พลังงานทางเลือกและเป็นทรัพยากรที่สามารถใช้ร่วมกันได้ 

Page 1 of 6